ตอนที่ 1 You And Me : Broken relationship ‘I’ 2/3

1413 คำ
“มามี้ ทำไมนาวินไม่มีปะป๊าเหมือนเพื่อน” คำถามนี้เล่นเอาฉันจุกไปเลย ฉันไม่รู้ว่าลูกเอาคำว่าปะป๊ามาจากไหน แต่อาจจะเอามาจากเพื่อนที่โรงเรียนมั้ยนะ “นาวินจะได้เจอปาป๊าตอนไหน” “ตอนที่นาวินโตขึ้นสูงเท่านี้เลย” ฉันมือทำความสูงประมาณหนึ่งให้ลูกชายที่สูงยังไม่ถึงเมตรดีด้วยซ้ำดู ฉันรู้ว่าการโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่บางครั้งก็จำใจต้องทำ “งั้นนาวินจะดื่มนมเยอะ ๆ คุณยายบอกว่าดื่มนมจะได้ตัวสูง นาวินจะได้เจอปะป๊าไว ๆ” ฉันยิ้มแต่ภายในใจกลับเศร้าแสนเศร้า ฉันอยากจะกอดแล้วขอโทษลูกที่เขาต้องเกิดมาไม่มีพ่อ “ค่ะ” ฉันลูบหัวลูก “วันนี้ลูกชายมามี้มาโรงเรียนวันแรกมามี้พาไปกินไอติมดีมั้ยคะ แล้วมามี้จะซื้อของเล่นใหม่ให้นาวินด้วย โอเคมั้ยคะ” “เย้ มามี้ใจดีที่สุดเลย” ลูกชายกระโดดโลดเต้นดีใจใหญ่เลยล่ะ แค่นั้นก็คงทำให้ลืมความรู้สึกเรื่องพ่อไปได้บ้าง แต่ฉันก็แอบเสียใจอยู่ดีนะ ก็ไม่รู้จะทำยังไงเรื่องพ่อของเขาดี ครั้งสุดท้ายที่ฉันได้ยินข่าวเรื่องพ่อของนาวินก็เกือบสามปีที่แล้วโน่นล่ะ เพื่อนฉันเล่าให้ฟังเรื่องจิปาถะทั่วไป แต่ฉันก็แค่รับฟังและไม่ถามต่ออีก ฉันมีเพื่อนที่รู้จักกับปริ๊นซ์แค่ไม่กี่คน เพื่อนฉันที่รู้ว่าฉันท้องก็แค่สามคนที่สนิทกัน เพื่อนไม่ได้อยู่ในวงจรชีวิตของปริ๊นซ์ก็เลยไม่ได้พูดคุยกับปริ๊นซ์เช่นกัน หลังจากเลิกกับปริ๊นซ์ฉันก็ลบตัดสัมพันธ์กับคนรอบตัวปริ๊นซ์หมด ลบโซเชียลมีเดียหลายคนออกไป จนตอนนี้อินสตาร์แกรมฉันมีคนติดตามแค่ร้อยกว่าคนเอง คือมีแค่เพื่อนสนิท เพื่อนสมัยเรียนป.ตรี เพื่อนที่อเมริกา แต่เพื่อนคนที่รู้จักกับปริ๊นซ์ก็มีแค่เพื่อนสนิทสมัยมอปลายสองคน และเพื่อนสมัยมหาลัยสองคน เพื่อนฉันทั้งหมดนั้นก็เกลียดปริ๊นซ์และลบโซเชียลของปริ๊นซ์ไปหมดเช่นกัน “นาวินอร่อยมั้ยคะ” ฉันถามลูกชายตอนที่เขาหยิบเชอร์รี่ที่ประดับบนไอศกรีมเข้าปาก ช่างเหมือนพ่อจริงนะ ฉันน่ะไม่ชอบกินเชอร์รี่บนไอศกรีมเลย เวลาไปทานไอศกรีมที่มีเชอร์รี่พ่อนาวินก็กินแทนตลอดล่ะ ลูกชายฉันเองก็ชอบเชอร์รี่มากล่ะ “Good, Good” ลูกชายตอบกลับพร้อมแก้มที่ป่องป่องด้วยเชอร์รี่ ตอนอยู่ที่โน่นฉันเลี้ยงลูกสองภาษาตั้งแต่เด็กทำให้นาวินพูดไทยได้อังกฤษได้ แต่ภาษาไทยอาจจะสำเนียงแปร่ง ๆ หน่อยก็ค่อย ๆ ฝึกไป “แล้ววันนี้นาวินมีเพื่อนที่โรงเรียนมั้ยเอ่ย” “มีครับ ผู้หญิงชื่อนีน่า ผู้ชายชื่อออดี้ ชื่อเหมือนรถมามี้เลย” ฉันขำกับคำเปรียบเปรยของลูกชาย คงเป็นเพราะเขาได้ยินว่ารถที่ฉันขับยี่ห้ออะไรล่ะมั้ง “Nina so pretty” (นีน่าน่ารักมาก) “ตัวแค่นี้ชมผู้หญิงด้วยเหรอเรา” ฉันบีบจมูกลูกชายอย่างหมั่นเขี้ยว ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนพ่อ ตา จมูก ปาก เหมือนพ่อไปหมดเลยสินะ คงเป็นเพราะตอนท้องฉันเกลียดพ่อของเขาเข้าไส้ถึงได้เหมือนขนาดนี้ เขาว่าเกลียดอะไรได้อย่างนั้นคงเรื่องจริง “Nawin, Do you love mommy?” (นาวิน ลูกรักแม่มั้ย?) ฉันถามพลางเช็ดปากที่เปื้อนไอศกรีมให้ลูกชายไปด้วย ลูกฉันน่ะเป็นสิ่งวิเศษที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยนะ ติดสินใจไม่ผิดเลยที่เลือกเก็บเขาเอาไว้ “I love mommy like this, like this, and like this” (ผมรักแม่เท่านี้ เท่านี้ แล้วก็เท่านี้) ลูกชายทำท่ากางแขนออกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทำเอาฉันยิ้มออกมา “I love mom very much” (ผมรักแม่มาก ๆ เลย) ว่าจบลูกชายก็จุ๊บลงบนหลังมือฉัน “Oh mommy love you too” ( โอ้ แม่ก็รักลูกเหมือนกันจ้ะ) ฉันบอกเขาและเป็นคนตักไอติมป้อนลูกชายอีกคำ เขาคงเป็นผู้ชายคนเดียวในโลกที่หน้าเหมือนปริ๊นซ์แล้วฉันรักอย่างสุดหัวใจ หลังจากทานไอศกรีมกันเสร็จแล้วฉันก็พาลูกชายไปซื้อของเล่น และซื้อนิทานเอาไปอ่านให้เขาฟังก่อนนอน ซึ่งกิจกรรมของฉันกับลูกก่อนนอนคือต้องอ่านนิทานน่ะนะ ฉันไม่ค่อยตามใจลูกเรื่องซื้อของเล่นมากนัก ฉันอนุญาตให้นาวินซื้อของเล่นใหม่แค่เดือนละหนึ่งครั้ง หรือในกรณีพิเศษ แต่พ่อกับแม่และพี่ชายฉันสปอยล์หลานหนักมาก ซื้อของเล่นให้เยอะจนฉันต้องดุเลยล่ะ แต่นาวินก็เชื่อฟังฉันนะ ทุกครั้งที่จะรับของจากผู้ใหญ่เขาจะต้องถามฉันก่อนว่ารับได้หรือไม่ได้ แม้นาวินจะมีพี่เลี้ยงคอยดูแล มีของเล่นมามายให้เล่นแต่ฉันก็จะสอนลูกเสมอว่าถ้าเล่นต้องเก็บเอง ถ้าเก็บเองไม่ไหวต้องขอให้คนอื่นช่วย ถึงฉันจะรักลูกมากแต่ฉันไม่มีทางให้ลูกเป็นเด็กเอาแต่ใจแน่นอน End Aiwa Raiwada Talk Prince Parintorn Talk “อ้าว เมื่อคืนนอนที่นี่เหรอพี่” ไปรท์ น้องชายของผมทักเมื่อเห็นผมเดินมาที่ชั้นสองของออฟฟิศที่เป็นโซนเอาไว้สำหรับของว่าง ชงกาแฟเครื่องดื่ม ซึ่งผมทำโซนนี้เอาไว้ดีมากเพื่อพนักงานทุกคนจะได้ทำงานอย่างมีความสุข เมื่อเข้ามาผมก็เดินไปเปิดเอาน้ำดื่มในตู้เย็น “อืม เมื่อคืนกูดื่มกับเพื่อนสมัย จปร.มาขี้เกียจกลับบ้าน” ผมบอกแล้วยกน้ำดื่มสายตาก็มองไปยังแก้วกาแฟที่เรียงรายอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ พนักงานบริษัทมีอยู่สิบห้าคนแต่กาแฟดูเหมือนจะเกินจำนวนพนักงานแม้จะรวมยามรวมแม่บ้านไปแล้วก็ตามที “นั่นอะไร ทำไมสั่งมาเยอะแยะ” “ไม่ได้สั่งนะพี่ มีคนส่งมาให้” น้องชายว่าแล้วส่งกาแฟเย็นที่วางอยู่ในนั้นมาให้ผมหนึ่งแก้ว “พอดีว่าอาคารพานิชย์ตึกตรงข้ามเขาจะปรับปรุงแล้วจะมีเสียงรบกวนเขาก็เลยส่งมาให้แทนคำขอโทษ ส่งเค้กมาด้วยนะ แล้วก็ส่งจดหมายมาด้วยแต่ผมทำเปียกน้ำไป” ผมเอาหลอดทิ่มลงในแก้วแล้วดูดระหว่างฟังน้องอธิบายไปด้วย ดูจากโลโก้กาแฟที่สั่งมาแล้วคาดว่าคงจะมีฐานะไม่เบา สั่งกาแฟแบรนด์ดังมาที่ราคาแก้วละร้อยกว่ามาตั้งยี่สิบแก้วแถมขนมอีก แล้วคิดว่าคงให้ทุกออฟฟิศในโครงการนี้อีก น่าจะมีฐานะพอสมควร “เห็นว่าจะทำคลินิกรักษาคน ชื่อคลินิกอะไรสักอย่าง ดา ๆ นี่แหละผมลืมไปแล้วอะกระดาษก็เปียก” ไอ้ไปร์ทพูดพลางดูดกาแฟ “แต่พี่ไผ่เป็นคนรับกาแฟมาบอกว่าหน้าตาคนที่เอากาแฟมาให้พร้อมกับจดหมายหน้าตาสวยเชียวนะพี่ สงสัยจะต้องไปทำความรู้จักแล้วล่ะ มุกป่วยพอจะไหวมั้ย” “มุขชกอย่างนั้นเขาเลิกใช้ไปนานแล้ว” ผมส่ายหัวไปมา “มันเชย” “ก็อยากจีบอ่ะ ดูท่าแล้วคงจะรวยไม่เบาซื้อสตาร์บัคส์มาแจกขนาดนี้” น้องชายดูดกาแฟด้วยท่าทางอารมณ์ดี “ไม่งั้นพี่ก็จีบสิ แม่จะได้เลิกหาคู่ให้พี่สักที” “กูจัดการเรื่องของกูได้น่า ว่าแต่มึงมายืนตรงนี้งานเสร็จหรือยังจะเอามั้ยรถใหม่” พอถามอย่างนั้นน้องชายก็รีบวิ่งแจ้นหนีหายไปทันที ผมมองตามหลังน้องชายที่พึ่งเรียนจบป.ตรีมาแล้วส่ายหัวย่างหน่าย ๆ ไม่รู้เมื่อไร่จะเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา หลังจากน้องจากไปและพนักงานทยอยเข้ามาหยิบกาแฟผมก็เดินเข้ามาที่ห้องทำงานซึ่งอยู่ชั้นสามของตึกด้านขวา ซึ่งตึกนี้จะตรงกับอาคารพานิชย์ที่ว่าพอดี มองไปก็เห็นคนงานกำลังทำงานอยู่
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม