‘ฟางหนิงเฟิ่ง’ บุตรสาวตระกูลนักธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่สุดของประเทศ เธอมีพี่น้องร่วมท้องมารดาทั้งหมดสี่คนรวมถึงตัวเธอ มีพี่ชายสองคนและพี่สาวหนึ่งคนส่วนเธอเป็นบุตรคนเล็ก พี่ชายและพี่สาวของเธอมีหน้าที่การงานรับช่วงต่อจากบิดามารดา แน่นอนว่าเธอเป็นบุตรคนเล็กบิดามารดาร่วมถึงพี่ชายพี่สาวล้วนตามใจเธอเป็นอย่างมาก จึงทำให้หนิงเฟิ่งมีชีวิตอิสระได้ทำตามหัวใจของตนเอง และเธอก็โชคดีที่มีครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวมิมีเรื่องบาดหมางใจกัน เวลานี้เธอมีหน้าที่การงานที่ดีและมียศเป็นถึงพลตรีหญิง
ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ฟางหนิงเฟิ่งชอบและรักการต่อสู้และรักประเทศชาติเป็นอย่างมาก เธอจึงตัดสินใจเลือกเรียนโรงเรียนทหารกองทัพบกเพื่อรับใช้ประเทศชาติบ้านเมือง ขณะนี้ฟางหนิงเฟิ่งได้ทำงานอยู่หน่วยกองกำลังพิเศษ และในวันนี้มีหน่วยงานแจ้งมาว่ามีคนร้ายข้ามชาติกำลังลักลอบขนอาวุธและของผิดกฎหมายระหว่างเขตชายแดนจึงจำต้องให้หน่วยงานพิเศษของเธอได้รับมอบหมายงานจับกุมในครั้งนี้
“หนิงเฟิ่ง! วันนี้วันเกิดของเธอแทนที่จะได้หยุดอยู่กับครอบครัวกลับมามีงานเร่งด่วนเสียดายฉันล่ะเห็นใจเธอเสียจริง ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไรฉันเตรียมเหล้ามาฉลองให้เธออยู่มา ๆ ดื่ม” หยางมี่เอ่ยพลางกวักมือเรียกฟางหนิงเฟิ่ง
หญิงสาวสวมปฏิบัติหน้าที่และใบหน้าของเธอนั้นเปรอะเปื้อนด้วยดินดำเพื่อที่จะอำพรางตัวในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เธอได้หันหน้าตามเสียงของเพื่อนสาวของตนแล้วพลันส่ายหน้าทันที
“เวลางานคงจะดื่มไม่ได้ รอจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้สำเร็จก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีนะหยางมี่” ฟางหนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นมาพลางเป่าไอร้อนของกาแฟดำที่พึ่งได้ชงขึ้นมา
“ก็ได้ ๆ เอาตามที่เธอพูดละกัน” หยางมี่เอ่ยจบจึงเดินเข้ามากอดคอเพื่อนรักอย่างยิ้มแย้ม
ในหน่วยงานพิเศษนี้มีสมาชิกประมาณสิบกว่าคนล้วนเป็นผู้ชาย และมีผู้หญิงเพียงสองคนนั้นก็คือเธอและหยางมี่ ทั้งสองพลางกอดคอกันได้ชั่วครู่จึงมีเสียงสัญญาณของวิทยุส่งสัญญาณดังขึ้นมา
'วอหนึ่งเรียกวอสองทราบและเปลี่ยน'
ทันใดนั้นหัวหน้าจึงได้ตอบรับทันที “วอสองพูดทราบแล้วเปลี่ยน”
'ครับหัวหน้าขณะนี้คนร้ายได้เคลื่อนไหวไปทางฝั่งชายแดนและดูเหมือนว่ากำลังข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อนบ้านแล้วครับ' เสียงปลายทางได้เอ่ยออกมาอย่างเร่งร้อน
เมื่อรุ่นพี่ทหารรายงานการเคลื่อนไหวของคนร้ายเสร็จ หัวหน้าเธอจึงได้ออกคำสั่งแบ่งแยกเป็นสองกลุ่ม ซึ่งแบ่งต้อนคนร้ายอยู่ด้านหน้าและด้านหลัง
กลุ่มของเธอได้ถึงจุดหมายเป็นที่เรียบร้อยเวลานี้เพียงรอคำสั่งจากหัวหน้าเท่านั้น เพียงชั่วขณะหัวหน้าของเธอจึงได้สั่งให้โจมตีทันที และแล้วเสียงปืนจึงได้ดังสนั่นภายในเขตชายแดนและใช้เวลาไม่นานจึงได้จับกุมรวบรวมคนร้ายได้ทั้งหมดแต่เหมือนจะขาดตัวการไปหนึ่งคนนั้นก็คือหัวหน้าของพวกมันนั่นเอง
ฟางหนิงเฟิ่งสายตาว่องไวเป็นอย่างมากที่ได้เห็นหัวหน้าของพวกมันแอบวิ่งหนีไปทางป่าทึบ เธอเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งออกไปจับกุมทันที เธอรีบวิ่งตามจับหัวหน้าคนร้ายแต่ผู้ใดจะคิดว่าหัวหน้าคนร้ายผู้นี้มีฝีมืออยู่เหมือนกัน ทั้งสองจึงได้ต่อสู้กันสักพักใหญ่ แต่ทว่าฟางหนิงเฟิ่งนั้นมีฝีมือเก่งกาจและชำนาญการต่อสู้มากกว่าจึงสามารถจับกุมหัวหน้าคนร้ายได้สำเร็จ พร้อมส่งตัวคนร้ายไปยังเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายงานช่วงต่ออีกครั้งหนึ่ง
“เอาละขอบคุณทุกคนมากถ้าไม่ได้ทุกคนร่วมมือร่วมใจก็คงไม่สามารถจับตัวคนร้ายกลุ่มนี้ได้ เอาล่ะแยกย้ายกันไปพักผ่อนกันได้” หัวหน้าได้กล่าวจบจึงพลางหันหน้ามาทางฟางหนิงเฟิ่ง
“ฟางหนิงเฟิ่งวันนี้คุณทำได้ดีมาก และวันนี้เป็นเกิดของคุณ ผมได้เตรียมของขวัญไว้ให้คุณแล้ว" หัวหน้าเอ่ยพลางหยิบกล่องของขวัญยื่นให้เธอ "นี่ของขวัญ”
“ขอบคุณค่ะหัวหน้า” หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงมีแววตาเปล่งประกายพลางฉีกยิ้มทันที
“แกะของขวัญดูสิ” หัวหน้าของเธอได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
เธอได้ยินดังนั้นจึงรีบแกะของขวัญทันที และภายในกล่องนั้นเป็นจี้หยกขาวขุ่นโบราณได้ถูกแกะสลักเป็นรูปนกฟีนิกซ์แลดูงดงามและประณีตเป็นอย่างมาก
“ว้าว ขอบคุณค่ะหัวหน้า” ฟางหนิงเฟิ่งยิ้มอย่างดีใจ
“หนิงเฟิ่ง! พวกเราไปดื่มฉลองวันเกิดด้วยกันเถอะ” หยางมี่เอ่ยชักชวนเพื่อนสาว
“ก็ได้แต่ไม่ดึกมากนะ คืนนี้ฉันจะรีบกลับบ้านคิดถึงคุณพ่อกับคุณแม่”
วันนี้ฟางหนิงเฟิ่งรู้สึกแปลก ๆ รู้สึกคิดถึงบิดามารดาของเธอเป็นอย่างมากราวกับจะไม่ได้เจอพวกท่านอีกแล้วและวันนี้เป็นวันเกิดของเธออายุครบรอบยี่สิบแปดปี
“เอาดื่ม! วันนี้เป็นเกิดของคุณฟางหนิงเฟิ่งขอให้เธอมีความสุขมากๆ นะเอ้าเฮ้ หมดแก้ว ๆ” หยางมี่อวยพรด้วยสีหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์สุราที่ได้ดื่มไปหลายแก้ว
ฟางหนิงเฟิ่งนั่งดื่มจิบ ๆ เพียงสองสามแก้วเป็นพิธีเท่านั้นและรีบขอตัวกลับทันที ระหว่างที่เธอปลีกตัวออกมาได้แล้วจึงรีบขับรถตรงไปบ้านเพื่อกลับไปหาครอบครัว ทว่าระหว่างทางกลับบ้านนั้นจู่ ๆ มีฝนตกลมแรงกระโชกขึ้นมาเป็นอย่างมาก
“อากาศแปรปรวนจริง ๆ เลย” ฟางหนิงเฟิ่งเอ่ยออกมาพลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างช้า ๆ โชคดีที่เธอขับรถเก๋งมิใช่รถมอเตอร์ไซค์เหมือนครั้งก่อน ๆ จึงทำให้มิต้องเปียกหยาดน้ำฝนให้หนาวเย็น
เธอได้ขับรถมาตามเส้นทางกลับบ้าน และด้านหน้ามีสัญญาณไฟจราจรสีแดงจึงจำต้องหยุดเดินรถ ไม่นานนักไฟจราจรไปเปลี่ยนเป็นสีเขียวเธอจึงตบเกียร์พร้อมเหยียบคันเร่งขับเคลื่อนย้ายไปด้านหน้า เมื่อเธอได้ออกคันเร่งเคลื่อนมาถึงตรงกลางสี่แยกของถนน และทันใดนั้นมีรถบรรทุกขับมาอย่างรวดเร็วพลันรีบเหยียบเบรกยาว แต่ทว่าถนนที่ได้ลื่นเปียกแฉะจึงทำให้รถบรรทุกมิสามารถเบรกอยู่ได้รถจึงได้ไถลพุ่งตรงเข้ามาทางรถของฟางหนิงเฟิ่งทันที
เสียงของรถบรรทุกชนกับรถเก๋งคันเล็กได้ส่งเสียงดังกึกก้องพร้อมกับเสียงฟาดฟันของอสนีบาตที่ได้ฟาดฟันตกลงมา รถของเธอที่ถูกชนกระเด็นมาถึงทางกั้นระหว่างถนนและแม่น้ำอันกว้างใหญ่ ด้วยแรงชนจึงทำให้รถของเธอพลิกกระเด็นออกไปไกลจนตกลงแม่น้ำทันที ฟางหนิงเฟิ่งพยายามตั้งสติในมือเธอพลางกำจี้หยกแกะสลักไว้แน่นแล้วเสียงในหูได้ดังวี่...ขึ้นมาเธอพยายามลืมตาและแล้วภาพจึงได้ตัดดำมืดดิ่งลงไป...