Prologue 2/2

1950 คำ
“จ้า พี่ไปนะ” หลังจากบอกลาพี่สาวก็จากไป ฉันทบทวนหลายอย่างในหัวก่อนจะเริ่มขบคิดบางอย่าง แม้ว่าฉันจะเข้าใจว่าตัวเองคงเป็นโรคกระเพราะ กรดไหลย้อน หรืออาจจะเครียดพักผ่อนน้อยเพราะเลิกกับแฟนได้เพียงแค่สัปดาห์กว่า ๆ แต่มีอย่างหนึ่งที่ฉันเผลอลืมนึกคือเรื่องการท้อง ประจำเดือนฉันขาดไปสองเดือนแล้ว ก่อนหน้านี้ประมาณสามเดือนก่อนฉันมีปัญหาเกี่ยวกับรอบเดือนและกินยาปรับฮอร์โมนไปแล้วและประจำเดือนก็ขาดไป แต่เดือนแรกฉันก็ตรวจแล้วไม่พบการตั้งครรภ์นะ แล้วตามจริงก็สามารถมีเหตุการณ์อย่างนี้ได้ ถ้าขาดไปเดือนหรือสองเดือน แต่นี้จะเข้าเดือนที่สามแล้วยังไม่มา และฉันก็ไม่ได้ตรวจการตั้งครรภ์อีกเลย แถมก่อนหน้านั้นก่อนปริ๊นซ์จะไปฝึกเราก็มีอะไรกันแบบไม่ได้ป้องกันด้วย ฉันรู้ว่ามันไม่ควรเพราะมันสับเพร่าแต่ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาฉันก็เข้าใจว่าประจำเดือนไม่มามันเป็นเพราะยาปรับฮอร์โมนที่ทานเข้าไป ระหว่างทางกลับคอนโดฉันแวะร้านขายยาเพื่อซื้อที่ตรวจครรภ์มาสามสี่อัน ในหัวตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่าจะท้องจริง ๆ หรอกแต่ใจหนึ่งก็แอบคิด อาการที่ฉันเป็นอยู่มันก็คล้ายคนท้องเหมือนกัน แต่ฉันก็เข้าใจว่าที่หน้ามืดคงเป็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ และไม่ค่อยได้ทานอะไรมากกว่า ระหว่างที่หยดปัสสาวะใจฉันก็เต้นระรัว แม้ว่าฉันจจะเรียนจบและทำงานแล้ว มีสภาพคล่องทางการเงินมากพอที่จะเลี้ยงลูกได้แต่ฉันก็ไม่ได้อยากท้องนะ ฉันพึ่งเลิกกับปริ๊นซ์ไปนี่นา เหตุผลที่เขาบอกเลิกยังก้องในหัวฉันอยู่เลย ถ้าฉันท้องเขาจะรับผิดชอบมั้ยฉันก็ยังไม่รู้ “อย่าท้องเลยนะ “ฉันพูดระหว่างที่ระให้ผลตรวจขึ้น ฉันตรวจพร้อมกันหลาย ๆ อันเพื่อผลที่แม่นยำ ฉันได้แต่หวังว่าจะขึ้นขีดเดียว แต่ในจังหวะนั้นก็.... “ไม่นะ” ฉันอุทานออกมาเสียงดังหลังจากที่อันแรกขึ้นขีดสีแดงชัดเจนทั้งสองขีด ถ้าอันถัดไปขึ้นขีดเดียวยังพอมีหวัง แต่ที่ตรวจทั้งสี่อันนั้นกลับเป็นสีแดงทั้งสองขีดทุกอัน ฉันถึงกับเข่าอ่อนทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ตัวสั่น ใจสั่น แทบลืมหายใจ สติพร่าเบลออยู่นาน พอได้สติและคิดได้ดังนั้นฉันจึงหยัดตัวลุกขึ้นและไปที่โรงพยาบาลทันที ด้วยความกังวลใจฉันเลยเลือกที่จะไม่ไปที่โรงพยาบาลที่ทำงานอยู่ แต่เลือกไปที่โรงพยาบาลเอกชนขนาดกลางที่อยู่แถวคอนโดแทน ฉันต้องการตรวจเลือด ตรวจทุกอย่างให้แม่นยำที่สุด อาจจะเพราะหวังลึก ๆ ว่าที่ตรวจเองอาจจะพลาดไป “คุณไรวดา เจตสิริลักษณ์เชิญห้องตรวจหมายเลขสามค่ะ” ฉันสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปตามที่พยาบาลผายมือ แม้ว่าตัวเองจะเป็นหมอ แม้ว่าอาหารที่ผ่านมาจะเป็นอาการของคนท้อง แถมยังตรวจเองแล้วก็ขึ้นสองขีดแต่ฉันก็ยังอยากให้หมอคนอื่นยืนยัน “สวัสดีค่ะ” ฉันทักทายและรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิด “คุณไรวดาใช่มั้ยคะ” คุณหมอถามตอนที่ฉันยกมือไหว้พลางนั่งลงบนเก้าอี้ คุณหมอวัยสามสิบมองแล้วส่งยิ้มให้ก่อนจะพูดว่า “ผลตรวจเลือดแล้วก็ตรวจปัสสาวะออกมาแล้วนะคะ คนไข้ตั้งครรภ์นะคะ” แค่ได้ยินแบบนั้นหัวฉันก็รู้สึกเหมือนพร่าเบลอไปอีกอึดใจเลย หมอคงสังเกตอาการฉันได้ถึงได้เว้นช่วงไป หลังจากนั้นหมอก็ให้ฉันขึ้นเตียงที่อยู่ด้านข้างเพื่ออัลตราซาวน์เบื้องต้น ในจังหวะที่เจลล์เย็น ๆ แปะลงบนหน้าท้อง จังหวะที่คุณหมอเลื่อนหัวตรวจไปตามท้องหัวใจฉันก็สั่นไหว “ดูจากตัวอ่อนแล้วอายุครรภ์น่าจะสิบสองสัปดาห์แล้วนะคะคุณแม่” คุณหมอหันหน้ามายิ้มแต่จังหวะที่ฉันมองมอนิเตอร์น้ำตาก็ไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้ มันหลากหลายความรู้สึก แต่ในตอนนั้นฉันแทบไม่รู้เลยว่าตัวเองจะจัดการกับสิ่งนี้ยังไง “คุณแม่ท้องแรกใช่มั้ยคะ คุณแม่ตัวเล็กด้วยท้องเลยยังไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่จะเริ่มเปลี่ยนช่วงเข้าไตรมาสที่สองนะคะ” “ค่ะ” ฉันตอบรับและเช็ดน้ำตาออกด้วยหลังมือ ฉันรู้ ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะตั้งครรภ์ขึ้นมาในวัยยี่สิบสามย่างยี่สิบสี่ปี วันนั้นหลังจากกลับจากโรงพยาบาลฉันก็รู้สึกว่าสติแทบหลุดลอยไป ฉันได้รูปอัลตราซาวน์ ได้ผลตรวจ และได้รับคำแนะนำอะไรมา ฉันไม่รู้จะเริ่มจัดการเรื่องนี้ตรงไหน เด็กในท้องฉันสามเดือนแล้ว ความสูงในครรภ์ยาว 7-8 กว่า เซนฯ มีอวัยวะแล้วทำแท้งไม่ได้เพราะมีความเสี่ยงสูง แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ จะทำยังไงดี ฉันตัดสินใจส่งข้อความหาปรินซ์ผ่านเบอร์ เพราะนี่คาดว่าจะเป็นหนทางเดียวที่เขาอาจจะยังไม่ได้บล็อกไป ปกติเดี๋ยวนี้คนเราก็ส่งข้อความกันผ่านไลน์ ไอจี เฟซบุ้ก โทรหากันก็ผ่านทางนั้นซึ่งเบอร์ก็แทบจะมีไว้เฉย ๆ แต่ปริ๊นซ์บล็อกโชชียลฉันไปหมดก็คงเหลือแค่ทางนี้ Me : ได้ส่งรูปภาพ Me : ได้ส่งรูปภาพ Me : ปริ๊นซ์ ไอท้อง Me : ไอตรวจเองแล้วก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลมาแล้ว หมอไอท้องได้สามเดือน ไอไม่รู้จะทำยังไงปริ๊นซ์มาหาไอหน่อยได้มั้ย ไอไม่โอเคเลย Me : ไอจะรอนะ ฉันส่งไปแบบนั้นพร้อมผลตรวจและรูปอัลตราซาวน์ และคาดหวังว่าปริ๊นซ์จะมาหาเพราะยังไงซะวันนี้ก็เป็นวันศุกร์ ฉันอยากให้เขามาคุยกันให้รู้เรื่อง เพราะอย่างน้อยเขาก็เป็นพ่อของเด็ก เขาเองก็เป็นคนที่ทำให้เด็กเกิดมาด้วยเหมือนกัน แม้ฉันจะอยากให้ปริ๊นซ์กลับมาหาแต่ฉันก็ไม่ได้อยากจะใช้เหตุผลว่าท้อง ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะมีลูกเพราะการเป็นแม่มันต้องเสียหลายอย่างในชีวิต แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหาไง แต่จนแล้วจนรอด ผ่านไปหลายชั่วโมงปริ๊นซ์ยังตอบกลับมา อาจจะเพราะฉันส่งไปตอนเที่ยงคืนและฉันเดาว่าปริ๊นซ์อาจจะนอนไม่แล้วก็ได้ อย่างน้อยพรุ่งนี้เขาคงจะตื่นขึ้นมา คืนนั้นฉันเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะว่าร่างกายฉันอ่อนเพลียมาก แต่เช้าของอีกวันฉันก็ตื่นมาเพราะเสียงแจ้งเตือนที่รัวกว่าปกติ Prince : เราคิดว่าไอจะเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายกว่านี้ซะอีก Prince : แต่ท้องเลยเหรอ Prince : อยากให้กลับไปถึงขนาดเอาเรื่องท้องมาอ้างเลยเหรอ Prince : ไร้ค่าชะมัด Prince : เราไม่อยากรับผิดชอบหรอก ไปเอาออกเถอะ นั่นเป็นสิ่งที่เขาตอบกลับฉันมา พออ่านแบบนี้ ประกอบกับเหตุผลที่เขาบอกเลิกกันมาก็ทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงผู้ชายคนนี้ขึ้นมาในทันที ไม่โทรถามว่าจริงหรือไม่ ไม่มาเจอเพื่อพิสูจน์ความจริง แต่กลับส่งมาแค่นี้น่ะนะ ฉันคิดว่าเขาจะมีความเป็นคนมากกว่านี้ซะอีก ไร้ค่า คือสิ่งที่เขาบอกฉันมา ไร้ค่าเหรอ ไร้ค่าเลยเหรอ “ไอวา ไม่เห็นจะบอกแม่เลยว่าจะมา” แม่ทักทายตอนเห็นฉันเดินเข้ามาในบ้านพักที่พ่อกับแม่มาพักเพื่อตรวจปางไม้ที่ได้สัมปทานแห่งใหม่ “ดีเลยวันนี้พ่อจะข้ามฝั่งกลับมาแล้ว ให้พี่อินดูแลทางโน้น” “งั้นเหรอคะ” ฉันยิ้มบาง ๆ “ไอมาเพราะว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับพ่อแม่น่ะค่ะ” “อะไรเอ่ย มาถึงที่เลยรอพ่อกับแม่กลับกรุงเทพไม่ได้เลยเหรอ” ฉันส่ายหัว “สำคัญมากสินะ” “ค่ะ รอพ่อกลับมาก่อนนะคะ” แม้แม่จะมีท่าทีสงสัยแต่ท่านก็ยอมตกลงที่จะรอฟังพร้อมกับพ่อ หลังจากที่ฉันได้รับข้อความจากปริ๊นซ์ฉันก็รู้สึกเหมือนจิตใจแตกสลาย ฉันโทรหาปริ๊นซ์เขาก็ไม่ยอมรับสาย ฉันเอาเอกสารที่เกี่ยวกับการยืนยันการตั้งครรภ์ไปให้ แต่เขากลับเอาเงินก้อนหนึ่งให้ฉันมาแล้วให้ไปเอาเด็กออก และหลังจากนั้นไม่กี่วันเพื่อนฉันก็แคปสตอรีปรินซ์มาให้ดูว่าเขาเปิดตัวแฟนใหม่ ฉันรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมเขาถึงไม่อยากรับผิดชอบ รู้เหตุผลแล้วว่าทำไมถึงไม่อยากให้ฉันเก็บเด็กไว้ เพราะเขาจะเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงคนอื่น เขาไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าฉันจะเป็นยังไง เพราะหลังจากที่ให้เงินก้อนนั้นมาเขาก็หายไปไม่ยอมคุย ไม่ตอบข้อความอีกเลย ผู้หญิงที่เขาคบด้วยก็แสนจะคุ้นเคยเหลือเกิน ฉันจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นวนเวียนในชีวิตปริ๊นซ์ได้สักพักแล้วก่อนเลิกกัน ฉันเห็นเธอดผล่ในสตอรีปริ๊นซ์ เพื่อนปริ๊นซ์เวลาไปดื่มเหล้าแล้วฉันไม่ได้ไปด้วย ฉันเคยเจอเธอจะ ๆ หนหนึ่งแล้วที่คอนโดเขาซึ่งตอนนั้นเธอก็บอกฉันว่าเป็นเพื่อนกัน แม้ว่าตอนนั้นจะไม่เชื่อหรอกว่าเป็นแค่เพื่อน แต่พอเห็นเปิดตัวแบบนี้ก็รู้สึว่า อ่า....ที่แท้แล้วคนที่เขาคบด้วยก็เป็นคนนี้นี่เอง คิดไม่ผิดเลยสินะ สาเหตุที่บอกเลิกคืออยากคุยไปเรื่อยไม่ใช่เหรอ อยากใช้ชีวิตวัยรุ่นแบบไม่ผูกมัดไม่ใช่หรือไง แต่อยู่ ๆ เปิดตัวคบกับคนอื่นทั้ง ๆ ที่พึ่งเลิกกับฉันได้ไม่ถึงเดือน ชีวิตแบบนี้เหรอที่เขาต้องการ ผู้ชายน่ะตอนบอกเลิกก็สรรหาเหตุผลมาได้ทั้งนั้นแหละ แต่ทำไมถึงได้น่าขยะแขยงแบบนี้ล่ะ ถ้ามีคนอื่น อยากคบกับคนอื่นก็บอกมาเลยตรง ๆ ไม่ต้องอ้างว่าอยากใช้ชีวิตวัยรุ่น อยากจะคุยไปเรื่อยหรอก มีคนที่รอคบอยู่แล้วเป็นตัวเป็นตนก็แค่บอกมา ไม่จำเป็นต้องหาคำพูดสวยหรูอะไร ผู้ชายตอนอยากได้เรา ก็ทำทุกวิถีทางนั่นแหละ อยู่ไกลแค่ไหนก็มาหาได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ แต่พอเบื่อแล้ว รักเก่าแล้วอะไรที่ว่าดีก็แย่ไปหมด “พ่อคะ แม่คะ ไอท้อง” ฉันกลั้นใจบอกไปโดยที่ไม่ได้จินตนาการเอาไว้เลยว่าพ่อแม่จะมีท่าทางแบบไหน แต่ตอนที่เงยหน้าขึ้นมองพ่อกับแม่น้ำตาฉันก็ล่วงลงมาอย่างห้ามไม่ฟัง “ไอเลิกกับพ่อของเด็กแล้ว เขาไม่อยากให้ไอเก็บลูกไว้ เขาอยากให้ไอเอาเด็กออก”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม