ไต้หวัน…
“ มันเกิดขึ้นได้ยังไง เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ใครเป็นคนทำ แล้วพ่อฉันเป็นยังไงบ้าง ” มู่ จินฉือ พูดและทั้งโมโหเมื่อได้ยินผู้ช่วยประจำตัวเฉิงเฉิง คุยโทรศัพท์กับอู๋ซานเรื่องพ่อของตัวเองถูกรอบทำร้าย
“เอ่อ ท่านประธาน คุณได้ยินหมดแล้วหรอ” เฉิงเฉิงตกใจ ที่จินฉือเข้ามาได้ยินเขาคุยโทรศัพท์ เพราะเรื่องนี้มันผ่านมา 6 เดือนแล้ว และประธานใหญ่ก็ไม่อยากให้จินฉือรู้เรื่องนี้ เพราะหากจินฉือรู้เรื่องนี้เข้า จะต้องไม่อยู่นิ่งแน่นอน และเขาไม่อยากให้จินฉือต้องมาพัวพันเรื่องนี้ด้วย เพราะเขาก็ออกจากบ้านมาได้ 2 ปีแล้ว ไม่อยากให้กลับมาเจอด้านมืดอีก
“เล่ามา ทั้งหมด เดี่ยวนี้” จินฉือ ตะหวาดพร้อมตบโต๊ะเสียงดังลั่น
“ครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นมา 6 เดือนแล้วครับ ท่านประธานใหญ่ถูกรอบยิงแต่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ เพราะหัวหน้าเข้าไปบังกระสุน จึงทำให้หัวหน้าจิ้งเซียนเสียชีวิตครับ ส่วนคนทำคิดว่าน่าจะเป็นหมิง ที่โดนท่านประธานใหญ่ขัดขวางการทำทุจริตของเขา จนทำให้บริษัทต้องล้มละลาย คนที่มาลอบยิงตอนนี้ถูกเก็บแล้ว แต่ผู้บงการยังไม่สามารถตามตัวได้ครับ” อู๋ซานเล่าเรื่องทั้งหมดให้จินฉือฟัง
..บัดซบ มันกล้ามากที่มาหยามตระกูลมู่
จินฉือ โมโหมาก และสั่งให้ลูกน้องเคลียร์งานให้เสร็จภายใน 3 วันนี้
“รีบเคลียร์งานให้เสร็จ และจองตั๋วเครื่องบินกลับฮ่องกงในอีก 3 วันนี้ และช่วงนี้แจ้งให้รองประธานจัดการงานไปก่อน” จินฉือแจ้งและจัดแจงงานให้ลูกน้องแล้วรีบเคลียร์งานของตนเองต่อ
3 วันต่อมา..ตระกูลมู่
“คุณพ่ออยู่รึป่าว”
“อยู่ห้องหนังสือค่ะ” ป้าจางกล่าว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก…
…พ่อครับ ผมเข้าไปน่ะครับ
…เข้ามา
“ เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นขนาดนี้ พ่อไม่คิดจะบอกผมบ้างเลยหรอครับ” จินฉือพูดด้วยความโมโหใส่พ่อตัวเอง
“มันไม่ได้มีอะไรหรอก ตอนนี้ฉันให้คนไปจัดการแล้ว แกไม่ต้องมาสนใจเรื่องนี้หรอกมันผ่านมาแล้ว” หนิงเฉิง พูดปัดไป เพราะเป็นห่วงจินฉือ เพราะว่าตอนนี้ไอ้ตัวบงการหลบอยู่ในที่มืด และไม่รู้ว่าตระกูลหมิงจะมีใครสมรู้ร่วมคิดบ้าง หากให้ตามสืบในตอนนี้ก็กลัวจะเกิดเรื่องขึ้น เพราะเขาได้ส่งสายลับเข้าไปแผงในบริษัทของผู้ที่เคยเสียผลประโยชน์จากตระกูลมู่ไปแล้ว
“เรื่องนี้ผมจะตามสืบเอง ผมจะกลับมาอยู่ที่นี่ และจะดูแลงานแทนพ่อเอง พ่อไม่ต้องห่วง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง”
ก๊อก ก๊อก…
…เข้ามา
“หนูเอาน้ำเข้ามาให้ค่ะ คุณท่าน” เสี่ยวโยพูดและเสริฟน้ำให้กับหนิงเฉิงและจินฉือ
“ขอบใจมาก และนี่จินฉือ ลูกชายคนโตของฉัน ส่วนนี่เสี่ยวโยเด็กที่อยู่ในอุปการะของฉัน”
“สวัสดีค่ะ คุณชายใหญ่”
“อืม เด็กของพ่อฉันงั้นเหรอ คนที่เท่าไหร่ล่ะ ดูแล้วยังเด็กมากอยู่หนิ ” จินฉือกล่าวพร้อมทำหน้าดูถูก
“แกอย่าพูดมาก เธอไม่ใช่อย่างที่แกคิด เสี่ยวโยเป็นลูกสาวของจิ้นเซียง ตอนนี้ฉันอุปการะเลียงดูเธอเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ต่อนี้ไปหากอยู่ที่บ้านก็เรียกจินฉือว่าพี่เถอะน่ะ ถือว่าเค้าเป็นพี่ชายหนูแล้วกัน หากไม่มีอะไรแล้วแกก็ออกไปเถอะ ฉันจะทำงานต่อ พรุ่งนี้ก็ค่อยคุยกัน” หนิงเฉิงพูดและไม่อยากอธิบายอะไรไปมากกว่านี้ เพราะเดียวจินฉือก็คงเข้าใจเอง
บริษัทตระกูลมู่…
“การประชุมวันนี้ ผมขอประกาศให้ผู้บริหารทุกท่านได้ทราบ ต่อไปนี้การบริหารงานทั้งหมดผมจะยกให้จินฉือลูกชายคนโตของผมสืบทอดและดูแลกิจการทั้งหมดต่อ หวังว่าทุกท่านจะสนับสนุน”
“สวัสดีครับ ผมจินฉือ ผมขอสัญญาว่าจะดูแลและพัฒนาทำให้บริษัท มู่จื่อ กรุ๊ปของเราก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับ”
“เฉิงเฉิง ให้เลขาเอาเอกสารของบริษัททั้งหมดที่เซ็นสัญญากับมู่จื่อทั้งหมดมาหน่อย”เฉิงเฉิงเป็นผู้ช่วยประจำตัวของจินฉือ
จินฉือต้องการตรวจสอบบริษัทที่เสียผลประโยชน์จากบริษัทมู่จื่อทั้งหมดว่าจะมีบริษัทไหนบ้างที่เข้าข่ายและจะมีส่วนร่วมกับตระกูลหมิงบ้าง
“ประธานมู่ค่ะ เอกสารทั้งหมดที่ให้เอามาอยู่นี่หมดแล้วค่ะ” ชิงชิง เลขาสาววัย 27 ปี พูดและแอบมองดูจินฉือ ประธานคนใหม่
คนอะไรหล่อได้ขนาดนี้ กรรมพันธุนี้ต้องมีวิวัฒนาการมาจากไหนกันน่ะถึงได้เกิดมาหล่อขนาดนี้ ใครได้เป็นแฟนคงจะโชคดีมาก ชิงชิงคิดและแอบปลื้มจินฉืออยู่ไม่เบา
“ขอบใจมาก มีงานอะไรก็ไปทำเถอะ หากต้องการอะไรเดียวจะเรียกอีกที” จินฉือ ไม่ชอบให้ใครมายืนมอง ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้วยิ่งไม่ชอบ หารเป็นไปได้เขาอยากจะเปลี่ยนเลขาด้วยซ้ำ
มหาลัย…
“เสี่ยวโย หาที่ฝึกงานได้แล้วหรือยัง ฉันว่าจะไปฝึกงานที่บ้านเกิดน่ะ ฉันยื่นเอกสารไปแล้ว จะได้กลับไปอยู่ดูแลแม่ด้วย” หลิวหยางเอ่ย และกอดคอเสี่ยวโยไปกินข้าวกลางวัน
“ฉันว่าจะไปยื่นเอกสารฝึกงานที่บริษัท มู่จื่อ กรุ๊ป เพราะหากได้ฝึกงานที่บริษัทใหญ่ ๆ และเป็นบริษัทชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและภูมิภาคนั่นคงได้ประสบการณ์เยอะเลย ฉันจะได้นำไปใช้ประโยชน์กับงานฉันหลังจากนี้ไปได้ เพราะหากเรียนจบ หางานได้แล้วฉันก็คงต้องไปจากที่นี่ เดียวกินข้าวเสร็จแล้ว ช่วงบ่ายฉันจะไปยื่นเอกสารฝึกงาน เธอก็กลับห้องไปได้เลยน่ะ ”
“สวัสดีค่ะ หนูมายื่นเอกสารฝึกงานค่ะ”เสี่ยวโยแจ้งกลับพนักงานต้อนรับ
…ค่ะ รอซักครู่น่ะค่ะ … แล้วพนักงานต้อนรับก็โทรแจ้งฝ่ายบุคคล
…ค่ะ เชิญไปที่แผนกบุคคลชั้น 29 ได้เลยค่ะ
“ขอบคุณค่ะ”
ชั้น 29 …
“สวัสดีค่ะ หนูมายื่นเอกสารฝึกงานค่ะ”
“กรอกใบสมัครก่อนได้เลย เสร็จแล้วก็ยื่นที่นี่ได้เลยน่ะ แล้วรอติดต่อสัมภาษณ์น่ะค่ะ” พนักงานฝ่ายบุคคลพูด
ตระกูลมู่… เวลา 19.00 น. เป็นเวลารับประทานอาหาร
“เสี่ยวโย ปีสุดท้ายแล้ว ใกล้จะจบแล้วหนูหาที่ฝึกงานได้แล้วหรือยังล่ะ ” หนิงเฉิง ถามไป
“วันนี้หนูไปยื่นเอกสารสมัครที่บริษัท มู่จื่อ กรุ๊ป แล้วค่ะคุณท่าน ตอนนี้รอให้บริษัทนัดสัมภาษณ์ค่ะ”
“เอ้า! ถ้าจะไปที่นั่นก็ไม่ต้องไปยื่นก็ได้ เดียวก็ให้จินฉือจัดการให้เลย จินฉือ แกก็จัดการให้เสี่ยวโยด้วยแล้วกัน”หนิงเฉิงบอก
“เอ่อ คือหนูอยากทำให้ถูกต้องค่ะ”
“หากอยากทำให้ถูกต้อง พรุ่งนี้ก็ไปที่บริษัท ฉันจะเป็นคนสัมภาษณ์เอง” จินฉือบอก
“ค่ะ”
บริษัทมู่จื่อ
“ชิงชิง ตามแผนกบุคลให้ส่งเอกสารนักศึกษาฝึกงานมาให้ผมด้วย ตอนนี้เลย”จินฉือสั่ง
“รับทราบค่ะ”
ก๊อกๆๆๆ
“เอกสารที่ให้ตามค่ะ” ชิงชิงยื่นเอกสารให้แต่ยังไม่ยอมออกไป เธอได้แต่ยืนมองจินฉือ เพราะโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้นั้นแทบจะไม่มี
“ขอบใจมาก ออกไปทำงานต่อเถอะ” จินฉือพูด ออกแนวไล่
ประวัติ และคะแนนการเรียนไม่เลวเลยนิเสี่ยวโย เกรด 4 ทุกวิชา สาขาวิชาคอมฟิวเตอร์กราฟฟิกและการออกแบบ
กริ้ง กริ้ง….เสียงโทรศัพท์
…ว่าไง
…นักศึกษาที่นัดสัมภาษณ์มาแล้วค่ะ ให้เข้าไปเลยมั้ยค่ะ
…เข้ามาได้เลย
“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน” เสี่ยวโยทักทาย
“เชิญ แนะนำตัวได้เลย”
เสี่ยวโยพูดแนะนำตัว และอธิบายสายงานของเธอ และกล่าววิสัยทัศษ์ รวมถึงเหตุผลการสมัครงาน และประสบการณ์ทั้งหมดของเธอ จินฉือฟังแล้วรู้สึกคล้อยตามเธอ และรู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่เลวเลย ทั้งการพูดและไหวพริบ
“โอเคร อาทิตย์หน้าก็มาฝึกงานได้เลย ชั้น 35 นี่แหละ ตำแหน่งผู้ช่วยเลขา ให้ชิงชิงสอนและแจ้งรายละเอียดงานอีกที”
…ชิงชิง เข้ามาห้องผมที
…ค่ะ
…มีอะไรรึป่าวค่ะ ท่านประธาน
…นี่คือเสี่ยวโย นักศึกษาฝึกงาน สัปดาห์หน้าจะมาทำงานที่นี่ตำแหน่งผู้ช่วยเลขา คุณช่วยจัดแจงเรื่องงาน สอนงานให้เธอ และจัดที่นั่งให้เธอด้วยแล้วกัน
…รับทราบค่ะ ชิงชิงรับคำพร้อมแอบมองเสี่ยวโยแบบดูถูก เพราะคิดว่าเธอใช้เส้นสาย
“ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน มีอะไรอีกมั้ยค่ะ หากไม่มีแล้วหนูขอตัวน่ะค่ะ” เสี่ยวโยพูดและขอลา
“อืม ไม่มีแล้ว”
“หลิวหยาง ฉันได้ที่ฝึกงานแล้วน่ะ เป็นผู้ช่วยเลขาของคุณจินฉือ เดียวฉันไปหาเธอที่หอน่ะ เธออยู่หรือป่าว” เสี่ยวโยโทรหาเพื่อนสาว
“อืม โอเคร ฉันอยู่ที่ห้อง มาก็ดีเราจะได้ไปฉลองกัน” หลิวหยางเอ่ย
ก๊อก ก๊อก…
“ฉันไปเปิดเอง” หลีซานบอก หลีซานเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทห้องเดียวกัน และก็แอบชอบเสี่ยวโยอยู่
“อ้าว หลีซานอยู่ด้วยเหรอ”
“ใช่ พอดี หลิวหยางโทรหาว่าจะไปฉลองกัน เพราะพวกเราได้ที่ฝึกงานกันหมดแล้ว เดี๋ยวเวยเวยกับหลี่เจียงจะตามมา”
“ไปกันเถอะ ฉันแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ไปกินหม้อไฟกัน”