Summer 20
“ทำไมท่านประธานจ้องแกแบบนั้นเจีย” จิงจิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉันกระซิบถามเสียงเบา ยังดีที่เรานั่งห่างจากกลุ่มเจ้านายอยู่มากเลยมีช่องว่างให้ได้พูดคุยกัน โดยที่ไม่ต้องคอยตัวเกร็งกับคนเป็นเจ้านาย
“ไม่รู้ เจ้านายอาจจะมองไปเรื่อยนั่นแหละ”
“ไม่น่าใช่นะ ตอนนี้กำลังเดินถือกุ้งแม่น้ำมา คิดว่าน่าจะให้แก” เอ่ยจบเพื่อนก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยามมีเงาหนึ่งเคลื่อนเข้ามาใกล้
“เอากุ้งมาให้ครับ” ยังไม่ทันจะได้ดุเพื่อนที่พูดอะไรมั่ว ๆ ออกมา ก็ต้องชะงักเสียงตัวเองไป เมื่อมีเสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นใกล้ ๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นเสียงก็พบว่าเป็นคุณแทนไทที่ถือจานกุ้งแม่น้ำเผามาให้
“ขอบคุณค่ะ คุณแทนไทกินข้าวได้เลยนะคะ ไม่ต้องแบ่งอะไรมาแล้วค่ะ” ฉันเกรงใจจริง ๆ นะ ทำไมต้องคอยดูแลฉันแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้
“กินเยอะแล้ว ทำไมไม่ไปนั่งด้วยกัน” ครั้งนี้ฉันโดนจ้องจากคนเป็นเจ้านาย แววตาที่เต็มไปด้วยความจริงจังถูกส่งมาให้ฉันอย่างชัดเจน ทั้งที่วันนี้ฉันก็พอจะรู้ตัวว่าได้รับสายตาแบบนี้จากเขา แต่ที่แตกต่างออกไปจากช่วงกลางวันคือ ตอนนี้เขาดูกล้ามองฉันด้วยสายตาแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนสนิทฉันที่เป็นหนึ่งในลูกจ้างของบริษัทเขา
“อยากนั่งเล่นกับเพื่อนค่ะ”
“ผมนั่งด้วยไม่ได้ใช่ไหม?” คุณแทนไททวนถาม แต่ทำไมน้ำเสียงถึงได้ฟังดูเหมือนน้อยใจฉันเลยล่ะ
“ขอโทษด้วยค่ะ พอดีมีเรื่องอยากคุยกับเพื่อน” ฉันเองก็เกรงใจที่ต้องทำเหมือนไล่เขา ทั้งที่ความเป็นจริงก็ไล่จริง ๆ นั่นแหละ แต่มันกดดันไงไม่อยากให้เขามานั่งเฝ้าแบบนี้เลย
“ครับ เข้าใจ เดี๋ยวจะเอาของกินมาให้นะ”
“...”
“...” เอ่ยจบก็เดินออกห่าง และไม่น่าตกใจเท่ากับการที่อีกฝ่ายยกมือขึ้นลูบผมฉันเบา ๆ ท่ามกลางสายตาตกใจของจิงจิงที่เงยหน้าขึ้นมาเจอพอดี
“ยะ ยังไงยัยเจีย” จิงจิงที่สติหลุดไปพักหนึ่งรีบกระซิบถามฉันเสียงเข้ม แววตาของเพื่อนยังเต็มไปด้วยท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว
“ไม่รู้ ตกใจเหมือนกัน”
“แกกับเจ้านายคบกันเหรอ?” จิงจิงยังไม่ยอมเชื่อ และถามต่ออย่างข้องใจ
“ไม่ใช่ ฉันก็ตกใจ” บอกเพื่อนไปตามตรง ถึงแม้ตัวฉันจะเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทางการกระทำของเจ้านายมาสักพักแล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่อยากคิดอะไรมาก เพราะอีกฝ่ายเองก็ไม่ได้พูดหรือแสดงอะไรออกมาชัดเจน แต่สิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้ คล้ายกับจะทำให้ฉันเข้าใจผิด เฉย ๆ หากเป็นฉันที่คิดมากไปเองฝ่ายเดียวฉันคงไม่พ้นที่จะต้องเจ็บหรือมองหน้าเจ้านายไม่ติดอย่างแน่นอน
“หนูขอนั่งด้วย ๆ” นั่งตกใจอยู่กับเพื่อนสักพัก ก็มีเสียงหวาน ๆ ของน้องอลิซดังขึ้นใกล้ ๆ เรา พร้อมกับคนน่ารักที่ถือจานปลาลุยสวนเข้ามา ฉันกับเพื่อนรีบเคลียร์โต๊ะให้น้องได้วางของกินและนั่งเล่นด้วยกัน
“เป็นไงวันนี้เหนื่อยไหม?” ระหว่างที่เราสามคนนั่งกินข้าวด้วยกันก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยถามน้องอย่างเป็นห่วง ไม่รู้ว่าปกติแล้วน้องไปเที่ยวอะไรแบบนี้ไหม แต่วันนี้ที่พามาก็นับว่าเป็นการตะลอนทริปยาวเลยเหมือนกัน กลัวว่าน้องจะเพลียนี่แหละ
“ไม่ค่ะ สนุกมาก”
“ดีแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก่อนกลับเราแวะตลาดน้ำกันดีไหม” จิงจิงชวนน้องคุยอย่างเป็นกันเอง
“จริงเหรอคะ?หนูอยากไป อยากซื้อของกินเยอะ ๆ เลยค่ะ”
“ฮ่า ๆ ๆ จริงสิเดี๋ยวพาแวะ” ฉันบอกน้องอย่างเอ็นดู ไม่แปลกใจเลยที่เจ้านายอย่างคุณทิศเหนือจะหวง จะเป็นห่วง ก็น้องอลิซน่ารักน้อยเสียเมื่อไหร่กันล่ะ
“หนูชอบมากเลย มาเที่ยวกับพวกพี่สนุกมาก” เด็กน่ารักเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะหายไปทันทีเมื่อคุณทิศเหนือเดินเข้ามาใกล้แล้วชวนให้ไปนั่งกับเจ้าตัวที่โต๊ะกินข้าว แต่น้องกลับบอกว่าไม่อยากไปนั่นจึงทำให้คุณทิศเหนือขอนั่งกินข้าวกับพวกเราแทน แล้วพนักงานอย่างพวกฉันที่เจ้านายขอนั่งด้วยจะกล้าปฏิเสธได้ยังไงกันล่ะคะ
“ขอนั่งด้วยได้ไหม?” เมื่อมีคนที่หนึ่ง ก็ย่อมมีคนที่สองตามมา...
คุณแทนไทเดินถือน้ำอัดลมมาให้ฉันแล้วขอนั่งด้วย พอไม่ปฏิเสธก็กลายเป็นว่าทุกคนที่โต๊ะกินข้าวย้ายมานั่งล้มโต๊ะตัวเล็กนั่งกินนั่งพูดคุยกันอย่างสนุก จะมีก็เพียงแค่คุณผู้หญิงคนนั้นที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ที่ทุกคนย้ายมานั่งกับฉันที่นี่
“ใครจองที่พักนะ ขอถามอีกครั้ง” คุณฟรังซ์เอ่ยถามอย่างข้องใจ หลังจากที่กินและดื่มไปได้สักพัก
“กูเอง ทำไม?” คุณแทนไทตอบหน้านิ่ง
“ก็เปล่า แค่คิดว่าอะไรดลใจให้มึงจองที่นี่” นั่นสิฉันก็อยากรู้
“เห็นเจียเปิดชื่อที่พักค้างไว้คิดว่าอยากมา...” แต่พอได้ยินแบบนั้นฉันก็แทบจะร้องกรี๊ดออกมาสุดเสียง
“แต่คุณแทนไทได้ดูหัวข้อกระทู้ไหมคะ?” ฉันทวนถามอย่างงอแง ตอนนี้เหมือนจะร้องไห้ออกมาได้เลย ก็ว่าทำไมเขาถึงได้เลือกที่พักแห่งนี้
“ไม่ครับ เห็นแค่ชื่อที่พักแล้วคุณเปิดค้างไว้คิดว่าคงอยากมาพักที่นี่...” มันคงจะดีกว่านี้หากเขาหวังดีจองที่พักอื่น ต้องเป็นที่อื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ ฉันบึนปากจะร้องไห้รีบหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดเว็บบล็อกที่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะเห็นที่พักแห่งนี้เพราะฉันเปิดดูเพียงแค่หนึ่งครั้งและเป็นหนึ่งครั้งที่เขาเห็นพอดี
“อ่า โอเคครับ ขอโทษที่ไม่ได้ถามก่อน แค่อยากเซอร์ไพรส์คุณน่ะ” เมื่อได้อ่านหน้าเว็บที่ฉันส่งให้ คุณแทนไทถึงกับรีบเอ่ยขอโทษอย่างเสียใจ
“เซอร์ไพรส์มากเลยค่ะ” ฉันแกล้งแซวเจ้านาย ก่อนจะหัวเราะแห้ง แต่มันคงจะตลกในสายตาคุณแทนไทอยู่ไม่น้อยเขาถึงได้ยกยิ้มเอ็นดูทั้งยังยกมือลูบผมฉันแบบนี้ท่ามกลางสายตาหลายคู่ของผู้ร่วมทริปคนอื่น ๆ แต่พอรู้ตัวฉันก็รีบขยับออกห่างทันที เพราะกลัวคนอื่นจะเข้าใจผิด ยิ่งพี่ไฉที่นั่งกินไก่ทอดที่พื้นบริเวณหน้าเก้าอี้ตัวที่ฉันนั่งอยู่นั้น ฉันกลัวพี่จะดุน่ะสิ
“มันจะมีอะไร ไร้สาระ” และน้ำเสียงเย่อหยิ่งแบบนั้นคงไม่พ้นคุณผู้หญิงคนนั้นอย่างแน่นอน ดูท่าแล้วเธอคงจะอยากเข้ามานั่งแทรกระหว่างฉันกับคุณแทนไทเต็มทน ติดก็เพียงคุณแทนไทไม่ยอมขยับออกห่าง อีกทั้งคุณฟรังซ์ยังนั่งขวางไว้ ทำให้ไม่มีใครขยับไปทางไหนได้
“อย่าลบหลู่เชียว” คุณแสนซนเตือน
“ไร้สาระ ปัญญาอ่อนทั้งนั้น”
“เธอนี่ พูดอะไรดี ๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดนะ ทำเสียบรรยากาศหมด”
บ้าเถอะ! ฉันอยากจะปรบมือให้คุณแสนซนจัง เพียงแค่พูดประโยคเดียวก็ทำให้คุณผู้หญิงคนนั้นเงียบไปได้ แต่ก็นั่นแหละ เธอเงียบไปไม่นานแล้วก็พูดอะไรไม่น่าฟังออกมาอยู่ตลอด
ส่วนคืนนี้ฉันหวังว่าทุกคนจะหลับฝันดีแล้วกันนะ
ส่วนฉันกับจิงจิง หลับฝันดีแน่นอนค่ะ เพราะย้ายห้องออกมาแล้ว
ตามเรื่องเล่าคืออยู่ที่บ้านหลังใหญ่นู่น หวังว่าคนปากดีจะยังได้นอนพักนะคะ เพราะตอนที่เธอพูด เจ้าของบ้านยืนอยู่ตรงบันไดทางขึ้นบ้านพอดีเลยแหละ เพื่อนฉันกระซิบบอกมาแบบนั้น...