intro 2

1357 คำ
“คนเริ่มทยอยหมดแล้ว เรากลับบ้านกัน” “เดี๋ยวเซญ่า” ฉันร้องบอกเพื่อนให้ชะงักขา เพราะฉันยังไม่อยากกลับบ้านในตอนนี้ ถึงแม้ว่าเวลามันจะใกล้เที่ยงคืนแล้วก็ตามที ทว่ามันมีสิ่งที่สำคัญมากกว่ากลับบ้านซะอีก “มิเรียมจะไปไหน” “ไปรอเราที่รถ เสร็จธุระจะตามไป” แค่นั้นฉันก็ก้าวขายาวๆ วิ่งมาหาผู้ชายคนหนึ่งที่เขากำลังจะเดินเข้าไปในห้องพักสำหรับนักแข่ง ฉันเห็นอาการของเสี่ยชลแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ เมื่อก้าวขามาหยุดอยู่หน้าห้องก็ต้องชะงักมือที่ยกขึ้นมาหวังจะเคาะพลันมีเสียงบทสนทนาของคนด้านในดังขัดเสียก่อน “มึงโอเคไหมไอ้ชล” “เสียคนรัก ใครจะโอเคได้” ฟังจากน้ำเสียงที่เขาตอบเพื่อนแล้วดูรู้เลยว่า เสี่ยชลกำลังเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องแฟนได้ เธอชื่อแนนนี่ ตอนนี้ขึ้นรถไปกับผู้ชายที่แข่งชนะซะแล้ว เพราะตอนฉันวิ่งมาสายตาเหลือบเห็นว่าเขาเดินโอบเอวเธอขึ้นรถยนต์ส่วนตัวไป “แนนไม่ได้รักมึงชล” “คราม!”เสี่ยชลกระแทกเสียง “แววตาของแนนไม่เห็นจะเศร้าที่ต้องไปอยู่กับเอริค” “........” เสี่ยชลไม่ได้พูดอะไรอีกจนกระทั่งเสียงเปิดประตูดัง ฉันจึงรีบวิ่งเข้ามาหลบอยู่ที่ห้องน้ำก่อน ชะโงกหน้าส่องดูว่าใครที่ออกมา “เสี่ยชล รอก่อน”ฉันรีบวิ่งหวังจะให้ทันผู้ชายที่สนใจ เสี่ยชลกำลังจะเปิดประตูรถ ฉันเลยวิ่งไปหาอย่างไม่ลังเล “เชี่ย! อะไรของเธอเนี่ย”การเจอกันในระยะประชิดครั้งแรกค่อนข้างไม่สวยงามเลย ดันวิ่งแล้วเบรกขาตัวเองไม่อยู่พุ่งชนหลังของเขาเต็มแรง “เอ่อ สวัสดีค่ะ คือฉันชื่อมิเรียม” “แล้วไงวะ?”นัยน์ตาสีดำสนิทบ่งบอกเพียงความเย็นชา เพียงแค่ปรายตามองก็สามารถทำให้รู้สึกถึงความกดดันได้ไม่ยาก ฉันกำลังเกร็งกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย “ยัยบื้อ ถามไม่ได้ยินหรือไง”เสียงนั้นทำให้หลุดจากภวังค์ความคิดนั่น “เสี่ยชลไม่ต้องเสียใจนะ ยังมีมิเรียมอยู่ทั้งคน” “ไอ้เอริคส่งเธอมาเยาะเย้ยฉันงั้นสิ” “เปล่าค่ะ มิเรียมมาเอง”ฉันรีบแจ้งความจำนงค์ให้เสี่ยชลฟัง เดี๋ยวจะถูกเข้าใจผิดคิดว่าฉันคือคนที่นายเอริคอะไรนั่นส่งมา “เฮอะ!คงบ้าความหล่อฉันสินะ” “หล่อใช่ค่ะ แต่มิเรียมจะจีบเสี่ยชล”เจ้าของชื่อดูจะตกใจมากที่เจอฉันรุกหนักขนาดนี้ คือฉันอยากได้เสี่ยชลมาเป็นผัว “ไม่ชอบ” “เอ๋?” “อย่างเธอไม่ใช่สำหรับฉันหรอก เลิกฝันซะ” ถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยมาสักครู่ไม่รู้สึกจุกสักนิด ฉันยังคงยืนยิ้มร่าไม่ยอมแพ้ต่อคำห้ามปรามนั้น “ยิ้มอะไรของเธอ ยัยน่ารำคาญ” “ให้ค่ะ” ฉันยืนบางอย่างส่งให้เสี่ยชล เขาขมวดคิ้วเป็นปมไม่ยอมรับมันสักที ฉันเลยถือวิสาสะยัดมันใส่มือของเขา “ไม่เอา”เขาดันคืนมา “ต้องเอาค่ะ มิเรียมอยากให้เอา” “ก็บอกไม่เอาไงวะ พูดไม่รู้เรื่อง” “เอาเถอะนะ มิเรียมเต็มใจให้เอาจริงๆ”ฉันยังคงพยายามยัดเยียดของให้เสี่ยชล ทว่าเขากลับจะไม่รับท่าเดียว “ตื้อจริงๆ”เขาเกาหัวอย่างไม่สบอารมณ์ “เอาแค่นี้เอง เสี่ยชลจะตายหรือไง” “ยัยนี่ กล้าดียังไงมาพูดจากับคนอย่างฉัน” “ขอโทษค่ะ รับเถอะนะคะ” ฉันขมวดคิ้วกับเสียงที่อ่อนหงอยคล้ายรู้สึกผิดที่ไม่ระวังคำพูดจา ทว่าฉันยังมีความพยายามที่จะให้เขาเอา หมายถึงเอาของฝากที่ถือติดมือมาด้วย ไม่ได้สื่อถึงเอาอย่างอื่น “ยุ่งว่ะ”เขาขมวดคิ้วดุแต่ถอนหายใจอย่างเนือยๆ “ทานแล้วอารมณ์จะดีนะ”เสี่ยชลเลิกคิ้วมองฉันที่ทำดื้อจะต่อรองกับผู้ใหญ่ “เธอนี่แม่งดื้อจริงๆ” “มิเรียมดื้อใช่ไหม?”แถมฉันยังรู้ตัวเองอีก “เออ โคตรๆ” เขาไม่ปฏิเสธแต่น่าแปลกใจ แววตาของเสี่ยชลมีแววหม่นวูบประหลาด ในดวงตาที่บ่งบอกว่ากำลังรู้สึกแย่กับเรื่องบางอย่างไว้ “เสี่ยชลคะ มิเรียมจะกลับบ้านแล้วนะ” “เรื่องของเธอ ไม่เห็นเกี่ยวกับฉัน” ว่าจบเขาก็เปิดประตูติดเครื่องยนต์เร่งเครื่องสุดกำลัง ฉันยืนมองรถที่เคลื่อนห่างจนลับตา หมุนตัวกลับมาที่รถของเพื่อน “นั่นถุง เซญ่าจอดก่อน” “จอดทำไม อีกนิดก็ถึงบ้านแล้ว” “เราบอกให้จอดไง จอดๆ” เซญ่าชะลอความเร็วตบไฟเลี้ยวจอดข้างทาง ฉันรีบวิ่งลงจากรถปรี่ไปหาถุงใบนั้นที่ฉันใส่ของมา ฉันจำมันได้แม่นว่าในนั้นมีอะไรอยู่ “อะไรเนี่ย คนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจ” มันคือถุงขนมที่ฉันเพิ่งจะยัดเยียดให้เสี่ยชล แต่เขากลับทิ้งมันลงข้างทางอย่างไม่ใยดี ขนมแสนอร่อยที่น่าจะช่วยให้เขาอารมณ์ถูกทิ้งอย่างไร้ค่า รู้สึกหน่วงที่ก้อนเนื้อด้านซ้ายชะมัดเลย ฉันเดินคอตกกลับขึ้นมานานั่งในรถ โดยไม่พูดอะไรสักคำกระทั่งมาถึงบ้านตัวเอง “มิเรียม” “อื้อ เรียกทำไม” “ไหวไหมเนี่ย” “ไหวสิ แค่นี้เองชิวๆ” ฉันฉีกยิ้มกว้างส่งให้เซญ่าก่อนจะขึ้นชั้นบนเข้าห้องนอนตัวเองไป ส่วนเซญ่าก็พักอยู่ห้องถัดไป ที่พูดว่าไหวนั้นก็ไม่ใช่เรื่องจริงหรอก มันค่อนข้างอธิบายยากนิดหน่อย ฉันชื่อมิเรียม อายุ 23 ปี ทำงานเป็นพนักงานธนาคาร มีเพื่อนคนเดียวชื่อเซญ่า ชื่อออกลูกครึ่งแต่มันคือคนไทย ฉันกับเซญ่าเราเจอกันในรั้วมหาลัย คุยกันถูกคอเลยได้ซี้อย่างที่เห็น ฉันพักอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับเซญ่ามาตั้งแต่เรียนจบจนกระกระทั่งทำงาน พื้นเพฉันคือคนขอนแก่นพ่อแม่อยู่ที่นี่เหมือนกัน แต่ฉันอยากออกมาใช้ชีวิตข้างนอก ท่านไม่ขัดข้องแต่มีข้อแม้ว่าวันหยุดต้องไปค้างที่บ้าน “เดี๋ยวมิเรียม” “ว่าไงคะคุณ”ฉันฉีกยิ้มถามเพื่อน “จะออกไปไหน” “หาเสี่ยชล” “ไปหาผู้ชายเนี่ยนะ เชื่อเขาเลย” เซญ่าส่ายหัวราวกับรำคาญที่ฉันบอกว่าจะไปหาเสี่ยชล ไม่สนหรอกใครก็ขัดความตั้งใจของมิเรียมคนนี้ไม่ได้ทั้งนั้น “ก็อยากคุยกับคนที่ชอบ มันผิดตรงไหน” “ทักก่อนมันผิด” “ไม่ผิด”ฉันเถียงเซญ่า “ตัวเองคือผู้หญิงนะมิเรียม” “นี่เซญ่า อยากคุยกับเขาเราก็ต้องกล้าไหม ไม่เห็นต้องคิดอะไรมาก” “กับบางคนเขาอาจไม่ชอบก็ได้นะเรียม” “สมัยไหนแล้ว เราอยากคุยกับเสี่ยชลก็ต้องกล้า การที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายทักไปก่อนหรือตามจีบผู้ชายก่อนก็ไม่ได้ดูแย่ แต่มันแสดงถึงความกล้าที่จะเปิดเผยตัวเอง ดีไม่ดี ผู้ชายอย่างเสี่ยชลอาจจะชอบก็เป็นได้” ฉันร่ายยาวคราวนี้เซญ่าไม่ตอบอะไร คงเห็นถึงความมุ่งมั่นที่เพื่อนคนนี้จะมีแฟน แค่คิดก็ละลายแล้วอ่ะ “ขอให้สมหวังนะคะคุณเรียม” “มันต้องสมหวังสิ ไปนะ” ฉันหอมแก้มเซญ่าอย่างคนอารมณ์ดี ตรงดิ่งมาที่รถยนต์ส่วนตัวติดเครื่องยนต์มุ่งหน้าไปยังร้านของเสี่ยชล ตอนนี้ขาทั้งสองก็หยุดยืนหน้าร้านของเสี่ยชล ฉันน่ะมาที่นี่บ่อยหรือจะพูดว่ามาเจอเสี่ยชลที่นี่ครั้งแรกก็ใช่นะ ไม่ใช่สินั่นมันคือครั้งที่สองต่างหากล่ะ รู้ไหมว่ามันทำให้ฉันนึกถึงในวันนั้น...
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม