Summer 17
“หนูจะเดินไปซื้อกาแฟนะคะ ฝากสั่งอาหารด้วยนะ”
“ได้ เดี๋ยวพวกพี่สั่งให้” พี่ไฉรับปาก
“ซื้อมาให้ด้วยสิ อยากกิน” คุณฟรังซ์เอ่ยบอกเพื่อนเจ้าตัวเสียงงัวเงีย
“ดูก่อนว่าเอามาได้ไหม ถ้าได้จะสั่งมาให้” คุณแทนไทรับปาก ทั้งเพื่อนและพี่ชายเดินแยกเข้าร้านอาหารริมน้ำไปแล้วเรียบร้อย ส่วนฉันหมุนตัวกลับมาชวนคุณแทนไทให้เดินไปยังร้านกาแฟด้วยกัน
“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ” รีบห้ามคุณแทนไทอย่างเกรงใจที่อีกฝ่ายกางร่มให้ฉัน ขณะที่เราทั้งสองคนกำลังเดินไปด้วยกัน
“แดดแรงเดี๋ยวไม่สบาย” เจ้านายยังดื้อดึงไม่ยอมฟัง แล้วดึงดันจะกางร่มให้ฉันอยู่เหมือนเดิม
“คุณแทนไทคะ ฉันเป็นลูกน้อง...”
“ไม่มีลูกน้อง ไม่มีเจ้านายอะไรทั้งนั้นครับ ขยับเข้ามาดี ๆ” นอกจากจะไม่ฟังแล้ว ยังใช้แขนข้างหนึ่ง รวบรั้งเอวฉันให้ขยับเข้าใกล้เจ้าตัวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย นั่นจึงทำให้ฉันต้องเดินหลบแสงแดดใต้ร่มคันใหญ่อยู่เคียงข้างคุณแทนไท
“ร้อนไหม?” เดินมาได้สักพักคุณแทนไทก็เอ่ยถามฉันขึ้นมาอีกครั้ง
“นิดหน่อยค่ะ คุณไหวไหมคะ?”
“ได้อยู่ครับ” เจ้านายเอ่ยตอบ ไม่นานเราก็เดินมาจนถึงร้านกาแฟที่เปิดให้บริการ
“สวัสดีค่ะ หากสั่งหลายแก้วมีบริการส่งด้วยไหมคะ?” เมื่อเปิดประตูร้านเข้าไปก็รีบเอ่ยถามพนักงานที่อยู่บริเวณเคาน์เตอร์ร้านทันที
“คุณลูกค้าจะให้ส่งที่ไหนเหรอคะ?”
“ที่ร้านอาหารริมน้ำ xx ค่ะ”
“อ๋อ ที่นั่นส่งค่ะ คุณลูกค้ารับอะไรบ้างคะ” พนักงานของที่ร้านตอบกลับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
“สักครู่นะคะ” เอ่ยจบก็เดินกลับมาหาคุณแทนไทที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“คุณแทนไทคะ คือฉันลืมเอาโทรศัพท์มา รบกวนช่วยถามคนอื่น ๆ ให้หน่อยได้ไหมคะว่าจะเอาเครื่องดื่มอะไรกันบ้าง” แม้จะเกรงใจแต่ก็ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ คนถูกขอความช่วยเหลือยกยิ้มมุมปากบาง ๆ แล้วล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงของตัวเองเพื่อส่งมาให้ฉัน
“ส่งเองได้เลยครับ สั่งอเมริกาโน่เย็นให้ผมก่อนนะ” เอ่ยจบเจ้านายก็เดินไปนั่งรอที่เก้าอี้ โทรศัพท์ในมือถูกปลดล็อกมาแล้วนั่นจึงทำให้ฉันเข้าไปยังไลน์ส่วนตัวของเจ้านายด้วยความเร่งรีบเพื่อส่งข้อความถามเมนูเครื่องดื่มจากทุกคน แต่ถึงจะรีบเข้าห้องแชตกลุ่มสักเท่าไหร่ แต่สายตาก็มิวายมองเห็นห้องแชตหนึ่งที่ถูกปักหมุดไว้ด้านบนสุดเพียงอันเดียว
อาจจะตาฝาด รูปโพรไฟล์อาจจะคล้ายฉันก็ได้
คงไม่ใช่ฉันหรอก
“หน้าแดงมาก ไหวไหม?” เมื่อได้กาแฟให้เจ้านาย คุณแทนไทก็หันมาเอ่ยถามด้วยท่าทางตกใจ หลังจากที่เห็นว่าฉันหน้าแดง แต่จะไปรู้ได้ยังไงว่าที่หน้าแดงเพราะร้อนหรือเพราะเขากันแน่
“ไหวค่ะ สบายมาก” ได้แต่ตอบกลับเสียงเบา เมื่อเราจ่ายค่าเครื่องดื่มเสร็จแล้วเรียบร้อยก็เดินกางร่มกลับมายังร้านอาหารริมน้ำที่มีทุกคนรออยู่แล้ว แต่ทันทีที่เดินเข้าไปใกล้โต๊ะอาหาร ผู้หญิงคนนั้นก็รีบเดินเข้ามาแทรกแล้วควงแขนคุณแทนไทให้เข้าไปนั่งที่เก้าอี้ว่างข้างเก้าอี้ตัวที่เจ้าตัวนั่งอยู่ทันที
ฉันไม่ได้ใส่ใจมากนักเดินไปนั่งข้าง ๆ จิงจิงที่กำลังจริงจังกับการถ่ายรูปอาหาร เมื่อฉันนั่งลงบนเก้าอี้ ก็เห็นว่าเก้าอี้อีกตัวเป็นพี่ชายของฉันที่นั่งอยู่ ฝั่งตรงข้ามเป็นน้องอลิซที่นั่งเก้าอี้ตัวแรกถัดมาเป็นคุณทิศเหนือและ เพื่อน ๆ ของพี่ชายคนอื่น ๆ ที่กระจายกันนั่งอยู่
“สั่งกุ้งเพิ่มไหม?” พี่ไฉที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอ่ยถามอย่างใส่ใจ และยังไม่ทันจะได้ตอบ คุณแทนไทก็ยกมือเรียกพนักงานมาสั่งอาหารเพิ่มเสียแล้ว
“ไม่น่าจะทันเก้าวัดนะ ไหว้เพิ่มอีกสักสามวัด แล้วเข้าที่พักดีไหม?” จิงจิงปรึกษาเพราะตอนนี้เราใช้เวลาที่ร้านอาหารสักพักใหญ่เลยแหละ อีกทั้งตอนนี้ฝนก็ตั้งเค้ามืดครึ้มมาแล้วด้วย
“รอดูว่าจะทันไหม” ระหว่างที่เรากำลังเดินออกจากร้านอาหารก็รีบนัดแนะกันไว้ก่อน เพื่อไปเจอกันที่วัดต่อไป เรารีบเร่งออกจากร้านอาหาร ขับรถเวียนไหว้พระไปเรื่อย ๆ กระทั่งถึงวัดที่เจ็ดฝนที่ตั้งเค้ามานานก็คล้ายกับจะตกลงมาให้ได้
“อย่าเพิ่งตกเลยนะคะ ขอไหว้ให้ครบเก้าวัดก่อนนะคะ” ก่อนขึ้นรถไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันเอ่ยขอแบบนั้น แต่เชื่อไหมทันทีที่กลับขึ้นรถ เพื่อเดินทางไปไหว้พระในวัดที่แปดและเก้าจู่ ๆ ท้องฟ้าก็เปิดออกเป็นช่วง ๆ อย่างน่าตกใจ