"คุณ! เอ่อ…ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ เอ๊ะ! ที่นี่โรงพยาบาลหรือคะ"
"เธอฟื้นแล้วสินะ โล่งอกไป เดี๋ยวฉันไปตามหมอก่อน เธออยู่นิ่ง ๆ ล่ะ"
"เกิดอะไรขึ้นหรือคะ ทำไมฉันถึง..." แล้วเธอก็ลองประมวลผลย้อนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบกะทันหัน "ลูก! ลูกของฉันปลอดภัยไหมคะ" ลูกไม้หน้าตาแตกตื่นแทบคุมสติไม่อยู่ ก่อนที่จะรีบไปจับที่ครรภ์ของตัวเอง แล้วร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะเธอรู้สึกเจ็บแปลบตรงข้อมือทั้งสองข้างจนแทบน้ำตาร่วง
"ใจเย็น ๆ สิ ลูกของเธอปลอดภัยดี" เขารีบพูดออกไปก่อนที่คนตรงหน้าจะเสียสติมากไปกว่านี้ แล้วกดกริ่งสัญญาณเรียกพยาบาลทันที
เวลาผ่านไปไม่ถึงสองนาที พยาบาลก็รีบเข้ามาดูอาการของเธอทันที ก่อนจะตรวจชีพจรและอาการภายนอกอื่น ๆ อีกเล็กน้อย
"จากที่ดูอาการเบื้องต้นตอนนี้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ หมอได้เอกซเรย์ให้แล้ว สมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไร แค่มีแผลภายนอกเท่านั้น แต่ข้อมือของคุณแม่เคล็ดทั้งสองข้าง อาจจะใช้งานไม่ได้สักพักใหญ่เลยนะคะ ส่วนเด็กในครรภ์ปลอดภัยดีค่ะ คุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นนะคะ"
"ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะคุณหมอ"
"โชคดีนะคะที่สามีของคุณแม่มาส่งที่โรงพยาบาลทันเวลา เพราะคุณแม่หมดสติไปนานพอสมควร ต่อไปก็ระวังหน่อยนะคะ ครรภ์ก็แก่ใกล้จะคลอดแล้ว งานบ้านก็เลิกทำก่อนค่ะ ให้สามีทำหน้าที่นี้แทนไปก่อนนะคะ เดี๋ยวจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ถ้าไม่ระวังให้มากอาจจะไม่ได้โชคดีแบบนี้เสมอไปนะคะ"
"คุณหมอคะ คือว่าฉันกับเขาไม่ได้..." พอได้ยินที่คุณหมอเข้าใจเธอกับชายข้างห้องผิด เธอก็อดที่จะเขินไม่ได้ ใบหน้าซีดเซียวก็แดงเปล่งปลั่งขึ้นมาอัตโนมัติ พร้อมกับแก้ตัวพัลวันแต่คุณหมอกลับไม่ได้ฟังเธอเลยสักนิด
"ยังไงคืนนี้หมอก็ยังไม่ให้ญาติเฝ้าคนไข้นะคะ ภรรยาของคุณฟื้นไวกว่าที่หมอคาดการณ์ไว้ ฉะนั้นคืนนี้ให้คุณพ่อกลับไปที่บ้านก่อนนะคะ เพราะหมอยังต้องให้คุณแม่นอนพักดูอาการอีกสักสองสามวันค่ะ หมอจะให้เข้าเยี่ยมอีกสิบนาทีแล้วเดี๋ยวจะให้คุณแม่ได้พักผ่อนต่อค่ะ"
"ฉันไม่รู้จะขอบคุณคุณยังไงดีค่ะ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่รู้ว่าคุณมาช่วยฉันไว้ได้ยังไง แต่ถ้าไม่ได้คุณช่วยฉันกับลูกไว้คงจะแย่แน่ ๆ ขอโทษที่ต้องรบกวนคุณตลอดเลย ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ"
ลูกไม้รีบยกมือไหว้ชายข้างห้องช้า ๆ เพราะต้องระวังข้อมือที่เคล็ดอยู่ เธอไม่รู้ว่าจะต้องติดหนี้บุญคุณเขาไปอีกนานแค่ไหน แต่เขาได้ช่วยชีวิตเธอกับลูกไว้ ซึ่งเป็นบุญคุณที่ไม่รู้ว่าทั้งชีวิตนี้เธอจะตอบแทนเขาได้หมดหรือเปล่า
"เธอไม่ต้องไหว้ฉันหรอก ทำอย่างกับว่าฉันเป็นตาแก่ไปได้ พรุ่งนี้ถ้าอยากได้อะไรก็บอกพยาบาลไว้ก็แล้วกัน ฉันจะได้เอามาให้"
"ไม่ต้องแล้วค่ะ อย่าเลยค่ะ ฉันไม่ได้ต้องการอะไร แค่นี้ฉันก็ไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจของคุณยังไงแล้ว ขอโทษด้วยนะคะที่คอยเป็นภาระตลอดเลย ฉันขอบคุณคุณมากจริง ๆ นะคะ บุญคุณครั้งนี้ฉันจะไม่ลืมเลย แต่ต่อไปฉันจะดูแลตัวเองและระวังตัวให้ดีมากกว่านี้ค่ะ ขอบคุณจริง ๆ นะคะ"
"แล้วถ้าออกจากโรงพยาบาลก็บอกพยาบาลโทรหาฉันก็แล้วกัน ฉันจะได้มารับ"
"ขอบคุณมากนะคะ แต่ฉันคงไม่กล้ารบกวนคุณแล้วล่ะค่ะ แค่นี้ก็มากเกินพอแล้วจริง ๆ นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย คุณจะกลับยังไงหรือคะ"
"โรงพยาบาลใกล้แค่นี้เอง เดี๋ยวนั่งแท็กซี่แป๊บเดียวก็ถึง งั้นฉันไม่กวนเธอแล้วล่ะ รีบพักผ่อนเถอะ"
"ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ" ลูกไม้มองตามหลังแกร่งจนลับตา ก่อนที่ประตูห้องจนถูกปิดลง ชะตาชีวิตของเธอจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ถ้าเธอไม่ได้เขาคนนั้นช่วยไว้ ไม่แน่ว่าเธออาจจะตายไปแล้วพร้อมกับลูกของเธอแล้วก็ได้
หลังจากที่เขาออกมาจากห้องคนป่วยแล้ว เขาก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ของฝ่ายบุคคล เพื่อต้องการจะบอกอะไรบางอย่าง
"สวัสดีครับ ผมขอรบกวนอะไรหน่อยได้ไหมครับ" พยาบาลในแผนกที่เห็นสภาพของคนที่มาสอบถามข้อมูลก็ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบทำสีหน้าให้เป็นปกติ
"มีอะไรจะสอบถามหรือเปล่าคะ"
"คนไข้ห้องนั้นน่ะครับ" เขาชี้ไปที่ห้องของลูกไม้ก่อนจะอธิบายต่อ "พอดีว่าผมจะรบกวนหน่อยครับ ถ้าเธอคนนั้นอยากได้อะไรให้ทางพยาบาลโทรหาผมได้เลยนะครับ ส่วนวันที่เธอจะออกจากโรงพยาบาล ถ้าครบกำหนดออกตอนไหนก็ช่วยโทรแจ้งผมด้วยนะครับ"
"ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวจะกรอกเบอร์ของคุณไว้ในใบประวัติของคนไข้ให้นะคะ ยังไงทางโรงพยาบาลจะติดต่อไปอีกทีค่ะ"
"ขอบคุณครับ"
"จริงหรือเปล่าพ่อหนุ่ม ที่หนูคนนั้นเข้าโรงพยาบาลน่ะ ป้าได้ยินมาจาก รปภ. โชคดีของเธอที่ได้พ่อหนุ่มเข้าไปช่วยไว้ ไม่งั้นชะตากรรมของสองแม่ลูกจะเป็นยังไงก็คิดไม่ออกเลย"
"ถ้าผมไม่ลองโทรเข้าไปในห้อง ผมก็คงคิดว่าเธอนอนครับ"
"นี่แหละนะ ชีวิตของแม่เลี้ยงเดี่ยว อยู่คนเดียวก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี่ยังท้องอีก ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาใครจะไปช่วยได้ อย่างกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นตอนนี้ ถ้ามีคนอยู่ด้วยก็คงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหรอก อยู่คนเดียวมันอันตรายจริง ๆ"
"นั่นสิครับ"
"ถ้ามีอะไรที่ผิดสังเกต ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงของพ่อหนุ่ม ถ้าจะไม่เป็นการรบกวนมากเกินไป ป้าก็ขอให้พ่อหนุ่มคอยดูเด็กคนนั้นหน่อยได้ไหม แล้วก็ท้องแก่ขนาดนี้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีกอาจจะไม่ได้โชคดีเหมือนวันนี้ก็ได้นะ"
"ครับ ไว้ผมจะคอยดูให้อีกทางครับ"
"ขอบคุณจริง ๆ นะคะ ที่แม้แต่วันออกจากโรงพยาบาลยังต้องรบกวนคุณอีก ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ"
"เธอน่ะ เลิกพูดขอบคุณฉันได้ละ ฉันขี้เกียจฟังแล้ว เล่นพูดขอบคุณไม่หยุดตั้งแต่ที่ขับรถออกจากโรงพยาบาลมาจนถึงแมนชันเลยนะ"
"ก็ฉันอยากจะขอบคุณคุณจริง ๆ นี่คะ ฉันไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงแล้ว นอกจากคำว่าขอบคุณน่ะค่ะ"
"เธอน่ะอยู่เฉย ๆ ให้ได้ก็แล้วกัน จำได้ใช่ไหมว่าหมอไม่ให้ออกแรงน่ะ"
"จำได้ค่ะ"
"นั่นแหละ แค่บิดลูกบิดประตูยังทำไม่ได้เลย เธอก็อยู่นิ่ง ๆ ล่ะ"
"ค่ะ" ลูกไม้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกผู้ใหญ่ดุก็ไม่แปลกนัก เพราะที่เขาพูดมาทั้งหมดมันคือความจริงทั้งสิ้น
"วันนี้ฉันก็รบกวนคุณนานมากแล้ว คุณกลับไปพักผ่อนเถอะนะคะ"
"แล้วไหนล่ะกุญแจสำรอง"
"หมายถึงอะไรคะ"
"กุญแจสำรองของห้องเธอไง"
"เอ่อ...แล้วทำไมหรือคะ คุณจะถามทำไมหรือคะ"
"ก็จะเอาไปไว้สำรองไง ถ้าเกิดล้มหัวฟาดพื้นขึ้นมาอีก แล้วเธอจะเดินไปกดโทรศัพท์โทรไปที่ห้องฉันไหวไหมล่ะ" เขาไม่รอให้เธอหยิบให้ แต่กลับเดินไปแกะกุญแจลูกบิดในพวงออกมาเองแล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงทันที
"ส่วนนี่ เธอก็เอาติดตัวไว้ด้วย เวลาฉุกเฉินมาก็กดเรียกฉัน เพราะมันจะเตือนไปที่โทรศัพท์ของฉัน ไม่ต้องเกรงใจอะไรทั้งสิ้นนะ"
"ความจริงแล้วฉันไม่อยากรบกวนคุณเลยค่ะ แค่นี้มันก็มากพอ..."
"เลิกพูดแล้วก็พักผ่อนได้ละ จำไว้ว่าเธอยังยกของอะไรไม่ได้ ถ้าเกิดว่าเธอยังฝืนทำอะไรด้วยตัวคนเดียวอีก แล้วเกิดว่าข้อมือเธอมันยิ่งแย่มากกว่าเดิม เธอก็อย่าหวังว่าจะหายทันก่อนคลอดลูกล่ะ ถ้าเธอยังทำตามใจตัวเองแบบนั้น ข้อมือเธอหายไม่ทันในวันคลอดแน่"
"เข้าใจแล้วค่ะ ขอบ..."
"บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพูดคำว่าขอบคุณอีก งั้นฉันกลับล่ะ อ้อ…เย็นนี้เรื่องอาหารน่ะ ฉันจะเอามาให้ ส่วนเธอก็อยู่เฉย ๆ ไปเข้าใจไหม! อย่าให้รู้นะว่าไปเดินทำอะไรซน ๆ น่ะ ไม่งั้นเธอเจอดีแน่ ถ้าอยากรู้ว่าขู่หรือเปล่าจะลองดูก็ได้นะ ไปล่ะ"
ลูกไม้ได้แต่อ้าปากค้าง เพราะคนตรงหน้าเล่นพูดจัดแจงอะไรทุกอย่างเสร็จสรรพแบบมัดมือชก จนเธอพูดขัดอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง จากนั้นก็มองคนตัวสูงปิดประตูห้อง แล้วเอากุญแจสำรองของเธอติดไปด้วย
แค่เรื่องที่เขาช่วยเธอไปส่งโรงพยาบาล เธอก็รู้สึกเกรงใจจนไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้ว แต่นี่เขายังจะช่วยดูแลเธอระหว่างที่ยังเจ็บข้อมืออีก แค่คิดน้ำตาของลูกไม้ก็ไหลออกมาด้วยความตื้นตันใจ
จากคนที่เคยเป็นคนแปลกหน้า แต่ตอนนี้เขากลับเข้ามาอยู่และช่วยเหลือเธอในช่วงเวลาที่เธอลำบาก ช่วงเวลาสำคัญในชีวิตก่อนที่ลูกสาวของเธอจะตื่นขึ้นมาลืมตาดูโลก ช่วงเวลาที่เธอรู้สึกสิ้นหวัง เขาคนนั้นกลับเข้ามาเติมเต็มความรู้สึกเหล่านั้นของเธอ ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจและไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกแล้ว