bc

บ่วงรักรอยหย่า

book_age18+
detail_authorizedอนุมัติแล้ว
7.0K
ติดตาม
86.3K
อ่าน
จบสุข
like
intro-logo
คำนิยม

หลังจากแต่งงานกันมาสี่ปี เมื่อหญิงสาวผู้งดงามคนนั้นกลับมา เจียงหลายจึงตระหนักได้ว่า การถือพรหมจรรย์และความเฉยเมยเย็นชาของสามีนั้นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขา

เขาให้เงินเธอเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตเดือนละสามพัน แต่เขากลับทุ่มเงินถึงสามล้านเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ให้กับแสงจันทร์ขาวของเขา ความรักและความเฉยเมยนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จนทนแทบไม่ไหว

เสิ่นสวินบอกว่าเขาไม่อยากให้แสงจันทร์ขาวในใจของเขาไม่ควรถูกจำกัดอยู่กับเรื่องหยุมหยิมของชีวิตแต่งงาน  จนทำให้ความงามและสดใสของเธอมัวหมองไป แต่เขากลับสั่งให้เธอลาออกจากงานเงินเดือนสี่พัน เพื่อมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ยอมเป็นผู้หญิงที่น่าเบื่อและไม่มีอะไรโดดเด่น!

ทว่าเสิ่นสวินไม่มีวันรู้เลยว่า...เจียงหลายคนนี้ไม่ใช่พนักงานออฟฟิศธรรมดา ๆ อย่างที่เขาคิด

ตลอดสี่ปีที่เธอรับผิดชอบโครงการวิจัยลับระดับชาติ ตำแหน่งของเธอนั้นสูงส่งจนแม้แต่แส

งจันทร์ขาวในใจของเขา ก็มีค่าแค่เป็นลูกมือคอยช่วยงานเธอเท่านั้น

และเขาไม่มีทางรู้เลยว่า เอกสารที่เขาเซ็นไปอย่างส่ง ๆ นั้น...คือหนังสือหย่าที่ยุติความสัมพันธ์ของพวกเขาลงอย่างสิ้นเชิง

หนึ่งเดือนต่อมา

ตัวตนของเจ้าพ่องานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ถูกเปิดเผย พร้อมกับใบหย่าที่ถูกส่งไปถึงมือเสิ่นสวิน

ประธานเสิ่นผู้ซึ่งปกติสุภาพอ่อนโยนอยู่เสมอกลับฉีกใบหย่าทิ้งทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความไม่เชื่อเป็นความโกรธแค้นอย่างรุนแรง

"นอกจากฉันแล้ว ใครมันจะไปเอาผู้หญิงที่หย่าร้างมาแล้วอย่างเธออีก?!"

ทว่าคนปากดีก็คือเขา และคนที่คุกเข่าอ้อนวอนขอคืนดีก็คือเขาเช่นกัน

เมื่อได้พบกันอีกครั้ง เจียงหลายควงแขนผู้กุมอำนาจแห่งตระกูลมหาเศรษฐีชั้นนำระดับท็อป สายตาที่เธอมองอดีตสามีไม่มีความไหวติงอีกต่อไป

ประธานเคอ เลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย พร้อมโชว์เบียนสมรสกับภรรยาใหม่ของเขาพลางกล่าวว่า :

"รบกวนประธานเสิ่นช่วยมีมารยาทหน่อยครับ...กรุณาเรียกเธอว่า...คุณนายเคอ"

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1 ให้เธอสามพัน แต่เปย์ให้แสงจันทร์ขาวในใจสามล้าน
“หลินซูถงกลับมาแล้ว แล้วภรรยาของนายล่ะ?” ที่หน้าบ้าน ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย เสียงของเสิ่นสวินผู้เป็นสามีและเพื่อนสนิทของเขาดังแว่วออกมาด้านนอก เจียงหลายที่เพิ่งเลิกงานกลับมา หยุดชะงักขณะที่เธอกำลังจะผลักประตูเปิดออก หลินซูถง? ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกที่เพิ่งถูกดึงตัวเข้ามาในโปรเจกต์ของพวกเธอเมื่อครึ่งเดือนก่อนก็ชื่อนี้เหมือนกัน ช่างบังเอิญเสียจริง ทว่าภายในห้อง เสิ่นสวินกลับเงียบ ไม่ได้ตอบคำถามนั้น “พี่สวิน ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะว่านายหรอกนะ แต่หลายปีมานี้นายไม่เคยลืมหลินซูถงที่นายแอบรักข้างเดียวเลย นายใช้ชีวิตอย่างประหยัดมัธยัสถ์ แต่แอบใช้เงินสามล้านหยวนทุกเดือนไปกับการวิจัยของเธอ ตอนนี้เธอเรียนจบกลับมาแถมยังเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญพิเศษของโปรเจกต์ลับระดับประเทศ ถ้านายไปหาเธอ แล้วให้เธอเปิดเผยรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับกระบวนการประมูลให้สักหน่อย ตำแหน่งประธานบริษัทของซิงอวี่เทคโนโลยีของนายก็จะมั่นคงอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนได้อีกแล้ว” เจียงหลายเงยหน้าขึ้นฉับพลัน ดวงตาไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกและเคลือบแคลง เธอสงสัยว่าตัวเองหูแว่วไปเอง สามล้านงั้นเหรอ? เสิ่นสวินให้เงินเธอแค่เดือนละสามพัน แต่ทำไมเขาถึงให้ผู้หญิงคนอื่นเดือนละสามล้าน? ทว่าบทสนทนาในห้องนั้นแจ่มชัดเสียจนทุกคำพูดกระแทกเข้ากลางใจเธอ และเสิ่นสวินก็ไม่ได้ปฏิเสธเลยสักคำ วินาทีนั้น เจียงหลายรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก เสิ่นสวินลุกขึ้นยืนกะทันหัน เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ “ฉันไม่อยากให้ซูถงต้องลำบากใจ เอาล่ะ ฉันต้องไปรับซูถงเลิกงานแล้ว ของบนโต๊ะพวกนายไม่ต้องเก็บหรอก เดี๋ยวเจียงหลายกลับมาก็จัดการเอง” “ฉันล่ะยอมนายเลยพี่สวิน นายดูพี่สะใภ้สิว่าแสนดีขนาดไหน ไม่เพียงแต่ดูแลบ้านช่องจนสะอาดเรียบร้อย แต่ยังดูแลพ่อแม่กับน้องสาวของนายเป็นอย่างดี นายไม่หวั่นไหวบ้างเลยเหรอ?” เจียงหลายเงี่ยหูฟัง กลั้นหายใจนิ่ง เสิ่นสวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คนที่ฉันชอบ...ไม่เคยเป็นผู้หญิงประเภทที่วัน ๆ เอาแต่ทุ่มเทให้กับงานบ้านและสามี อย่างเจียงหลายหรอก คนที่ฉันชอบต้องเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จและเปล่งประกายทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างเต็มที่ มีแสงสว่างในตัวเองอย่างซูถงต่างหาก” คำพูดนี้ราวกับมีดเล่มคมที่ปักลึกเข้ากลางอก เจียงหลายขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที มือที่ทิ้งลงข้างลำตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ “ถ้างั้นตอนนั้นนายจะไปตามจีบเจียงหลายทำไม? แถมยังแต่งงานกับเธออีก” “ตอนนั้น ซูถงดึงดันที่จะทิ้งฉันไปต่างประเทศ” “ประชดเธองั้นเหรอ?” เสิ่นสวินไม่พูดอะไร ซึ่งเท่ากับเป็นการยอมรับกลาย ๆ “งั้นพอหลินซูถงกลับมา นายก็จะหย่ากับเจียงหลายใช่ไหม?” เพื่อนสนิทของเขาเปลี่ยนสรรพนาม ไม่ยอมเรียกเธอว่าพี่สะใภ้อีกต่อไป เสิ่นสวินเงียบไปอีกครั้ง เนิ่นนานก่อนจะเอ่ยปาก “นายพูดไม่ผิด เจียงหลายดูแลฉันดีมาก สองปีมานี้โรคกระเพาะของฉันไม่เคยกำเริบอีกเลย เรื่องของแม่กับน้องสาวเธอก็เป็นคนจัดการให้ เรื่องในบ้านไม่เคยทำให้ฉันต้องหนักใจเลยสักนิด” เสิ่นสวินไม่ใช่ทายาทของซิงอวี่เทคโนโลยี การที่เขาได้ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งประธานบริหารได้ครึ่งหนึ่งเป็นเพราะเขาใช้ร่างกายเข้าแลก ดื่มเหล้าในงานสังคมแก้วแล้วแก้วเล่าจนกระเพาะพังตั้งแต่อายุยังน้อย เจียงหลายนึกสงสารและเป็นห่วงเขา เธอจึงตื่นนอนเร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมงทุกวันเพื่อทำอาหารเช้าที่บำรุงกระเพาะ และกลับบ้านตรงเวลาตอนห้าโมงเย็นเพื่อตุ๋นซุปและรอสามีกลับบ้านมาทานอาหารเย็นด้วยกัน หากสามีต้องอยู่โอที เธอจะนำซุปไปส่งให้ถึงใต้ตึกซิงอวี่เทคโนโลยี จากนั้นจึงค่อยกลับสถาบันวิจัยของตัวเอง แต่งงานกันมาสี่ปี ชีวิตของเธอเป็นเช่นนี้มาตลอดสี่ปี จนกระทั่งวันนี้ โปรเจกต์ "ชิปที่พัฒนาขึ้นเอง" ซึ่งดำเนินไปอย่างลับ ๆ ระยะเวลาสี่ปีในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ สถาบันวิจัยกำลังจะเปิดประมูลสู่ภายนอกในไม่ช้า เมื่อเข้าสู่ตลาดแล้ว มันจะสร้างประโยชน์ทั้งต่อประเทศชาติและประชาชน ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักของโปรเจกต์ เจียงหลายไม่เพียงแต่จะได้รับเงินรางวัลจำนวนมหาศาลเท่านั้น แต่ยังจะได้รับเกียรติยศระดับประเทศอีกด้วย เธอแทบรอไม่ไหวที่จะกลับบ้านมาแบ่งปันข่าวดีนี้กับสามี ระหว่างทางกลับบ้าน เธอยังคิดไว้ด้วยซ้ำว่าจะนำเงินรางวัลไปซื้อของขวัญอะไรดี มันต้องเป็นของที่มีราคาและหรูหราหน่อย ถึงจะคู่ควรกับฐานะประธานบริษัทซิงอวี่เทคโนโลยีของเสิ่นสวิน ทว่า...กลับได้ยินเสิ่นสวินพูดต่อว่า: “แต่ผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมและมีแสงสว่างในตัวเองอย่างซูถง ไม่ควรถูกจำกัดอยู่กับเรื่องหยุมหยิมของชีวิตแต่งงาน ฉันทำใจเห็นเธอเป็นแบบนั้นไม่ได้หรอก” รักกับไม่รัก...มันสามารถแบ่งแยกได้ชัดเจนจนน่าสมเพชขนาดนี้เชียวหรือ? น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลร่วงลงจากหางตาอย่างไม่อาจควบคุม ความขมขื่นแล่นพล่านไปทั่วริมฝีปาก เสียงฝีเท้าในห้องใกล้เข้ามา เจียงหลายเบี่ยงตัวหลบเข้ามุมมืด เมื่อเสียงนั้นห่างออกไปแล้ว เธอจึงค่อย ๆ เดินเข้ามาในบ้าน บนโต๊ะน้ำชามีแต่ความรกเรื้อกระจัดกระจาย เสิ่นสวินไม่ได้เห็นเธอเป็นภรรยา แต่เห็นเธอเป็นเพียงคนรับใช้ ความรู้สึกอยากเก็บกวาดบ้านมลายหายไปสิ้น เจียงหลายหมดเรี่ยวแรงไปทั้งตัว เธอเพียงแต่อยากนอนหลับไปสักตื่น ทว่าเมื่อเอนตัวลงบนเตียงกลับข่มตาไม่ลง ภาพเหตุการณ์ในอดีตพรั่งพรูเข้ามาในหัว ครั้งแรกที่เจอเสิ่นสวิน เขากำลังยืนตากฝน และเธอมีร่มอยู่คันหนึ่งพอดี เจอเสิ่นสวินอีกครั้ง เธอรีบไปขึ้นรถ และบังเอิญเขาขับรถผ่านมาพอดี หลังจากนั้น พวกเขาก็มักจะบังเอิญเจอกันบ่อย ๆ ตอนที่อาจารย์ผู้มีพระคุณเสียชีวิต เสิ่นสวินอยู่เคียงข้างเธอ ตอนที่กลับไปเยี่ยมสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า เสิ่นสวินก็ไปกับเธอ ตอนที่โปรเจกต์ถูกระงับ งานก็ไม่มี เสิ่นสวินกอดเธอไว้แล้วบอกว่าไม่เป็นไร พร้อมทั้งคุกเข่าขอแต่งงาน ตอนที่เธอกลายเป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ ที่มีเงินเดือนเพียงสี่พันหยวน เสิ่นสวินยิ้มแล้วลูบหัวเธอ บอกว่าแค่นี้ก็เก่งมากแล้ว …… จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงตีสองตีสาม เจียงหลายถึงได้สะลึมสะลือหลับไป เมื่อถึงเวลาหกโมงเช้า นาฬิกาชีวิตที่ต้องตื่นมาทำอาหารเช้าให้สามีก็ทำงานอย่างตรงเวลา เธอเปิดตาขึ้นมาด้วยความเหนื่อยล้าเต็มทน เตียงอีกฝั่งเยือกเย็น ผ้าห่มในห้องนอนแขกก็ไม่มีร่องรอยของการใช้งาน เมื่อคืนนี้ เสิ่นสวินไม่ได้กลับบ้าน ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น เสียงกดรหัสประตูดิจิทัลก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน เจียงหลายหันไปมอง สามีที่เพิ่งกลับมาส่งเสื้อนอกให้เธอตามความเคยชิน เขาก้มตัวลงตั้งท่าจะโอบกอดเธอ แต่ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงชะงักค้างไป “เมื่อคืนปาร์ตี้กับเพื่อนเก่า ตัวเลยมีแต่กลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่ งั้นไม่กอดเธอแล้วกันนะ” เมื่อก่อนเวลาเสิ่นสวินกลับมาจากงานสังคม เขาจะโอบกอดเธอแน่น ๆ เสมอ แล้วบอกว่าการทำแบบนี้ทำให้เขารู้สึกถึงความหมายของคำว่าบ้าน เจียงหลายคิดขึ้นมาได้ลาง ๆ ว่า เสิ่นสวินกอดเธอครั้งสุดท้ายเมื่อครึ่งเดือนก่อน ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา ต่อให้นอนเตียงเดียวกันก็นอนแยกฝั่งกันอย่างชัดเจน เธอคิดว่าสามีเหนื่อยจากการทำงาน จึงไม่ได้ใส่ใจที่เขาไม่มีแม้แต่กอดสั้น ๆ และหลินซูถงก็เพิ่งกลับมาเมื่อครึ่งเดือนก่อนพอดี ที่แท้...ทุกอย่างมันมีร่องรอยบอกใบ้มาตั้งนานแล้ว เจียงหลายหลุบตาลง แพขนตายาวช่วยปกปิดความขมขื่นในดวงตา เสิ่นสวินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ชี้ไปที่โต๊ะน้ำชาที่รกระเกะระกะ “ทำไมยังไม่เก็บอีก?” “เมื่อวานรู้สึกไม่ค่อยสบาย กลับมาก็เลยนอนเลย” เจียงหลายได้กลิ่นตุ ๆ เหม็นเปรี้ยวจาง ๆ เธอเป็นคนรักความสะอาด สุดท้ายจึงยอมก้มลงเก็บกวาดโต๊ะน้ำชา พร้อมกับเอ่ยว่า “เก็บเสร็จคงทำอาหารเช้าให้คุณไม่ทันแล้ว คุณสั่งอะไรมากินแก้ขัดไปก่อนนะ” เสิ่นสวินเพิ่งจะสังเกตเห็นความผิดปกติของเจียงหลาย แต่งงานกันมาสี่ปี ขอแค่เขาไม่ได้ไปทำงานต่างจังหวัด เจียงหลายจะทำอาหารให้เขาทุกมื้อ อย่างน้อยต้องมีกับข้าวสี่อย่างซุปหนึ่งอย่าง เมนูไม่ซ้ำกันในแต่ละสัปดาห์ เช้านี้คุณเป็นอะไรไป? “คุณกำลังโกรธที่เมื่อคืนผมไม่กลับบ้านใช่ไหม?” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เมียจ๋า” เมื่อได้ยินคำว่า "เมียจ๋า" ใจของเจียงหลายยิ่งรู้สึกอึดอัดและเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก เสิ่นสวินเป็นคนอ่อนโยนและพูดจาไพเราะ ตอนที่พวกเขาเพิ่งตกลงคบกัน ชายหนุ่มก็แอบมากระซิบที่ข้างหูเธอว่า "เมียจ๋า?" จนหูเธอแดงก่ำด้วยความเขินอาย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็สั่งห้ามไม่ให้เรียกส่งเดชก่อนแต่งงาน เสิ่นสวินก็ยอมเชื่อฟังเธอ เขาเพิ่งจะกลับมาเรียกคำนี้อีกครั้งในคืนวันแต่งงาน หลังจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็เรียกเมียจ๋าอย่างนั้น เมียจ๋าอย่างนี้อยู่บ่อย ๆ “เอาล่ะ เมียจ๋าอย่าโกรธเลยนะ ดูสิ ผมฟังคำสั่งคุณจะตาย ขนาดไปปาร์ตี้กับเพื่อนสนิทผมยังไม่ได้ดื่มเหล้าเลยสักหยด” เสิ่นสวินยื่นมือไปลูบหัวเจียงหลาย “ไม่ทำก็ไม่ทำ ผมไปอาบน้ำก่อนนะ” เจียงหลายตอบ “อืม” เบา ๆ โดยไม่ได้หันไปมองเขา เสิ่นสวินขมวดคิ้ว อดไม่ได้ที่จะถามความคลางแคลงใจออกไป “เช้านี้คุณแปลก ๆ นะ” “นอนไม่ค่อยหลับน่ะ” เจียงหลายฝืนยิ้ม พลางเร่งให้เขาไปอาบน้ำ ทันใดนั้นเสิ่นสวินก็หยิบผ้าพันคอผืนหนึ่งออกมา แค่เห็นโลโก้ก็รู้แล้วว่ามูลค่าไม่น้อยเลย “เมื่อคืนเดินผ่านเห็นพอดี เลยซื้อมาฝากคุณ” ชายหนุ่มพูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำไป เจียงหลายคุมผ้าพันคอนุ่มมือผืนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดใจใส่ลงในกระเป๋าผ้ามัดย้อมสีน้ำเงิน แล้วสะพายไปทำงาน โปรเจกต์ "ชิปที่พัฒนาขึ้นเอง" เคยหยุดชะงักไปช่วงหนึ่งเนื่องจากการจากไปของอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ หลังจากเริ่มโปรเจกต์ใหม่อีกครั้ง เธอก็กลายมาเป็นผู้รับผิดชอบหลัก และเนื่องจากกฎข้อบังคับเรื่องความลับ ภรรยาของอาจารย์จึงใช้เส้นสายฝากฝังให้เธอเข้าทำงานในตำแหน่งงานบริหารระดับสูงที่เคอกรุ๊ปเพื่อบังหน้า สามีของเธอคิดมาตลอดว่าเธอเป็นเพียงพนักงานระดับล่างที่มีเงินเดือนสี่พันหยวน แต่ในความเป็นจริง ทุก ๆ วันเธอจะเริ่มเดินทางจากบ้านไปยังเคอกรุ๊ป เข้าทางประตูทิศตะวันออก ผ่านนิคมเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แล้วออกทางประตูทิศตะวันตก ซึ่งคนขับรถที่สถาบันวิจัยจัดเตรียมไว้ให้จะจอดรถรอเธออยู่ตรงนั้นทุกวัน เจียงหลายหมกตัวอยู่ในห้องแล็บ ตลอดทั้งวันเธอเอาแต่ใจลอย จนกระทั่งตกเย็น ศาสตราจารย์เฉิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “เพราะตอนเย็นต้องไปร่วมทานอาหารค่ำกับผู้เชี่ยวชาญหลิน เลยไม่สบอารมณ์งั้นเหรอ?” “หลินซูถง?” เจียงหลายเงยหน้าขึ้นมอง ศาสตราจารย์เฉิงดูประหลาดใจมาก “เธอจำชื่อได้ด้วย! ฉันก็นึกว่านอกจากสามีของเธอแล้ว เธอจะไม่สนใจคนอื่นเลยซะอีก ทุกคนเจอกันหมดแล้ว เหลือแค่พวกเธอสองคนที่ยังไม่เคยเจอกัน ถ้ายังไม่เจออีก เกรงว่าจะดูเข้ากับคนอื่นไม่ได้นะ” เจียงหลายขมวดคิ้ว ตอนที่เธอเจอเสิ่นสวิน เธอเดาได้ว่าเขาเคยอกหักและเจ็บปวดจากความรักมาก่อน แต่เธอไม่เคยรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร เธอไม่อยากสะกิดแผลใจของเขา จึงไม่เคยเอ่ยปากถาม ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาเสิ่นสวินก็ไม่เคยพูดถึง ทำราวกับว่าผู้หญิงคนนั้นไม่มีตัวตนอยู่จริง เธอคิดว่ามันผ่านไปตั้งนานแล้ว ใคร ๆ ต่างก็มีอดีตกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือ? แต่เมื่อวานนี้เองที่ทำให้เธอได้รู้ว่า เสิ่นสวินไม่เคยลืมเลยสักวินาที แถมยังแอบซัพพอร์ตทั้งเงินทั้งแรงอยู่ลับ ๆ เจียงหลายไม่พูดอะไรสักคำ ศาสตราจารย์เฉิงเม้มปากอย่างเหนื่อยใจ เขารู้ดีว่าเจียงหลายมีความเห็นไม่ลงรอยกับผู้เชี่ยวชาญหลินเป็นอย่างมาก โปรเจกต์นี้เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของอาจารย์ผู้มีพระคุณของเธอ และตอนนี้มันก็เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของเธอเช่นกัน เธอจะยอมให้ใครก็ไม่รู้มาชุบมือเปิบง่าย ๆ ได้อย่างไร? การยอมให้คนนอกเข้ามาแบ่งเค้กรับเกียรติยศในครั้งนี้ก็นับว่าใจกว้างมากพอแล้ว แต่ตอนนี้กลับต้องให้เจียงหลายไปร่วมโต๊ะกินข้าวกับหล่อนงั้นหรือ? มันค่อนข้างจะฝืนใจเกินไปหน่อย อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์เฉิงก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน “ครั้งนี้เธออย่าปฏิเสธเลยนะ ไม่อย่างนั้นท่านผู้เฒ่าจี้จะขุ่นเคืองเอาได้” ผู้เฒ่าจี้คือผู้นำระดับสูงสุดของสถาบันวิจัย และเขายังมีศักดิ์เป็นคุณตาของหลินซูถงอีกด้วย ความสัมพันธ์เชิงลึกข้อนี้ เจียงหลายแอบได้ยินผู้ช่วยของเธอซุบซิบกันลับหลัง คนในทีมต่างก็ไม่พอใจกับการร่มชูชีพลงมาของหลินซูถง ประวัติการทำงานของหลินซูถงนั้นยอดเยี่ยมก็จริง แต่คนที่มีปัญญาเข้ามาทำงานในสถาบันวิจัยแห่งนี้ได้ มีใครบ้างที่กระจอก? ทุกคนตรากตรำทำงานหนักมาตลอดสี่ปี อีกแค่เดือนสองเดือนก็จะประกาศผลสำเร็จสู่ภายนอกแล้ว หลินซูถงกลับแทรกตัวเข้ามาในฐานะผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากภายนอก ตอนกระบวนการวิจัยไม่เคยมีส่วนร่วม แต่พอผลลัพธ์จะออกกลับมาขอแบ่งผลประโยชน์ มันน่ารังเกียจยิ่งกว่าการโดนบังคับให้ใส่ชื่อคนอื่นเป็นผู้แต่งร่วมอันดับสองตอนส่งวิทยานิพนธ์เสียอีก ด้วยเหตุนี้ เจียงหลายจึงสั่งห้ามไม่ให้ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่แกนกลางเด็ดขาด พอเสร็จงานที่สถาบันวิจัยเธอก็จงใจตรงดิ่งกลับบ้านทันที หลินซูถงจึงไม่เคยได้เห็นหน้าเธอเลยสักครั้ง เจียงหลายมองออกไปนอกกระจกด้านเดียว หลินซูถงกำลังถอดชุดกาวน์ทำงานออก สวมทับด้วยเสื้อโค้ตหนังแท้สีน้ำตาล สางผมสีเกาลัดสลวยของหล่อนเบา ๆ ก่อนจะสะพายกระเป๋าหนังจระเข้สีขาวราคาแพงระยับ แบรนด์เดียวกับผ้าพันคอที่เสิ่นสวินซื้อให้เธอเมื่อเช้านี้ไม่มีผิด เจียงหลายหยิบผ้าพันคอออกจากกระเป๋ามาลูบดูราวกับผีสิง ในใจรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ประจวบเหมาะกับที่เสี่ยวเชี่ยน ผู้ช่วยสาวเคาะประตูเดินเข้ามา พอเห็นผ้าพันคอในมือของเธอ ก็ร้องอุทานด้วยความแปลกใจ “รุ่นพี่คะ พี่ควักเงินรางวัลไปซื้อกระเป๋าแบรนด์นี้มาเหรอคะ?” “เปล่าจ้ะ” เจียงหลายมองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยเสริมด้วยความฉงน “ไม่มีกระเป๋าหรอก” เสี่ยวเชี่ยนพูดขึ้นว่า “อ้าว หนูเห็นผ้าพันคอก็นึกว่าพี่ซื้อกระเป๋าซะอีก ปกติผ้าพันคอของแบรนด์นี้เขาเอาไว้ทำยอดซื้อพ่วง เพื่อให้ได้สิทธิ์ซื้อกระเป๋ากันน่ะค่ะ” “ซื้อพ่วงงั้นเหรอ?” หัวใจของเจียงหลายพลันบีบรัดจนเจ็บแปลบ

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

Unscentable

read
2.1M
bc

He's an Alpha: She doesn't Care

read
854.7K
bc

Claimed by the Biker Giant

read
2.1M
bc

Holiday Hockey Tale: The Icebreaker's Impasse

read
1.0M
bc

A Warrior's Second Chance

read
392.4K
bc

Not just, the Beta

read
365.7K
bc

The Broken Wolf

read
1.2M

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook