EP.1 มาร์คัส&ณิชา

1806 คำ
EP.1 มาร์คัส&ณิชา คฤหาสน์มาร์คัส ห้องวาดภาพ “นายครับ” “…” “สูทที่นายให้สั่งตัดเมื่อวาน ห้องสูทตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เจเซอร์ เขาคือมือขวาคนสนิทของ มาร์คัส วิลสัน เจ้าพ่อมาเฟียลูกครึ่งเอเชียยุโรป ผู้มีอิทธิพลใหญ่ในระดับหนึ่ง ที่ใครๆก็ต่างรู้จักเขาเป็นอย่างดี มาร์คัส วิลสัน ลูกชายเพียงคนเดียวของบ้าน เขามีอายุย่างเข้าเลข3ปีนี้ ทว่าใบหน้าของเขายังคงความหล่อเหลาเอาไว้ที่เลข2ต้นๆ ตอนนี้เขาต้องดูแลธุรกิจแทนบิดาของตน เนื่องจากบิดาล้มป่วยกะทันหัน ทำให้มาเฟียหนุ่มต้องขึ้นแท่นเป็นประธานโดยปริยาย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยากทำนกับก็ตาม เพราะลำพังงานที่ตัวเองทำอยู่ก็เหนื่อยมากพออยู่แล้ว “ไปรอรับของหรือยัง” เสียงเข้มเอ่ยถามมือขวาในขณะที่มาเฟียหนุ่มยังคงสะบัดพู่กันลงบนกระดาษตรงหน้า “อีวานไปแล้วครับ ส่วนงานคืนนี้เริ่ม2ทุ่ม” อีวาน มือซ้ายคนสนิทอีกคนของมาร์คัส และงานที่เจเซอร์หมายถึงก็คือ งานที่มาเฟียหนุ่มจะต้องไปร่วมเปิดงานในคืนนี้ในฐานะผู้สนับสนุนหลักที่บิดาของเขาร่วมลงทุนไว้ คลืด! ในขณะเดียวกันโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะข้างๆจานสีก็ได้สั่นขึ้น ก่อนจะปรากฏชื่อเจ้าของเรียกเข้า มือหนาโบกไล่มือขวาด้านหลังก่อนจะกดรับสายผู้ที่โทรเข้ามา “…” “มาร์คัส” “…” “เปิดบ้านให้กูหลังหนึ่ง” “…” มาเฟียหนุ่มยังคงนิ่งเงียบใส่ปลายสายเช่นเดิม เพราะรอให้อีกฝ่ายบอกเหตุผล ที่ต้องการจะใช้บ้านในโครงการที่บริษัทของเขาเป็นเจ้าของ “เช่าเก็บของชั่วคราว” “กูได้อะไร” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามคนในสาย “ส่วนแบ่ง5%” “…” “10%” ความเงียบของมาร์คัสทำให้ปลายสายต้องเพิ่มเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งให้เขา “เดี๋ยวให้เจเซอร์จัดการ” “ขอบใจ คืนนี้มาร้านไหม” “ไม่” เขาตอบปลายสายอย่างไม่ไยดี และจะกดวางอย่างไม่ลังเล ใบหน้าหล่อหันกลับมาโฟกัสภาพวาดบนกระดาษอีกครั้งอย่างตั้งใจ กิจกรรมผ่อนคลายสมองของมาร์คัสคือการวาดภาพลงกระดาษแผ่นใหญ่ทุกๆวัน เขาเลยได้รางวัลวาดภาพสวยระดับประเทศตอนอยู่มัธยมปลาย แต่นั่นก็คือเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาหลาย10ปีแล้ว ส่วนบุคคลที่โทรเข้ามาเมื่อกี้คือ ฮัลเตอร์ นอร์ เพื่อนสนิทที่ร่วมลงทุนด้วยกันมา10ปีแล้ว และยังมีเพื่อนคนอื่นๆอีก 4 คน Part ณิชา โรงอาหารมหาวิทยาลัย “พักพิง มัวแต่เล่นอะไรอยู่ไม่กินข้าวสักที” “จะเสร็จแล้วๆ โพสต์เรียบร้อย!” ณิชา จารุภา ตอบใบข้าว เพื่อนสนิทพร้อมกับวางโทรศัพท์ลงและเริ่มทานอาหารกลางวัน ณิชา จารุภา หรือ น้ำชา เด็กสาวจอมแก่นวัย 23ปี เธอคือลูกสาวคนเดียวของบ้าน พ่อแม่ของเธอเป็นพนักงานบริษัททั่วไปที่มีเงินเดือนเพียงหลังหมื่น แต่ก็สามารถส่งเธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนในคณะวารสารศาสตร์ตามที่เธอใฝ่ฝันได้ อาชีพเสริมของเธอคือการไปทำข่าวเพื่อนำไปเสนอให้สำนักงานข่าว หาเงินแบ่งเบาค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในบ้าน และยังมีลงข่าวสารในเพจของตัวเองโดยไม่เปิดเผยตัวตนอีกด้วย เพจของเธอมีผู้ติดตามมากถึง3ล้านคน ทว่าไม่มีใครรู้ว่าเธอคือเจ้าของเพจนั้นรวมไปถึงเพื่อนๆของเธอ “ค่อยๆกินสิณิชา เดี๋ยวก็ติดคอหรอก!” ใบข้าวเอ่ยเตือนขึ้นอีกครั้งพร้อมกับดันแก้วน้ำให้กับเธอ “ฉันลืมไปเลยว่าเราต้องไปหาอาจารย์ ไม่รู้นัดไปทำไม” ญิชาบอกเพื่อนของเธอเมื่ออาจารย์นัดไว้เมื่อเช้า “งั้นกินข้าวเสร็จไปกันเลยไหม เผื่ออาจารย์มีเรื่องสำคัญ” “โอเคเดี๋ยวกินเสร็จไปเลยแล้วกัน” ห้องพักอาจารย์ “ขออนุญาตค่ะอาจารย์” “เข้ามาสิเด็กๆ อาจารย์มีเรื่องจะให้เราช่วย” “อะไรเหรอคะอาจารย์” ใบข้าวเอ่ยถามด้วยความสงสัย “พอดีนักศึกษาที่ต้องไปทำข่าวที่งานเปิดตัวคืนนี้ไม่สบาย อาจารย์เลยจะวานให้เราสองคนไปช่วยทำข่าวแทนหน่อยจ้ะ” “ได้ค่ะ ตอนไหนเหรอคะ” “เห็นว่างานเริ่ม2ทุ่มจ้ะ” “ได้ค่ะอาจารย์ หนูกับข้าวอยากออกไปเปิดหูเปิดตาพอดี ใช่ไหมยัยข้าว” “หาพวกเลยนะคุณน้ำชา~” “โอเคเด็กๆ งั้น1ทุ่มครึ่งอาจารย์จะไปรับเราสองคนที่บ้านนะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะขออนุญาตพ่อแม่ให้เอง” “รับทราบค่ะอาจารย์” โรงแรมหรู 5 ดาว งานเปิดตัวโครงการใหม่สร้างหมู่บ้านใหม่ ตอนนี้เด็กสาวทั้งสองได้มาถึงงานที่เธอจะต้องมาเก็บข่าวสารแล้ว โดยมีอาจารย์ผู้ปรึกษามาด้วย “3ทุ่มมารออาจารย์ที่ทางเข้านะคะ เราจะเอาแค่ข่าวตอนเปิดงาน” “ได้ค่ะอาจารย์” เด็กสาวส่วนสูง155ตอบกลับอาจารย์ก่อนจะเดินไปดูงานรอบๆ โดยมีเพื่อนสนิทของเธอเดินตามหลังมาด้วย เวลาล่วงเลยผ่านมาจึงเวลาเปิดงาน ตอนนี้เด็กสาวทั้งสองได้ยืนประจำหน้าที่ของตัวเองแล้วและกำลังรอประธานขึ้นกล่าวเปิดงาน “ขอเชิญคุณ มาร์คัส วิลสัน ขึ้นกล่าวเปิดงานโครงการคืนนี้ครับ” เสียงประกาศจากนายพิธีดังขึ้น ก่อนที่จะมีชายหนุ่มหุ่นดีมีภูมิฐานเดินขึ้นมาบนเวที ทำเอาเด็กสาวที่เห็นรู้สึกเหมือนถูกสะกดจิตไปชั่วขณะ ความหล่อที่ปนเปื้อนไปด้วยความดุดันและเข้มขรึม ทำเอาเธอรู้สึกว่าเขาหล่อและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน “โห คุณคนนี้หน้ายังดูเด็กอยู่เลย เป็นถึงประธานแล้วเหรอ” ใบข้าวพูดขึ้นเมื่อเธอเห็นผู้เปิดงานมีใบหน้าที่ดูเด็กมากๆ “ก็ว่างั้น สงสัยพอแม่จะรวยแหละ” “ใบเคยได้ยินแต่ชื่อ พึ่งเคยเห็นหน้าครั้งนี้นี่แหละ” “อืม สนใจทำงานเถอะน่า อย่าไปสนใจเขามาก!” เด็กสาวทั้งสองหันกลับมาทำงานอย่างตั้งใจ ทว่าสายตาของญิชามักจะมองไปที่ชายหนุ่มอยู่เป็นประจำ จนเธอและเขาเผลอสบตากัน ทำเอาใจดวงน้อยของเด็กสาวกระตุกวูบ เมื่อได้สบตาเข้ากับดวงตาเยือกเย็นคู่นั้น 21:00 น. “3ทุ่มแล้วชา ไปรออาจารย์หน้าประตูกัน” “เดี๋ยวๆ ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม ข้าวไปรอก่อนเลย” “อืม โอเค” เด็กสาวเดินแยกออกมาเข้าห้องน้ำนอกห้องเปิดงาน ที่ตอนนี้ยังไม่มีผู้คนเดินไปมา จึงทำให้จุดนี้เงียบสงบ เมื่อเด็กสาวทำธุระของตัวเองเสร็จแล้ว เธอจึงเดินออกมาจากห้องน้ำทันที ก่อนจะต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุยกันของใครบางคน ที่อยู่ในซอกซอยก่อนถึงหน้าห้องน้ำหญิง “ได้ของหรือยัง” “อีวานบอกว่าของมาไม่ครบครับ ขาดตัวยาที่ทำให้คนกินเคลิ้ม” “กูไม่ต้องการฟังคำตอบนี้” “ขอโทษครับ ผมจะแจ้งนายอีกทีหลังงานเรียบร้อยแล้ว” “ถ้าตุกติก ก็ฆ่าพวกมัน” น้ำเสียงเยือกเย็นของใครบางคนทำให้ไรขนอ่อนของเด็กสาวลุกขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะต้องตกใจขึ้นเมื่อชายหนุ่มที่ยืนคุยกันอยู่เดินออกมา ทำให้ร่างเล็กต้องรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูราวกับกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ร่างเล็กยืนนิ่งหัวใจเต้นโครมคราม เธอถูกมองด้วยสายตาเรียบนิ่งทว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้พูดอะไรออกมา ณิชาจึงต้องสร้างเรื่องราวการคุยโทรศัพท์กับคนในสาย ไม่งั้นเธออาจจะซวยที่แอบยืนฟังคนอื่นคุยกัน “กำลังกลับแล้วค่ะ หนูพึ่งจะทำงานเสร็จ” เด็กสาวชุดนักศึกษารีบสาวเท้าเดินออกไปด้วยความรวดเร็ว โดยที่ยังถูกสายตาเยือกเย็นนั้นจ้องมองอยู่ Part มาคัส หลังจากที่มาเฟียหนุ่มตำหนิลูกน้องของตัวเองเสร็จ เขาจึงเดินออกมาจากทางหนีไฟก่อนจะเห็นเด็กสาวชุดนักศึกษากำลังยืนทำหน้าเลิกลักหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู “กำลังกลับแล้วค่ะ หนูพึ”งจะทำงานเสร็จ” “เธอแอบฟังหรือเปล่าครับนาย” มือขวาเอ่ยถามขึ้นเมื่อเขาเห็นเด็กสาวคนนั้นมีท่าทีแปลกๆ “ตามไป” “ครับ” Prat ณิชา สาวน้อยเดินออกมาหาเพื่อนและอาจารย์ด้วยความรวดเร็ว โดยไม่กล้าหันกลับไปมองว่ามีใครตามมาหรือเปล่า “ณิชามาแล้วค่ะอาจารย์” “งั้นไปกัน อาจารย์จะไปส่งเราสองคนที่บ้าน” “ค่ะ~” ตลอดทางกลับบ้านเด็กสาวเอาแต่นั่งคิดในสิ่งที่เธอได้ยิน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องของเธอ แต่ถ้าหากนักธุรกิจใหญ่ที่เธอเจอในวันนี้ทำเรื่องไม่ดี เธอก็พอที่จะเขียนข่าวไร้นามส่งไปที่สำนักงานข่าวเพื่อหาเงินเข้าบ้านได้ “เป็นอะไรณิชา ทำหน้าแปลกๆตั้งแต่กลับออกมาจากห้องน้ำแล้ว” ใบข้าวเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสนิทมีสีหน้าเคร่งเครียด “เปล่า~ อาจารย์คะ คนเปิดงานที่ชื่อมาร์คัสอะไรนั่น เขาเป็นนักธุรกิจใหญ่เหรอคะ” “ใช่จ้ะ คุณมาร์คัส วิลสัน อายุ31 ตอนนี้ขึ้นเป็นประธานบริษัทใหญ่แทนบิดา เขาเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อีกหลายที แล้วก็เป็นเจ้าของโครงการอีกหลายโครงการด้วยนะ แต่เขาไม่ค่อยออกงานหรอก อาจารย์ก็พึ่งเห็นงานนี้แหละ” “โห~ มหาเศรษฐีที่แท้จริง” ใบข้าวทำตาลุกวาวเมื่ออาจารย์บรรยายเกี่ยวกับความรวยของมาร์คัสให้ฟัง “อาจารย์ว่าคนพวกนี้ เขาจะทำเรื่องไม่ได้ไหมคะ แบบพวกของผิดกฎหมายในหนัง” “อาจารย์ก็ไม่รู้หรอก แต่อย่าไปยุ่งกับเขาก็พอ เขาสามารถทำให้อาจารย์หรือไม่ก็พ่อแม่เธอตกงานได้เลยนะ โดนแบล็กลิสได้ทุกบริษัทในเครือ เหมือนว่าบริษัทที่พ่อแม่ของเธอทำอยู่ก็เครือของคุณมาร์คัสเขานะ” “…” คำเตือนของอาจารย์ทำให้เด็กยิ่งปักใจเชื่อว่ามาร์คัสที่ว่า จะต้องทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างแน่นอน “ทำหน้าอย่างนี้แสดงว่าเมื่อกี้ไปได้ยินอะไรมาใช่ไหม” ใบข้าวกระซิบกระซาบจากเบาะหลังแนบหน้าฝั่งกระจกเพราะกลัวอาจารย์ได้ยิน “ฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่ฟังแล้วแปลกๆ” “งั้นก็อย่าไปยุ่งเรื่องของเขาเถอะ ไม่ได้ยินที่อาจารย์บอกเหรอว่าเขาเป็นเครือบริษัทที่พ่อแม่ชาทำงาน” “...” ณิชายิ่งเงียบราวกับกำลังใช้ความคิด
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม