ตอนที่ 8 องค์หญิงของเผ่าเอลฟ์ (2)

3410 คำ
หลังจากถูกดึงดันให้มาแบบไม่เต็มใจด้วยการเอามีดมาข่มขู่ ตัวฉันที่ไม่กล้าทำอะไรก็ได้แต่ต้องจำยอมตามมาอย่างช่วยไม่ได้ เฟลิกซ์มัดมือฉันไว้ทั้งสองข้างโดยฝีมือของพ่อบ้านที่จับฉันขึ้นไปนั่งบนรถม้า ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่ากำลังมุ่งหน้าไปไหน แต่ที่แน่ๆ ต้องไม่ใช่คฤหาสน์ที่จอมมารแดรีลพักอยู่แน่ๆ ลางสังหรณ์ฉันบอกแบบนั้น "เจ้าต้องการอะไรจากข้ากันแน่" จริงๆ ในสถานการณ์แบบนี้ฉันไม่ใช่คนที่น่าจะตั้งคำถามกับ 'ผู้ร้ายลักพาตัว' แบบเฟลิกซ์ได้หรอก แต่เฟลิกซ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉันดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาเงยหน้ามองฉันแล้วฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา "ข้าเหรอ? ข้าอยากได้ตัวเจ้าไง" ห่ะ อยากได้ข้า! "ข้าชอบรูปร่างหน้าตาแบบเจ้ามากเลยนะสาวน้อย...หวังว่าจะได้เจ้ามาเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นของข้าจริงๆ" อี๋! โรคจิตจริงๆ ด้วย คือรู้อยู่แล้วว่าเฟลิกซ์มองฉันด้วยสายตาแบบไหนตั้งแต่แรก แต่คงเพราะฉันเห็นว่ายังไงตัวเองก็อยู่กับจอมมารแดรีลตลอดเขาคงไม่กล้าแม้แต่คิดจะแตะต้องฉันแน่ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะฉวยโอกาสที่ฉันแยกจากจอมมารแดรีลแบบนี้ "ถามข้าบ้างไหมว่าอยากเข้าร่วมคอลเลคชั่นบ้าๆ ของเจ้าหรือเปล่า!" ฉันตวาดใส่ เริ่มรู้สึกขยะแขยงกับหน้าตาหื่นกามของเฟลิกซ์ในตอนนี้มาก "ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะคิดยังไง เพราะสุดท้ายแล้วเจ้าก็ต้องไปกับข้าอยู่ดี" "ไม่คิดบ้างหรือไงว่านายท่านอาจจะตามหาข้าอยู่" ฉันพูดขู่เขาเล็กน้อยโดยอ้างจอมมารแดรีล แต่นั่นกลับทำให้เฟลิกซ์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ฮ่า! เจ้าเป็นแค่สาวใช้นะ แกรนด์ดยุกเดลจะถึงกับต้องพลิกแผ่นดินตามหาเลยหรือไงกัน?" "นายท่านเห็นคนในความปกครองสำคัญทุกคนนั่นแหละ เผื่อเจ้าไม่รู้" เขาเสียเงินตั้งหนึ่งพันล้านเพื่อซื้อฉันมาเชียวนะ เขาจะยอมปล่อยให้ฉันหนีไปจากเขาง่ายๆ เหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก "ถ้าเป็นแบบที่เจ้าว่ามาจริง ทำไมนายท่านของเจ้าถึงไม่ออกตามหาเจ้าตั้งแต่แรกล่ะ ปล่อยให้เจ้าถูกข้าจับตัวมาง่ายๆ ยังงี้ได้ไง" "!" "ถ้าเป็นข้า ของสำคัญของข้าจะไม่มีทางปล่อยให้มันหลุดพ้นจากสายตาของข้าไปได้หรอก" "..." คำพูดของเฟลิกซ์ทำให้ฉันถึงกับพูดอะไรไม่ออก เพราะมันก็จริงแบบที่เขาว่า ถ้าฉันสำคัญต่อจอมมารแดรีลมากจริงๆ เขาก็ควรจะออกตามหาฉันตั้งแต่เราสองคนทะเลาะกันแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ทำ... หรือว่าจริงๆ แล้วฉันไม่ได้สำคัญสำหรับจอมมารแดรีลเลยกันนะ... "นี่...อยู่กับข้าก็ไม่เสียหายอะไรหรอกนะ ถ้าเจ้าอ้อนข้าดีๆ ล่ะก็ ข้าอาจจะยอมให้เจ้าอยู่สุขสบายไปชั่วชีวิตก็ได้นะ" "ข้ายอมตายดีกว่าอยู่กับคนอัปลักษณ์เช่นเจ้า" "เจ้า!" เฟลิกซ์ได้ฟังถึงกับโมโหเลือดขึ้นหน้าลุกขึ้นมาพร้อมชี้นิ้วใส่ แต่ตัวฉันกลับไม่ได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับการกระทำของเขา อีกทั้งยังเบือนหน้าหนีใส่เพราะไม่อยากเห็นใบหน้าอัปลักษณ์แบบนั้นอีก "หึ ปากเก่งเหลือเกินนะ แต่ไม่เป็นไร ข้าก็ชอบของที่พยศๆ หน่อย เชื่องแต่แรกมันคงไม่สนุก" ฉันทำหูทวนลมกับสิ่งที่เฟลิกซ์พูดแล้วเลือกที่จะมองออกไปนอกหน้าต่างรถแทน เพิ่งสังเกตเห็นว่าเราออกมาจากในตลาดไกลเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ออกจากอาณาเขตของเมือง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ ตัวฉันคงถูกวาร์ปกลับมาที่เมืองแน่ๆ ตอนแรกหวังให้เฟลิกซ์คิดหนีออกนอกเมือง แต่สงสัยฉันคงต้องหาทางหนีใหม่จริงๆ ซะแล้วสิ กุบกับ กุบกับ ความเงียบที่เกิดขึ้นภายในรถม้าเพราะทั้งฉันและเฟลิกซ์ต่างไม่ได้พูดอะไรต่อกัน มันเงียบจนฉันได้ยินเสียงกีบเท้าของม้าดังขึ้นเป็นจังหวะอย่างชัดเจน ฉันพยายามจะหาวิธีหนี แต่ก็ไม่รู้แบบไหนมันถึงจะได้ผล การใช้เวทของฉันยังไม่ถึงเข้าขั้นจะเรียกว่าคล่อง เพราะตะกี้ฉันได้แอบลองร่ายแล้วแต่มันก็ไม่แสดงผลอะไรเลย เป็นเพราะมานาฉันไม่เพียงพอหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน "ไม่ต้องห่วงหรอกนะครับ เจ้าจะไม่เหงาแน่นอน เพราะที่นั่นจะมีคนอยู่เป็นเพื่อนเจ้าด้วย" หลังเงียบมาได้ประมาณเกือบยี่สิบนาทีเฟลิกซ์ก็เอ่ยขึ้นมาดื้อๆ พลางหัวเราะออกมาเหมือนกำลังสนุก "ข้าคงต้องขอบคุณเจ้าด้วยหรือไง" "เจ้าควรดีใจที่ข้าเอาเจ้าไปไว้เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นของข้า..." "ถอยไปนะ!" ฉันตวาดใส่เมื่ออยู่ๆ เฟลิกซ์ก็ลุกพรวดเข้ามาใกล้ กลิ่นเหงื่อที่เหม็นเน่าติดตัวเฟลิกซ์ทำเอาฉันแทบจะอ้วกอาเจียนออกมาเสียให้ได้ "ข้าชอบเด็กปากดีนะครับ" เพี๊ยะ! ไม่ทันตั้งตัวใบหน้าฉันถูกเฟลิกซ์ตบเข้าอย่างจังจนหน้าหัน ความเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นบนผิวบอบบางค่อยๆ แสบขึ้นจนฉันรู้สึกได้ ฉันตวัดสายตามองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ นั่นทำให้เฟลิกซ์หัวเราะอย่างชอบใจ พลางแลบลิ้นออกมาเลียแก้มของฉัน ฉันพยายามจะเบือนหน้าออกแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเฟลิกซ์บีบคางฉันไว้ "เจ้าต้องเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นที่น่าสนใจแน่นอน" "โอ๊ย!" เมื่อมาถึงที่หมายฉันก็โดนพ่อบ้านคนสนิทของเฟลิกซ์ผลักเข้าห้องอย่างแรงจนก้นฉันกระแทกกับพื้น สถานที่ๆ ภายนอกดูเหมือนถ้ำเหมืองขุดแร่อะไรสักอย่าง แต่ภายในกลับมีห้องขังคุกอยู่ห้องหนึ่ง หลังจากปล่อยฉันเข้ามาข้างในได้สำเร็จ พ่อบ้านของเฟลิกซ์ก็จัดการลงกลอนประตูห้องขังแล้วเดินจากไปทันที พอมองไปรอบๆ ห้องทุกอย่างภายในห้องมันดูมืดเกินที่จะมองอะไรเห็น ฉันแทบจะไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหนด้วยซ้ำ "ใครน่ะ...ใครอยู่ตรงนั้น" ฉันสะดุ้งเมื่อจู่ๆ มีเสียงปริศนาดังมาจากข้างใน พอจ้องมองไปข้างในดีๆ แล้วก็เห็นว่ามีเงาคนลางๆ อยู่จริงๆ ด้วย ฉันกลืนน้ำลายลงคอเพราะรู้สึกกลัวขึ้นมาตะหงิดๆ "แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร! บอกไว้ก่อนนะ ถ้าเป็นผีข้าไม่กลัวหรอก...นะ!" ฉันบอกเสียงสั่นพยายามทำใจดีสู้เสือปลอบใจตัวเอง ได้แต่ภาวนาว่าอย่าเป็นผีขึ้นมาจริงๆ เลย "เสียมารยาท...ข้าไม่ใช่ผีสักหน่อย" "แล้วตกลงเจ้าเป็นใครล่ะ" พอดวงตาของฉันเริ่มชินกับความมืดภายในห้องขังนี้แล้ว ถึงเริ่มที่จะเห็นอะไรขึ้นมาบ้าง พอมองดีๆ ถึงเห็นเป็นผู้หญิงเผ่าเอลฟ์... "ข้าชื่อ ไมร่า...ไมร่า แลนดรอฟ์ เป็นลูกสาวของพระราชาเผ่าเอลฟ์" พรึ่บ! "สว่างสักที...เจ้าอยู่ที่มืดๆ แบบนี้ได้ยังไงเนี่ย" หลังจากที่ฉันจุดไฟคบเพลิงที่ติดผนังห้องได้สำเร็จ ภายในห้องขังก็ดูสว่างขึ้นมาทันที ทำให้เห็นทุกอย่างขึ้นมาบ้าง ฉันมองผู้หญิงเผ่าเอลฟ์ที่ชื่อ 'ไมร่า' ที่มือถูกล่ามโซ่ติดกับผนังอยู่ทั้งสองข้าง เธอมีผมสีน้ำตาลอมแดง ใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวเนียนสวย และหุ่นเพรียวบาง เธอช่างดูสวยและดูสง่ามากจนฉันเห็นแล้วยังแทบจะละสายตาไปจากเธอไม่ได้เลย "ข้าถูกจับตัวมา จากเจ้าหมูตอนนั่น" "เฟลิกซ์น่ะเหรอ?" "ใช่...ข้าจำไม่ได้ว่าถูกจับมาขังที่นี่นานแค่ไหนแล้ว รู้สึกแค่ว่ามันน่าจะนานมาก" "เจ้าเป็นลูกสาวของพระราชาเผ่าเอลฟ์ยังงั้นเหรอเนี่ย" "ใช่ ข้าจำได้แค่ว่ารถม้าของข้าถูกกลุ่มพวกมนุษย์โจมตี แล้วข้าก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ แล้วก็สลบไป ตื่นมาอีกทีข้าก็ถูกจับมาขังซะแล้ว" ไมร่าถอนหายใจออกมาก่อนจะจ้องมองมาที่หน้าฉันแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำให้ฉันเอ่ยถามเธอ "นะ...หน้าข้ามีอะไรติดอยู่หรือเปล่า?" "เจ้า...เป็นมังกรงั้นเหรอ?" "เอ๊ะ! ระ-รู้ได้ยังไง" ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อร่างจริงถูกไมร่าล่วงรู้เข้า เธอเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะอธิบาย "ข้ามี 'เนตรวาจารี' เป็นเนตรที่สามารถมองเห็นกายหยาบที่แท้จริงของอีกฝ่ายได้น่ะ มันเป็นเนตรที่ตกทอดมารุ่นต่อรุ่น ตั้งแต่บรรพบุรุษของข้าสมัยก่อนนานแล้วน่ะ" "อา...อย่างนี้นี่เอง" แสดงว่าอุปกรณ์เวทต่างหูที่จอมมารแดรีลให้ฉันสวมใส่ไว้ไม่ใช่ของระดับสูงสินะ ไมร่าถึงได้มองออกว่าฉันเป็นมังกร "ข้าไม่เคยเห็นมังกรมาก่อนเลย เจ้าน่าจะเป็นตัวแรกที่ข้าเจอ" ไมร่าหัวเราะออกมา "แต่เอาจริงๆ ข้าไม่คิดว่าจะเจอมังกรเช่นเจ้าในสภาพของมนุษย์หรอกนะ" "คือ...ข้าก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะ ว่าจะได้มาเจอองค์หญิงไมร่าในสถานที่เช่นนี้" ด้วยฐานะชนชั้นที่สูงกว่าของไมร่า อีกทั้งกิริยา วาจา ของเธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองจะต้องใช้คำสุภาพมันจะดีกว่า ไมร่าที่ฟังคำพูดของฉันที่เปลี่ยนไปก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ "จริงๆ เจ้าไม่ต้องมากพิธีก็ได้นะ ถึงข้าจะเป็นลูกสาวของพระราชาเผ่าเอลฟ์ แต่ตอนนี้สถานะของข้าก็เหมือนนักโทษดีๆ นี่เอง" "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...เอ่อ องค์หญิงไมร่าท่านใช้เวทไม่ได้เหรอคะ" ก็ตามนิยายที่เคยอ่านอีกแหละ ฉันเคยอ่านมาว่าเผ่าเอลฟ์มีความสัมพันธ์กับเหล่าภูตวิญญาณทั้งหลาย เพราะงั้นเอาจริงๆ แล้วก็น่าจะใช้เวทได้หลากหลายมากกว่าฉันไหม? "ใช้น่ะใช้ได้ แต่ต้องไม่ใช่ในสถานที่ๆ มีอุปกรณ์ห้ามเวทอยู่แบบนี้" "อุปกรณ์ห้ามเวทเหรอคะ?" "นั่นไง เห็นอัญมณีสีดำที่ฝังอยู่ตรงผนังไหม? นั่นแหละ อุปกรณ์ห้ามเวท" ไมร่าชี้นิ้วไปที่ผนังที่มีอัญมณีสีดำฝังอยู่ ฉันสัมผัสได้ว่ามันกำลังดูดพลังบางอย่างจากในห้องนี้ไป นี่น่ะเหรอคือเหตุผลที่ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองไม่สามารถใช้เวทได้ "ข้าก็นึกไม่ถึงหรอกนะว่าเจ้าหมูตอนนั่นจะมีอุปกรณ์ห้ามเวทระดับสูงแบบนี้ด้วย ไม่น่าประมาทจริงๆ" ใบหน้าของไมร่าเศร้าลงทันที เหมือนเธอจะรู้สึกหมดหวังว่าไม่สามารถหนีออกไปจากที่นี่ได้แน่นอน "อย่าเพิ่งถอดใจเลยนะคะองค์หญิงไมร่า ต้องมีใครมาช่วยเหลือพวกเราแน่นอนค่ะ!" ฉันพูดปลอบไมร่าทันที เธอเงยหน้ามองฉันแล้วแค่นหัวเราะออกมาเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันบอก "จะมีใครมีความสามารถมาช่วยเหลือพวกเราได้อีก ขนาดท่านพ่อยังหาข้าไม่เจอด้วยซ้ำ แถมพรรคพวกของข้าก็ยังโดนจับไปทรมานอีกต่างหาก" "ข้าเชื่อว่าจะต้องมีคนมาช่วยเหลือพวกเราค่ะ...ข้ามั่นใจ" จะให้บอกว่ายังไงจอมมารแดรีลก็ต้องมาช่วยฉันแน่ๆ ฉันก็ไม่มีความกล้าจะบอกไมร่าแบบนั้น ไหนจะเรื่องที่คนของเธอโดนทรมานโดยจอมมารแดรีลอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ ถึงจะเห็นมากับตาแล้วว่าเขาบงการเฟลิกซ์แบบไหน แต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดีว่าเขาจะเป็นคนใจร้ายขนาดนั้น "เจ้า...เป็นมังกรที่แปลกดีนะ แต่ข้าก็ชอบ เจ้า..." "ข้าชื่อ ไซเนียร์ ค่ะ องค์หญิงไมร่า" "ไซเนียร์ ชื่อเพราะดีนะ" "ขอเสียมารยาทถามองค์หญิงไมร่าหน่อยนะคะ ไม่ทราบว่าท่านถูกเฟลิกซ์ทำอะไรไปบ้างหรือเปล่าคะ?" "ยังไม่ได้โดนนะ ตอนแรกก็เกือบจะโดนอยู่ แต่เพราะอาคมเทพที่ปกคลุมตัวข้าอยู่ ทำให้ไม่สามารถมีมนุษย์หรือปีศาจตนใดแตะต้องตัวข้าได้ หากข้าไม่อนุญาต" โห มีอาคมแบบนั้นด้วย โคตรของแรร์เลยนะเนี่ย!! "เอ่อ แต่ท่านก็ถูกล่ามอยู่นี่คะ? ไหนว่ามนุษย์แตะต้องท่านไม่ได้ไงคะ" "มันให้พวกสาวใช้มาจับข้าน่ะสิ แถมพวกนั้นก็เป็นแค่ทาสที่ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ข้าเห็นแล้วก็ขัดขืนไม่ลง เพราะถ้าข้าขัดขืนไอ้หมูตอนนั่นมันก็จะเฆี่ยนตีผู้หญิงพวกนั้น" เฟลิกซ์นี่เล่ห์เหลี่ยมเยอะจริงๆ แต่ก็ไม่วายไม่ยอมแพ้จับไมร่ามาขังได้อยู่ดีแฮะ "คือข้ามีเรื่องสงสัยค่ะ..." "ว่ามาสิ" มันเป็นเรื่องที่ฉันไม่ควรเข้าไปยุ่งเลยนะ แต่ความอยากรู้คนเรานี่มันน่ากลัวจริงๆ "ข้าได้ยินมาว่าเผ่าเอลฟ์ขององค์หญิงไมร่าชอบทำร้ายพวกมนุษย์เหรอคะ?" พอถามจบสายตาของไมร่าก็เปลี่ยนไป เธอดูโมโหและไม่พอใจมากกับคำถามของฉัน ก่อนจะตวาดออกมาเสียงดัง "ใครที่ไหนมันกล้าใส่ร้ายเผ่าเอลฟ์อันสูงศักดิ์แบบพวกข้ากัน!" "องค์หญิงไมร่า! ใจเย็นก่อนค่ะ ข้อมือของท่านจะช้ำเอานะคะ ถ้าท่านยังดึงแบบนั้น!" ฉันร้องห้ามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นไมร่าพยายามจะกระชากมือออกจากโซ่ที่ล็อกเธออยู่ "ใคร! เจ้าบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าใครกล้าใส่ร้ายเผ่าของข้า!!" "ข้าบอกแน่ค่ะ แต่ท่านต้องใจเย็นๆ ก่อนนะคะ" ไมร่าที่ฟังก็เริ่มสงบอารมณ์โกรธของตัวเองให้เย็นลงได้ ถึงแม้จะมีสีหน้าไม่พอใจอยู่บ้างแต่เธอก็ยอมนิ่งลงสักที ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่ข้อมือเธอไม่ได้มีอาการช้ำ แต่ถ้าเธอยังดึงดันดึงต่อไปอีกมีหวังได้ช้ำจริงๆ แน่ "ข้าแค่ได้ยินมาจากพวกคนในเมืองน่ะค่ะ...แต่ข้าไม่เชื่อ" "พวกป่าเถื่อน คิดได้ไงว่าคนอย่างพวกข้าจะกระทำอะไรหยาบคายและป่าเถื่อนแบบที่พวกมนุษย์ทำกัน" จากที่คุยกันมาสักพักฉันก็พอจะรับรู้ได้ว่าคนอย่างไมร่านี่หัวแข็งและดื้อรั้นพอสมควร เอาความคิดของตัวเองเป็นหลักแต่ก็ไม่ได้ดูใจร้ายขนาดที่ไม่ฟังความเห็นของคนอื่น "พวกมนุษย์ต่างหากล่ะที่จับพวกข้ามาเป็นทาส ทำเรื่องโหดร้ายกับพวกพ้องของข้า ยังมีหน้ามากล่าวหาเอลฟ์บริสุทธิ์แบบพวกข้าอีก ช่างหน้าด้านจริงๆ" "ข้าว่ามันอาจจะมีใครบงการเรื่องเหล่านี้อยู่ก็ได้นะคะองค์หญิงไมร่า" ไมร่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยถามฉัน "เจ้าหมายความว่าเช่นไร?" "ข้ารู้สึกเหมือนทุกๆ คนกำลังถูกทำให้เชื่อในสิ่งที่ผิดค่ะ ทั้งมนุษย์และเอลฟ์ เหมือนกับว่ากำลังเดินตามแผนใครสักคนที่อยู่เบื้องหลัง..." เฟลิกซ์...ชื่อของเจ้าหมูตอนนั่นขึ้นมาเป็นอันดับแรกในหัวของฉัน แต่ทำไมล่ะ? เฟลิกซ์จะมีอำนาจถึงขนาดทำให้เอลฟ์และมนุษย์เกลียดชังกันเองได้ขนาดนี้เลยเหรอ... แล้วเฟลิกซ์จะทำไปเพื่ออะไร? คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวฉันไม่หยุด และฉันก็ไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้จากเรื่องพวกนี้เลย "ข้าไม่รู้หรอกนะว่า ไอ้ 'คนที่อยู่เบื้องหลัง' ที่เจ้าพูดน่ะ หมายถึงใคร แต่ข้าบอกเลยว่ามันช่างวุ่นวายซะจริง ป่านนี้ท่านพ่อ คงเป็นห่วงข้าแย่แล้วที่ไม่ได้ไปที่ทะเลสาบเลพรู" "ทะเลสาบเลพรู?" "เป็นทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลจากดินแดนของพวกข้า เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีเพียงเอลฟ์เช่นพวกข้าเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ ข้าที่เป็นตัวแทนของดินแดนจะต้องไปสวดภาวนาที่นั่นเป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืนเพื่อขอให้ดินแดนมีแต่ความอุดมสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่จะมาคุกคามพวกข้า" อา...อารมณ์คล้ายๆ แห่นางแมวขอฝนทำนองนั้นไหมนะ? "ข้าอยากเห็นจังนะคะว่าจะสวยไหม?" "อื้ม ถ้าออกไปจากที่นี่ได้เมื่อไรข้าจะอนุญาตให้เจ้าเข้าไปกับข้าก็ได้นะ" "อุ๊ย! จริงเหรอคะองค์หญิงไมร่า...ข้ารู้สึกเป็นเกียรติมากๆ เลยค่ะที่ท่านเชิญข้าไปสถานที่เช่นนั้น" การที่คนนอกแบบฉันจะเข้าไปอาณาเขตดินแดนของคนอื่นมันคงไม่ต่างอะไรกับการบุกรุก แต่นี่เจ้าของดินแดนเป็นคนเอ่ยปากชวนเอง มันคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง "อย่าเพิ่งดีใจไปจะดีกว่านะ เพราะตอนนี้พวกเรายังติดอยู่ในคุกแบบนี้" "ที่นี่ไม่มีทางออกเลยสินะคะ" ฉันกวาดสายตามองไปรอบห้องขัง นอกจากกรงขังด้านหน้าซึ่งถูกล็อกอย่างแน่นหนาแล้ว มันก็เหมือนห้องปิดตายดีๆ นี่เอง นี่ตกลงว่าฉันกับไมร่าจะต้องรอให้ใครมาช่วยเท่านั้นจริงๆ น่ะเหรอ ถึงจะออกไปจากสถานที่บ้าๆ แบบนี้ได้ "ไม่มี ข้าพยายามจะใช้เวทแล้ว แต่กี่ทีๆ ก็ไม่สามารถใช้ได้" เป๊าะ ไมร่าดีดนิ้วเบาๆ แต่ก็เหมือนเกิดเวทเพียงชั่วครู่เท่านั้น ก่อนที่มันจะสลายหายไปภายในพริบตา พอฉันลองตั้งสมาธิแล้วใช้เวทดูบ้าง ผลปรากฏว่าแย่ยิ่งกว่าคือไม่เกิดปฏิกิริยาอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว "ดูเหมือนเจ้าจะไม่เก่งเรื่องใช้เวทมนตร์สักเท่าไรนะ" "คะ- คือ ข้าพยายามฝึกฝนอยู่ค่ะ กับท่านจอม...อุ๊บ!" ฉันรีบปิดปากตัวเองทันทีเพราะเกือบจะเผลอหลุดคำว่า 'ท่านจอมมาร' ไปแล้ว ไมร่ามองฉันด้วยความสงสัยแต่ก็เอ่ยถามฉันต่อ "คนฝึกเจ้าเป็นคนใช้เวทเก่งสินะ ใช่ไหม" "ก็กะ- เก่งอยู่แหละค่ะ แต่ช่วงนี้เขายุ่งๆ น่ะค่ะ เลยไม่มีเวลามาสอนข้า" เอาจริงๆ คือตอนนี้ฉันกับจอมมารแดรีลทะเลาะกันอยู่ต่างหากล่ะ... แกรก! กึง! แต่แล้วเสียงประตูห้องขังก็ถูกไขออก ทำให้ฉันกับไมร่าหันไปมองด้วยความตกใจ แล้วก็พบว่าคนที่เข้ามาก็คือเฟลิกซ์กับพ่อบ้านคนสนิทของเขานั่นเอง เฟลิกซ์เดินเข้ามาหาพวกฉันพลางตบมืออย่างชอบใจแล้วเอ่ยขึ้น "แหมๆ! ให้ตายเถอะ ดูเหมือนทั้งสองคนจะสนิทกันแล้วสินะขอรับ องค์หญิงไมร่า...ข้าไม่ได้แวะมาหาท่านเสียนานเลย ไม่ทราบว่าคิดถึงข้าไหม?" "สมองของเจ้ามันเล็กเท่ารูหนูหรือไงถึงได้คิดอะไรเช่นนั้นกับข้าได้" "โธ่! โหดร้ายกับจิตใจของข้าอีกแล้วนะครับ...ไหนๆ ขอข้าลองสัมผัสท่านสักครั้งเถิด...อ๊าก!" เปรี๊ยะ! วินาทีที่มือของเฟลิกซ์เอื้อมจะไปสัมผัสไหล่ของไมร่า จู่ๆ ก็เกิดไฟฟ้าแล่นแปลบขึ้นมาทำให้เฟลิกซ์ต้องชักมือออกแล้วกุมมือตัวเองด้วยความเจ็บปวด "บ้าเอ๊ย!" เฟลิกซ์สบถออกมาอย่างหัวเสียแล้วมองไมร่าด้วยแววตาไม่พอใจ "องค์หญิงก็ช่างหัวรั้นนะขอรับ แต่ไม่เป็นไร! วันนี้ข้าก็ไม่ได้คิดจะมาเล่นกับองค์หญิงอยู่แล้ว" พอพูดจบเฟลิกซ์ก็เบนสายตามาทางฉันที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักจากไมร่า ฉันสะดุ้งเฮือกด้วยความกลัวพลางกระเถิบก้นหนี "มานี่!" เฟลิกซ์เข้ามาล็อกข้อมือฉันแล้วดึงให้ฉันลุกขึ้นเดินตามเขาทันที "ว้าย!! ปล่อยข้านะไอ้หมูตอน" "เจ้า! ปล่อยนางซะ ไอ้คนชั่ว!" "ขอจงดีใจเถิดองค์หญิงไมร่า เพราะวันนี้ข้าไม่จะเล่นกับท่าน แต่จะขอเล่นกับสาวใช้คนนี้แทน!!"
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม