บทรักบทที่ห้า

1425 คำ
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วผืนทรายสีทองอร่ามมีเพียงเสียงฝีเท้าของอูฐที่เหยียบย่ำเหยาะๆ ในยามใกล้ค่ำเสียงลมพัดเบาๆในยามนี้พาให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง ชารีสถูกเขาผู้นั้นนำตัวมากักขังไว้อยู่แต่ในห้องเก็บของ เสียงกุญแจ กุกกักอยู่ภายนอก หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าเขากลับมาแล้ว ชายหนุ่มไม่พูดอะไร เขาจับเธอแบกขึ้นบนบ่า แล้ว นำตัวเธอออกไปจากห้องนั้น “ท่านจะพาข้าไปไหน…?” ชายหนุ่มผู้นั้น ไม่ตอบคำถามที่ชารีสอยากรู้ เขาพาเธอไปยังห้อง ห้องหนึ่ง ภายในปราสาทโอ่อ่า “ท่านจะพาข้า ไปให้องค์ราชัน สำเร็จโทษข้ากระนั้นหรือ?” ชารีสถูกวางลงในห้องก่อนที่เขาจะออกไปมีสาวรับใช้ สองคนเข้ามาแทนทั้ง สองเปลื้องผ้าของชารีสและจัดการชำระล้างร่างกายแต่งตัวผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ให้เธอใหม่ ชุดสีทองอร่ามเข้ากันกับผ้าคลุมศีรษะผืนบางสีทองเช่นเดียวกัน การแต่งกายเช่นนี้มีเพียงเชื้อพระวงศ์หรือไม่เช่นนั้นก็เป็นคนที่มีชาติกำเนิดที่ดี มียศฐาบรรนาศักดิ์ เท่านั้นที่จะสวมใส่มันได้ “ บุรุษผู้นั้นคิดจะนำตัวข้าไปถวายให้กับองค์ราชันกระนั้นหรือ? แต่พรหมจรรย์ของข้าได้ถูกเขาทำลายลงไปแล้วเขาคิดจะทำอะไรกันแน่นะ” “ท่านหญิงช่างงดงามนัก เหมาะสมยิ่งแล้วใบหน้าของท่านงดงามราวกับเทพร่างกายแข็งแรงดั่งพีระมิด” “ตำหนักแห่งนี้เป็นขององค์ราชันย์ใช่หรือไม่” “ท่านหญิงไม่ทราบหรอกหรือว่าตำหนักแห่งนี้คือตำหนักขององค์ชายโคเชย์” ชาลีซรู้แล้วว่าบุรุษผู้นั้นมิได้พาเธอมาถวายตัวแด่องค์ราชันแต่เป็นองค์ชายโคเซย์ หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจเขาเป็นอย่างมาก และแอบคิดน้อยใจเขาอยู่ลึกๆ “ท่านคิดได้เยี่ยงไรทำลายพรหมจรรย์ของข้าไปแล้วแต่ยังละโมภโลภมากพาข้ามาถวายแด่องค์ชาย องค์ชายจะต้องรู้แน่ ๆแล้วท่านก็ต้องถูกลงโทษ ช่างเถอะสมควรแล้วท่านควรได้รับกรรมเสียบ้าง” ชารีสเดินมองรอบๆภายในตำหนักสีทอง เปลวเทียนตามที่ต่างๆภายในห้องส่องแสงกระทบกับสีทองอร่าม สิ่งของทุกอย่างที่อยู่ภายในตำหนัก ประดับประดาด้วยลวดลายวิจิตรบรรจง เฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักงดงามวางเรียงรายอย่างลงตัว ผนังห้องประดับด้วยภาพเขียนสีสดใส อากาศอบอุ่น และกลิ่นหอมของดอกไม้อ่อนๆ ม่านสีทองปลิวไสวเมื่อต้องลมที่พัดจากภายนอกเข้ามาสู่ภายในตำหนัก สิ่งงดงามเหล่านั้น ทำให้หญิงสาวเพลิดเพลินจนลืม นึกถึงสิ่งที่เธอปรารถนาในครั้งแรก คือการกลับบ้านเกิดของเธอ สาวรับใช้นำอาหารมาวางไว้พร้อมกับกล่าวว่า องค์ชายโคเซย์สั่งให้ข้ามาแจ้งแก่ท่านว่า ท่านจงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเจ้าค่ะเพราะท่านกำลังจะเสด็จมา” “แต่ว่าข้า…..” สาวรับใช้ปิดประตูแล้วจากไปทิ้งให้ชารีซรู้สึกถึงความกลัวและกระอักกะอ่วนใจ หัวใจเต้นระรัวด้วยความประหม่า อยากจะหนีออกไปซะประเดี๋ยวนี้แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะ เธอถูกกับขังอยู่ภายในตำหนักแห่งนั้น “องค์ชายโคเซย์คงน่ากลัว องค์หญิงเคยเล่าให้ฟังว่าองค์ชายโหดเหี้ยมมาก ถ้าหากองค์ชายทราบว่า เรามิใช่หญิงสาวบริสุทธิ์แล้ว เราจะเป็นอย่างไร?” เวลาผ่านไปนานจนกระทั่ง ถึงยามดึก ชารีสรู้สึกโล่งใจ ที่ยังไม่เห็นผู้ใดมา แต่เธอได้ทำใจไว้แล้วว่า หากต้องตาย เธอก็จะบอกความจริงกับ องค์ชาย ให้ได้ เพราะ ไม่ใช่ความผิดของเธอทั้งหมด แต่เป็นเขาผู้นั้น แต่ทว่า…….. “บุรุษผู้นั้นมีนามว่ากระไร….?” ชารีสนอนคิดจนหลับไป บนเตียงนุ่ม ความหอมภายในห้องทำให้เธอหลับสบาย และสนิท จนไม่รู้สึกตัวเลยว่า มีใครเปิดประตูเข้ามายังตำหนักขององค์ชายโคเซย์ ด้วยอาการมึนเมา หญิงสาวหลับสนิทจนไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครคนนึงกำลังลุกล้ำเรือนกายของเธอด้วยฝ่ามือและริมฝีปากที่ระดมจูบ ลูบคลำสัมผัสไปทั่วร่าง เขาปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองจนหมดสิ้นในขณะที่ชารีสนั้นก็ยังไม่รู้สึกตัว แต่เมื่อเขาเริ่มกดถอดชุดสีทองของหญิงสาวออก ด้วยสัญชาตญาณระวังภัยเธอจึงตื่นขึ้นมา บุรุษที่อยู่เบื้องหน้านั้นมิใช่ใครที่ไหนแต่เขาคือ “ท่าน…เจ้าคนชั่ว” เขาไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้เอ่ยคำใด ๆ ริมฝีปากหนาประทับแนบชิด กลิ่นจาง ๆ ของน้ำเมา ทำให้หญิงสาวเคลิ้ม กับรสจูบนุ่มนวล และค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้นทุกวินาที เหมือนคลื่นกำลังซัดเข้าหาฝั่งอย่างไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ ริมฝีปากของทั้งสองดูดดื่มกันแนบแน่น ลำแขนใหญ่ของเขาก็กระชับร่างของเธอเข้ามาแนบชิด แผงอกกว้างของเขาแข็งดั่งหินผา ไรขนบนหน้าอก ของเขาสร้างแรงกระตุ้นบางอย่างในร่างกายสาวให้ ลุกโชนขึ้น จนไม่อาจควบคุมจิตใจได้ เขาลูบไล้เบา ๆไปตามแผ่นหลังของเธออย่างช้า ๆ ปล่อยให้ความรู้สึกซึมลึกเข้าไปในทุกอณู ริมฝีปากของเขาแตะสัมผัส ที่ต้นคอและกำลังจะเลื่อน ต่ำ ลงไป ยังเนินเนื้อนุ่มหอมละมุน และครอบครองเนื้ออวบด้วยโพรงปากที่ร้อน สร้างความกระสันซ่าน จนหญิงสาวขนลุกชันไปทั่วกาย ทุกการสัมผัสของเขานั้นทำให้ ชารีสต้องตกอยู่ในพวัง กว่าชารีส จะรู้ตัว เธอก็ไม่เหลืออาภรณ์อยู่บนร่างกายแล้ว เมื่อนึกขึ้นได้ว่า องค์ชายอาจกำลังจะเสด็จมา ด้วยความเป็นห่วง เขา ชารีส จึงพยายามผลักไส และเตือนสติให้เขารู้ตัว “ท่านไม่กลัวตายหรืออย่างไร ท่านพาข้ามาให้องค์ชายโคเซย์แต่กล้าบุกรุกมาข่มเหงข้าถึงในพระตำหนักของพระองค์ ท่าน...เจ้าคนป่าเถื่อน” “ตำหนักขององค์ชาย โคเซย์...หึ ๆ ๆ เจ้านี่ช่างโง่เขลาเสียจริง จะมีผู้ใดสามารถเข้ามาในตำหนักขององค์ชายได้....นอกจาก .......” “องค์ชายโคเซย์…!....ท่านคือ?” “ใช่….ข้านี่แหละโคเซย์ตัวจริง…อย่าพูดพร่ำให้มากความเสียเวลา” ลิ้นร้อนรุกรานด้วยความเร่าร้อนกลิ่นน้ำเมาระเหยเข้าโพรงปากทุกห้วงของลมหายใจของเขา ที่หายใจเป่ารถใบหน้างามของชารีส บุรุษผู้องอาจประกบริมฝีปากของตนเองกลับถึงสาวอีกครั้งแท่งนี้หนากว่าต้นน้ำหวานในโพรงปากนุ่มจนหมดสิ้นในขณะเดียวกันนั้นมือหนาหยาบกระด้างก็ลูบชโลมไล้เรือนกายสาวหลงใหล เต้าอวบอิ่มก็ถูกเคล้งคืนด้วยแรงปรารถนา ที่เขามีต่อเธอ ความเกลียดเสียวแล่นไปทั่วร่างโฉมสะคราญ เมื่อเธอถูกเขารุกเร้าด้วยความรุนแรง ริมฝีปากหยักสวยครอบครองถันสีอ่อน นั้นด้วยความหื่นกระหาย เมื่อเขาดูดเลียจนหนำใจจมูกโด่งสังคมโค้งได้รูปของเขา ก็ไหลลงมาขบเม้ม ไปตามร่องหน้าท้องปลายลิ้นและเรียบเกลี่ยวนรอบบุ๋มสวยก่อนถึงหน้าท้องน้อยที่ราบเรียบ และในจังหวะนั้นชาลีซที่กำลังเคลิ้มและเริ่มมีอารมณ์ซ่าน กระสัน เธอต้องสะดุ้งเพราะแรงขบกัดของเขาที่กัดลงมา ตรงเนินเนื้อนุ่มนวลด้วยแพรไหม กลิ่นสาบสาวที่หอมหวลพาให้เขาหลงใหล รอยแยกฉ่ำแฉะ ด้วยน้ำกระสันของหญิงสาว ชวนให้เขาก้มหน้าซุกเข้าไปดูดชิม “อื๊อ…ซีด….ไม่นะตรงนั้น…อือไม่ได้” “น้ำของเจ้ามากมายเสียจริง” “อ๊ะ…อ๊า…อืม…อือ…ซีด” เสียงครางอื้อๆด้านในตำนานขององค์ชายดังเล็ดรอดออกมาภายนอก แต่โชคดีที่เสียงลมข้างนอกนั้นกรรโชกแรง จึงกลบเสียงบทเพลงรักเร่าร้อน แห่งความสุขของคนทั้งสองไปเสียสิ้น “อื๊อ” ริมฝีปากและลิ้นว่องไวของเขาจู่โจมตีบอวบโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ความเสียดสีเขียวแล่นไปทั่วร่างอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงแท่งลิ้นที่สอดแทรกเข้าไปในโพรงช่องแคบ “อื ม…ทะ…ท่าน…องค์ชาย…อาา….ซีดด…ไม่ไหว…ข้าทนไม่ไหวแล้ว” “เจ้าติดใจในรสรักของข้า…ถ้าอยากให้ข้าทำให้เจ้าจงขอร้องข้า” “ไม่…ข้าไม่ต้องการ…อา…อื๊อ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม