“มาทำไม ไม่ได้เรียก”
นี่คือคำทักทายแรกจากเจ้าของบ้าน ไม่ใช่แค่น้ำเสียงที่ไม่ต้อนรับ สีหน้าก็ด้วย
พุธวางแก้วกาแฟกับกล่องขนมเค้กลงบนโต๊ะ วันนี้เขาว่างเลยแวะมาหาเพลิงศูรย์สักหน่อย จริง ๆ คือโดนคุณลุงใช้แกมบังคับให้มาหาต่างหาก
“เฮียจะกลับบ้านใหญ่เมื่อไหร่อ่ะ”
“เตี่ยสั่งให้มึงมาอีกล่ะสิ ฮึ เมื่อก่อนเป็นแค่ลูกหมาแต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นหมารับใช้เต็มตัวแล้ว?”
ดวงตาคมปรายตามอง เขาง่วนอยู่กับการทำความสะอาดเท้าให้เจ้านกแก้วลูกรักนามว่า ฮาโก ซึ่งแปลว่าไฟในภาษาเซลติก ฮาโกเป็นนกแก้วสายพันธุ์อัฟริกันเกรย์ เพลิงศูรย์ได้ฮาโกมาจากกลางป่าในแอฟริกา ตอนนั้นมันยังแบเบาะอยู่มาก เขาทุ่มเวลาฟูมฟักเลี้ยงดูมันเหมือนลูกในไส้มาตลอด ปัจจุบันกลายเป็นนกหล่ออายุ 3 ขวบปีแล้ว
“Fool! ฟูลลลล!!” (โง่)
…แถมยังปากแจ๋วเหมือนพ่อมันด้วย
พุธเขม่นตาใส่เจ้านกแก้วปากแจ๋ว นึกภาพจับมันใส่หม้อต้มยำอย่างมาดร้าย แค่โดนพ่อมันด่าก็เจ็บเกินทนแล้ว ทำไมเขาต้องมาโดนนกด่าว่าโง่อีกด้วยเนี่ย!
“อะแฮ่ม! เฮียก็พูดเกินไป ผมไม่ใช่หมารับใช้ลุงซะหน่อย อีกอย่างลุงก็เป็นเตี่ยเฮียนะ นี่เฮียกลับไทยมาเกือบเดือนแล้วแต่ยังไม่ไปหาลุงเลย ลุงบ่นว่าไม่เห็นหน้าเฮียมาห้าปีแล้ว จะจำหน้าลูกชายไม่ได้แล้วอ่ะ แถมยังบอกอีกว่าถ้าเฮียไม่ไปหา ลุงจะมาที่นี่เองนะ”
“ยุ่งยาก” เขาถอนหายใจ แค่นึกถึงว่าเตี่ยจะบุกมาหาที่นี่จริง ๆ ก็รู้สึกปวดหัวแล้ว
“น่ารำคาญ น่ารำคาญ”
“เงียบไปเลยไอ้ฮาโก นั่นปู่แกนะ! กล้าด่าปู่ว่าน่ารำคาญเรอะ! นี่แน่ะ ๆ” พุธจิ้มนิ้วชี้ใส่หัวกลม ๆ ของเจ้านกแก้ว มันเลยหมุนคอมางับนิ้วเขาแรง ๆ ไปหนึ่งที “โอ๊ย! นกหรือหมาวะเนี่ย! กัดเก่งฉิบหายเลยยย”
“อย่ามาใช้ความรุนแรงกับลูกกูนะ” สายตาเพลิงศูรย์เย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ เขาลูบหัวฮาโกเบา ๆ อย่างปลอบประโลมทะนุถนอม คนถูกด่าอ้าปากเหวอ ยกนิ้วชี้แดง ๆ ฟ้องเขา
“ใคร! ใครมันใช้ความรุนแรงกันแน่อ่ะเฮีย! นกเฮียกัดนิ้วผมแทบขาดเลยนะ!”
“แล้วขาดยัง? อย่ามาสำออย”
โอ้โห… ซึ้ง… ซึ้งมากกกกก
“เออ งั้นไม่ต้องกงต้องกินมันแล้ว คนอุตส่าห์ซื้อมาฝาก” พุธรวบของบนโต๊ะมาถือ หน้าตาหล่อ ๆ บิดเบี้ยวดูไม่ได้
แพ้แม้กระทั่งนก! เขาแม่งนกยิ่งกว่านก!
“เอาไปทิ้งให้ไกลบ้านกูด้วย แล้วคราวหลังไม่ต้องเสือกซื้อมา ของพวกนี้กูไม่แดก”
“ไมอ่ะ! ปกติเฮียชอบกาแฟไม่ใช่เหรอ? เห็นดื่มทุกวันเลย”
“ชอบ แต่ต้องเป็นเมล็ดกาแฟนำเข้าจากแอฟริกาเท่านั้น”
พุธ “…”
พุธมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาเหลือจะเชื่อ ตอนเด็ก ๆ ว่าเลี้ยงยากแล้ว โตมายิ่งกว่าเลี้ยงยากอีก!
“มองทำไม ยังไม่รีบเอาไปทิ้งอีก”
“ทิ้งอะไรล่ะเฮีย นี่ผมใช้เงินซื้อมานะไม่ใช่กระดาษ เฮียไม่กินแต่ผมกินนี่!” พุธนั่งลงอีกฝั่งของโต๊ะ เมียงมองรอบบ้านอย่างสำรวจตรวจตรา บ้านของเพลิงศูรย์ไม่ได้หลังใหญ่เท่าพื้นที่รอบบ้านด้านนอก แถมยังดูธรรมดาสามัญแบบมาก ๆ เรียกว่าแทบไม่ได้ตกแต่งอะไรหรูหราเลยสักอย่าง เน้นการตกแต่งสไตล์ซาฟารีโทนอบอุ่นที่มองแล้วสบายหูสบายตาอย่างมาก
ภายในบ้านขนาดสามชั้นครึ่งแบ่งเป็นโซนอย่างมีระบบระเบียบ ตกแต่งภายในด้วยต้นไม้และของแปลกตาที่หายากในไทย เป็นของที่เพลิงศูรย์ขนย้ายมาจากบ้านพักของเขาที่แอฟริกา
นี่ถ้าไม่ติดว่าได้ยินเสียงเพลงชาติไทยตอนหกโมงเย็นดังมาจากโทรทัศน์จอยักษ์ขนาด 98 นิ้วนะ พุธคงคิดว่าตนเองกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ที่แคมป์พักอาศัยในแอฟริกาแล้วเนี่ย!
ซาฟารีขั้นสุด!
.
.
.
หลายวันต่อมา
Rrr…
เสียงเรียกเข้าวิดีโอคอลผ่านแอพพิเคชั่นหนึ่งดังขึ้นยามบ่ายแก่ ๆ เจ้าของเครื่องเพียงปรายตามองชื่อบนหน้าจออย่างเย็นชา ไม่คิดจะกดรับ
Rrr…
แต่ปลายสายก็เสือกสู้ชีวิตมาก ปกติเป็นคนอื่นถ้าโทรมาแล้วไม่รับ เขาเลิกโทรกันแล้ว แต่ไม่ใช่กับไอ้เวรนี่… โทรจิกเหมือนแม่งมีใครตาย!
สุดท้ายเพลิงศูรย์ตัดสินใจกดรับสายโดยหันกล้องไปทางกรงสัตว์เลี้ยงแสนรัก ตอนนี้เขานั่งอยู่ในสวนของบ้าน ตรงหน้าเป็นภูเขาจำลองสูงสองเมตรซึ่งมีน้ำตกไหลผ่านบ่อน้ำกว้างขนาดสี่สิบตารางวาล้อมรอบไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบกลมกลืนธรรมชาติ เสียงสัตว์หลากหลายชนิดดังคลอเคลียราวกับยกทั้งป่ามาไว้ภายในรั้วบ้าน
จิตใจสงบนัก…
[Yo Bro!]
…แต่เสือกถูกทำลายด้วยเสียงกวนประสาทของใครบางคน
[เอ๊ะ เดี๋ยวนะไอ้เพลิง ไม่โทรหามึงมาสองสามปี หน้ามึงเหี้ยขึ้นเยอะเลยนะ] ปลายสายทำน้ำเสียงยียวน เพราะทิศทางที่กล้องหันไปคือกรงของสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในลูกรักของเพลิงศูรย์
“เหี้ยพ่อง อีกัวน่าหรอกไอ้สัด”
[เออนั่นแหละ มันก็เหมือนเหี้ยป่ะล่ะ]
“มึงมีเหี้ยไร รีบพูดมาไอ้ลม เห็นกูว่างมาก?” เพลิงศูรย์ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง คนพรรค์นั้นพูดไปก็เปล่าประโยชน์ เปลืองน้ำลายเปล่า ๆ
[ก็ไม่เห็นไง กูอุตส่าห์คอลหามึงตั้งหลายสายกว่ามึงจะรับ แต่เสือกให้กูดูเหี้ยแทนหน้ามึง สันดานน่ารักไม่เปลี่ยนเลยนะไอ้เพลิง]
หน้าจอปรากฏภาพของ ‘ลมเหนือ’ หนุ่มแว่นที่ฟ้าประทานความหล่อมาให้แต่มันดันใช้ไม่เกิดประโยชน์ เสือกชอบใส่แว่นตาเห่ย ๆ ทำตัวเป็นเด็กเนิร์ดติดเกม เหมือนพวกโอตาคุอะไรเทือก ๆ นั้น
“มึงมีอะไรก็พูดมา ร้อยวันพันปีไม่เคยโทรหากู มีห่าอะไรให้เดือดร้อนกูถึงจะเห็นหัว รู้งี้บล็อกแม่งซะก็ดี”
[แหม ไอ้เพลิง มึงบล็อกกูก็ปลดได้ อย่าพยายามเลย มึงฉลาดได้ไม่เท่ากูหรอก]
“สรุปจะโทรมากวนตีน?”
[เออ ๆ กูพูดแล้ว มึงก็ใจเย็นบ้าง ไม่ได้คุยกันตั้งหลายปีเลยนะ มึงไม่คิดถึงกูเลยดิ ใช่สิ พอไปแอฟริกาแล้วก็ลืมซาลาเปาขาว ๆ อย่างกูเลย น้อยใจสัด…]
ติ้ด
เพลิงศูรย์กดวางสายแบบไม่ต้องคิด คุยกับไอ้เวรนี่มีแต่น้ำแปดสิบเปอร์เซ็นต์กว่าจะเข้าเนื้อหา รำคาญแม่ง