คนถูกบีบบังคับทางอ้อมจำต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ ณัฐกมลเดินไปจัดการกับงานที่เหลือด้วยหัวใจที่รู้สึกสับสน ดีใจที่ได้เจอเขา เพราะความคิดถึงยังคงมีอยู่ท้วมท้นเต็มหัวใจ แต่กระนั้นในความดีใจก็มีความรู้สึกกระดากอายปะปนอยู่ด้วยอย่างอธิบายไม่ถูก
บารมีพาพนักงานสาวที่ยังอยู่ในชุดฟอร์มทำงานมายังร้านอาหารที่เขาชื่นชอบ ชายหนุ่มจัดการสั่งอาหารเองทั้งหมดโดยไม่ได้สอบถามคนที่เขานำพามาด้วย แต่เพียงแค่ณัฐกมลได้ยินทุกเมนูอาหารที่เขาได้สั่งกับพนักงาน หญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื้นตันหัวใจ เพราะทุกเมนูล้วนแล้วแต่เป็นของโปรดของเธอทั้งสิ้น
“คิดถึงร้านอาหารไทยที่นิวซีแลนด์ไหม ร้านที่เราไปกินด้วยกันบ่อย ๆ น่ะ”
ณัฐกมลเหลือบมองคนถามด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นเหลือเกิน เขาจะกล่าวถึงเรื่องในอดีตทำไมกันหนอ ส่วนอีกคนก็จ้องมองอย่างรอคอยว่าเจ้าตัวจะตอบเขากลับมาว่าอย่างไร แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็มีเพียงแค่ดวงตาเว้าวอนใสซื่อที่จ้องมองมาเท่านั้น
“ทำไมไม่เรียนต่อให้จบ ทำไมถึงมาทำงานร้านรองเท้า แล้วได้เงินเดือนเท่าไร ตอนนี้พักอยู่ที่ไหน”
คำถามมากมายพรั่งพรูออกมาคล้ายกับว่าเป็นห่วงเป็นใย คนถูกถามจึงอดที่จะรู้สึกดีไม่ได้ ณัฐกมลก้มหน้าลงอย่างไม่กล้าสบสายตาคมกล้า ก่อนที่เสียงหวาน ๆ จะตอบเขา
“คือว่า...เรื่องมันซับซ้อนค่ะ ตอนนี้มายด์เช่าห้องพักอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานมาก มายด์...มายด์สบายดีค่ะ” คนที่นั่งทำตัวเล็กลีบละไว้ที่จะบอกกล่าวเรื่องราวภายในครอบครัว เพราะทั้งบิดาและพี่ชายติดเล่นพนันออนไลน์จนถึงขั้นไปกู้เงินนอกระบบและสุดท้ายก็มีหนี้สินท่วมหัว ซ้ำร้ายคนทั้งสองยังจะต้องการให้เธอเป็นผู้ใช้หนี้แทนพวกเขาอีกด้วย นี่น่ะหรือครอบครัว นี่น่ะหรือบิดาและพี่ชายในสายเลือด เหตุอันใดจึงทำกับเธอได้ถึงเพียงนี้
“สบายดีงั้นเหรอ ที่พี่เห็นวันนี้มันไม่ใช่นะ” ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงพลบค่ำที่เขาเห็นว่าเธอเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน บางครั้งก็ถึงขึ้นที่ต้องก้มลงถอดรองเท้าให้กับลูกค้าบางรายที่ไม่มีมารยาทและความเกรงใจ
“พอดีว่าเพื่อนร่วมงานอีกคนลาป่วยค่ะ มายด์เลยอยู่คนเดียว ปกติก็ไม่ได้เหนื่อยแบบนี้หรอกค่ะ”
บารมีพยักหน้ารับรู้ ชายหนุ่มนั่งเงียบอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะถามเรื่องราวที่ยังค้างคาใจหรือไม่ ในเมื่อได้หวนกลับมาพบกันอีกครั้ง ก็ไม่ควรที่เขาจะปล่อยผ่านมิใช่หรือ
“ตอนนั้น...ทำไมไม่คิดจะบอกกันสักคำ”
คนถูกถามหัวใจไหววูบ ณัฐกมลบีบกำฝ่ามือจนแน่นเมื่อเจอคำถามง่าย ๆ แต่ช่างยากที่จะหาคำตอบดี ๆ ตอบเขากลับไป
“อาหารมาพอดีเลยค่ะ เรากินข้าวกันเถอะค่ะพี่บูม มายด์จะได้รีบกลับห้อง” ขอบคุณพนักงานของร้านอาหารแห่งนี้ที่เดินเข้ามาในจังหวะพอเหมาะพอดี สองมือเล็กที่ถือช้อนและซ่อมสั่นระรัวจนคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
บารมีจดจ้องคนที่เอาแต่นั่งก้มหน้าทานข้าวด้วยสายตาที่ไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกเช่นไร ณัฐกมลไม่อยากตอบคำถามของเขา นั่นก็แน่แล้วว่าเจ้าตัวคงมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่ต้องการให้เขารับรู้ หากเหตุผลนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องครอบครัวอย่างที่เธอเคยกล่าวอ้างไว้ในจดหมายลา เรื่องเพียงแค่นี้เหตุอันใดถึงต้องปิดบัง ณัฐกมลจงใจทิ้งเขาไปเพราะหมดรักกันเสียมากกว่า
ในเมื่อเขาดีกับเธอและเคยรักเธอเสียมากมาย แต่สิ่งที่ได้กลับมาดันเป็นความปวดร้าวหัวใจ เขาก็จะไม่ดึงดันถามเหตุผลจากเธออีกแล้ว และเห็นทีว่าตัวเขาก็ควรที่จะได้เอาคืนเสียบ้าง เพื่อชดเชยให้กับความผิดหวังในรักครั้งนั้นที่เขาไม่เคยลืมเลือนมันได้เลยแม้สักวัน
มื้อค่ำที่แสนจะอึดอัดสำหรับณัฐกมลได้ผ่านพ้นไป โชคดีที่เธอสามารถปลีกตัวออกมาจากเขาได้ เพราะหลังจากที่เขาจัดการจ่ายค่าอาหาร บารมีก็ยังอาสาที่จะไปส่งเธอยังที่พักอีกด้วย
“มายด์ไม่คู่ควรกับพี่บูมหรอกค่ะ มายด์ไม่สมควรที่จะมีชีวิตคู่กับใครเลยด้วยซ้ำ”
ณัฐกมลเดินบ่นเบา ๆ ไปตามทางเดินเข้าที่พักหลังจากที่เพิ่งก้าวเท้าลงมาจากรถโดยสารประจำทาง ใจหนึ่งก็ยังคงรักบารมีไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่อีกใจก็ไม่อยากให้เขาต้องมาเดือดร้อนไปกับคนในครอบครัวที่มีแต่ความเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวอย่างเช่นบิดาและพี่ชายของเธอ และหากบารมีได้รู้ว่าเธอเคยผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้างหลังจากที่ทิ้งเขามา เขาคงจะจงเกลียดจงชังกันมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ
หญิงสาวเดินไปตามทางจนถึงที่หมาย พอแผ่นหลังเล็กหายเข้าไปในอะพาร์ตเมนต์ดังกล่าว คนที่ขับรถตามมาตลอดทางก็หยุดรถอยู่ที่ด้านหน้าอาคารสูงนั้น
“ที่โชคชะตานำพาให้เราได้มาพบเจอกันอีกครั้ง นั่นก็เพราะโชคชะตาอยากให้พี่ได้เอาคืนเธอบ้าง มายด์ไม่มีวันรู้เลย...ว่าตอนนั้นพี่เจ็บปวดแค่ไหน”
ณัฐกมลตอบแทนความรักที่เขามีให้ด้วยการบีบขยำหัวใจของเขาจนแหลกเหลว ก็คงถึงเวลาแล้วที่เขาจะได้สั่งสอนเธอให้รู้ถึงความเจ็บปวดอย่างที่เขาเคยพานพบ...