2

1204 คำ
5 ปีต่อมา เสียงทะเลาะวิวาทดังออกมาจากบ้านไม้ชั้นเดียวกลางชุมชนเล้าเป็ด แม้ว่าเสียงที่ทุกคนได้ยินจะเป็นที่ชินชา แต่สำหรับบ้านใกล้เรือนเคียงคือความรำคาญอย่างหนึ่ง ที่แม้ว่าหลายบ้านจะตักเตือนบ้านต้นเสียงให้ลดเสียงและการโต้เถียงภายในครอบครัวลงบ้าง ทว่าก็ไม่เป็นผล ชาตรีเจ้าของบ้านด่ากลับด้วยถ้อยคำหยาบคาย ผสมโรงกับละมุดคนเป็นเมียที่ช่วยสามีด่าชาวบ้านจนเป็นที่ระอา ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยว บ้านที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดน่าจะเป็นบ้านข้างเคียงทั้งซ้ายและขวา ไม่ว่าจะยามเช้า สาย บ่ายเย็นรวมถึงรอบดึกก็ต้องได้ยินเสียงภาษาดอกไม้ของสองผัวเมียที่ด่ากันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร ยิ่งตอนคนเป็นสามีเมา ไม่ได้มีแค่เสียง แต่มีการตบตีกันด้วย ตามด้วยเสียงปาข้าวของแตกกระจาย “รำคาญสองผัวเมียคู่นี้จริงๆ ทะเลาะกันได้ทุกวัน สมองฉันคิดอะไรไม่ออกก็เพราะบ้านหลังนี้นี่แหละ วางเพลิงดีไหมเนี่ย” เอกอนันต์ยืนริมหน้าต่าง มองไปยังข้างบ้านที่มีเสียงทะเลาะดังข้ามบ้านมากระทบกับหู ทำให้เขาเสียสมาธิในการทำงานไม่น้อย “แจ้งตำรวจดีไหม ให้มาจัดการซะหน่อย จะได้ลดการทะเลาะลงบ้าง” แฟรงค์แนะนำ “แจ้งไปก็แค่นั้น พอตำรวจมาหยุดทะเลาะ ตำรวจพ้นบ้านไปไม่กี่นาทีก็เริ่มใหม่ ฉันว่าจะ ทะเลาะกันทุกวันแบบนี้ เลิกๆ กันไปเลยดีกว่า” ชาวบ้านหลายคนเคยทำอย่างที่แฟรงค์พูด ทว่าก็เป็นแบบเดิม “ทนมาได้ตั้งหลายปี เอกก็ทนต่อไปก็แล้วกันนะ ทำไงได้ล่ะ บ้านเราอยู่นี่นี่นา จะย้ายไปไหนได้” ผู้พูดคือดวงดาราที่กำลังยืนรีดผ้า ไม่ใช่ว่าหล่อนจะไม่รำคาญ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากอดทน “เอกก็คิดสิว่า เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงจากสวรรค์ก็แล้วกัน” “โอ๊ย! พูดง่ายนะแม่คุณ ฉันว่านะ เสียงจากนรกมากกว่า หนวกหูชะมัด” เอกอนันต์บ่นต่อ “ใครจะมีความอดทนเท่าแกล่ะ นอกจากจะเอาหูเอานาเอาตาไปไร่ได้แล้ว ยังทนให้นังเมญ่าโขกสับอย่างกับเป็นขี้ข้าอยู่ได้ สักวันนึงเถอะฉันจะตบมันให้กระจุยไปเลย หนอย...มาว่าแกว่าเป็นขี้ข้ามัน” เอกอนันต์ยังจำคำพูดของเมญ่า ดารานักแสดงและนางแบบชื่อดังของเมืองไทยได้ดี คืนนั้นประมาณห้าทุ่มครึ่ง เขาเลิกงานและรู้ว่า ดวงดาราเพื่อนสนิทอยู่กองถ่ายใกล้กับที่ตนทำงาน เขาจึงไปหาดวงดาราที่กองถ่ายเพื่อจะได้กลับบ้านด้วยกัน แต่พอไปถึงก็พบว่า เมญ่าถ่ายซีนสุดท้ายเสร็จพอดี เอกอนันต์จึงบอกให้ดวงดารากลับบ้านเพราะหมดหน้าที่หล่อนแล้ว ทว่าเสียงแหลมของเมญ่าดังขึ้นเสียก่อน “ลิซยังไปไหนไม่ได้ จะไปได้ก็ต่อเมื่อฉันให้ไป อีกอย่างลิซเป็นขี้ข้า เป็นคนรับใช้ส่วนตัวของฉันก็ต้องดูแลฉันจนกว่าฉันจะขึ้นรถกลับบ้าน” เอกอนันต์ชายใจหญิงแทบอยากจะเข้าไปตบปากเมญ่า ถ้าไม่เจอกับตัวจะไม่เชื่อเลยว่า เมญ่าบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของประเทศจะจัดอยู่ในประเภท สวยแต่รูปจูบไม่หอม ทั้งวาจาและการกระทำของเมญ่าเหมือนคนไม่มีการศึกษา ไม่ได้ผ่านการอบรมสั่งสอน นิสัยและคำพูดตรงกันข้ามกับแสดงออกต่อสาธารณชนอย่างสิ้นเชิง ทว่าดวงดารากลับห้ามไว้แล้วให้เขาไปรอด้านนอก “เอาน่าแก ถึงยังไงเมญ่าก็มีบุญคุณกับฉัน เมญ่าว่าอะไรฉันก็แค่ทำเป็นไม่ได้ยิน มันก็ไม่มีเรื่องใช่ไหม จริงๆ แล้วเมญ่าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีไปสักทุกเรื่อง เธอก็ยังมีน้ำใจให้ฉันหลายครั้ง เสือกับสิงห์ไม่สบาย เธอยังให้เงินพาสองแฝดไปหาหมอ ที่เมญ่าพูดไม่ดีวันนั้นเพราะเธออารมณ์ไม่ดี” ดวงดาราพยายามพูดถึงเมญ่าในทางที่ดี ทั้งที่ในความเป็นจริงหาแทบไม่ได้ “แกก็ออกรับแทนเมญ่าตะพรึด” เอกอนันต์ทำเสียงสะบัดใส่ “ฉันว่านะ แกหางานใหม่เถอะ ความรู้แกก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี จบปริญญาตรีมาจากฝรั่งเศส ภาษาก็แน่น จะมาเป็นที่รองรับอารมณ์เมญ่าทำไม เงินเดือนที่ได้ก็ไม่ใช่ว่าจะมากมาย แถมต้องทำงานตั้งแต่เช้ายันมืด เป็นฉัน ฉันลาออกนานแล้ว” “ฉันจบมาตั้งหลายปีแล้วนะ จะไปสู้เด็กที่จบมาใหม่ๆ ได้ไง ที่สำคัญเมญ่ามีบุญคุณกับฉันด้วย ถ้าไม่ได้เมญ่าช่วยฉันในคืนนั้น ฉันคงตายไปแล้ว” ดวงดารายังจำเหตุการณ์คืนนั้นได้ดีแม้ว่าจะผ่านมาเกือบสี่ปีแล้วก็ตาม ตอนนั้นหล่อนยังอาศัยอยู่บ้านเช่ากลางชุมชนแห่งหนึ่ง และทำงานในโรงงานใกล้บ้านตำแหน่งพนักงานบัญชี ความที่วันนั้นเป็นวันสิ้นเดือน ดวงดาราต้องทำบัญชีให้เสร็จตามคำสั่งของผู้จัดการ กว่าจะเสร็จทุกอย่างก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มครึ่ง ดวงดาราเดินทางกลับบ้านทันทีที่เสร็จงาน ระยะห่างจากโรงงานถึงบ้านประมาณสี่กิโลเมตร ใช้รถประจำทางในการเดินทางซึ่งมีอยู่สายเดียว และหมดเที่ยวสุดท้ายเวลา 22.40 น. ดวงดาราไม่ทันรถประจำทางเที่ยวสุดท้าย หล่อนจึงใช้บริการแท็กซี่ด้วยความจำใจเพราะเสียดายเงินที่ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ทว่ามันไม่มีทางเลือก เหมือนโชคไม่เข้าข้าง รถแท็กซี่ที่หล่อนโดยสารมาในคราบโจรที่ชิงทรัพย์ผู้โดยสาร แล้วหล่อนก็เป็นเหยื่อรายแรกของคนขับแท็กซี่ที่เพิ่งออกจากคุก คุณแม่ลูกสองจำเส้นทางกลับบ้านได้ดี เส้นทางที่แท็กซี่พาไปไม่ใช่ทางไปบ้านของตน หล่อนจึงทักท้วง คำตอบที่ได้รับคือ พาไปทางลัด ทางลัดที่ว่า เป็นทางค่อนข้างเปลี่ยว หล่อนเริ่มหวาดกลัว แล้วอยู่ๆ รถแท็กซี่ก็จอดท่ามกลางความมืด มีเพียงแสงไฟหน้าของรถแท็กซี่ที่ส่องสว่าง ดวงดาราไม่รอช้ารีบเปิดประตูรถแล้ววิ่งออกไปทันที คนขับแท็กซี่ก็ไวไม่แพ้กัน วิ่งตามดวงดาราและวิ่งทัน หล่อนถูกกระชากด้วยมือหยาบกร้านของคนชั่ว ดวงดาราดิ้นสุดแรง พยายามหาทางเอาตัวรอด ทั้งมือและเท้าตวัดไปโดนตัวชายนิสัยเลวไม่เลือกที่ แต่ดูเหมือนไม่เป็นผล ขณะที่ดวงดาราอยู่ในนาทีฉุกเฉิน แสงไฟจากรถอีกคันหนึ่งที่สวนทางมาก็ส่องสว่าง เสียงแตรดังสนั่นถนน โชเฟอร์ขับแท็กซี่ตกใจ เห็นว่ามีคนมาจึงรีบผละจากร่างดวงดารา ก้าววิ่งขึ้นรถแท็กซี่ จากนั้นก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม