ปั่นป่วนในงานแต่งญาติ

1660 คำ
“ฟ้า...ยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกหรอลูก...ใกล้เวลาที่งานปลาบปลื้มจะเริ่มแล้วนะ” ปรายฟ้าเร่งลูกสาว ที่ยังยืนเลือกชุดใส่ไปงานในวันนี้อย่างใจเย็น “โธ่แม่ขา...ก่อนจะใส่อะไรก็ต้องเลือกใส่ชุดที่เป็นมงคลสิคะ” “งั้นแม่ไปรอข้างล่างแล้วกันนะ...น้องดาวบ่นแย่แล้วเนี้ย...” “เห้อ ไม่เข้าใจทำไมแม่ถึงต้องเร่งเวลาแต่งตัวด้วย...เข้าใจไหมเนี้ยว่าจะหยิบจะจับอะไรก็ต้องเป็นมงคล...ว่าแต่ขอเช็กดวงวันนี้ดีกว่า” ‘ดวงประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันศุกร์ มีเกณฑ์จะได้ของใหญ่!!!’ ‘สีประจำวันสำหรับวันนี้คือสีฟ้าอ่อน’ “สีฟ้าอ่อนหรอ...ไม่มีด้วยสิทำไงดี...” เมื่อเสื้อผ้าของตัวเองที่มีอยู่ดันไม่มีสีที่ตรงใจ จึงรีบวิ่งออกไปนอกห้องแล้วตะโกนเรียกน้องเสียงดังลั่นบ้าน “ดาว!!เจ้ยืมชุดหน่อยนะ!!” ตะโกนบอกน้องสาวที่ห่างกันเกือบ3ปีเสียงดังลั่นบ้าน บอกเลยว่าทั้งบ้านละอองฟ้าคือตัวแสบที่สุดแล้ว จะบอกว่าตัวจี๊ดของบ้านก็คงจะแบบนั้น “โอ๊ยเจ้...เร็วๆ ...ถ้าชักช้าก็ไปพร้อมเฮียกายนุ้น...ดาวกับแม่จะไปก่อน” ตะโกนกลับมาด้วยความรำคาญ “เออๆๆ ...ไปก่อนเลย...เดี๋ยวเจ้ต้องออกจากบ้านตอน6โมง9นาที” และนี่แหละ ทำให้เธอไม่สามารถไปไหนมาไหนกับคนที่บ้านได้ ปัญหาเยอะจัด จากที่ตอนแรกคิดว่าจะให้พี่ชายคนโตไปรับไปส่งจนกว่าจะเรียนจบ พอเข้าวงการมูเตลูตามเพื่อนเท่านั้นแหละ ทุกคนก็ถึงกับออกปากเป็นเสียงเดียวกันว่าให้ซื้อรถให้น้องเป็นอันว่าจบ @งานแต่งปลาบปลื้ม (ลูกชายคนเล็กของหมอปราณ) ตึก ตึก ตึก!! สองเท้าเล็กก้าวฉับๆ เข้ามาในงาน ด้วยท่าทีเชิดๆ บ่งบอกถึงความหม่นใจที่พกมาด้วยเต็มเปี่ยม ชุดเดรสเกาะอกสีฟ้าอ่อนที่เธอเลือกมาสวมใส่หวังว่าจะได้เสริมความเป็นสิริมงคลในวันนี้ ถูกบรรดาแขกเหรื่อในงานมองกันเป็นตาเดียว จะไม่ให้มองได้ยังไงกัน ก็เพราะว่าวันนี้ตรีมงานแต่งเป็นสีขาวทอง จะมีก็แต่ละอองฟ้าผู้ไม่สนโลกคนนี้นี่แหละที่ผิดตรีมอยู่คนเดียว แล้วยังไง?เพราะเธอไม่แคร์ อะไรที่คำทำนายว่าดี เธอก็เตรียมน้อมรับคำทำนายด้วยความศัทรา “พี่คะ...ขอหนึ่งแก้วค่ะ” ยกมือขึ้นขอค็อกเทลจากบริกรที่เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มในยามค่ำคืน “นี่ครับ...” ส่งแก้วค็อกเทลสีแดงให้เธอด้วยรอยยิ้ม “อ๊ะ...โนค่ะ...ขอสีฟ้าเท่านั้นสีฟ้า คือสีมงคลของวันนี้ค่ะ...” ยกมือค้านแล้วเอื้อมไปหยิบแก้วค็อกเทลสีฟ้ามาถือไว้แทน จากนั้นก็จิบอย่างสบายอารมณ์ เล่นเอาซะบริกรไปไม่เป็นเลย อีหยังวะ “เจ้!!ทำไมเพิ่งมา...” ประกายดาวน้องคนเล็กของบ้าน ผู้มีใบหน้าสวยหวานละมุน ราวเทพธิดาตัวน้อย ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีทองเอ่ยถามพี่สาว ที่เอาแต่ยืนจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างสบายใจ โดยที่ไม่ได้สนใจเจ้าของงานที่เป็นญาติของตัวเองเลยด้วยซ้ำ “อะไรของเธอเนี้ยยัยดาว...” “ไปอวยพรเฮียปลื้มก่อน...” แย่งแก้วจากมือพี่สาวไปวางไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ ตัว ตามด้วยลากแขนเจ้ๆ จอมป่วนให้ตามเธอไป แต่ความเสียดายที่ยังดื่มไม่ทันจะหมด ก็หันไปคว้ามาถือไว้ตามเคย “น้องดาว...มากับแม่ก่อนเร็ว...” เสียงปรายฟ้าเอ่ยเรียกลูกสาวคนเล็ก พร้อมกับดึงตัวเธอให้เข้ามาประชิดตัว และแนะนำลูกสาวตัวน้อยของตนให้เพื่อนรู้จักด้วยใบหน้ายินดีปรีดาแบบสุดๆ “งั้น...ฟ้าไปหาแด๊ดนะคะ...” ด้วยเพราะไม่อยากที่จะสุงสิงกับเพื่อนๆ ของแม่สักเท่าไหร่ ก็เลยขอปลีกตัวไปหาเจ้าบ่าวผู้ซึ่งเป็นเจ้าของงานดีกว่า “ฟ้า...” เสียงปันปันเรียกเธอขึ้น ขออภัยที่ญาติค่อนข้างเยอะ เลยถูกเรียก ไม่ได้ไปไหนกับเขาเสียที “คะเจ้?” “ตรีมวันนี้ขาว ทอง ไม่ใช่เหรอ...ไม่ได้อ่านไลน์กลุ่มเหรอ” ปันปันเอ่ยถามญาติรุ่นน้องด้วยความงง เพราะทั้งงานมีแค่เธอที่ใส่สีผิดจากคนอื่น “อ่านค่ะเจ้...แต่สีทองวันนี้ไม่เป็นมงคล...” คำตอบของเธอทำเอาปันปันกุมขมับ ก็รู้แหละว่าเป็นคนตั้งมั่นกับความคิดตัวเอง แต่คือบางทีกับส่วนรวมก็น่าจะอะลุ่มอล่วยนิดหนึ่งเนอะ “อะ...จ้ะ...งั้นก็เอาที่ฟ้าสบายใจเลย” ละอองฟ้ายิ้มหวานอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ ก่อนที่จะขอปลีกตัวไปหาปลาบปลื้มผู้ซึ่งเป็นเจ้าบ่าวในวันนี้ เจ้าบ่าวที่เธอสนิทด้วยในวัยเด็กเพราะถูกบังคับให้รับบทเป็นพ่อบ่อย ก็เลยเป็นที่มาที่ปลาบปลื้มถูกเธอเรียกว่าแด๊ดดี๊นั่นเอง หากถามว่าทำไมไม่เห็นเรียกปกป้องว่าแด๊ดดี๊บาง เพราะทุกครั้งที่ปกป้องมาก็จะเอาแต่อ่านหนังสือ ไม่เคยมาสนใจเล่นด้วยเลย หนอนหนังสือน่ะนะ พอเดินไปทั่วทั้งงาน ก็แวะจิบไวน์บ้าง ค็อกเทลบ้าง กว่าจะได้อวยพรเจ้าของงานก็เมาแอ๋ไปเรียบร้อยแล้ว “แด๊ดดี๊!!!!” เสียงหวานยานครางร้องเรียกเจ้าบ่าว เรียกสายตาทุกคู่ในบริเวณนั้นให้หันไปสนใจละอองฟ้าเป็นตาเดียว เอาจริงๆ เธอเด่นตั้งแต่ใส่ชุดผิดตรีมแล้วล่ะ แต่แล้วไงใครแคร์ น้องฟ้าตัวแม่ตัวมัมไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น อะไรที่แม่หมอว่าดี น้องฟ้าก็ว่าดีค่ะคุณพรี่!!โนคอมเม้นท์ความเห็นต่าง ใบหน้าสวยสง่า ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น ปากกระจับได้รูปสวยแต่งแต้มเครื่องหน้าจนสะกดทุกสายตาให้จับจ้องมาที่เธอ รูปร่างอรชรอยู่ในชุดเดรสเกาะอก สีฟ้าพาสเทลแสนสั้นเพียงหน้าขา ด้านหลังมีโบอันเท่าบ้านติดอยู่ที่หลัง ความเก๋ของชุด บ่งบอกนิสัยของเจ้าของชุดได้อย่างดี ว่าต้องทันสมัย มั่นใจ และดื้อรั้นเอามากๆ “ละอองฟ้า” ปลาบปลื้มเรียกญาติสาวแสนสวยพร้อมกับรอยยิ้ม พลั่ก! “ว๊าย!!!” ระหว่างที่เธอกำลังจะก้าวเข้าไปหาพี่ชายของตัวเอง ความมึนเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปมากมายก่อนหน้านี้ ก็ทำให้ทรงตัวไม่อยู่ จนสะดุดขาของตัวเองล้ม ซ่าส์! หมับ!! “อึก...เชี้ยหำกู!!” ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือโชคร้าย ทั้งที่ก็มีผู้ชายยืนอยู่ตรงนี้ตั้งหลายคน แต่ละอองฟ้าก็เลือกสะดุดล้มมาตรงเขา ไวน์ในแก้วกระเด็นใส่ตัวฟร้องค์จนเปียกโชกไปทั้งตัว พร้อมกับมือเล็กคว้ามาที่เป้าของเขาอย่างจัง ไม่พอเพียงแค่นั้นก่อนจะล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นพยายามไขว่คว้าหาที่เกาะ มือก็เลยคว้าไปกำความเป็นชายของฟร้องค์เต็มไม้เต็มมือราวกับตั้งใจ ด้วยแรงดึงเพราะกลัวล้มมันเลยทำให้เจ้าของท่อนรักนั้นเจ็บปนจุก ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะรับร่างเล็กนั้นเอาไว้ได้ทัน จึงได้แต่ปล่อยให้เธอล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นพรมสีแดงตรงหน้า “เชี้ย!” >ปลาบปลื้ม “เชี้ย!” >ปกป้อง ทุกสายตาจับจ้องมาที่การกระทำของละอองฟ้าเป็นตาเดียว ไม่วายยังมีกล้องที่แพลนมาเก็บภาพเอาไว้พอดิบพอดี เลยฉายภาพที่เธอนั้นกำเจ้าโลกของฟร้องค์เอาไว้ให้ทุกคนในงานนั้นได้เห็นเต็มๆ ตา “โอ๊ย...ไอ้บ้า...ทำไมไม่รับฉันไว้ห๊ะ...” คนเมาตวัดสายตามองไปที่ฟร้องค์ เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเชิงตำหนิ แถมยังไปโวยวายใส่เขาเสียงเขียวที่ไม่ยอมรับร่างของเธอเอาไว้ ปล่อยให้คนสวยล้มแบบนี้ได้ยังไงกัน “นี่!! เด็กบ้า!! เธอมาจับ...หึ่ย...เธอมาจับลูกชายฉันก่อนนะเว้ย...เดินยังไงไม่ดูตาม้าตาเรือ” ตะคอกใส่เธอด้วยความโมโห อายก็อาย บอกเลยตอนนี้เขาเป็นดาวเด่นในงานของเพื่อนรักไปแล้ว เพราะเสียงซุบซิบนินทาเคล้าคลอกับเสียงหัวเราะดังขึ้นหนาหู จนแทบอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีเสียตอนนี้ “แด๊ดดี๊...ช่วยฟ้าหน่อย...” ทำหูทวนลมไม่สนใจคำด่าทอของฟร้องค์ พลางช้อนสายตาขึ้นไปมองปลาบปลื้มให้ดึงเธอขึ้นไป “ป้อง...ดึงน้องขึ้นมา” ปลาบปลื้มทิ้งภาระไปให้พี่ชายฝาแฝดเช่นเดิม “เชี้ย น้องเวร...” บ่นแต่ก็ยอมทำตาม รีบก้มลงไปพยุงร่างของน้องสาวขึ้นมาทันที หมับ!! “อ๊ะ!!” เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ในจังหวะที่ลุกขึ้น มึนเมาไปหน่อย เลยเซล้มลงอีกครั้ง และครั้งนี้ใบหน้าสวยนั้นคะมำไปซุกเป้าของฟร้องค์ผู้โชคร้ายอีกครา “โอ๊ย...” “เฮือก!!” ช็อกสิคะงานนี้ ช็อกทั้งงาน ทุกคนตาโตเป็นไข่ห่าน ว่าตอนแรกพีคแล้วรอบนี้พีคกว่า10เท่า “เชี้ย!” ปลาบปลื้มและปกป้องอุทานขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนที่จะรีบพยุงร่างน้องสาวที่ล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นอีกครั้งขึ้นมา “มึงหยุด...ให้กูเดินออกไปก่อนแล้วมึงค่อยดึงเด็กนี่ขึ้น!!” หน้าชาเพราะความอายไปหลายรอบ จุกที่โดนบีบไข่ไม่พอ ยังโดนหน้าเด็กนั่นซุกเข้าไปอีก จะบ้าตาย อายฉิบหาย แล้วตากล้องแม่งก็เหมือนรู้จังหวะ ถ่ายชัดทุกมุมทำเอากูเขินเลยไงทีนี้ ฟร้องค์กล่าวในใจ หงุดหงิดบวกกับอายจนต้องหนีออกมานอกงาน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม