รถม้าคันเล็กเคลื่อนพาสองสตรีหนึ่งเจ้านายหนึ่งลูกน้องที่ถูกมัดมือชกให้ติดตามออกมาจากจวนเพื่อนำทางหวางเสี่ยวเหยาออกมาตลาด พอรถม้าถึงที่หมายอาหลางก็รีบลงจากรถม้าแล้วคุกเข่าลงไปที่พื้น ชันเข่าตนเองขึ้นข้างหนึ่งเพื่อให้เจ้านายใช้ต่างบันไดในการลงจากรถม้า
“นั่นเจ้าทำอันใดอาหลาง”
“บันไดจวนของพวกเรายังมิได้หาซื้อเจ้าค่ะอนุหวาง เชิญเหยียบเข่าข้าน้อยลงมาได้เลยเจ้าค่ะ”
“บ้าไปกันใหญ่แล้ว พื้นเตี้ยเช่นนี้ขนาดเด็กยังกระโดดก้าวลงไปได้อย่างง่ายดายไยต้องใช้บันไดด้วย อาหลางหลบหน่อยข้าจะเดินลงเอง”
“จะ เจ้าค่ะ”
หลังจากจบเรื่องลงจากรถม้าได้อย่างปลอดภัยอาหลางก็พาหวางเสี่ยวเหยาเดินเข้าร้านที่นางต้องการซื้อของ ทว่าไม่รู้เป็นเพราะจิตใจนางเป็นสตรียุคอนาคตหรือย่างไรจึงทำให้หวางเสี่ยวเหยาตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ตนเองเห็นยิ่งนัก จึงเดินเข้าร้านนี้ทีออกร้านนู้นทีมิใช่แค่เพราะต้องการซื้อของอย่างจุดประสงค์ตอนแรก ทว่าหญิงสาวต้องการเดินดูของเที่ยวเล่นมากกว่าเสียแล้ว
หากสัญชาตญาณของหวางเสี่ยวเหยาไม่จับสังเกตสิ่งผิดปกติบางอย่างได้ในขณะนางกำลังเดินดูของที่ตลาดเสียก่อนเกรงว่าวันนี้พวกนางควจะกลับจวนไปไม่ทันก่อนมื้อเย็นเป็นแน่
ในขณะที่พวกนางกำลังเดินเล่นอยู่มีคนแอบเดินตามพวกนาง!
หวางเสี่ยวเหยาไม่ได้หันไปมองทิศทางที่หางตาเห็นความเคลื่อนไหวผิดปกติเพราะกลัวมันไหวตัวทัน
ข้างหน้าเป็นร้านแผงลอยขายข้าวของเครื่องใช้ของอิสตรี หวางเสี่ยวเหยาจูงมืออาหลางเดินเข้าไปดูของด้วยท่าทีร่าเริงเช่นเดิม
“ข้าอยากไปดูของร้านนั้น”
“เจ้าค่ะ”
“สินค้าร้านเราทั้งคุณภาพดีสมราคา คุณหนูเชิญหยิบจับลองดูก่อนเถอะเจ้าค่ะ”
“กระจกนี้ลวดลายแปลกตายิ่งนัก แกะสลักไม้พวกนี้ช่างที่ร้านทำเองหรือเจ้าคะ”
มือบางหยิบกระจกบานเล็กเท่าฝ่ามือขึ้นมาดูใกล้ๆ ปากก็พ่นบทสนทนาไปอย่างคล่องแคล่วส่วนดวงตาคมดุจเหยี่ยวก็มองภาพสะท้อนในกระจกโดยละเอียด
เจอแล้ว
มีบุรุษสวมชุดชาวบ้านทั่วไปกำลังมองจ้องมาที่นางจริงๆ ด้วย
ไม่ใช่ท่าทีของบุรุษติดตามโฉมงามเพราะตกหลุมรักหรืออันใดด้วย
ดูจากชุดไม่ใช่ผู้คุ้มกันของจวนหวงจื่อหานแน่นอนหวางเสี่ยงเหยาจำได้
ทำไมจึงมีคนสะกดรอยตามสตรีสามัญอย่างบุตรของอนุบ้านนอกคนหนึ่งด้วย
“ข้าซื้อกระจกนี้กับปิ่นปักผมอันนี้เจ้าค่ะคุณป้า อาหลางข้าฝากจ่ายเงินด้วย เดี๋ยวข้ามาเจ้ารออยู่แถวนี้ก่อน”
หวางเสี่ยวเหยาถือของที่เพิ่งซื้อติดตัวไปด้วยก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเดินเข้าไปตรอกเล็กๆ ตรอกหนึ่งอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย! หายไปไหนแล้วเนี่ย โอ๊ย!”
“ใครสั่งเจ้าให้ตามข้ามา!”
บุรุษร่างสูงโดนเชือกเส้นหนาขึงพาดคอ อีกทั้งยังมีปลายแหลมของปิ่นสตรีจิ้มอยู่บริเวณเส้นเลือดใหญ่จุดตายบนลำคออย่างแม่นยำ
“ปล่อยข้า!”
“ข้าถาม! ตอบ!”
“....”
ไร้เสียงตอบกลับทำให้หวางเสี่ยวเหยาฉุกใจบางสิ่งบางอย่างโดยทันที ทว่าไม่ทันเสียแล้วร่างสูงใหญ่ทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้าตามแรงโน้มถ่วงของโลก หวางเสี่ยวเหยาปล่อยเชือกในมือ ไม่แม้แต่ช่วยรั้งร่างไร้ชีวิตนั้น ปล่อยให้ล้มกระแทกพื้นไปอย่างนั้น
หญิงสาวเดินเข้าไปใช้เท้าเขี่ยร่างไร้วิญญาณให้นอนหงายขึ้นมา
โลหิตสีดำไหลออกจากปาก
“กัดพิษในปากตาย”
นักฆ่าเดนตาย....
หากทำหน้าที่ไม่สำเร็จจะต้องจบชีวิตตัวเองลงเพื่อรักษาควาลับขององค์กร
สตรีที่นางมาสิงสถิตร่างผู้นี้เป็นเพียงบุตรีอนุธรรมดาจริงๆ หรือ
บนใบหน้าสวยสง่าบัดนี้ตึงเครียดจริงจังขึ้นมาหลายส่วนยามมองไปที่ศพนักฆ่าเดนตายคนเดิม
บทที่สอง
สามีเกลียดภรรยาอย่างนั้นหรือ
ครั้นพอกลับมาที่จวนผู้ตรวจการของสามีตนเอง หวางเสี่ยวเหยาบนใบหน้านางยังคงความร่าเริงไว้เช่นเดิม ทว่าหากมองให้ลึกลงไปจึงจะเห็นสีหน้าเป็นกังวลราวกับมีเรื่องให้คิดมากมายในใจ ทว่าความตั้งใจก่อนออกไปตลาดเป็นเช่นไรยามกลับมาที่จวนก็ยังคงเป็นเช่นนั้น
หวางเสี่ยวเหยามาถึงก็ให้คนพาเดินไปยังห้องครัวใหญ่สถานที่ทำอาหารแห่งเดียวของจวนแสนโอ่อ่าแห่งนี้
“นี่อนุหวางเจ้าคะ ที่นี่มิใช่สถานที่ให้ละเล่นเอาแต่ใจหรอกนะเจ้าคะ อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามจะถึงเวลาตั้งสำรับมื้อเย็นของนายท่านแล้วเกรงว่าพวกเราจะไม่ว่างมารับใช้อนุหวางเจ้าค่ะ”
“ข้ามิได้มาละเล่นนี่ พี่ๆ สาวใช้ห้องครัวสุดสวยทั้งหลาย ไยจึงปั้นหน้ายักษ์ไม่เป็นมิตรกับข้าเช่นนี้ เอาเป็นว่าข้าคนก่อนเป็นอย่างไรก็ช่างเถิดไว้คิดบัญชีกันทีหลังดีหรือไม่พี่ๆ สุดสวยทั้งหลาย วันนี้ข้ามาเพื่อต้องการทำอาหารให้สามีของข้ารับประทานเจ้าค่ะ หากได้พวกพี่ช่วยคงจะดีมิน้อย”
“อนุหวางผีเข้ารึ”
“เออ ข้าก็คิดเหมือนกัน วันก่อนยังตบข้าอยู่เลยที่ถูพื้นห้องนางไม่สะอาด”
“วันนั้นนางก็เพิ่งด่าว่าข้ากลิ่นตัวเหม็นเช่นเดียวกัน”
“เออออกับนางไปก่อนเดี๋ยวพวกเราโดนลงไม้ลงมือใส่อีก”
คนใช้ในครัวกระซิบกระซาบกัน หวางเสี่ยวเหยายังคงยิ้มและมองหน้าพวกนางตาปริบๆ ทำท่าว่าไม่ได้ยินเสียงกระซิบของพวกเขา
“อนุหวางทำอาหารเป็นรึ”
“ทำเป็นเจ้าค่ะ แต่ข้ามิถนัดอุปกรณ์ของที่นี่สักเท่าไหร่จึงอยากให้พวกพี่สาวช่วยเป็นลูกมือให้ข้าด้วยย่อมดีที่สุด”
“ทำเป็นแน่รึ”
“แน่สิ”
ไม่มั่วนะ อย่าอวดดี~
หวางเสี่ยวเหยาต่อมุกเพลงในใจอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นสีหน้าที่ดีขึ้น เป็นมิตรขึ้นของพวกคนใช้ในครัวแม้ว่ายังคงแสดงความไม่ไว้วางใจอยู่หลายส่วนก็ตาม
“หากไม่ถูกปากนายท่านเกรงว่าพวกเราจะถูกทำโทษไปด้วย”
“ถูกปากแน่นอนเจ้าค่ะ ฝีมือข้าเสียอย่าง หากไม่มั่นใจข้าไม่อาสาหรอกน่า”
อย่าได้ดูถูกอาชีพหลักในการแฝงตัวอยู่ตามเมืองต่างๆ ในการทำภารกิจสืบข้อมูลของนางในชาติที่แล้วเชียว
ไว้ใจเชฟอู๋ย่าลู่ได้เลย
ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ ช่วงแรกให้น้องปรับตัวนิดนึง