บทที่ 6 อยากลืม แต่ใจกลับจำ (2)

3231 คำ
ฟองซัวล์นิ่งเงียบไปพักใหญ่ ในสมองครุ่นคิดอย่างหนักเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมาย ที่เขาคิดไว้มันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดเจ็บใจไม่ได้อยู่ดี เอาเถอะ คิดจะล่อเสือออกจากถ้ำก็ต้องลงทุนกัน คราวนี้เขาต้องการถอนรากถอนโคนไม่คิดเก็บศัตรูไว้ให้คอยทิ่มแทงใจอีกต่อไปแล้ว ลงทุนแค่นี้ถือว่าเล็กน้อยมาก ถ้าเทียบกับสิ่งที่เขาจะได้ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม เมื่อคิดได้ดังนั้น ริมฝีปากหนาก็กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นยะเยือก แววตาคมกล้าเปล่งประกายความโหดเหี้ยมให้ได้เห็น ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาแสนเย็นชา ภายในกลับเต็มไปด้วยความเลือดเย็นสามารถวางแผนกำจัดศัตรูทุกคนที่ขวางทางธุรกิจได้อย่างไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด นี่คงเป็นนิยามของนักธุรกิจส่วนใหญ่ ถ้าคิดจะเป็นใหญ่อย่าใจอ่อนให้กับศัตรู ครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นแบบนั้น แล้วเป็นยังไง วันนี้มันก็กลับมาทำร้ายเขาได้อย่างไร้จิตสำนึก หลงลืมไปว่าครั้งหนึ่งเขาเคยปล่อยมันไป ไม่อย่างนั้นมันไม่ได้มีชีวิตมากร่างใส่เขาแบบนี้หรอก! เปลือกตาของชายหนุ่มค่อย ๆ ปิดลง ความเงียบทำให้เขาจิตใจสงบลงได้ไม่ยาก เพราะความเหนื่อยล้าผนวกกับความเครียดทำให้ชายหนุ่มหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด หากแต่ในฝันกลับปรากฏภาพความเร่าร้อนระหว่างเธอกับเขา ทุกท่วงท่าลีลา การเคลื่อนไหวที่สอดผสานกันเป็นอย่างดี เสียงครางกระเส่าด้วยความเสียวซ่านของอีกฝ่าย ใบหน้าสวยเย้ายวนวอนขอการเติมเต็มจากเขา ทุกอย่างยังคงเด่นชัด จนเขาไม่อาจสลัดมันออกไปได้ ทำเอาจิตใจปั่นป่วนร้อนผ่าวไปทั้งตัว ปวดร้าวจนถึงขั้นสะดุ้งตื่นจิตใจเตลิดไม่สามารถข่มตาหลับได้อีก “ให้ตายสิ ถึงกับตามมาหลอกหลอนฉันถึงในฝันเลยงั้นเหรอ เธอมันยายแม่มดชัด ๆ ชาตินี้ทั้งชาติขออย่าให้ได้เจอะเจอกันอีกเลย” ฟองซัวล์ขอปฏิญาณกับตนเองว่าอย่างไรก็ไม่มีทางขอพบเจอผู้หญิงคนนั้นอีก เธอคือตัวหายนะที่ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่ว่าจะหลับหรือตื่นก็เอาแต่คิดถึงเธอ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผุดขึ้นเป็นฉาก ๆ ตั้งแต่ที่เขาออกมาจากผับแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังสลัดไม่หลุด เธอเป็นตัวหายนะที่เขาควรอยู่ให้ห่างไกลที่สุด ก่อนที่ชีวิตเขาจะไร้ซึ่งอิสรภาพต้องถูกผูกมัดติดกับยายแม่มดไปตลอดกาล หัวใจดุจน้ำแข็งของเขากำลังจะละลายเพียงเพราะยายแม่มดอย่างนั้นเหรอ… วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรก็ผ่านไปได้หนึ่งเดือนแล้ว ในทุก ๆ วันที่ผ่านไป ในใจของชาลิตากลับรู้สึกว่ามันเชื่องช้า เนิ่นนานเหลือเกิน ใจเธอคอยแต่จะหวนนึกถึงชายคนนั้นที่เป็นคนแรกที่ได้ครอบครองเธอและอาจจะเป็นคนสุดท้ายที่เธอจะยอมมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย เธอไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไรไป ทำไมต้องคอยแต่นึกถึงผู้ชายคนนั้น ทั้ง ๆ ที่ตัดสินใจแล้วว่าชาตินี้จะไม่มีวันเจอะเจอกับเขาอีก แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับร่ำร้องอยากเจอแต่เขา เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน มีสิทธิ์อะไรมาทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ วาริสาที่เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นเห็นพี่สาวแสนสวยกำลังนั่งเหม่อลอย หัวคิ้วแทบชนกันก็เกิดสงสัย รีบเดินตรงเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วงทันที เรือนร่างบอบบางในชุดกระโปรงยาวกรอมเท้าลายดอกไม้ทรุดนั่งที่โซฟา ดวงตาคู่หวานจดจ้องมองพี่สาวที่ยังคงไม่รู้สึกตัวว่ามีใครมานั่งอยู่ข้าง ๆ แล้ว เกิดอะไรกับพี่ตากันนะ เห็นเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนแล้ว ตั้งแต่ที่หายไปคืนนั้นพอกลับบ้านมา จิตใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แววตาเหม่อลอยคล้ายกับหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง แถมคิ้วเรียวยังเอาแต่ขมวดมุ่นราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา “พี่ตาคะ พี่ตา” เสียงหวานร้องเรียกพี่สาวพลางยกมือขึ้นเขย่าตัวของอีกคนเบา ๆ ทำเอาชาลิตาที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยถึงกับสะดุ้งหันขวับกลับมามองคนเขย่าเขม็ง “...” “พะ...พี่ตา โกรธสาหรือคะ สาขอโทษคะ สาไม่ได้ตั้งใจทำให้พี่ตาโกรธ อย่าโกรธสาเลยนะคะ” วาริสารีบละล้าละลักบอกเสียงสั่น น้ำตาใสเอ่อคลอดวงตา ชาลิตาที่เพิ่งได้สติพอเห็นน้องสาวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็รู้สึกผิดขึ้นมา วาริสาไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก แต่เป็นเธอนี่แหละที่ผิดเต็มประตู “สาไม่ต้องขอโทษหรอก พี่ผิดเองแหละ พอดีพี่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะ ขอโทษนะที่ทำให้ตกใจ” “อ๋อ ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง สาก็นึกว่าพี่ตาโกรธสา พี่ตาเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ปกติพี่ตาไม่เคยใจลอยแบบนี้ สาเรียกตั้งหลายครั้ง พี่ตาก็ไม่ตอบ หรือว่าเครียดเรื่องค่ารักษาพยาบาลของสาคะ ถ้าเป็นอย่างนั้นสาไม่รักษาก็ได้ค่ะ พี่ตาจะได้ไม่ต้องคิดมากอีก” เห็นแววตาใสซื่อของน้องสาว ชาลิตาก็ถึงกับปวดใจ เธอรู้ว่าน้องสาวเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะทำงานหนักเกินไป จนสุภาพย่ำแย่ แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ในเมื่อร่างกายของน้องสาวไม่อยู่รอเธอ ต่อให้เหนื่อยหนักสักแค่ไหน เธอก็ต้องทำ เพื่อจะรักษาชีวิตของน้องสาวไว้ เหนื่อยแค่นี้สำหรับเธอกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย “เรามีกันอยู่แค่สองคนนะสา ยังไงพี่ก็ต้องหาทางรักษาสาให้หายให้ได้ แล้วอีกอย่างพี่ก็ไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้น แค่มีเรื่องต้องให้คิดนิดหน่อย สาอย่าคิดมากไปเลยนะ” “แต่ถ้าสาแข็งแรงกว่านี้ พี่ตาก็คงไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องลำบากแบบนี้หรอกค่ะ สาขอโทษนะคะ ขอโทษจริง ๆ” น้ำตาใสกลิ้งกลอกไปมาในดวงตาคู่หวาน ชาลิตาที่เห็นแบบนั้นความรู้สึกผิดยิ่งทวีคูณอีกเท่าตัว เพราะเธอเอาแต่คิดถึงผู้ชายคนนั้น จนทำให้น้องสาวเข้าใจผิด เธอนี่เป็นพี่สาวที่แย่จริง ๆ “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เดี๋ยวพี่จะออกไปทำงาน อยู่บ้านคนเดียวก็อย่าลืมปิดประตูให้แน่นหนา ลงกลอนให้ดี ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรฉุกเฉินก็โทรหาพี่ ห้ามอุบอิบเอาไว้คนเดียวล่ะ” ชาลิตารีบเปลี่ยนเรื่องก่อนจะกำชับเสียงเข้ม กลัวว่าน้องสาวที่อยู่บ้านคนเดียวจะเกิดอันตราย น่าเสียดายที่เธอไม่สามารถพาน้องสาวไปทำงานด้วยได้ วาริสาถึงต้องอยู่บ้านคนเดียว “ค่า ๆ สารู้แล้วล่ะค่ะ พี่ตาพูดแบบนี้กับสาทุกครั้งที่ออกไปทำงาน จนสาจดจำทุกคำพูดได้ขึ้นใจแล้วค่ะ พี่ตารีบไปทำงานเถอะนะคะ อย่าเป็นห่วงสาเลย สาดูแลตัวเองได้ค่ะ จริง ๆ นะคะ” วาริสาที่ถึงแม้จะมีร่างกายอ่อนแอกว่าคนอื่น แต่อุปนิสัยเป็นคนร่าเริงมักสร้างรอยยิ้มให้คนรอบข้างได้เสมอตอบรับด้วยน้ำเสียงทะเล้น รอยยิ้มเย็นตาปรากฏให้เห็น จนชาลิตารู้สึกวางใจไปได้เปลาะหนึ่ง เธอคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกอดอีกคน “พี่ไปทำงานแป๊ปเดียว เสร็จแล้วจะรีบกลับมาทันทีเลย ถ้าง่วงก็เข้านอนได้เลยนะ ไม่ต้องรอพี่ เดี๋ยวอาการจะแย่ลงไปอีกรู้ไหม” “ค่ะพี่ตา ถ้าสาง่วงจะนอนหลับทันที ไม่ทำให้พี่ตาเดือดร้อนแน่นอน” “ฮึ พูดอะไรแบบนั้นยายเด็กแสบ เดือดรงเดือดร้อนอะไรกัน ไม่มีเสียล่ะ รีบกินข้าวกินปลาซะนะ เสร็จแล้วก็เข้าไปนอนเลย ถ้าวันนี้พี่กลับมาแล้วเจอเรานอนอยู่ที่โซฟาข้างล่างอีก พี่จะโกรธไม่ยอมพูดด้วยจริง ๆ” ชาลิตาขู่สำทับเพราะรู้ว่าน้องสาวตัวเองดื้อรั้นขนาดไหน วาริสาที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้ายู่เล็กน้อย ก่อนจะตอบรับเสียงใส “รับทราบค่ะพี่สาวสุดสวย” “สวยเสยอะไร หน้าตาพี่ก็งั้น ๆ แหละ สู้เราไม่ได้หรอก เอาล่ะพี่ต้องไปแล้ว ดูแลตัวเองดี ๆ นะ เดี๋ยวพี่กลับมา” ชาลิตาไม่อาจยืดเยื้อได้อีก เพราะใกล้จะถึงเวลางานแล้ว หลังจากที่ร่ำลาน้องสาวเสร็จก็ตรงดิ่งออกจากบ้านรีบขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินมุ่งตรงไปยังผับนอกเมืองทันที บาร์โลน่าผับ แสงสลัวในผับ มีเพียงแสงไฟวิ่งวุ่นดวงเล็ก ๆ หลากสีส่องไปมา ทำให้ยังพอมองเห็นบรรยากาศด้านใน ตอนนี้ผับเปิดทำการแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาผับนี้จะเป็นพวกชนชั้นกลาง ไม่ถึงกับรวยมาก แต่ถือว่ามีอันจะกิน อายุของลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงวัยทำงาน เวลาตกดึกก็จะมาสังสรรค์กันเพื่อผ่อนคลายความเครียด ได้ใช้เวลาดื่มเหล้าและฟังเพลงช่วยทำให้จิตใจสงบขึ้น ชาลิตาเองที่ทำงานอยู่ที่นี่มาหลายปีก็ค่อนข้างคุ้นชินกับภาพตรงหน้าเสียแล้ว ไม่ได้แตกตื่นหรือตกใจกลัวกับการที่มีชายหนุ่มมากหน้าหลากตาพยายามส่งสายตาเชิญชวนมาให้ อีกทั้งแววตาโลมเลียพวกนั้นก็ยังอยู่นอกสายตา อย่างมากก็ได้แค่มองเท่านั้น ถ้าขืนพวกเขาคิดจะทำอะไรเธอล่ะก็...ศพไม่สวยแน่ ร่างเพรียวในชุดลำลอง เสื้อกล้ามสีดำคลุมทับด้วยเสื้อแขนยาวสีน้ำตาลเข้มและกางเกงสีเดียวกันเข้ารูป รองเท้าผ้าใบเก่า ๆ ของเธอยังคงเป็นเอกลักษณ์เหมือนเดิม การแต่งตัวของหญิงสาวกลายเป็นความเคยชินของผู้ที่พบเห็นไปเสียแล้ว ไม่จำเป็นต้องแต่งอะไรให้มาก เพราะแค่หน้าตาเธอก็ชนะขาดลอย รูปร่างของเธอสูงเพรียวโปร่งบางดูคล่องแคล่วเวลาก้าวเดิน ใบหน้าเรียวสวยคมราวกับนางฟ้า สวยจนสามารถสะกดทุกสายตาให้หยุดอยู่ที่เธอได้ทันทีที่ปรากฏตัว เวลาผ่านไปได้พักใหญ่ เสียงกีตาร์ก็โซโล่ขึ้นเบา ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของนักร้องสาวสวยสุดเซ็กซี่ ชาลิตาในตอนนี้อยู่ในชุดใหม่ แต่งตัวแบบพั้งค์ร็อค กรีดอายไลเนอร์ดำเข้มเน้นดวงตาให้เฉี่ยวคมขึ้นอีก ริมฝีปากอิ่มทาทับด้วยสีม่วงคล้ำ ทรงผมถูกเปลี่ยนให้แสกกลางแล้วดัดหยิก จนกลายเป็นสาวเปรี้ยว มั่นใจ มีเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหา ยิ่งเสียงร้องของเธอก้องกังวาน ไม่หวานแต่แหบห้าวปนเซ็กซี่เพราะจับใจคนฟัง ที่เสื้อกล้ามสีน้ำตาลมีโซ่สีดำเส้นเล็กหลายเส้นประดับอยู่ กางเกงขายาวถูกกรีดขาดเป็นช่วง ๆ ทำให้เห็นเนื้อหนังวับแวม เพียงเท่านั้นก็ทำให้คนที่อยู่ด้านล่างหัวใจกระตุกวูบเลือดสูบฉีดพลุ่งพล่านได้แล้ว ชาลิตาที่จับไมค์ขาตั้งร้องเพลงอยู่ก็รับรู้ได้ถึงรังสีบางอย่างที่สาดใส่ร่างเธอ ให้ความรู้สึกถึงอันตรายบางอย่าง จนเธอหายใจติดขัด สัญชาตญาณบอกให้เธอระวังตัวตลอดเวลาพลางสอดส่องสายตามองหาความน่ากลัวที่ว่านั่น ใครกันที่จ้องมองเธอด้วยสายตาแบบนี้ เธอเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างไรบอกไม่ถูก เกิดมายังไม่เคยเจอกับสายตาแบบนี้เลย แต่แล้วชาลิตาก็ต้องชะงักค้างลมหายใจสะดุด เมื่อได้สบเข้ากับดวงตาสีฟ้าเข้มลึกล้ำคล้ายอยู่ใต้ท้องสมุทร ดวงตาที่สามารถทำให้ใครหลายคนที่ได้สบหลงวนอยู่ในนั้นหาทางกลับไม่เจอ เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งร่าง หัวใจถูกบีบเคล้นรุนแรง เธอไม่คิดว่าจะได้กลับมาเจอกับเขาอีกครั้ง ผู้ชายที่เป็นคนแรกของเธอ ดวงหน้าสวยรีบเบือนหน้าไปมองทางอื่นพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หันไปมองทางชายหนุ่มร่างกำยำท่าทางภูมิฐานที่ยืนหลบอยู่มุมห้องในเงามืดที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น เธอรับรู้ได้ถึงสายตาน่ากลัวและดุดันของเขาที่มองมาราวกับจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ เธออยากรู้นักว่าเขามาที่นี่ได้ยังไง แล้วมีสิทธิ์อะไรมาโกรธแค้นเธอ ความสงสัยและไม่เข้าใจฉายชัดในดวงตา แต่ก็ต้องเก็บงำเอาไว้ไม่เผยสีหน้าอะไรออกไป หวังว่าพอเสร็จงานจะรีบหนีหน้าเขาไปให้ไกล ไม่คิดอยากเสวนากับเขาสักวินาทีเดียว แต่ให้ตายสิ ใจเจ้ากรรมกลับดันวนเวียนคิดถึงแต่เขา ยิ่งตอนนี้สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นร้อนแรงสื่อความนัย ร่างกายเธอก็เกิดปฏิกิริยาร้อนวูบวาบขึ้นมา ทุก ๆ ครั้งที่สายตาของเขาลากผ่านไปยังจุดนั้น ๆ คล้ายกับมีมือมากมายสัมผัสแตะต้องตัวเธอ ดวงตาสีฟ้าเข้มพออยู่ในความมืดก็เกือบจะกลายเป็นสีดำ มันยิ่งทำให้เขาลึกลับและน่าเกรงขามขึ้นไปอีก ช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคิดถึงเขา ทุกครั้งที่หลับตาจะเห็นภาพที่เขาและเธอร่วมรักกัน ทุกสัมผัสทุกท่วงท่ายังคงตราตรึงอยู่ในใจ แม้อยากจะลืมเลือน แต่มันก็ยากเหลือเกิน เธอพยายามเตือนตัวเองว่าเพราะเขาเป็นคนแรกที่ครอบครองเธอ จึงทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวเผลอไผลไปกับประสบการณ์ที่เขามอบให้ แต่เธอรู้ดีแก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น เธอก็ไม่สามารถกลับไปเป็นตัวของตัวเองได้อีก ไม่สามารถทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาไม่ให้อ่อนไหวยามคิดถึงใบหน้าเขา รอยประทับที่เขาตีตราไว้ คำพูดปลอบโยน ทุกอย่างที่รวมเป็นเขา เธอทำใจให้ลืมไม่ได้เลย ความคิดถึงและว้าวุ่นใจกำลังจะฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น ฟองซัวล์ไม่คิดจะละสายตาจากคนที่อยู่บนเวทีแม้แต่วินาทีเดียว เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนที่เขาไม่ได้เจอกับเธอ หญิงสาวนิรนามที่ฉุดกระชากลากถูเขาเข้าห้องและเริงรักกันอย่างเมามันจนใกล้รุ่งสาง แม่สาวจอมยั่วของเขา คงไม่มีใครคิดว่าคนอย่างเขา ฟองซัวล์ เอดิซา ผู้ชายที่แค่อยู่บนเตียงเฉย ๆ ก็สามารถทำให้สาว ๆ กระโจนเข้าใส่คอยดับกระหายความใคร่ให้เขาอย่างเต็มอกเต็มใจ ทันทีที่กิจกรรมจบสิ้น เขาก็ไล่พวกเธอได้อย่างเลือดเย็นไม่คิดปรานี ไม่แม้แต่จะถามชื่อให้เปลืองพื้นที่ในสมอง เพราะสมองเขามีไว้ใช้แค่เรื่องธุรกิจเท่านั้น แต่บัดนี้พื้นที่กว่าครึ่งในสมองเขากลับถูกใช้ให้คิดถึงใครบางคน จนต้องมายืนแผ่รังสีอำมหิตใช้ดวงตาสีฟ้าเข้มดุดันตรงเข้าฟาดฟันผู้ชายทุกคนที่คิดจะยุ่งกับคนของเขา แน่นอนว่าแม้จะไม่เห็นตัวคนปล่อยรังสีไอเย็น แต่ทุกคนที่อยู่โดยรอบก็รู้สึกได้ พอเริ่มรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยก็ขยับตัวกระสับกระส่ายพากันทยอยหนีออกไปด้วยความเร็วอย่างไม่ทราบสาเหตุว่าตัวเองทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร แต่ที่แน่ ๆ ถ้าพวกเขายังอยู่ในนี้อาจตายได้เพราะรังสีอำมหิตนั้น ในช่วงแรก ๆ เขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก หรืออาจจะรู้สึก แต่แค่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ ทำไมผู้ชายอย่างเขาจะต้องใยดีเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวที่ผ่านมามีความสัมพันธ์กับเขาชั่วข้ามคืน ท่าทางมาดแมนทอมบอยแบบนั้น ไม่เคยอยู่ในลิสต์ผู้หญิงที่เขาคิดจะควงเล่น แต่เมื่อได้สัมผัส ได้แตะต้อง เขาก็ยากที่จะหักห้ามใจ เธอไร้เดียงสา หากแต่เร่าร้อน เธอเรียนรู้ทุกอย่างที่เขาสอนได้อย่างรวดเร็วและตอบสนองกลับมาร้อนแรงไม่แพ้กัน คล้ายกับมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เขาอยากใกล้ชิด วันเวลาที่ผ่านไปเขาได้แต่ร้อนรุ่มในใจไม่ต่างจากคนป่วยที่ไม่ทางเยียวยา เริ่มแรกเขาดื้อดึงเรียกสาว ๆ ขึ้นไปฟัดบนเตียงระบายความใคร่ แต่อารมณ์ก็ไม่บรรลุถึงจุดสูงสุดค้างเติ่งกลางอากาศ จนเขาต้องไล่ตะเพิดพวกเธอไป เขากลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตา ไม่สบอารมณ์ไปเสียหมด เขารู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ทางเดียวที่เขาจะหายจากอาการนี้มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น คือเขาต้องหาเธอ ยารักษาอาการป่วยที่จะดับกระหายเร่าร้อนในกายเขาได้ เขาตัดสินใจให้ลูกน้องคนสนิทตามสืบประวัติเธอทุกอย่าง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง กระทั่งที่อยู่ที่ทำงานก็สืบมาหมด แต่พอรู้แล้วเขาก็ยังรั้งรอ คิดว่าผ่านไปนานวันเข้าก็อาจจะหายดีกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม แต่มันกลับยิ่งทรมาน เมื่อรู้ว่าเธออยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงเขาไปหาก็จะได้เจอเธอ เขากระสับกระส่ายเหมือนถูกไฟลน กระวนกระวายเหมือนสัตว์ป่าดุร้ายที่กระหายต่อความใคร่ แล้วไม่ได้รับการปลดปล่อย จนถูกไอ้บีและไอ้จีแซวหลายต่อหลายครั้ง พอพวกมันทนไม่ไหวก็ไล่เขาให้มาหาเธอ เขาจำเป็นต้องทรมานตัวเองไปเพื่ออะไรกัน ในเมื่อรู้ว่าตัวเองจะหายด้วยวิธีไหน ทำไมเขาต้องอดทน ที่เขาอดทนไม่มาหาเธอตั้งแต่แรก เพราะรู้ดีว่าทันทีที่ได้เจอเธอ ลางสังหรณ์บางอย่างเตือนว่าหัวใจของเขาอาจจะถูกช่วงชิงไป มันจะไม่ใช่ของเขาอีก เขาจะถูกผูกมัด ถูกพันธนาการไว้ไม่สามารถไปรักใครได้ นอกจากเธอ... ความรู้สึกที่รุนแรงแบบนี้ มันอยู่เหนือความคาดหมาย ถึงเขาจะไม่อยากยอมรับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าครึ่งหนึ่งของหัวใจถูกยายแม่มดแย่งชิงไปเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าการมาในครั้งนี้ ย่อมหมายความว่าเขาจะไม่ยอมเสียเปรียบเพียงฝ่ายเดียว เธอจะต้องรู้สึกเช่นเดียวกับเขา เขาจะจับเธอกลืนกินและยัดตำแหน่งมาดามเอดิซาให้อย่างไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น ในเมื่อเขาอยากได้ ก็ต้องได้ เมื่อเขาอยากให้เป็น เธอก็ต้องเป็น ถึงเวลาที่นายพรานจะออกล่าเหยื่อ แม่เสือสาว...เธอไม่มีวันหนีฉันไม่พ้นหรอก!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม