ตอนที่ 7 ความลับของเมืองเวล

3745 คำ
"อาหารอันนี้เรียกว่าอะไรเหรอคะคุณป้า?" ฉันจ้องมองอาหารที่มีลักษณะคล้ายๆ แป้งทอดก้อนกลมข้างในเหมือนยัดไส้อะไรไว้สักอย่าง แต่กลิ่นของมันค่อนข้างจะดึงดูดฉันเอามากๆ เลยล่ะ "อาหารสิ่งนี้เรียก 'โตรูเมีย' ค่ะคุณหนู" แม่ค้าหญิงสูงวัยยิ้มหวานออกมาก่อนที่จะหยิบแป้งทอดก้อนกลมชิ้นเล็กยื่นให้กับฉัน "จะดีเหรอคะ?" "ลองชิมสิคะ แต่ไม่รู้ว่าของแบบนี้จะถูกปากคุณหนูหรือเปล่านะคะ" "ขอบคุณมากค่ะ" ฉันรับโตรูเมียมาจากแม่ค้าแล้วใช้มือฉีกแป้งทอดออก เพราะมันเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ จึงร้อนมาก ฉันเป่าลมฟู่ๆ ใส่มันประมาณสามสี่ครั้งก่อนจะกัดเข้าไปคำแรก รสชาติแรกที่ฉันรู้สึกได้เลยคือรสหวานของเนื้อชั้นดีตามมาติดๆ ด้วยรสเค็มปะแล่มๆ ผสม แถมด้วยกลิ่นของสมุนไพรอีกหน่อย "อร่อยจังค่ะ" "ดีใจที่คุณหนูชอบนะคะ สนใจซื้อกลับไปทานหน่อยไหมคะ?" "ค่ะ ข้าขอซื้อหนึ่งถุงนะคะ" ฉันหยิบเงินออกมาจากถุงเงิน "เท่าไรเหรอคะ?" "สิบเปรูค่ะคุณหนู" ฉันค่อยๆ นับเหรียญออกมาแล้วส่งให้กับแม่ค้าพร้อมรับถุงที่ใส่โตรูเมียอยู่ประมาณห้าชิ้นได้ "เจ้าซื้ออะไรอีกแล้ว" "อ๊ะ...ท่านจ...อุ๊บ!" มือของจอมมารแดรีลเข้ามาปิดปากฉันไว้ได้ทัน เขามองฉันด้วยสายตาดุๆ เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ ว่า 'เตือนกี่ครั้งแล้ว' ฉันยิ้มแล้วพยักหน้าลงเล็กน้อย เขาผละมือออกแล้วถอนหายใจออกมา "ข้าละสายตาจากเจ้าแค่นิดเดียว เจ้าก็ไปซื้ออะไรมาอีกแล้ว...ข้าไม่ควรให้เงินกับเจ้าสินะ" "ก็ที่นี่มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลยนี่คะ" "ข้าย้ำกับเจ้าหลายครั้งแล้วนะว่าที่ข้าพาเจ้ามาด้วยก็แค่สงสาร" "ข้ารู้อยู่แล้วค่ะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้มาเมืองของมนุษย์นี่คะ" จอมมารแดรีลเอื้อมมือมาขยี้หัวฉันเบาๆ เหมือนว่าจะได้ยินเสียงเขาหัวเราะด้วยล่ะ ค่ะ ตอนนี้ฉันกับจอมมารแดรีลเราสองคน... "นี่! เจ้าเป็นคนใช้นะ ทำตัวให้มันดีๆ หน่อย!" "จิล พอได้แล้ว หยุดเสียงดังซะ ข้ารำคาญ" "รับทราบค่ะนายท่าน" จิลก้มหัวลงเล็กน้อยแต่สายตาเจ้าหล่อนกลับตวัดมามองฉันเหมือนไม่พอใจ ส่วนฉันก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ พูดผิดสินะ เราสามคน ฉัน จอมมารแดรีล และจิล พวกเราได้มาเยือนเมืองของมนุษย์กันค่ะ ส่วนสาเหตุที่พวกเราต้องมาที่นี่น่ะเหรอ... 'ข้าจะไปเยือนเมืองเวล เจ้าอยู่นี่ทำตัวดีๆ ซะล่ะ' 'เอ๊ะ เมืองเวลนี่มัน...' 'เมืองของพวกมนุษย์...' 'ไปทำไมคะ' 'ข้ามีธุระกับเจ้าเมืองที่นั่น เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้' 'แล้วจะกลับมาเมื่อไรคะ?' 'ไม่รู้ อาจจะสองสามวันหรือหลายวันข้าไม่แน่ใจ เจ้าจะมาถามไรเยอะแยะ...' 'คือ ถ้าไม่ติดอะไร...' '?' 'ข้าขอไปด้วยนะคะ' ค่ะ...ก็ตามนั่นแหละค่ะ ไม่นึกไม่ฝันเหมือนกันว่าจอมมารแดรีลจะยินยอมให้ฉันสอยห้อยตามตูดมากับเขาด้วยแบบนี้ ถึงแม้ตอนแรกจิลจะคัดค้านหัวชนฝาเพราะกลัวว่าฉันจะทำให้ความแตกก็เถอะ "อีกไกลไหมคะ?" "ไม่ไกล..." เขาตอบเสียงเรียบ ฉันเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของจอมมารแดรีล ที่ถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของปีศาจหลงเหลืออยู่แล้ว แถมสีผมก็เปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีดำ นัยน์ตาเปลี่ยนจากสีเงินเป็นสีดำ ชุดที่เขาใส่อยู่ตอนนี้ก็ดูคล้ายๆ กับพวกชนชั้นสูงสไตล์ยุโรปยังไงยังงั้นแหละ ส่วนฉันน่ะเหรอ... "ตามข้ามาดีๆ ล่ะ หลงทางขึ้นมาข้าไม่ไปตามหาหรอกนะ เพราะเจ้าเป็นแค่คนรับใช้ของนายท่าน!" จิลว่าแขวะเล็กน้อยแล้วหัวเราะใส่ก่อนจะเดินตามจอมมารแดรีลไปติดๆ ปล่อยให้ฉันเบ้ปากแลบลิ้นใส่อยู่คนเดียว หึ! ค่ะ! สถานะที่จอมมารแดรีลยัดเยียดให้ฉันคือ 'หญิงรับใช้ชนชั้นสูง' ค่ะ! ไม่ว่าจะในฐานะมังกรหรือในฐานะเข้าเมืองมนุษย์มา ฐานะของฉันก็ไม่ได้สูงส่งมากขึ้นเลยสักนิดเดียว แต่เอาเถอะ ดีแค่ไหนแล้วที่เขายอมปล่อยให้ฉันตามมาด้วย ดีกว่าอุดอู้อยู่แต่ในปราสาทล่ะวะ! "เนีย..." ตึกตัก ตึกตัก "มานี่" หัวใจฉันเต้นแรงเมื่อได้ยินจอมมารแดรีลเอ่ยชื่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ชื่อ 'เนีย' เป็นชื่อที่เขาตั้งให้ในเมืองมนุษย์ ส่วนชื่อของเขาก็เปลี่ยนเป็น 'นายท่านเดล' ชนชั้นสูงระดับเดียวกับแกรนด์ดยุก คนใหญ่คนโตที่แม้แต่เจ้าเมืองเองยังให้ความเคารพนับถือ "ถึงที่หมายแล้ว ที่นี่ล่ะคือคฤหาสน์ของ 'เฟลิกซ์' เจ้าเมืองที่ปกครองเมืองเวลอยู่" 'เมืองเวล' เมืองของมนุษย์ที่อยู่ห่างจากดินแดนของจอมมารแดรีลมากหลายพันกิโลเมตร การมาครั้งนี้ของเขาไม่ได้มาแบบเปิดตัวหรูหราอลังการจนคนแตกตื่น น่าแปลกใจด้วยซ้ำที่เขายอมใช้ 'เวทอิชชั่น' (เป็นเวทที่ทำให้เปลี่ยนรูปร่างหน้าตาได้ตามมานาของผู้ใช้) จนใครเห็นก็คงไม่เชื่อหรอกว่าผู้ชายหน้าตาดีคนนี้มีระดับเป็นถึงจอมมารของโลกปีศาจ ที่นี่ก็ให้อารมณ์คล้ายๆ โลกมนุษย์เมื่อชาติก่อนของฉันไม่น้อยเลย ไหนจะตลาด ผู้คน แตกต่างอย่างเดียวคือที่นี่ไม่มีรถยนต์ แต่ใช้ม้าเป็นตัวลากแทน สำหรับฉันแล้วมันดูมีสีสันมากจนน่าตื่นตาตื่นใจเหลือเกิน "เดินเร็วๆ สิยะเจ้าน่ะ" "รู้แล้วจิล" ฉันถอนหายใจออกมาหลายครั้งนับเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ที่หากมีโอกาสรอดพ้นจากสายตาของจอมมารแดรีลเมื่อไร จิลจะแขวะฉันทุกครั้ง ฉันมองจิลที่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนทรงผมจากผมยาวกลายเป็นผมสั้น อีกทั้งชุดก็เปลี่ยนองค์ทรงเครื่องจากที่เผยรูปร่างส่วนโค้งส่วนเว้า ก็ถูกเปลี่ยนเป็นชุดที่ค่อนข้างมิดชิดและรัดรูป ต่างจากฉันลิบลับที่ถูกจับแต่งตัวอยู่ในชุดคล้ายๆ เมดในคาเฟ่! อิจฉาอ่ะ อยากใส่ชุดสวยๆ บ้าง! "กลับไปขึ้นรถม้าเถอะ...ข้าไม่ชอบแวะไหนนานๆ" จอมมารแดรีลสั่งเสียงเรียบพลางเดินตรงไปยังรถม้าที่จอดนิ่งรอพวกเรากันอยู่ แน่นอนว่าจิลคงไม่มีทางรอฉันอยู่แล้ว อยากบอกว่าสถานะของจิลตอนนี้สูงส่งกว่าฉันอีก เธอมีหน้าที่เป็น 'ผู้ดูแล' ของจอมมารแดรีล เอาจริงๆ คงไม่ต่างอะไรกับตอนอยู่โลกปีศาจหรอก แต่ดูเจ้าตัวจะเหมือนอยากอวดให้ฉันสำนึกเจียมเนื้อเจียมตัวกับเขาบ้างก็แค่นั่นแหละ พอกลับมาขึ้นรถม้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนขับก็เริ่มออกรถทันที (แน่นอนว่าคนขับก็จ้างมาด้วยราคา 100 เปรู) อาจจะดูน้อยที่ไม่มีคนติดตามเยอะเท่าไรทั้งๆ ที่มีระดับเป็นถึง 'แกรนด์ดยุก' แท้ๆ แต่จอมมารแดรีลก็บอกเพียงแค่ว่า 'ข้าไม่ชอบคนเยอะ' ค่ะ ตามนั้นแหละค่ะ ใครจะไปขัดใจนายท่านได้ล่ะคะ? "เจ้านี่ซื้ออะไรมาเยอะแยะจริงๆ นะ" จอมมารแดรีลแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ พลางมองฉันที่กำลังกินขนมที่ซื้อมาอยู่ ในมือก็มีถุงขนมและถุงอาหารอีกสองสามถุงที่ตะกี้ฉันวิ่งไปซื้อมาก่อนจะมาขึ้นรถม้า "ขะ...ข้าหิวนี่...เจ้าคะ" พอลงด้วยคำสุภาพต่อท้ายแล้ว กระดากปากแท้ "นายท่านเดล เมื่อไรจะถึงเหรอคะ?" "เจ้านี่ช่างเสียมารยาทต่อนายท่านจริงๆ นะ!" จิลเอ็ดฉันด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เธอมองฉันด้วยสายตาจิกกัดแต่แน่นอนก็ต้องเลิกทำเพราะจอมมารแดรีลมองไปที่เธอ "ถึงแล้วขอรับท่านแกรนด์ดยุกเดล" คนรถส่งเสียงบอกจากด้านหน้า รถม้าหยุดจอดลงทันทีที่มาถึงที่หมาย ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นว่าเป็นคฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ดูแล้วน่าจะมีเฉพาะคนมีเงินเท่านั้นถึงจะมาอยู่ได้ บริเวณหน้าประตูรั้วสีทองใหญ่โตมีรูปปั้นสิงโตอยู่อย่างละตัว ข้างในก็มีบ่อน้ำพุที่ดูสวยและงดงามราวกับศิลปะตั้งอยู่ตรงกลางหน้าคฤหาสน์ "ยินดีต้อนรับขอรับท่านแกรนด์ดยุกเดล ข้ารู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้รับใช้ท่าน" ลุงหน้าตาแก่ๆ ขี้เหร่ๆ อ้วนๆ คนหนึ่งที่ใส่ชุดท่าทางเหมือนเป็นชนชั้นสูงเข้ามาโค้งต่อหน้าจอมมารแดรีล แต่ไม่วายที่สายตาของลุงแก่ๆ คนนั้นจะมองมาทางฉันแวบหนึ่งพร้อมขยิบตาให้ ฉันขนลุกซู่จนต้องรีบไปหลบข้างหลังจอมมารแดรีลทันที "ไม่ต้องมากพิธีเฟลิกซ์ เหมือนเช่นทุกครั้ง ข้าแค่มาดู 'คนในการปกครอง' ก็เท่านั้น ว่ายังปฏิบัติตนดีตามที่ข้าสั่งหรือเปล่า" "โอ้ว! แน่นอนครับ ใครหรือจะกล้าขัดคำสั่งท่านแกรนด์ดยุกเดลได้กัน" เฟลิกซ์ยิ้มแล้วหันไปมองจิลที่ยืนอยู่ข้างๆ "ไม่พบกันเสียนานเลยนะครับคุณผู้หญิงจิล" "ค่ะ ไม่พบกันนานเลยค่ะ น่าจะประมาณสักสองสามเดือนได้ค่ะท่านเจ้าเมืองเฟลิกซ์" "แหม สำหรับคุณผู้หญิงจิล ไม่ต้องเรียกข้าเต็มยศขนาดนั้นก็ได้ครับ ข้าจะรู้สึกดีใจหากคุณผู้หญิงจะกรุณาเรียกข้าแค่ 'เฟลิกซ์' เฉยๆ" ลุงอ้วนที่เป็นเจ้าเมืองชื่อ 'เฟลิกซ์' ส่งสายตาเย้าแหย่จิลพลางจับมือของเธอมาอย่างวิสาสะแล้วโน้มหน้าไปจูบเบาๆ ที่หลังมือ "ค่ะ คุณเฟลิกซ์ ช่วงนี้คงต้องรบกวนท่านแล้ว ถ้ายังไงกรุณาดูแลต้อนรับนายท่านเดลดีๆ ด้วยนะคะ" "แน่นอนครับ นั่นเป็นสิ่งที่ข้าคิดไว้อยู่ตั้งแต่แรกแล้ว เอ...ว่าแต่" อั้ยหยา...อีตาลุงอ้วนเฟลิกซ์หันมามองฉันแล้วอ่ะ ฮืออออ! "แม่สาวคนนั้นคือใครหรือครับท่านแกรนด์ดยุกเดล ข้าไม่เคยเห็นหน้านางมาก่อนเลย" แง! อีตาลุงอ้วนฉุนั่นมันมองฉันแบบสายตาหื่นกามมากเลยอ่ะ พรึ่บ! แต่แล้วจู่ๆ จอมมารแดรีลก็เข้ามายืนบังตรงหน้าฉัน ทำให้ตาลุงอ้วนเฟลิกซ์ถึงกับชะงักเพราะสายตาของเขาที่มองไปเฟลิกซ์ด้วยความไม่พอใจ "นางเป็น 'คนของข้า' เจ้าเข้าใจชัดหรือยัง?" "คนของข้านี่มัน..." เฟลิกซ์มองที่จอมมารแดรีลด้วยสีหน้าประหลาดใจเหมือนมีคำถามหลายอย่างเขียนบนใบหน้า ใช่สิ จะไม่ให้ประหลาดใจได้ยังไงล่ะ การที่คนระดับ 'แกรนด์ดยุก' (ในนาม) แบบเขามาประกาศโท่งๆ ว่าผู้หญิงที่แต่งชุดดูเหมือนสาวใช้แบบฉันเป็น 'คนของข้า' แบบนี้เป็นใครที่ไหนก็ประหลาดใจทั้งนั้นแหละ "หมายถึงเป็นสาวใช้ที่นายท่านเดลเมตตารับเอาไว้ดูแลน่ะค่ะ คุณเฟลิกซ์" จิลรีบปรี่เข้ามาแก้ตัวแทนอย่างว่องไวตามหน้าที่ทันที ทำให้เฟลิกซ์หรี่ตามองด้วยความสงสัยเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มประจบอีกครั้ง "แหม! อย่างนี้นี่เองหรือขอรับท่านแกรนด์ดยุกเดล ข้านี่สมองช่างต่ำเตี้ยเสียจนคิดไม่ถึงว่าที่ท่านพูดหมายถึงแบบนี้" คือแบบ...ปลอมค่ะ ดูจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าปลอมมากค่ะ แต่ก็ถือว่าดีแล้วล่ะมั้งที่ทำให้เฟลิกซ์เลิกมองจอมมารแดรีลด้วยความสงสัยแบบนั้น ตกลงนี่เฟลิกซ์ไม่รู้จริงๆ น่ะเหรอว่าคนที่ชื่อ 'แกรนด์ดยุกเดล' เป็นเพียงแค่ฐานะปลอมๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาน่ะ? แต่ไม่เข้าใจเลยว่าคนอย่างเขาทำไมจะต้องทำอะไรให้มันยุ่งยากขนาดนี้ด้วย? สักพักหนึ่งเฟลิกซ์ก็พาพวกเราไปยังห้องรับแขกที่ใหญ่โตกว้างขวาง บนโต๊ะมีน้ำชาที่ยังร้อนๆ อยู่ถูกจัดเตรียมวางไว้ให้เรียบร้อยแล้ว จิลผายมือเชิญให้จอมมารแดรีลเข้าไปนั่งก่อน แล้วเธอจึงนั่งลงตามข้างๆ ส่วนฉันก็ต้องคอยยืนนิ่งๆ อยู่ข้างๆ อย่างสงบเสงี่ยม "แล้ว 'สิ่งนั้น' เป็นเช่นไรบ้าง" จอมมารแดรีลเอ่ยถามเฟลิกซ์เสียงเรียบ ขณะที่ฉันรับเสื้อคลุมของเขามาถือไว้ แล้วจำใจต้องยืนอยู่ข้างๆ เขาเหมือนไม้แขวนเสื้อ "ทุกอย่างกำลังดำเนินการไปด้วยดีครับท่านแกรนด์ดยุกเดล ไม่มีอะไรต้องกังวลเลย ว่าแต่...แหะๆ ค่าจ้างงวดนี้ล่ะครับ" "คุณเฟลิกซ์คะ นิสัยแบบนี้ควรจะเก็บๆ ซะบ้างนะคะ อย่าทำตัวเสียมารยาททวงเงินจากนายท่านเดลแบบนี้" จิลเอ่ยเสียงแข็งพลางถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจที่อยู่ๆ เฟลิกซ์ก็ทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าจอมมารแดรีลแบบนั้น "โอ้ว! ข้าไม่บังอาจหรอกคุณผู้หญิงจิล..." "ข้าไม่ลืมหรอก จิล เจ้าเอาของออกมาให้เฟลิกซ์ซะ" จอมมารแดรีลสั่งเสียงเรียบ จิลจึงรีบหยิบกระเป๋าขึ้นมาก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะแล้วเปิดกระเป๋าให้อ้าออก เผยให้เห็นเงินสดจำนวนมากเป็นปึกหลายกองอยู่ข้างใน ฉันสังเกตเห็นว่าแววตาของเฟลิกซ์แปรเปลี่ยนไป ภายในดวงตาของเขาตอนนี้ถูกความโลภเข้าครอบงำโดยสมบูรณ์แล้ว จนกระทั่งจิลกระแอมดังๆ ขึ้นมาทำให้เฟลิกซ์ได้สติตื่นจากภวังค์พร้อมยิ้มให้จอมมารแดรีล "ขอบพระคุณสำหรับการสนับสนุนตลอดของท่านแกรนด์ดยุกเดลจริงๆ นะครับ ไม่งั้น..." "เลิกพล่ามแล้วพาข้าไปดูความคืบหน้าได้แล้ว" จอมมารแดรีลสั่งเสียงเข้ม ทำให้เฟลิกซ์นิ่งไปก่อนที่เขาจะลุกขึ้นแล้วผายมือให้ "งั้นข้าขอเชิญทุกท่านไปชมผลงานได้เลยครับ...ว่าแต่คุณสาวใช้ตรงนั้นจะให้ไปด้วยไหมครับ?" "คือ...ข้าว่า" "ข้าจะพานางไปด้วย" ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปฏิเสธอะไร จอมมารแดรีลก็เอ่ยขัดขึ้นซะก่อน ทำให้ฉันได้แต่ก้มหน้าเดินตามเขาอย่างช่วยไม่ได้ เฟลิกซ์ได้นำทางพวกเราออกจากห้องรับแขกลงมายังชั้นล่างสุดของคฤหาสน์ เดินเรื่อยจนมาหยุดอยู่ที่ประตูบานใหญ่ด้านในสุด เป็นประตูเหล็กบานใหญ่สีดำทะมึน ฉันสัมผัสได้ว่าบรรยากาศรอบๆ ที่แผ่ออกมามันแทบจะทำให้ฉันอยากจะอาเจียนออกมาด้วยซ้ำ "นะ...นายท่านเดลคะ" "ทำใจให้สงบซะ สิ่งที่จะเห็นต่อไปนี้เจ้าจะต้องทนรับมันให้ได้" ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อหรอกนะ แต่ฉันรู้เพียงอย่างเดียวสัญชาติญาณในร่างกายมันกำลังร่ำร้องให้ออกห่าง แอ๊ด... ประตูถูกเปิดออกเอง และทันทีที่ได้เห็นภาพตรงหน้า ฉันก็ถึงกับไม่เชื่อสายตาของตัวเอง เหงื่อในกายฉันผุดมาตามตัว ร่างกายของฉันสั่นเทิ้มอย่างหักห้ามไม่ได้ "ช่วย...ด้วย..." "พอที...ได้โปรด...ข้า..." "ท่านแม่...ท่านพ่อ" ภายในห้องขนาดใหญ่ที่น่าจะจุคนได้สักห้าสิบคน มีพวกผู้หญิงที่น่าจะเป็นเผ่าเอลฟ์ตั้งแต่เด็กจนถึงหญิงสาวอยู่นับไม่ถ้วน พวกเธอต่างส่งเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือด้วยใบหน้าที่ซูบซีด ร่างกายแต่ละคนผ่ายผอมจนแทบจะเหลือแต่กระดูกอยู่แล้ว ตามแขนและขาของพวกเธอมีสายระโยงระยางอยู่เต็มไปหมด แต่จุดที่สายยางไปรวมกันคือตรงกลางห้องที่มีลูกแก้วสีขาวส่องแวววาวอยู่กลางแท่นบูชา "นี่มัน..." "คริสตัลเอเทอร์ เป็นคริสตัลที่มีพลังมานาแฝงอยู่สูงมาก ใครก็ตามที่ได้กินคริลตัสลูกนี้เข้าไปเพียงแค่หนึ่งลูกเท่านั้น จะได้รับปริมาณพลังเวทมหาศาล" "นายท่าน..." จอมมารแดรีลเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาก่อนจะเอื้อมมือหยิบคริสตัลลูกนั้นออกมาจากแท่น แสงสว่างของมันจู่ๆ ก็จางหายไปกลายเป็นคริสตัลใสๆ ลูกหนึ่ง "ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของมันคือ ต้องชะโลมด้วยเลือดสดๆ จำนวนมากของเผ่าพันธุ์เอลฟ์" "แบบนี้มันโหดร้ายเกินไปแล้วนะคะ!" "โหดร้ายเหรอครับ? ข้าไม่เห็นว่ามันจะโหดร้ายตรงไหนนี่ครับ" เฟลิกซ์บอกด้วยสีหน้ายิ้มๆ "การที่พวกเอลฟ์เหล่านี้ยังคงมีชีวิตรอดได้ทุกวันนี้ ทั้งยังมีข้าว มีน้ำให้กิน มีที่ให้หลบแดด หลบฝน ข้าว่าแค่นี้พวกมันก็น่าจะพอใจแล้วนะครับ" สภาพแบบนี้เนี่ยนะ เรียกว่ามีชีวิตรอด? ในสายตาฉันพวกเขาดูทุกข์ทรมานเหมือนอยากจะตายๆ ไปซะเดี๋ยวนี้มากกว่า เฟลิกซ์นี่ไม่มีความเป็นคนหลงเหลืออยู่แล้วสินะคงมีเพียงแค่ความโลภอย่างเดียว แต่ที่ฉันคาดไม่ถึงเลย ก็คือทำไมจอมมารแดรีลเองก็สบคบคิดกับเฟลิกซ์ด้วยจริงๆ น่ะเหรอ? "นายท่าน...ท่านก็สมรู้ร่วมคิดด้วยเหรอคะ?" "สมรู้ร่วมคิด? ข้าไม่เข้าใจคำๆ นี้หรอกนะ..." "ท่านเองก็รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำที่โหดร้ายแบบนี้จริงๆ น่ะเหรอคะ!" "นี่เจ้า! เสียมารยาทต่อหน้านายท่านได้ยังไง!" จิลตวาดใส่ฉันเสียงดังแต่ครั้งนี้ฉันกลับไม่มีความรู้สึกกลัว อาจจะเป็นเพราะตอนนี้กำลังโมโหอยู่ก็เป็นได้ "จิล เจ้าเองก็รู้เรื่องโหดร้ายพวกนี้ด้วยเหรอ!" "ใช่ แล้วจะทำไม?" จิลตอบแล้วไหวไหล่เหมือนจะบอกว่ามันก็เป็นเรื่องเล็กๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตถึงขนาดต้องโวยวาย "ทำไมถึงไม่ห้ามนายท่านล่ะ! ชีวิตคนเรามันมีค่านะ ไม่ใช่จะทำอะไรก็ได้!" "ข้าไม่รู้หรอกนะครับว่าสาวใช้ของท่านแกรนด์ดยุกเดล พูดเรื่องอะไร แต่ถ้ายังไงท่านอยากจะไปคุยที่ห้องรับแขกหน่อยไหมครับ?" เฟลิกซ์พูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับสั่นกระดิ่งเบาๆ เพียงแป๊บเดียวก็มีพ่อบ้านผู้ชายเดินเข้ามาหาพวกเรา "เชิญทางนี้ขอรับ ท่านแกรนด์ดยุก" "มีอะไรจะพูดก็ค่อยไปพูดในห้อง" จอมมารแดรีลโน้มหน้ามากระซิบสั่งข้างหูฉันเบาๆ ฉันได้แต่ยืนนิ่งเงียบ พยายามระงับความโกรธที่พุ่งพวยอยู่ข้างในใจ ขณะที่พวกเราทั้งหมดกำลังจะออกจากห้องซึ่งฉันก็เดินตามหลังเป็นคนสุดท้าย แต่ชั่วขณะที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องจู่ๆ ก็มีมือเล็กมาจับที่ขาของฉันเข้า ฉันหันขวับไปมองด้วยความตกใจก็พบว่าเป็นเด็กผู้ชายเผ่าเอลฟ์ตัวเล็กๆ หน้าตาของเด็กคนนี้ซูบซีดดูเหมือนคนขาดสารอาหารมาก "พี่สาว...ช่วยผมด้วย...ผมอยากกลับ ฮึก" เด็กผู้ชายคนนั้นร้องไห้ออกมาเบาๆ "อยากกลับไปหา... ท่านแม่ ท่านพ่อ" "ข้า..." "แหม เนียครับ...ข้าว่าเจ้าไม่ควรมาอยู่ที่นี่นานนะครับ เจ้า! ไอ้เด็กโสโครก! ปล่อยมือนางซะ" ผัวะ! "โอ๊ย!!!" เฟลิกซ์เดินสวนกลับมาพร้อมเข้ามาดึงมือของเด็กผู้ชายคนนั้นออกจากขาของฉัน ก่อนจะตวัดหลังมือฟาดไปที่ใบหน้าของเขาจนเด็กคนนั้นเจ็บจนต้องส่งเสียงร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม "ฮือๆ ข้าอยากกลับบ้าน...แง ท่านแม่ครับ!" "ทะ...ท่านทำเกินไปแล้วนะคะ" "ไม่เกินไปหรอกครับ พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นทาสชั้นต่ำ ไม่จำเป็นที่เราจะต้องไปสนใจหรอกนะครับ" เฟลิกซ์บอกด้วยสีหน้าเย็นชาทำให้ฉันตัวแข็งไปชั่วครู่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี "นี่ เนีย เร็วๆ สิ!" จิลเดินย้อนกลับมาหาพลางมองฉันที่ยืนตัวแข็ง "เกิดอะไรขึ้นคะคุณเฟลิกซ์?" "ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณผู้หญิงจิล! ข้าแค่ช่วยเนียจากการเกาะแกะจากพวกทาสชั้นต่ำน่ะครับ..." พริบตาเดียวเพียงจิลเดินเข้ามาหาสีหน้าของเฟลิกซ์ที่มองฉันเสมือนเสือจ้องเหยื่อก็พลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วกลายเป็นรอยยิ้มแตะแต้มบนใบหน้าแทน "เดี๋ยวข้าจะอยู่จัดการความเรียบร้อยอีกสักหน่อย ถ้ายังไงจะตามไปทีหลังนะครับ" "ค่ะ ได้ค่ะคุณเฟลิกซ์ เจ้าน่ะ มาได้แล้ว นายท่านกำลังรออยู่นะ" "ค่ะ..." ลางสังหรณ์ของฉันบ่งบอกเลยว่าเฟลิกซ์ดูไม่นิสัยดีเหมือนท่าทางเลยสักนิด...ว่าแต่ฉันจะทำยังไงดีล่ะ ถึงจะช่วยพวกเขาได้? สายตาคู่หนึ่งจดจ้องผู้หญิงสองคนที่เดินออกพ้นประตูไปจนไกลสายตา ริมฝีปากก็แสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายพลางหัวเราะออกมา "หึ แม่เด็กสาวคนนั้นของท่านแกรนด์ดยุกเดลช่างน่าเอามาเลี้ยงเอ็นดูเสียให้เข็ดจริงๆ ปากดีแบบนั้นข้าล่ะอยากจะกำราบนัก..." เฟลิกซ์ลูบคางอย่างครุ่นคิดถึงวิธีการบางอย่างในใจ เขารู้สึกติดอกติดใจแม่เด็กสาวรับใช้ที่ชื่อ 'เนีย' มาก เพราะนางตรงใจเขาพอดิบพอดี ช่วงนี้เขายิ่งเบื่อๆ พวกเอลฟ์สาวแล้วด้วย อยากจะลองลิ้มรสชาติของเด็กสาวดูว่าจะอร่อยสักเพียงไหน "ปล่อยข้าไป...ได้โปรด..." เอลฟ์สาวผมสั้นที่อยู่ใกล้บริเวณขาของเฟลิกซ์ร้องอ้อนวอนพร้อมทั้งน้ำตา แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว่ามันน่าสงสารสักนิด กลับรู้สึกว่ามันน่าสมเพชด้วยซ้ำ "โอ๋ๆ...อย่าร้องนะ หึๆ" เฟลิกซ์เข้าไปโอบกอดร่างของเอลฟ์สาวคนนั้นพร้อมกับลูบหัวเพื่อจะปลอบโยนให้เธอหยุดร้องไห้ แต่เธอกลับตัวสั่นระริกเหมือนกลัวว่าเขาจะทำอะไร เฟลิกซ์หัวเราะออกมาพลางแลบลิ้นออกมาเลียที่แก้มอย่างแผ่วเบาซึ่งมันทำให้เอลฟ์สาวส่งเสียงกรีดร้องออกมาไม่เป็นภาษา "ฮ่าๆ! จงจำไว้เถอะ ว่าช่วงชีวิตสุดท้ายของพวกเจ้าทั้งหมดที่อยู่ที่นี่! จะต้องมอบให้แก่ ท่านเฟลิกซ์ คนนี้เท่านั้น!"
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม