เจ้ากรรมนายเวร

1927 คำ
เจ้ากรรมนายเวร ....เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่กำลังเก็บอุปกรณ์การเรียนอยู่ต้องวางสิ่งของในมือลงและล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย " เจ้ากรรมนายเวร " เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้อจอน้ำหวานถึงกับต้องถอนหายใจออกมา " อื้ม " " พูดเพราะๆหน่อยไม่ได้รึไง " เสียงจากคนปลายสายต่อว่า " มีอะไร ? " เพราะไม่อยากทะเลาะและพูดยืดเยื้อเธอจึงรีบเอ่ยถามเขา " รอที่เดิม " " นี่!!! ..... " ติ๊ดดๆๆๆ เสียงของเธอที่พึ่งหลุดไปเพียงคำเดียวต้องจบลงแค่นั่นเพราะปลายสายได้กดวางไปแล้ว นี่ไง...จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อคนที่โทรเข้ามาว่า เจ้ากรรมนายเวร หลังจากที่เขาและเธอตกลงกันที่ร้านอาหารในวันนั้น แต่จะว่าไปก็ไม่เรียกว่าตกลงนะ เรียกว่าบังคับและขู่เข็ญน่าจะถูกซะมากกว่า เขาใช้รูปภาพที่แอบถ่ายไว้มาแบล็กเมล์เธอให้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ อย่างเมื่อกี้บังคับให้เธอไปหาเขาทั้งๆที่เธอไม่อยากไป ตลอดทั้งสัปดาห์มานี่เขามักจะโทรมาแบบนี้เป็นประจำ เขารู้ว่าเธอว่างหรือไม่ว่างตอนไหน ตารางชีวิตของเธอเหมือนจะถูกเขากำหนดแบบตายตัว " เอ่อ...พวกแก วันนี้ไปด้วยไม่ได้แล้วนะ พี่ตาลโทรมาพอดี " " อ้าว...เสียดายจัง อุตส่าห์จะได้ไปกันสามคนพร้อมหน้าซะหน่อย " ใบเตยเพื่อนสาวทำหน้ามุ่ย " จริง เราไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกันนานแล้วนะ " เป็นเสียงของลดาอีกคนที่เอ่ยขึ้น เธอเองก็เข้าใจเพื่อน...อย่างที่ใบเตยว่านั่นแหละนานแล้วที่พวกเธอไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันแบบนี้ ลดาเองก็มีแฟน...นานๆทีปลาวาฬจะปล่อยให้ลดาไปกับเพื่อน ถ้ามีลดาที่ไหนก็ต้องมีปลาวาฬที่นั่น " ขอโทษๆ สัญญาคราวหน้าไม่เบี้ยวแน่นอน " หญิงสาวยกนิ้วก้อยชูให้เพื่อนเพื่อยืนยันในสิ่งที่ตังเองพูด " โอเคๆ ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ตาลรอ " ลดาว่า เธอเองก็เข้าใจน้ำหวานดี ว่าหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพี่สาวแล้วเพื่อนเธอคนนี้จะให้ความสำคัญกว่าทุกเรื่องและทุกๆคน ร่างบางวิ่งกระหืดกระหอบมายังที่หมายที่เขาบอกเธอไว้ ระยะทางจากตึกคณะของเธอมายังตึกคณบดีก็ไม่ใช่ใกล้ๆ เธอก็อยากจะถามเขาเหมือนกันว่าทำไมไม่จอดที่มันใกล้กว่านี้ เธอจะได้ไม่ต้องเดินหรือวิ่งให้เหนื่อย " เธอมาช้า " เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อน้ำหวานวิ่งมายืนอยู่ตรงหน้าเขา " ตรงเวลาเป๊ะ ไม่เชื่อดูเลย " เธอยกนาฬิกาที่ข้อมือของเธอขึ้น " ชั้นบอกว่าช้าก็ต้องช้า " " ก็นาฬิกาชั้นบอกว่าตรงเวลา นี่...นายก็ดูสิ แล้วชั้นอยากจะถามว่าทำไมมาจอดรถไกลขนาดนี้ ทำไมไม่จอดรอที่หน้าคณะชั้นก็ได้ " " ชั้นไม่อยากให้ใครเห็น " คำตอบของเขาทำให้เธอถึงกับนิ่งอยู่ชั่วขณะ เพราะไม่อยากให้สาวๆเห็นสินะว่ามากับเธอ เขาไม่อยากให้ใครเห็นว่าเขามากับเธอ " อึ้ม..เข้าใจล่ะ " น้ำหวานพยักหน้ารับรู้สิ่งที่เขาบอก สายตาคมลอบมองปฏิกิริยาของเธอ เขาอยากรู้ว่าเธอจะรู้สึกอะไรกับตัวเขาบ้างหรือเปล่า คนตรงหน้าตอนนี้หลุบสายตาลงต่ำคล้ายจะซ่อนความเสียใจเอาไว้ ริมฝีปากหนายกยิ้มเมื่อเห็นว่าคำพูดของเขากระทบจิตใจของเธอ " ไปกันได้แล้ว " พูดจบร่างสูงก็เปิดประตูเขาไปนั่งรอเธออยู่ในรถ ท่าทางหงอยๆเศร้าๆของเธอทำให้เขาใจอ่อนอยากจะพูดและถามเธอออกไปว่า... นี่เธอไม่ดูอะไรบ้างเลยเหรอ ? การที่เธอกับเขานั่งรถออกไปด้วยกันนี่ไม่ใช่จะไม่มีใครเห็นที่ไหนตรงข้ามจุดที่เขามารอเธอเป็นศูนย์รวมของนักศึกษา หลายคนต้องเดินผ่านและรถที่เขาขับมาก็กระจกบางใสสามารถมองเห็นคนที่นั่งข้างในได้อย่างชัดเจน อีกทั้งระยะทางจากตึกคณบดีไปถึงประตูทางออกก็ต้องผ่านคณะอื่นอีกตั้งสามคณะ เธอคิดเหรอว่าการที่เธอและเขานั่งรถออกไปด้วยกันบ่อยๆใครต่อใครจะไม่เห็นเลย ชายหนุ่มถอนหายใจแต่ก็เลือกที่จะเก็บคำพูดเอาไว้ การที่ทำให้เธอเจ็บใช่ว่าเขาเองจะไม่เจ็บ...แต่เมื่อเขาเลือกที่จะเดินต่อเขาเองก็ต้องอดทน " แวะซุปเปอร์ทำไมอ่ะ " เสียงหวานเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่ซุปเปอร์มาเก็ตเล็กๆก่อนถึงคอนโด " ซื้อของเข้าบ้านหน่อย " " ... " หญิงสาวไม่ได้พูดอะไร เธอปลดเข็มขัดนิรภัยและก้าวลงจากรถเดินตามเขาเข้าไปด้านใน " กินชาบูกันมั้ย ? " น้ำหวานขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย จู่ๆเขานึกยังไงถึงชวนเธอทำอาหารแบบนี้ " แล้วแต่...ตอนนี้นายเป็นเจ้าชีวิตชั้นนี่ " ความคิดดีๆเมื่อครู่เกือบจะพังลงเพราะคำตอบที่เธอบอกเขามานี่แหละ หลังจากที่เดินผ่านประตูเข้ามาถึงโซนอาหารสด หมอกก็พลันนึกถึงวันนั้น...วันที่เขามาซื้อของใช้เข้าคอนโดเมื่อเดือนที่แล้ว ขณะที่เดินเลือกซื้อของอยู่เขาเห็นคู่รักคู่หนึ่งเดินเลือกซื้อของด้วยกัน ภาพที่ผู้ชายเดินเข็นรถเข็นตามหญิงสาวที่เป็นคนรักมันยังติดตรึงในใจของเขา ทั้งคู่ดูมีความสุขมาก เขาเองคิดว่าหากตนมีคนรักและได้เดินซื้อของไปด้วยกันคงดีมิใช่น้อย ความสับสนในใจก่อเกิดอีกครั้ง..... แต่ในเมื่อนานๆทีจะมีโอกาส งั้นเขาจะลองปล่อยใจตัวเอง เขาอยากทำอะไร..วันนี้เขาจะทำ " แล้วเธอทำเป็นมั้ยล่ะ " " จะยากอะไรกะแค่ชาบู " น้ำหวานตอบพร้อมเดินนำหน้าเขาไปยังชั้นตู้แช่ ชายหนุ่มยกยิ้มพลางเข็นรถเดินตามเธอไป หลังจากเลือกซื้อของได้ครบตามต้องการเขาก็เข็นรถมายังจุดชำระเงินที่มีคนต่อแถวอยู่ 4-5 คน ขณะที่จะเข็นรถขยับเพื่อเลื่อนลำดับการต่อคิวชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็นคุณยายนั่งบนรถเข็นกำลังใช้มือผลักล้อให้หมุนมายังจุดชำระเงินที่พวกเขายืนอยู่ หมอกไม่รอช้าเดินเขาไปช่วยผลักรถเข็นคุณยายและสลับคิวให้เลื่อนขึ้นไปแทนที่ตัวเอง " ขอบใจพ่อหนุ่ม แต่ไม่เป็นไรก็ได้นะ ยายต่อหลังพวกเธอก็ได้ " " ไม่เป็นไรเลยครับยาย ผมให้ยายก่อน " และก็ถึงคิวของพวกเขาที่ยืนอยู่พอดี ชายหนุ่มจึงช่วยคุณยายหยิบของที่อยู่บนหน้าตัก 3-4 ชิ้นขึ้นวางบนเคาน์เตอร์ " ขอบใจอีกครั้งนะพ่อหนุ่ม เจริญๆนะลูก นี่แม่หนู..โชคดีนะเรา...ได้แฟนน่ารักแบบนี้ " คุณยายเอ่ยพร้อมกับยื่นธนบัตรเพื่อจ่ายเงิน เมื่อได้ยินคำพูดของคุณยายหญิงสาวถึงกับเลิ่กลั่กไปไม่เป็นทีเดียว ใบหน้าคมยกยิ้มไม่ตอบโต้กับสิ่งที่ยายพูด ประจวบกับที่มีชายหนุ่มอีกคนเดินมาหาคุณยายพอดี " ยาย...ผมบอกให้รอก่อน...เข็นมาเองแบบนี้เกิดอะไรขึ้นจะทำยังไง " เขาต่อว่าด้วยความห่วงใย " ยายเข็นมานิดเดียว พอดีได้พ่อหนุ่มคนนี้ช่วยยายเข็นต่อมาอีก " " ขอบคุณนะครับที่ช่วยยายของผม อ้าว...หวานมาซื้อของเหรอ " " อ้าวพี่โอบ สวัสดีค่ะ พอดีมาซื้อของนิดหน่อยค่ะ " " แล้วมากับเอ่อ..." " เพื่อนค่ะ หวานมากับเพื่อน " น้ำหวานเดินตามชายหนุ่มที่เอ่ยทักทายกันออกไปคุยต่อตรงทางเดินด้านหน้าที่จะออกประตูปล่อยให้ชายหนุ่มที่มาด้วยกันหยิบของออกจากรถเข็นคนเดียว เขาจ่ายเงินเสร็จก็เดินเข็นรถออกนอกประตูไปโดยไม่รอหญิงสาว " เอ่อ...พี่โอบ หวานไปก่อนนะคะ " " ครับ ไว้เจอกันใหม่ครับ " น้ำหวานวิ่งกระหืดกระหอบตามชายหนุ่มไปยังรถที่จอดอยู่ ใบหน้าของเขาบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะโกรธอะไรเธอแต่เมื่อคิดขึ้นได้เธอเองก็รีบเอ่ยขอโทษพร้อมกับช่วยเขาหยิบของจากรถเข็นใส่ท้ายรถ " นายชั้นขอโทษ...นายโกรธที่ชั้นไม่ช่วยหยิบของออกจากรถเข็นตอนจ่ายเงินใช่มั้ย " " .... " เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาวเขาก็ยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ แค่ยกของแล้วจ่ายเงิน...ถ้าแค่นั้นเขาจะหงุดหงิดเธอทำไม หมอกเก็บความโมโหของตัวเองไว้ในใจ เมื่อของในรถรถเข็นหมดเขาก็เข็นกลับไปไว้ที่ด้านหน้าทางเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ต ระหว่างทางที่มาเขาเอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมพูดจากับเธอ แม้เธอจะพยายามชวนเขาคุยสรรหาเรื่องมาเล่าให้เขาฟัง แต่คนที่ขับรถก็ไม่ได้สนใจที่จะตอบโต้แต่อย่างใด รถยนต์คันหรูแล่นเข้าจอดยังลานจอดรถด้านใน " นาย...จะโกรธอะไรนักหนาเนี้ย หายงอนได้แล้ว ตัวโตอย่างกับยักษ์ แค่ไม่ช่วยยกของแค่นี้ " น้ำหวานต่อว่าและตัดพ้อเขา เธอก้มหน้ามองหาที่ปลดล็อกเข็มขัดนิรภัย " อะ...อื้ออออ อายยยย " ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าอยู่ มือหนาก็เอื้อมมาประคองใบหน้าหวานขึ้น ริมฝีปากหนาทาบลงมาประกบริมฝีปากนิ่มของเธอ ร่างบางสั่นสะท้านเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่โดนจู่โจมแบบนี้ มือของเธอปัดป่ายพร้อมทั้งกำปั้นก็ทุบรัวลงที่บ่าและไหล่ของเขา กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้าน ริมฝีปากของเขาบดขยี้อย่างแรงจนเธอรับรู้รสชาติความแสบบริเวณริมฝีปาก ชายหนุ่มไม่อาจผละออกจากริมฝีปากบางที่นุ่มนิ่มของเธอได้ แม้จะรู้สึกตัวว่าได้ทำรุนแรงเกินไป จากแรงบดขยี้แปรเปลี่ยนเป็นเลาะเลียเล็มริมฝีปากบาง เมื่อแรงทุบตีแผ่วลงชายหนุ่มที่ได้จังหวะจึงสอดลิ้นเข้าไปดูดดึงตวัดเกี่ยวพันภายในโพรงปากของเธอ นานนับหลายนาทีเมื่อเห็นว่าเธอไม่อาจหายใจต่อไปได้อีก เขาจึงผละริมฝีปากออกและจับมือของเธอไว้ " ขอโทษ...ห้ามใจไม่อยู่ ชั้นหวงเธอ " " .... " น้ำหวานที่เตรียมอ้าปากจะต่อว่าเขาก็ต้องเบิกตาโตด้วยความตกใจ ชั้นหวงเธอ...ชั้นหวงเธอ...ชั้นหวงเธอ คำๆเดียวที่อยู่ในใจของเธอตอนนี้ " ไป ..ไป ขึ้นห้องกันเถอะ " น้ำหวานทำหน้าเลิ่ก ลั่กอีกครั้ง หญิงสาวรีบแกะมือของเขาออกและเปิดประตูรถออกไป ริมฝีปากหนายกยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ เห็นได้ชัดว่าเธออาย เธอเขินอายหลังจากที่เขาจูบ อะไรที่เขาอยากจะทำมาตั้งนาน วันนี้เขาได้ทำแล้ว และเขาจะไม่หยุดแค่เพียงครั้งเดียว มันจะมีต่อไปอีกเรื่อยๆ ..............................................................................
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม