“จริงๆ แล้วผู้ชายไม่ได้ต้องการผู้หญิงสวย แต่อยากได้ผู้หญิงที่อยู่ด้วย แล้วมี ‘อารมณ์’ มากกว่า”
คำพูดของฟรานซิสยังคงตามหลอกหลอนแก้วกานดา แม้ว่าตอนนี้จะอยู่ที่บ้านของเขาแล้วก็เถอะ พอคิดถึงคำพูดนี้ที่ไร ไรขนอ่อนก็ลุกชันไปทั่วทั้งร่าง มันรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ยอมรับเลยว่าฟรานซิสเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลคนหนึ่ง ข้างนอกอาจจะดูน่าเกรงขาม ดุดัน เป็นผู้ชายที่จัดได้ว่าน่ากลัว แต่ถ้ารู้จักเขาแล้ว แท้จริงเขาก็พ่อเพลย์บอยดีๆ นี่เอง หลอกล่อผู้หญิงด้วยคำพูดวาบหวาม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้เป็นข่าวกับผู้หญิงคนนั้นคนนี้
“พอได้แล้วยัยแก้ว อย่าคิดๆ!” แก้วกานดาก่นด่าตัวเองที่เผลอคิดถึงแต่คำพูดของเขา เธอก็ไม่รู้ว่าเขาพูดเล่นหรือพูดจริง เพราะพอเขาพูดจบเธอก็เดินหนีเลยทันที นี่ตั้งแต่กลับมาเธอก็ยังไม่กล้าคุยกับฟรานซิส ไม่กล้าสบตา ไม่กล้าอยู่ต่อหน้า เลยต้องหนีเข้ามาหลบอยู่ในห้องพักของตัวเอง
“แก้วกานดา...” เสียงแว่วเรียกมาจากหน้าประตูทำให้แก้วกานดาหลุดออกจากภวังค์ นึกแปลกใจว่าใครเป็นคนมาหา ทำไมถึงไม่เคาะประตูเรียก แถมยังเรียกเสียงเบามาก นี่ถ้าเธอไม่นั่งเงียบก็คงจะไม่ได้ยิน
“มีอะไร...” เสียงหวานขาดหาย มือที่กำลังจะเปิดประตูให้คนที่มาใหม่ชักงักอยู่กับที่ ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นรัวแรงเมื่อได้สบตากับเขา ฟรานซิส เดอลาคลีย์
“เห็นหน้าผมแล้วถึงกับตกใจเลยเหรอที่รัก” ฟรานซิสเย้า เขาแค่จะมาบอกเธอว่าพรุ่งนี้ให้เธอติดรถไปกับเขาเลย ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นสีหน้าตื่นๆ ของสาวเจ้า ใบหน้าหวานแดงระเรื่อไม่รู้ว่ากำลังเขินอายหรือโกรธกันแน่ แต่ที่รู้ๆ ตอนนี้เธอไม่กล้าสบตากับเขาตรงๆ
“คุณมีอะไรหรือเปล่าคะคุณฟรานซิส ถ้าไม่มีฉันขอตัว” แก้วกานดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เธอพยายามทำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งมันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ ความกล้าในตัวมันถึงหดหายไปแล้วความประหม่าวิ่งเข้ามาแทนที่
“เดี๋ยวก่อนสิ ผมแค่จะมาบอกว่าพรุ่งนี้คุณติดรถไปที่บริษัทกับผมเลย แค่นี้เองทำไมต้องรีบไล่ผมด้วย” ฟรานซิสเอียงคอถาม รู้อยู่เต็มอกว่า ‘อะไร’ ที่ทำให้แก้วกานดามีท่าทีเปลี่ยนไป หากเขากลับชอบที่เห็นเธอเป็นแบบนี้ เพราะมันคล้ายหลักยืนยันว่าเขาได้ทำให้เธอเริ่มพยศอีกไม่ได้ “ผมว่าคุณแปลกไปนะ ตั้งแต่กลับมาก็เอาแต่หลบหน้าผม ระแวงอะไรหรือเปล่า? หรือว่าคุณคิดมากเรื่องที่ผมบอกน่ะ” เสียงทุ้มหนักพูด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏมอยู่ที่มุมปาก มันจะมีเรื่องอะไรที่ทำให้เธอไม่กล้าสู้หน้าเขานอกเสียนอกเรื่องที่เขาบอกเธอเมื่อเช้า
“เปล่าเสียหน่อย” แก้วกานดาพูดเฉไฉ หลุบตามองพื้นทันที
“คุณโกหกไม่เก่งเอาเสียเลยแก้วกานดา ปกติคุณไม่เคยหลบตาผมอย่างที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่ผมบอกคุณเมื่อเช้า แล้วมันจะเรื่องอะไรล่ะ หรือว่าผมกำลังทำให้คุณหวั่นไหวอยู่หรือเปล่า” ฟรานซิสดักทางเอาไว้หมดทุกอย่าง ทำเอาคนถูกจับผิดไปต่อไม่ถูก เธอเม้มปากแน่นพลางกรอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด เพิ่งรู้ตัวว่าทางที่เธอกำลังวิ่งไปมันคือทางตัน จะถอยก็ไม่ได้เพราะเขาดักเอาไว้หมดทุกทาง
“ฉันไม่เคยหวั่นไหวเพราะคุณ ถึงคุณจะทำให้ผู้หญิงคนอื่นตกหลุมพรางได้ แต่นั่นไม่ใช่ฉัน” แก้วกานดาพูดสวนทางกับความจริง สิ่งที่ฟรานซิสพูดมามันใช่เกือบทุกข้อ แต่อย่าลืมว่าฟรานซิสเคยนำเงินมาฟาดหัวเธอ เธอจะหวั่นไหวกับเขาได้ยังไงกัน อีกอย่าง เธอไม่ใช่ผู้หญิงใจง่าย ที่จะอ่อนไหวไปกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักได้เพียงแค่ไม่กี่วัน
“ผมนึกว่าความหล่อของผมจะทำให้คุณหวั่นไหวเสียอีก แต่ก็ดีแล้วล่ะที่คุณไม่ได้คิดอะไร เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่คุณ ‘คิด’ กับผมขึ้นมา คุณจะถอนตัวลำบาก” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับสงแววตาเป็นประกายให้หญิงสาว จนแก้วกานดานึกอยู่ในใจ เคยได้ยินแต่ผู้หญิงอ่อยผู้ชาย แต่ใครจะไปคิดว่าตอนนี้เธอกำลังถูกผู้ชายกำลังอ่อยอยู่ แถมผู้ชายคนนี้ยังดูเชี่ยวชาญด้านนี้เสียด้วย แม้ว่าการกระทำจะขัดกับบุคลิกอยู่มากโข แต่มันก็ให้ความรู้สึกแปลกอีกแบบ
“หมดธุระของคุณแล้วใช่ไหม” เธอพูดเสียงเรียบ บอกตามตรงว่าตอนนี้อยากให้ฟรานซิสรีบกลับไป ก่อนที่เธอจะเป็นบ้าไปเสียก่อนเพราะถูกเขา ‘อ่อย’ แค่นี้คำพูดและความกล้าของเธอก็กระเจิงหายไปหมดแล้ว
“พักผ่อนให้มากๆ นะ เก็บแรงเอาไว้เยอะๆ พรุ่งนี้คุณต้องใช้ ‘แรง’ ทั้งวัน เดี๋ยวหาว่าผมไม่เตือน” ฟรานซิสกัดริมฝีปากด้วยท่าทางเซ็กซี่ก่อนจะเดินจากไป ในใจก็นึกขันที่แก้วกานดามาตกม้าตายเพราะเสน่ห์ของเขาเอง รู้แบบนี้เขาคงจะหว่านเสน่ห์ใส่เธอไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้เธอมัวแต่พยศเขาอยู่แบบนี้แน่นอน
คนเจ้าเล่ห์เดินผิวปากไปด้วยอย่างอารมณ์ดี หากก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรสนันท์ยืนอยู่ที่หน้านอนห้องของเขาเอง
“มาดามมีอะไรหรือเปล่าครับ” ฟรานซิสเอ่ยถามเสียงเรียบ พร้อมกับเดินเข้าไปสวมกอดร่างของหญิงวัยกลางคน
“แม่แค่จะถามฟรานว่าวันนี้พาหนูแก้วไปไหนมาเหรอจ๊ะ” รสนันท์ถามตอบนุ่มนวล วันนี้เห็นฟรานซิสพาแก้วกานดาออกไปข้างนอก นึกสงสัยว่าพาไปไหน แถมไปกันสองคน มันน่าผิดสังเกตเพราะปกติแล้วเวลาฟรานซิสจะไปที่ไหน ก็มักจะมีการ์ดตามประกบตลอดเวลา
“ผมพาเธอไปซื้อเสื้อผ้ามาน่ะครับ เห็นว่าไม่มีเสื้อผ้าใส่” เขาแสดงสีหน้าเรียบเฉยตามแบบฉบับ ไม่อยากให้รสนันท์จับพิรุธได้ ไม่ใช่ว่าเขากลัวแม่ทูนหัวจะรู้ว่าตอนนี้เขากำลังหลงแม่สาวเอเชียหน้าหวาน แต่เพราะรู้ว่ารสนันท์เอ็นดูแก้วกานดามาก เขาเลยไม่อยากให้รสนันท์รับรู้ เขาเองก็ยังไม่มั่นใจในตัวเองเหมือนกันว่าจะแค่เล่นๆ หรือจริงจังกับแก้วกานดา ตอนนี้ก็แค่หว่านเสน่ห์ใส่เธอตามประสาผู้ชาย ถ้าเธอเล่นด้วยเขาก็พร้อมที่สวมบทบาทตาม
“ก็ดีแล้วล่ะ ยังไงแม่ต้องฝากหนูแก้วไว้ด้วยนะฟราน หนูแก้วเธอน่ารัก ตอนที่แม่ยังอยู่ที่เมืองไทย แม่ก็ได้หนูแก้วนี่แหละที่คอยดูแลฌอน ฌอนน่ะถูกเพื่อนที่โรงเรียนแกล้งเป็นประจำ แต่ก็ยังดีที่มีหนูแก้วคอยช่วยเหลือและดูแลอยู่ เวลาฌอนไม่สบายหนูแก้วก็รีบมาบอกแม่ทันที บางครั้งก็พาฌอนไปโรงพยาบาลเองเลย นี่ถ้าฌอนรู้ว่าหนูแก้วมาหาและยังอยู่ที่บ้านเรา ฌอนคงจะดีใจมากๆ” พูดแล้วก็ยิ้มเศร้าให้กับตัวเอง ฟรานซิสเห็นแบบนั้นก็สวมกอดแม่ทูนหัวให้แน่นขึ้นกว่าเดิม
“ครับ ผมจะดูแลเธอเป็นอย่างดี มาดามหายห่วงได้เลย” เขาให้คำมั่นสัญญา อะไรที่ทำให้รสนันท์มีความสุข เขาก็พร้อมที่จะทำสิ่งนั้นเพื่อทดแทนบุญคุณที่รสนันท์ได้เลี้ยงเขามา
“แม่ดีใจนะที่ฟรานเอ็นดูหนูแก้ว ถ้าอย่างนั้นแม่ไปนอนก่อนนะจ๊ะ” ฟรานซิสคลายอ้อมแขนออก จากนั้นก็เดินไปส่งรสนันท์ที่หน้าห้องนอน พลางคิดไปด้วยว่าเขาจะทำตามคำขอของรสนันท์ได้หรือเปล่า
แก้วกานดามาทำงานวันแรกพร้อมกับฟรานซิส เมื่อทั้งสองเดินก้าวเท้าเข้าไปในบริษัท พนักงานก็ต่างค้อมศีรษะทักทายอย่างเป็นมิตร แต่พอลับตาไปแล้วต่างคนก็ต่างจับกลุ่มคุยกันยกใหญ่ สงสัยกันมากว่าผู้หญิงเอเชียคนนั้นเป็นใคร ทำไมถึงได้มากับฟรานซิส แถมยังเดินเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกัน จะบอกว่าเป็นผู้หญิงคนใหม่ที่ฟรานซิสควงก็ไม่น่าจะใช่ ดูแล้วเธอไม่มีอะไรที่เทียบได้กับผู้หญิงของเขาเลย แม้การแต่งตัวจะถือว่าดูดีมากพอสมควรก็ตาม
ทางฟรานซิสก็เรียกให้แมรี่ เลขานุการสาวสวยเข้ามาในห้องทำงานเพื่อแนะนำแก้วกานดาให้ได้รู้จัก และยังได้ฝากฝังให้ดูแลแก้วกานดาเป็นอย่างดี แมรี่รับคำแล้วก็พาแก้วกานดาไปคุยเรื่องการทำงานของที่นี่ แก้วกานดาเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็วเพราะเธอเคยทำมันมาก่อน จะแตกต่างกันนิดหน่อยตรงที่ตอนนี้เธอต้องมาเป็นผู้ช่วยเลขาของฟรานซิส ท่านประธานของบริษัท DRK Perfume
“มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามฉันได้นะ ว่าแต่นี่เธอพอจะฟังภาษาฝรั่งเศสออกหรือเปล่า?”
“ไม่เลยค่ะ ฉันฟังไม่ออก” แมรี่พยักหน้ารับ ก่อนจะพูดประโยคถัดมา
“ภาษาอังกฤษฉันก็ไม่ค่อยแข็งแรงเสียเท่าไหร่ อาจจะพูดเพี้ยนไปบ้าง หวังว่าเธอจะฟังมันรู้เรื่อง” แม้ว่าจะพูดได้แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมด ยิ่งแก้วกานดาฟังภาษาฝรั่งเศสไม่ออกด้วยแล้ว เธอยิ่งต้องบอกให้หญิงสาวรู้ เพราะเธอต้องทำงานกับแก้วกานดาทุกวัน “นี่เดี๋ยวอีกสิบห้านาทีเธอต้องไปเตรียมน้ำชาให้ท่านประธาน ประมาณสิบโมงท่านประธานจะรับชา แล้วประมาณบ่ายสองท่านจะรับกาแฟ ส่วนของว่างไม่ต้องเพราะว่าท่านจะทานก็ต่อเมื่อนั่งรับประทานอาหาร”
“รับทราบค่ะ” หญิงสาวรับคำอย่างรู้งาน จดรายละเอียดที่แมรี่บอกลงในสมุดไดอารี่ที่เพิ่งได้รับมาอย่างตั้งใจ
แก้วกานดานั่งทำงานจนถึงเวลาที่ต้องนำน้ำชาไปให้ฟรานซิส หญิงสาวได้เดินตามแมรี่ไปที่ห้องชงกาแฟ ในมือก็ถือแฟ้มเอกสารหลายแฟ้มเพื่อที่จะเอาไปไว้ในห้องประชุม ในระหว่างทางก็ได้เดินสวนทางกับพนักงานชายสองคนพอดี สองหนุ่มหยุดยืนแล้วพูดซุบซิบกันว่าควรจะเดินเข้ามาทักดีไหม จนหนึ่งในนั้นเป็นคนเรียกและกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตรก่อน แก้วกานดาเลยจำต้องหยุดเดินแล้วหันกลับมาทักทายตอบ เธอยิ้มเจื่อนเพราะรู้สึกวางตัวไม่ถูก
“ผมชื่ออลันครับ ยินดีที่ได้รู้จัก คุณ...” ผู้ชายที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าครามเป็นคนเอ่ยพูดขึ้นคนแรก รอยยิ้มเป็นมิตรปรากฏอยู่บนใบหน้าเกลี้ยงเกรา เขายื่นมือมาเพื่อจะทักทายกับแก้วกานดา แต่หญิงสาวเลือกที่จะยกมือไหว้แทนที่จะยื่นมือไปทักทายเขา เธอไม่รู้หรอกว่าเขาจะเข้าใจหรือไม่ว่าการไหว้คือ การทักทายอย่างหนึ่งของคนไทย
“ฉันชื่อแก้วกานดาค่ะ” เสียงหวานเอ่ยเบาๆ พร้อมกับยิ้มเจื่อน ไม่รู้ว่าอลันรู้ได้ยังไงว่าเธอฟังภาษาฝรั่งเศสไม่ออก เขาเลยพูดภาษาสากลแทน แม้ว่าสำเนียงอาจจะไม่ค่อยได้แต่ก็ฟังออกว่าเขาพูดอะไร เริ่มทำหน้าไม่ถูกเมื่อพนักงานบางคนเดินสวนทางมาแล้วหันมามองเธอเป็นตาเดียว
“ผมชื่อดาเนล ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณแก้วกานดา” ส่วนผู้ชายอีกคนที่ยืนฟังอยู่ก็พูดขึ้น เขายิ้มให้เธอเหมือนกัน แม้ว่าใบหน้าของเขาจะมีหนวดเคราแต่แก้วกานดาก็เห็นถึงรอยยิ้มนั่น
“ให้พวกผมช่วยถือแฟ้มนั่นไหมครับ” อลันอาสาช่วย พร้อมกับยื่นมือฉวยเอาแฟ้มเหล่านั้นมาไว้ในมือโดยที่แก้วกานดายังไม่ทันที่จะได้ท้วง หญิงสาวรีบหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากแมรี่ ว่าเธอควรจะทำยังไงต่อไปดี แมรี่ก็เหมือนจะรู้ว่าแก้วกานดาเริ่มทำตัวไม่ถูก เลยเอ่ยพูดกับสองหนุ่มเสียงเรียบ
“นี่พวกนายไม่มีงานทำกันหรือไงถึงได้มายืนโอ้เอ้อยู่แถวนี้”
“มีครับคุณเลขาฯ แต่ว่าตอนนี้ผมอยากจะช่วยคุณผู้หญิงถือเอกสารมากกว่า” อลันสงสายตาวิบวับให้แก้วกานดาอย่างหมายมาด ก่อนที่แมรี่จะเอ็ดขึ้นเมื่อรู้สึกว่าการกระทำของอลันทำให้แก้วกานดาอึดอัด
“เดี๋ยวเถอะๆ เดี๋ยวฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกท่านประธานว่าพวกนายแอบอู้งาน”
“โถ่คุณเลขาฯ พวกผมอุตส่าห์หวังดี คุณแก้วกานดาเธอตัวเล็กออกอย่างนี้ ผมก็กลัวเธอจะไม่ไหวเลยกะจะช่วยนี่ไงครับ” อลันแก้ต่างให้ตัวเอง แมรี่ถึงกับเบะปากน้อยๆ หวังดีประสงค์ร้ายน่ะสิไม่ว่า ดูท่าทางแล้วคงอยากจะเข้ามาจีบแก้วกานดาล่ะมั้ง เห็นผู้หญิงสวยๆ เป็นไม่ได้ เข้าหากันตลอด
“พวกนายนี่คนดีจริงๆ เลยนะ แต่ฉันว่าไม่ต้องช่วยหรอก แฟ้มแค่สามสี่แฟ้ม คุณแก้วกานดาเธอถือได้อยู่แล้ว จริงไหม” เป็นเสียงของฟรานซิสที่ดังขึ้น ทำเอาอลันกับดาเนลทำตัวไม่ถูก แก้วกานดาเองก็เช่นกัน เธอรีบยื่นมือไปรับแฟ้มเอกสารกลับคืน แล้วก็หลุบตาลงต่ำ
ฟรานซิสหัวเราะหึในลำคอ ก่อนที่นัยน์ตาคมจะตวัดไปมองพนักงานชายของตนอย่างไม่พอใจ นี่แก้วกานดามาทำงานวันแรกก็มีคนเข้ามาจีบแล้วอย่างนั้นหรือ เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะ ถ้าเขาไม่เอะใจว่าทำไมแมรี่ถึงยังไม่เอาน้ำชาเข้าไปให้ แล้วเดินออกมาตาม เขาก็คงไม่รู้ว่าที่แมรี่และแก้วกานดาช้านั้นเป็นเพราะเหตุผลอะไร
“เอ่อ... ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” พูดจบชายทั้งสองก็รีบเดินออกไปทันที เห็นสายตาของท่านประธานก็ขนลุกชันไปทั่วทั้งตัว กลัวเหลือเกินว่าจะไล่ออกเพราะเข้าไปยุ่งกับแก้วกานดา บอกตามตรงเลยว่าตั้งแต่ทำงานที่นี่มา ยังไม่เคยเห็นด้านนี้ของฟรานซิส ปกติแล้วถ้าไม่เป็นเพราะเรื่องการทำงานมีปัญหา เขาก็เป็นมิตรกับพนักงานทุกคน แล้วยิ่งต้นเหตุมาจากผู้หญิง เชื่อเลยว่าไม่ว่าใครก็ต่างไม่เคยเห็น เพราะฟรานซิสไม่เคยแยแสผู้หญิงคนไหนอยู่แล้ว เรื่องนี้คนทั่วไปก็รู้กัน
ทางด้านแมรี่ก็ยืนเงียบกริบ คิดไม่ตกเลยว่าตัวเองและแก้วกานดาจะโดนอะไรบ้าง ดูแล้วฟรานซิสคงจะเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทำสีหน้าเย็นชาแบบนั้น พร้อมคิดในใจว่าแก้วกานดาคือใครกัน ทำไมถึงมีอิทธิพลต่อฟรานซิสได้มากมายขนาดนี้
“แก้วกานดาคุณต้องไปคุยกับผมที่ห้องทำงาน แมรี่ห้ามใครเข้าไปรบกวนในห้อง ยกเลิกนัดกับลูกค้าช่วงบ่ายด้วย!” มือหนาคว้าเขาที่เรียวแขนของหญิงสาว ก่อนจะออกแรงดึงให้เดินตามแรงรั้งของตัวเองไป ไม่วายหันไปสั่งแมรี่ ว่าห้ามใครเข้าไปในห้องทำงาน แมรี่ได้แต่ยืนมึนอยู่กับที่ แบบนี้แก้วกานดาจะรอดออกมาไหมแทบจะไม่อยากคิด
“คุณฟรานซิส คุณจะทำอะไรน่ะ ฉันเจ็บนะ เบาๆ หน่อยได้ไหม” เสียงหวานท้วง ฟรานซิสออกแรงดึงเธอรุนแรงเกินไป ช่วงขาของเขายาวกว่าเธอ เพราะฉะนั้นเวลาเดินเขาก็มักจะเดินนำเธออยู่แล้ว แต่ยิ่งเขากระชากให้เธอเดินตาม คนขาสั้นแบบเธอก็ยิ่งต้องรีบตามเขาให้ทัน
“เงียบแล้วเดินตามผมมา ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าผมไม่เตือน!” ฟรานซิสพูดเสียงเย็น โมโหที่เห็นเธอยืนคุยกับผู้ชายคนอื่นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ผิดกับเขาที่เวลาเธอคุยด้วย ทำหน้าราวกับจะตายให้ได้ แม้แต่มองหน้าเธอยังไม่อยากจะมองเลยด้วยซ้ำ แต่ทีกับไอ้พวกนั้นเธอกลับยิ้มให้ แบบนี้จะไม่ให้โมโหได้อย่างไรกัน พอเข้าไปถึงห้องทำงานเขาก็ผลักเธอให้ลมล้งไปที่โซฟาหรูอย่างไม่ออมแรง
“โอ๊ย เบาๆ สิคะ” แก้วกานดาครางเสียงหลงเมื่อถูกคนตัวโตผลักให้ล้มลงทั้งที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ฟรานซิสรีบตามขึ้นมาคร่อมร่างบางเอาไว้เพื่อกักขังไม่ให้เธอได้ลุกขึ้นแล้วเดินหนีเขาไป
“มาทำงานวันแรกก็ ‘หว่านเสน่ห์’ ใส่พนักงานของผมเลยนะ คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ” ชายหนุ่มกัดฟันพูด จ้องลึกเข้าไปยังนัยน์ตากลมโตอย่างมาดร้าย เขาก็ไม่ได้อยากจะให้ร้ายเธอหรอก แต่แค่ความหึงหวงมันเข้ามาครอบงำ ทำให้เผลอหลุดปากพูดไปแบบนั้น
“มันจะมากไปแล้วนะคุณฟรานซิส ฉันไม่ได้หว่านเสน่ห์อะไรให้ใคร คุณดาเนลกับคุณอลันเขาแค่มาทักทาย ทำความรู้จักกัน ก็แค่นั้น ฉันไม่ได้ทำอะไรแบบที่คุณพูด” แก้วกานดาแย้งเสียงเขียว เธอเนี่ยนะหว่านเสน่ห์ใส่ดาเนลกับอลัน นี่ถ้าเธอยั่วผู้ชายเก่งขนาดนั้น ป่านนี้เธอก็คงจะแต่งงานมีลูกมีสามีไปตั้งนานแล้ว ไม่โสดแล้วเกาะอยู่บนคานจนถึงทุกวันนี้หรอก
“แล้วที่ยืนยิ้มให้พวกมันล่ะ เขาไม่ได้เรียกว่าหว่านเสน่ห์แล้วจะให้เรียกว่าอะไร” เขาพูดเสียงต่ำ ความโมโหหึงมันบังตา ทำให้ไม่ยอมเปิดรับอะไรทั้งนั้น
“นี่คุณเป็นอะไรของคุณน่ะคุณฟรานซิส อยู่ๆ ก็มากล่าวหาฉัน ผีเข้าหรือไง มีเหตุผลอะไรที่ทำก็บอกมา ฉันอยากรู้เหตุผล” ฟรานซิสต้องโดนผีอำแน่ๆ เขาเลยเปลี่ยนไปได้มากจนน่ากลัว แค่เธอยืนคุยกับดาเนลและอลัน เขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทำราวกับว่าเธอไปขโมยของอันล้ำค่าของเขามา ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมันไม่มีอะไรเลย
“ก็ผม...” ฟรานซิสเม้มปากแน่น จะบอกว่าหึงมันก็ตรงไป แต่ก็นั่นแหละ เขาไม่ชอบที่เธอยืนยิ้มให้กับผู้ชายคนอื่น ไม่ชอบที่เห็นผู้ชายมาพูดคุยกับเธอ เห็นแล้วมันหงุดหงิด อยากจะเดินเข้าไปต่อยไอ้พวกนั้นให้ฟันร่วงทั้งปาก ข้อหาที่บังอาจมายุ่งกับผู้หญิง(ในอนาคต)ของเขา
“ก็ทำไมคะ ทำไมไม่พูดออกมา!” เธอเองก็อยากจะฟังเหตุผลที่เขาทำ จะมาปรักปรำกันเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แบบนี้มันก็ไม่เข้าท่าเสียเท่าไหร่หรอกว่าไหม แล้วเธอก็หวังเหลือเกินว่าที่เขาทำแบบนั้นไม่ใช่เพราะอยากจะแกล้ง
“ก็ผมไม่ชอบที่คุณยิ้มให้ไอ้พวกนั้น” แก้วกานดาไม่เข้าใจในสิ่งที่ฟรานซิสพูด เขาไม่ให้เหตุผลมาว่าทำไมถึงไม่ชอบ จะว่าเขาหึงมันก็คงจะไม่ใช่เพราะเธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน คนเพิ่งรู้จักกันจะมาแสดงความหึงหวงกันแบบนี้มีที่ไหน อีกอย่างการที่ฟรานซิสทำแบบนี้ มันยิ่งทำให้เธอเริ่มสับสนมากขึ้น
“คุณหึงฉันเหรอคุณฟรานซิส?” หากเธอดันพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดไป เพราะความอยากรู้เหลือคณานับทำให้ไม่ไตร่ตรองคำพูดให้ดี นี่แกเผลอถามคำถามสิ้นคิดแบบนั้นไปได้ยังไงยัยแก้วบ้า ถ้าเขาหัวเราะเยาะใส่แล้วว่าแกหลงตัวเองจะว่ายังไง เธอก่นด่าตัวเองในใจแล้วหลุบตาลงทันที เป็นอีกครั้งที่เธอเริ่มไม่กล้าสู้หน้าเขาตรงๆ
“ผมบอกคุณแล้วไง ต่อไปนี้คุณคือคู่ขาคนใหม่ของผม ดังนั้นคุณห้ามไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่นอีก” ฟรานซิสนำเรื่องเมื่อวานที่เขาบอกเธอมาพูด ตอนแรกก็กะว่าจะแค่เล่นๆ แต่พอเห็นเธอคุยกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง เขาก็เกิดเปลี่ยนใจ และมุ่งเป้าหมายว่าสิ่งที่พูดนั้นเขาจะทำมันจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่พูดปากเปล่า
“ดะ... เดี๋ยวนะ ฉันยังไม่ได้บอกว่าฉันจะเป็นคู่ขาคุณเสียหน่อย อย่ามาพูดโมเม” หญิงสาวเบิกตากว้าง เธอยังไม่ได้ตอบตกลงหรือพูดอะไรเลย ฟรานซิสจะมาจับเธอไปเป็นคู่ขาของเขาโดยที่เธอไม่เต็มใจได้อย่างไรกัน ของแบบนี้มันต้องตกลงกันทั้งสองฝ่ายไม่ใช่หรือ แต่นี่เธอไม่ได้ตกลง
“ถ้าผมอยากให้คุณเป็น คุณก็ต้องเป็น ห้ามเถียง ห้ามแย้ง ห้ามขัดคำสั่ง”