EP.6 ผู้ถูกเลือก

1594 คำ
สัปดาห์ถัดมา บริษัทภาสกร ในเช้าวันจันทร์ที่เป็นวันแรกของการทำงาน หญิงสาวในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเดินเข้ามาในทางเข้าบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศ บริษัทที่ใครๆต่างใฝ่ฝันอยากเข้าร่วมงานกับที่นี่ บีลีฟยืนอยู่หน้าตึกมองมันด้วยความภาคภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตของเธอจะได้มีโอกาสเข้ามาร่วมศึกษางานกับบริษัทนี้ในฐานะนักศึกษาฝึกงาน เธอหยิบยางมัดผมแล้วรีบรวบผมทรงหางม้าให้เรียบร้อย ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาที่หน้าปัดของมัน บ่งบอกว่าตอนนี้ใกล้เวลานัดที่เธอนัดกับพนักงานฝ่ายบุคคลไว้ เธอเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อเดินเข้าไปนั่งรอข้างในตรงล็อบบี้ที่มีเพื่อนสาวของเธอนั่งรออยู่เหมือนกัน เธอส่งยิ้มทักทายแสตมป์ก่อนที่เธอจะหย่อนสะโพกลงบนโซฟาขนาดพอดีตัวข้างๆกัน "ขอให้ฉันได้พี่เลี้ยงดีๆ น่ารักๆ กับเขาด้วยเถิด ขอให้คุยกันรู้เรื่องไม่มีอุปสรรค ไม่มีปัญหา ขอให้การฝึกงานในครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี สาธุ"บีลีฟพึมพำเบาๆ เธอยกมือขึ้นมาไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขั้นสุดท้ายก่อนเรียนจบเธอก็ขอให้มันออกมาสมบรูณ์แบบตามต้องการ "สาธุ ขอให้ฉันได้พี่เลี้ยงหล่อๆ แซ่บๆ" บีลีฟหันไปมองหน้าแสตมป์ เธอยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย ยังไม่ทันได้พูดอะไร พนักงานฝ่ายบุคคลก็เดินเข้ามาพอดี ทั้งสองรีบลุกจากโซฟายกมือไว้ผู้ใหญ่ตรงหน้าด้วยความนอบน้อม พนักงานฝ่ายบุคคลพยักหน้าเบาๆเพื่อเป็นการตอบรับ “สวัสดีค่ะน้องๆ พี่ชื่อแพรนะ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเดี๋ยวพี่จะพาน้องทั้งสองไปยังแผนกที่จะให้ฝึกนะตามพี่มาเลย”แพรพลอยยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาเข้าทำงานเธอจึงรีบพาทั้งสองคนขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่นัดหมาย แพรพลอยกดลิฟต์ไปที่เลขสามและหยิบเอกสารในมือยื่นให้แสตมป์ไป“เดี๋ยวน้องแสตมป์ลงชั้นสามนะ เดินออกไปจะมีพี่เฟิร์นรออยู่ เอาเอกสารนี่ไปแล้วบอกไปว่าจะมาฝึกงาน” แสตมป์รับเอกสารมาและเมื่อลิฟต์มาหยุดที่ชั้นสามเธอยกมือไหว้แพรพลอย โบกมือลาเพื่อนรักและเดินออกจากลิฟต์ไป แพรพลอยกดปิดประตูลิฟต์เมื่อแสตมป์เดินออกไปแล้ว กดหมายเลขชั้นสามสิบชั้นสูงสุดของตึกนี้“ส่วนน้องบีลีฟเจองานหนักหน่อยนะ น้องบีลีฟต้องฝึกงานกับประธานบริษัท” “เหรอคะ หนูไม่ได้ไปฝึกแผนกเศรษฐกิจเหรอ”บีลีฟตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆเธอก็จับพลัดจับผลูได้ประธานบริษัทเป็นคนสอนงาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอแค่ส่งเรซูเม่มายังแผนกเศรษฐกิจเท่านั้น “ตอนแรกก็เป็นอย่างนั้นแหละแต่พอดีบอสบอกว่าบอสสนใจน้องพี่ก็เลยต้องทำตามคำสั่ง แต่น้องไม่ต้องกลัวนะบอสพี่จบปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์จากเมืองนอกมายังไงน้องก็ยังได้ฝึกตรงกับที่เรียนมาแน่นอน” “คือทำไมเขาถึงเลือกหนูล่ะคะ”คนระดับผู้บริหารไม่น่ามีเวลามาสอนงานใครและเธอเองก็คงไม่คิดว่าตัวเองมีอะไรน่าสนใจขนาดนั้น “พี่ไม่แน่ใจแต่พี่เห็นเรซูเม่น้องตอนแรกพี่ว่าเราน่าสนใจดีนะ เราพูดได้ห้าภาษา ได้เอทุกเทอม เป็นที่หนึ่งของรุ่นด้วยใช่ไหมล่ะก็คือเก่งแหละ เป็นเด็กกิจกรรม เป็นอดีตดาวมหาลัย เรียกได้ว่าพี่อ่านเรซูเม่น้องเพลินมาก ประสบการณ์เยอะมาก เป็นใคร ใครก็อยากร่วมงานด้วย พี่คิดว่าบอสก็คงสนใจเรื่องนี้มั้ง” แพรพลอยเปิดเรซูเม่บีลีฟในไอแพดไปพรางๆและเปิดเรซูเม่ของนักศึกษาฝึกงานคนอื่นๆเลื่อนให้บีลีฟดูอย่างรวดเร็ว“น้องรู้ป่ะมีเด็กตัวท็อปจากมหาลัยอื่นส่งเรซูเม่มาขอฝึกกับบอสเยอะมาก แต่บอสไม่รับเลยพี่ไม่รู้ว่าทำไมน้องคือผู้ถูกเลือก ทั้งที่น้องไม่ได้รีเควสไว้ว่าอยากทำงานกับบอส แปลว่าบอสต้องสนใจน้องมากจริงๆ เออพี่ลืมบอก บอสพี่ชื่อพายุนะ” ทันทีที่แพรพลอยเอ่ยชื่อพายุออกมามันก็ทำให้บีลีฟไหวตัวขึ้นมาด้วยความตกใจ ก้อนเนื้อข้างซ้ายกระตุกสั่นระรัว คิดในแง่บวกว่าคงไม่ใช่พายุเดียวกัน จากที่พายุบอกความลับของตัวเองพายุนั้นไม่น่ามาทำงานอะไรแบบนี้แต่มันขัดกับสิ่งที่แพรพลอยพูดว่าเขาสนใจเธอมากจริงๆมันตอกย้ำให้ชัดเจนขึ้นว่าคงเป็นพายุคนเดียวกับเมื่อวันก่อน “หนูเห็นประวัติบริษัทในเน็ต ผู้บริหารคือคุณภาสกรไม่ใช่เหรอคะ” แพรพลอยยิ้มออกมาพร้อมกับเปิดรูปผู้บริหารคนใหม่ในบีลีฟดู“วิกิมันยังไม่อัปเดตข้อมูลน่ะสิ พอดีคุณภาสกรเขาแก่แล้ว เขาเลยอยากให้ลูกชายมาทำต่อ คุณภาสกรพึ่งลากบอสกลับมาจากเมืองนอกได้ครึ่งปีมาทำงานแทนเนี่ย แล้วสัปดาห์หน้าเขาจะมีแถลงข่าวเปิดตัวประธานคนใหม่และเปลี่ยนชื่อบริษัทอยู่พอดี เดี๋ยวพี่ว่าน้องก็คงต้องได้มาดูงานแถลงข่าวแหละ” คำบอกเล่าและรูปภาพที่แพรพลอยให้ดูมันทำให้ใบหน้าบีลีฟซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ถ้ารู้เร็วกว่านี้ว่าพายุบริหารอยู่เธอคงไม่มาเหยียบที่นี่ตั้งแต่ทีแรก “พี่คะ คือหนูไปฝึกแผนกเดิมได้ไหมคะ คะ…คือเขาเป็นประธานบริษัทน่าจะยุ่งไม่มีเวลาสอนงานหนูหรอก”ครั้นจะกลับตัวตอนนี้ก็ไม่ทัน หากจะต้องหาที่ฝึกงานใหม่ตอนนี้ก็คงจบช้าไปกว่าเพื่อน “ฝึกแผนกเดิมหัวหน้าแผนกสูงสุดก็คือบอสอีกทีนั่นแหละ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ต้องทำงานกับบอส” “คือหนูกลัว…”กลัวโดนฆ่า บีลีฟไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ครั้นจะบอกคนอื่นว่าพายุน่ากลัวยังไง เธออาจจะโดนปลิดชีวิตได้ แพรพลอยเห็นสีหน้านักศึกษาสาวที่แสดงออกถึงความหวาดกลัว เธอเข้าใจว่าจะทำงานกับคนใหญ่คนโตก็คงประหม่ากันบ้างเป็นธรรมดา ลิฟต์เลื่อนมาถึงชั้นสามสิบ ประตูลิฟต์เปิดออกมาบีลีฟจึงกดชั้นหนึ่งรอไว้ให้แพรพลอยเดินออกไปก่อน แพรพลอยหันกลับมามองบีลีฟ เมื่อเห็นว่าบีลีฟยังคงยืนนิ่งไม่ยอมออกมามันทำให้แพรพลอยหงุดหงิดเล็กน้อยที่บีลีฟทำให้ช้ากันไปใหญ่ แพรพลอยรีบเดินกลับไปดึงมือบีลีฟออกมาจากลิฟต์“มาเถอะนะ ถ้าพี่ไม่ทำตามคำสั่งบอสพี่จะโดนไล่ออกนะ บอสเป็นพวกเพอร์เฟคชั่นนิสต์ สั่งอะไรต้องได้ พี่รับปากไปแล้วว่าจะพาเรามา ถ้าเราไม่มาพี่ซวยนะ บอสโคตรเกลียดคนพูดไม่เป็นคำพูดเลย” บีลีฟจำยอมเดินออกมาตามที่แพรพลอยบอกเพราะเกรงใจ ยิ่งแพรพลอยพูดแบบนั้นก็ยิ่งหวั่นใจกับคำพูดตัวเองที่เธอเคยพูดไว้กับพายุ ดันปากพล่อยไปบอกอยากรู้จักพายุเองก็พลอยทำให้ชีวิตเธอวุ่นวายอย่างนี้ “มา พี่พาเข้าห้องไป ใกล้เวลางานแล้ว บอสไม่ชอบคนไม่ตรงเวลานะ”แพรพลอยยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเมื่อเห็นว่าเหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีจะเป็นเวลาเริ่มงาน เธอจึงเปิดประตูเข้าห้องทำงานพายุไปและดึงบีลีฟเข้ามาด้วยกัน “สวัสดีค่ะบอส ขอโทษที่ช้าไปนิดนะคะ”แพรพลอยปล่อยมือจากบีลีฟ ยกมือขึ้นมาไหว้ขอโทษผู้เป็นประธานบริษัท“นี่น้องบีลีฟที่บอสอยากร่วมงานด้วยค่ะ” “ขอบใจเรามากนะ กลับไปทำงานเถอะ” ท่าทีของพายุดูเป็นกันเองกับพนักงาน ดูเข้าถึงง่าย แต่ดูน่าเกรงขาม ต่างจากที่บีลีฟเคยเห็นราวกับว่าเป็นคนละคนกับที่ผับ “แพรไปก่อนนะคะ” ทันทีที่แพรพลอยออกไปใบหน้าพายุก็แปรเปลี่ยนเป็นอีกอย่าง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏชัดบนใบหน้าหล่อเหลา อีกทั้งแววตาของเขาแฝงความน่ากลัวชวนให้เสียวสันหลัง“ไง เจอกันอีกแล้วนะ ดีใจไหม” คำขอที่เธอขอพรไปเมื่อสักครู่สลายหายไปในพริบตามันคงตรงกันข้ามกับที่เธอขอไปทั้งหมด บีลีฟพยายามทำตัวปกติ ไม่แสดงอาการอะไรออกไปทางสีหน้า เธอกำสายกระเป๋าสะพายไว้แน่นเมื่อไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อไป เธอจึงหันหลังจะเดินออกไปจากห้องนี้ “ถ้าเธอเดินออกไปแปลว่าเธออนุญาตให้ฉันจบชีวิตเธอได้เลยสินะ ศพของเธอไม่มีใครหาเจอนะบอกเลย”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม