แฟนสาวสปาร้อน....ตอนที่ 1 เจ้าของคนใหม่
ผมกำลังยืนมองอาคารพาณิชย์สามชั้นกว้างสองห้อง ที่เป็นซอยตันเล็กๆที่ดูแทบจะเป็นซอกหลืบของเมืองกรุงอันแสนจะกว้างใหญ่ ที่ผมมองอยู่นี้เป็นอาคารพาณิชย์ของพี่กายพี่ชายของผมที่เสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุทางถนน พอจัดการงานศพผมก็ได้รู้ว่าพี่กายมีทรัพย์สินเป็นอาคารพาณิชย์สองห้องที่ตีมูลค่าเกือบสิบห้าล้าน พี่กายไม่มีเมียไม่เคยแต่งงาน พ่อแม่เราก็ไม่มีผมจึงเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ในอาคารพาณิชย์หลังนี้ แต่สิ่งที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยจนถึงวันนี้ ก็คืออาคารพาณิชย์หลังนี้เป็นร้านสปา...
“เพื่อนพี่กายบอกว่าเป็นอาคารพาณิชย์ที่พี่กายเปิดกิจการสปา แต่ไม่เห็นมีป้ายหน้าร้านที่บ่งบอกว่าเป็นสปาเลยนะคะพี่กล” ขวัญบอก ขวัญเป็นแฟนสาวของผมที่ผมหนีบมาด้วยจากต่างจังหวัด
“นั่นสิขวัญ...พี่คิดว่าสปามันควรจะเป็นแบบว่ามีหน้าร้าน มีภาพสวยๆของการนวด แบบที่พี่เคยเห็นแถวบ้านเรานะ” ผมบอก
“แน่ะ...ไปแอบนวดมาเหรอคะ” ขวัญถาม
“เปล่าๆ...พี่จะไปนวดทำไมล่ะ พี่ก็อยู่กับขวัญทุกวัน” ผมบอก
“อ๋อ...ขวัญดูมาแล้วนะคะพี่กล ใกล้ๆนี้มีมหาลัยที่เค้ารับต่อเนื่องปวส. ขวัญจะเรียนต่อค่ะ...แล้วค่อยหางานพาร์ทไทม์ทำ แม่จะได้ไม่บ่นค่ะที่กว่าจะกล่อมยอมปล่อยให้ขวัญมากับพี่กลได้ก็แทบแย่” ขวัญบอก
“แม่เค้าก็หวงไง ปล่อยให้มาอยู่ด้วยกันกับผู้ชาย” ผมบอก
“อยู่โน่นเราก็อยู่ด้วยกันนี่คะ” ขวัญว่า
“มันก็ไม่เหมือนกันหรอก อยู่โน่นมันอยู่ในสายตาแม่ แต่เลิกพูดเรื่องนี้ก่อนเถอะ อุตส่าห์ลาออกจากงานโรงงานกะจะมาเป็นเจ้าของกิจการสปา...แต่พี่ว่ามันดูจะแปลกๆนะ” ผมบอก
“มีรองเท้าอยู่หน้าบ้าน เพื่อนพี่กายไงคะ...ที่ชื่อพี่...พี่จ๊อบ...คนที่ไปช่วยงานศพ เค้าบอกว่าเค้าพักที่นี่...งั้น...ขวัญไปเคาะเรียกดูดีกว่า” ขวัญบอกก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูบ้านทันที แต่ไม่ทันเคาะประตูก็มีคนเปิดออกมา
“มาแล้วๆ...น้องกลน้องขวัญ...เชิญๆๆ” เสียงผู้ชายบอก ผู้ชายคนนี้ก็คือพี่จ๊อบเพื่อนพี่กายที่ไปช่วยงานศพทุกวัน ผมกับขวัญรีบยกมือไหว้ทันที
“สวัสดีครับ...มาๆๆ เดี๋ยวพี่ช่วยถือกระเป๋าให้” พี่จ๊อบบอก แต่หยิบแค่กระเป๋าของขวัญไป จากนั้นก็เดินนำทั้งขวัญทั้งผมที่ต้องถือกระเป๋าเองเข้าไปในบ้าน...
มองข้างนอกเป็นสองห้องที่ติดกัน แต่พอเข้าไปข้างในที่คิดว่าจะกว้างกลับกั้นทึบเป็นห้อง มีโซฟารับแขกที่ตั้งอยู่ชิดมุมซ้าย มีเคาน์เตอร์ทำงานที่ใหญ่พอสมควร ผมยังคงไม่เห็นภาพการนวด ไม่เห็นอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นสปา
“นั่งก่อนๆ...เดี๋ยวเอาน้ำมาให้...อ๋อ...แต่ต่อไปที่นี่ก็เป็นของน้องทั้งสองแล้วนี่นะ...อ๋อ...พี่ชื่อจ๊อบนะ...ยังจำได้ใช่มั้ย” พี่จ๊อบถาม
“จำได้ครับ” ผมบอก
“เห็นหน้าน้องกลแล้วนึกถึงกายนะ” พี่จ๊อบบอก มองหน้าผมแต่ก็เหลือบมองขวัญเหมือนกัน วันนี้ขวัญก็ดันใส่ชุดเปลือยไหล่กางเกงขาสั้น พอนั่งบนโซฟามันก็เห็นขาอ่อนลึกเข้าไปถึงโคนขา
“น้องกลหน้าเหมือนกายมาก พี่กับกายเราเป็นเพื่อนรักกัน เราซี้กันมาก พี่อาจจะทำงานที่นี่ในฐานะลูกจ้าง แต่กายก็ไม่เคยทำให้พี่รู้สึกว่าเป็นลูกจ้างเลย แต่เห็นสภาพมันวันนั้นแล้วเศร้า...เฮ้อ...แต่อย่าพูดถึงเลยนะ...เอาว่า...ต่อไปเราก็มาอยู่ด้วยกันแล้วล่ะ...เอ่อ...ก็ยังไม่รู้ว่าน้องกลจะรับพี่ทำงานเหมือนที่กายรับมั้ยนะ...ฮ่าๆๆ” พี่จ๊อบหัวเราะออกมา ผมไม่ทันตอบรับหรือปฏิเสธพี่จ๊อบก็ชิงพูดขึ้นมาอีก
“โอเคๆ...พูดมากไปมั้ยพี่...เอางี้...ยินดีต้อนรับสู่ซี้ดส์สปา...ที่นี่คือที่ที่กายซื้อไว้ เมื่อก่อนก็มีหลังเดียว แต่พอขยายกิจการก็เลยซื้อเป็นสองหลัง...เอ่อ...เดินดูมั้ยเดี๋ยวจะพาชม” พี่จ๊อบบอก พยายามหันมาสบตาผมมากกว่าหันไปหาขวัญ
“ได้ครับ” ผมบอก หันไปมองขวัญที่พยักหน้าให้ แล้วเราก็ลุกขึ้นเดินตามพี่จ๊อบไปทันที
“เอาล่ะ...ห้องพักฝั่งอาคารโน้น...นั่นเป็นห้องนอนของกาย...แต่ต่อไปก็เป็นห้องนอนของน้องกลแล้วล่ะ...ส่วนห้องนี้กั้นเป็นห้องใหญ่ เป็นห้องพักผ่อนของพนักงานนะ ก็คือ...ก่อนจะไปรับแขกก็จะมาพักอยู่ห้องนี้” พี่จ๊อบบอก ผมสะดุดกับคำว่ารับแขกแต่ไม่กล้าถาม
“ส่วนข้างหลังก็เป็นห้องครัว...ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำพนักงาน แล้วนั่นก็ห้องพี่ พี่ก็กินนอนที่นี่แหละ...พี่ทำงานทุกอย่างที่นี่...เป็นเชียร์แขก เป็นยาม เป็นพนักงานต้อนรับ เป็นคนสอนงาน เป็นแมวมองก็เป็นนะ คอยไปหาคนที่หน่วยก้านดีๆทาบทามมาเป็นพริตตี้นวดที่นี่” จ๊อบบอก พาผมกับขวัญขึ้นชั้นสอง
“ซี้ดส์สปา...เอ่อ...ผมไม่เห็นมีป้ายเลยครับ” ผมถาม
“อ๋อ...เราไม่ติดป้ายหรอก...เพราะ...เอ่อ...ลูกค้าเรารู้จักเราจากเนต จากกลุ่มไลน์ ไม่ต้องติดป้ายก็ได้” จ๊อบบอก
“แล้ว...ซี้ดส์...เอ่อ...ซี้ดส์สปา ทำไมชื่อแบบนี้คะ” ขวัญถามบ้าง
“ซี้ดส์ ไม่ใช่หมายถึงซี้ดส์ที่แบบผู้หญิงโดนแล้วคราง...เอ่อ...หมายถึงกินของเผ็ดเข้าไปนะ...แต่ซี้ดส์...เอส...ดับเบิลอี...ดีแล้วก็เอส หมายถึงเมล็ดพันธ์ สาวๆพริตตี้ที่นี่ก็เป็นเหมือนเมล็ดพันธ์สปาชั้นดี ที่พร้อมไปปลูกในใจพี่ๆทุกคน” พี่จ๊อบบอก คำพูดพี่จ๊อบชวนให้ผมคลื่นไส้ แล้วจังหวะที่พูดเสร็จพี่จ๊อบก็เปิดให้ดูห้องพอดี
“นี่ห้องสปาของเรา” พี่จ๊อบบอก ผมมองเห็นเตียงนอนขนาดใหญ่ เห็นอุปกรณ์พวกน้ำมันหอมพวกโคมไฟ เห็นห้องน้ำด้านในที่มีอ่างอาบน้ำ แถมที่สำคัญที่ทำให้ผมตกใจ ก็คือห้องน้ำเป็นกระจกใส่มองทะลุจากด้านนอก
“เอ่อ...สปากันในห้องเหรอครับ ผมนึกว่า...แบบมีฉากกั้นเป็นล็อกๆ” ผมบอก คำว่าสปาในความรู้สึกผมคือแบบนั้น
“อ๋อ...ไม่เหมือนกันหรอก...อันนั้นมันนวดแผนโบราณมากกว่า อันนี้มันนวดสปา...ซี้ดส์สปา บริการนวดท่านชายด้วยพริตตี้นางฟ้า” พี่จ๊อบทำเสียงออกมาประมาณอลังการงานสร้าง
“มีแบบนี้หลายห้องเหรอคะ” ขวัญถาม
“ชั้นละสองห้อง สองชั้นก็สี่ห้อง ฝั่งหลังโน้นอีกสี่ห้อง...สรุปก็คือมีแปดห้องรองรับลูกค้าได้พร้อมกันทีเดียวแปดคน” พี่จ๊อบบอก
“โห...ถึงว่าพี่กายถึงได้รวยซื้ออาคารขนาดนี้ได้ตั้งสองห้อง ไหนจะรถอีกตั้งสองคัน” ผมบอก นึกถึงรถที่ผมขับมาซึ่งตกเป็นของผม แต่คันที่หรูกว่านี้ที่พี่กายพาไปชนคันนั้นจำเป็นต้องขายซากเพราะสภาพดูไม่ได้
“สามซิ...รถที่พี่ขับอยู่ก็ของกายนะ” พี่จ๊อบบอก
“เหรอครับ” ผมหันมามอง
“ใช่...แต่ก็นะ...รองรับได้แปดคนก็จริงอยู่ แต่ก็ไม่เคยที่มีลูกค้าพร้อมกันแปดคนหรอก...มากสุดก็ห้าคน แต่ก็คนละชั่วโมงไงใช้เวลานานอยู่ บางคนติดใจก็ต่ออีกชั่วโมงก็มี บางคนต่อกันยันร้านเลิกก็มี ก็เลยต้องทำให้มีแปดห้องไว้ไง” พี่จ๊อบบอก ผมก็สงสัยขึ้นมาว่านวดอะไรตั้งหลายชั่วโมงจนร้านเลิก
“ผมจะค่อยๆศึกษาไปนะครับ ผมไม่รู้เรื่องอะไรเท่าไหร่...อ๋อ...ผมให้ขวัญแฟนผมมาอยู่ด้วย เพราะขวัญเค้าจบบัญชี ผมจะให้มาทำบัญชีนะครับ” ผมบอก
“อ๋อได้...ดีเหมือนกัน ที่นี่ไม่เคยทำบัญชี เงินทั้งหมดพี่ชายน้องกลเป็นคนบริหารทั้งนั้น พี่แบมือรับเงินเดือนอย่างเดียว” พี่จ๊อบบอก
“พี่จ๊อบรับอยู่เดือนเท่าไหร่คะ” ขวัญถาม
“สองหมื่น...เอ่อ...มากไปเหรอ” จ๊อบถาม เห็นทั้งผมทั้งขวัญทำหน้าตกใจ เพราะมันมากไปกว่าที่ผมคิดไว้
“ครับ...ก็ผมทำงานในโรงงาน เงินเดือนหมื่นสอง” ผมบอก
“ขวัญทำงานห้างก็เก้าพันเองค่ะ” ขวัญบอก
“ก็ตามรายได้ของที่นี่...น้องๆนวดชั่วโมงนึงต่ำสุดก็พันห้า...อ๋อ...แต่นวดมีหลายระดับราคานะ...ก็แล้วแต่ลูกค้าเลือก เราก็จ่ายให้น้องๆ 60 เปอร์เซ็นต์ อีก 40 เปอร์เซ็นต์ก็ของเรา ถ้าพันห้าก็เรา 600 น้องๆ 900 แต่ไม่รวมทอนนะ...ทอนนี่น้องๆได้เต็ม” พี่จ๊อบบอก ผมยิ่งสงสัยไปใหญ่เพราะที่เห็นแถวบ้านผมนวดแค่ชั่วโมงละสองร้อย
“ทอนคืออะไรคะ” ขวัญถาม
“ทอนคือ...เอ่อ...ก็คือค่าทิป ที่ลูกค้าเค้ามีใจให้ แบบ...พอใจในบริการ บางทีทอนนี่มากกว่า 900 ที่น้องได้อีกนะ” พี่จ๊อบบอก ตอนนี้ในสมองผมเริ่มคำนวณทันที ชั่วโมงละ 600 ต่อคน ตีต่ำว่า 5 ห้องก็ 3000 ถ้าคืนนึงได้สัก 5 ชั่วโมงต่อคนก็ 15000 ตอนนี้ในหัวผมเห็นเงินลอยมาเต็มไปหมด
“เอ่อ...แล้วเวลาเปิดปิดละครับ” ผมถาม
“ก็...ปกติตั้งแต่บ่ายสามถึงตีห้า...แต่ส่วนใหญ่ลูกค้าก็มามืดๆ ช่วงพีคๆก็สามทุ่มถึงตีสอง ส่วนช่วงบ่ายสามถึงทุ่มนึงก็จะไม่ค่อยมีน้องๆเข้าหรอก...ส่วนตีสองถึงตีห้าส่วนใหญ่น้องๆก็กลับ ถ้าไม่มีจองก็ปิดร้านตั้งแต่เที่ยงคืนก็มี” พี่จ๊อบบอก
“แล้วนี่ปิดมากี่วันแล้วคะ” ขวัญถาม
“ก็สองอาทิตย์แล้วล่ะ ลูกค้าก็ถามทุกวัน” พี่จ๊อบบอก
“ผมขอเวลาอีกสักสองสามวัน ขอศึกษาอะไรอีกนิดหน่อย...แล้วเราค่อยกลับมาเปิด เอ่อ...พี่จ๊อบต้องสอนเราสองคนด้วยนะครับ” ผมบอก
“แสดงว่า...น้องกลตกลงจ้างพี่ต่อใช่มั้ย” พี่จ๊อบถาม
“จ้างพี่ต่อ...ไม่ได้จ้างพี่จ๊อบเหรอคะ” ขวัญถาม
“อุ้ย...ฮ่าๆๆ...เห็นหน้าตาซื่อๆเล่นมุกก็เป็นนะน้องขวัญ” พี่จ๊อบหัวเราะร่า ขวัญก็ยิ้มออกมาเช่นกัน...ส่วนผมนั้น...ในหัวเห็นเม็ดเงินมหาศาล...ที่จะได้จากร้านซี้ดส์สปาแห่งนี้...
จบตอนที่...1...