Chapter I ฆาตกรในเงามืด...[2]

1360 คำ
@ วันรุ่งขึ้น “อ้ากกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!”ฉันทุบหัวตัวเองหลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะฟุบหัวลงกับโต๊ะ แล้วโขกมันลงบนโต๊ะเบาๆ(โขกแรงกลัวเจ็บค่ะ อิอิ) “ทำไมคิดไม่ออกว้าาาาาา.....” ฉันบ่นกับตัวเองอีกครั้งอย่างหัวเสีย ก่อนจะทุบหัวตัวเองแรงๆเป็นครั้งสุดท้าย “ทั้งที่ถ่อมาไกลขนาดนี้ทำไมยังคิดไม่ออกอีกวะ” ฉันเงยหน้าขึ้นพูดกับอีกคนที่นั่งมองฉันนิ่ง สายตาบ่งบอกมากมายว่า ‘มันเป็นบ้าอะไร’ “ฉันจะรู้กับแกมั้ยล่ะ”สาวสวยปลายสายตอบกลับมาอย่างเบื่อหน่าย เพราะทุกครั้งที่มีเรื่องแบบนี้ฉันก็จะโทรหามันเป็นคนแรก “แล้วแกถ่อไปถึงที่นั่นทำไมวะ ถ่อไปแล้วก็ยังโทรกลับมาหาบ่นให้ฉันฟังอีก”ปลายสายบ่น “ก็คิดว่าถ้าลองเปลี่ยนบรรยากาศอะไรๆมันอาจจะดีขึ้นไง แต่ก็ไม่เห็นมันจะช่วยอะไรเลย”ฉันพูดก่อนจะเบะปากเหมือนจะร้องไห้ ทำไมถึงคิดอะไรไม่ออกเลย แงๆ “มันต่างจากเดิมตรงไหนย๊ะ ฉันก็เห็นแกนั่งอยู่แต่ในห้องเหมือนเดิม”ปลายสายพูดแล้วเดินหายออกไปจากจอก่อนจะกลับมาพร้อมกับถ้วยมาม่าในมือ “เออจริงด้วย งั้นฉันควรออกไปเดินเที่ยวหรอวะ”ฉันถามไปแต่ในใจก็คิดว่าจะออกไปแน่ๆแล้วล่ะ เผื่อได้ไอเดียอะไรใหม่ๆ “เออ ลองออกไปเดินๆ ซื้อนู่นนี่บ้าง เผื่อจะเจอผู้ชายหล่อๆแล้วหิ้วกลับมาฝากฉันสักคนสองคน ซู๊ดดด”ปลายสายพูดทีเล่นทีจริง พร้อมทั้งกินมาม่าไปด้วย เห็นแล้วหิวเลยแฮะ “เอางั้นก็ดีเหมือนกัน อุตส่าห์ถ่อมาถึงนี้แล้ว ออกไปเที่ยวเล่นให้สนุกไปเลยดีกว่า”ฉันพูดแล้วลุกขึ้นไปหาชุดสำหรับใส่ออกไปข้างนอกทันที “เออๆ ไปก็ไป ฉันจะได้ทำงานต่อ วันๆคุยแต่กับแก งานการไม่เสร็จกันพอดี”ปลายสายบ่นอุบอิบอีกครั้ง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมกดปิดวีดีโอ “จ้าๆ แม่คนงานยุ่ง ทำงานไปเถอะ ฉันไม่กวนล่ะ บาย จุ๊บๆ”ฉันพูดกับปลายสายก่อนจะส่งจุ๊บให้เป็นการส่งท้าย ก่อนจะปิดหน้าจอออกทันที เมื่อปลายสายตอบกลับมาด้วยบาทาอันบิ๊กเบิ้มเข้ามาเต็มหน้าจอ หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยแล้วฉันก็ออกจากโรงแรมมุ่งหน้ามายังใจกลางกรุงโซลเป็นที่เรียบร้อย และตอนนี้ฉันก็ยืนอยู่เขต CBD หรือเขตเศรษฐกิจในเกาหลีใต้ ที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช็อปต่างๆมากมาย ฉันยืนมองผู้คนมากมายที่เดินกันให้ควักทั่วบริเวณ ทั้งที่ตอนนี้ก็สายแล้วนะ ทำไมคนถึงยังเยอะอยู่เลยล่ะ ว่าแต่...ฉันจะไปไหนก่อนดี ช็อปปิ้ง กินข้าว หรือดูหนัง อิอิ มาถึงนี่แล้วก็ต้องเอาให้คุ้มล่ะนะ ก่อนอื่นก็ไปหาอะไรกินก่อนล่ะกัน แล้วค่อยคิดว่าจะเอาไงต่อ ฉันเลือกเดินเข้าร้านขายอาหารข้างทางร้านหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่ฉันยืนเท่าไหร่ ก่อนจะสั่งอาหารสองสามอย่างมานั่งทาน หลายๆคนคงสงสัยว่าฉันเป็นใครสินะ? เอาง่ายๆก็นางเองเรื่องนี้ไง หุหุ ^[+++]^ อ๊ะๆ ล้อเล่นค่ะ ฉันเป็นนักเขียนนิยาย(ที่เริ่มหมดไฟ) ชื่อ ซิลลา ชื่ออาจจะแปลกๆหน่อย แต่ฉันก็เป็นคนไทยนะ และเหตุผลที่ฉันถ่อสังขารมาอยู่ที่นี่ ...เกาหลีใต้..ได้นั้น ก็เพราะว่าฉันต้องการจะมาหาไอเดียใหม่ๆสำหรับเขียนนิยายเรื่องต่อไป และที่เลือกเกาหลีก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรยิ่งใหญ่นักหรอก แค่อยากมาเท่านั้นแหละ! แล้วก็คนที่ฉันวีดีโอคอลหาก็เป็นเพื่อนร่วมงานของฉันบริษัทเดียวกัน แต่เธอไม่ใช่นักเขียนนะ เป็นนักวาดรูปเราสนิทกันได้ยังไงฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ทุกวันนี้ก็เรียกได้ว่าสนิทมากเลยล่ะ ตอนแรกฉันก็ชวนเธอมาด้วยกันแต่เธอบอกต้องส่งงานเร็วๆนี้ก็เลยมาด้วยกันไม่ได้ สุดท้ายฉันก็เลยมาคนเดียวซะเลย และมาจบที่นั่งกินข้าวอยู่คนเดียวเนี่ยแหละ พูดแล้วเศร้า T^T ตั้งแต่มาถึงจนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไปสองวันแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่มีความคิดอะไรใหม่ๆเกี่ยวกับตัวละครของฉันเลย T^T ทำไงดีล่ะ ทำไมเขียนนิยายมันยากแบบนี้นะ “อะ..อ้าว” ฉันมองจานเปล่าสองสามจานตรงหน้าอย่างงงๆ ทำไมหมดเร็วจังล่ะ ฉันว่าฉันเพิ่งกินไปนิดเดียวเอง โธ่!! เพราะพวกคุณนั่นแหละ ชวนฉันคุยอาหารเลยหมดเร็วเลย -3- (ฉันเห็นแกพูดอยู่ฝ่ายเดียว ถามคนอ่านมั้ยว่าเขาอยากรู้รึป่าว? :20+) “อนนี่.....ขอบิบิมบับที่หนึ่งค้า..”ฉันหันไปสั่งข้าวเพิ่มอีกชามเพื่อเติมเต็มท้องที่กำลังหิวโหย จะได้มีแรงเดินหาไอเดียไง หลังจากสั่งไปได้ไม่นานคุณพี่แม่ค้าคนสวยก็เดินมาเสิร์ฟบิบิมบับ(ข้าวยำเกาหลี)ที่โต๊ะของฉัน และไม่ต้องรอให้เสียเวลา โซ๊ยแหลกจ้า หุหุ ...วันนี้ เวลา**09.00 นาฬิกา ตำรวจพบศพ นางสาวยูริ(นามสมมติ) ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมบนภูเขาซออิน สภาพศพเต็มไปด้วยเลือดและรอยฟกช้ำมากมาย นอกจากนี้ตำรวจยังพบร่องรอยของการถูกกระทำชำเลาทางเพศอย่างรุนแรง ทางตำรวจคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากความหึงหวงหรือความสัมพันธ์เชิงชู้สาวก็เป็นได้ แม้ว่าตอนนี้ทางตำรวจจะยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ แต่ทางตำรวจมั่นใจว่าจะสามารถจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้ในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน.... ฉันมองตามเสียงใสที่ดังออกมาจากจอทีวีอย่างสนอกสนใจ ทำไมคนเราถึงฆ่ากันได้นะ แปลกจริง “โอ๊ย!! ทุกวันนี้ทำไมมันถึงได้น่ากลัวแบบนี้นะ คนรู้จักกันนี่ยิ่งตัวดีเลย ทำไมถึงฆ่ากันได้ลง โรคจิตขนาดแท้เลยจริงๆเชียว” ป้าวัยกลางคนคนหนึ่งพูดขึ้นเสียงดังท่ามกลางลูกค้ามากมายในร้านอย่างไม่เกรงอกเกรงใจใคร ฉันหันไปมองอย่างสนใจอีกครั้ง อย่าว่าแต่คนฆ่ากันแปลกเลย คนธรรมดาก็แปลก ป้าแกมาคนเดียวนะ แล้วแกคุยกับใคร? “ไอกู มันก็จริงแหละ เดี๋ยวนี้คนเรามันโรคจิตขึ้นทุกวันๆ”ป้าจากโต๊ะข้างๆฉันเสริมขึ้นเหมือนจะพูดโต้ตอบกับป้าคนก่อน เอิ่ม...คนที่นี่เขาคุยกันข้ามโต๊ะเลยเหรอ? แปลกดีแฮะ “ใช่แล้วๆ ไอ้พวกโรคจิตชอบทำร้ายผู้หญิงนี่มันน่าจะฆ่าทิ้งให้หมด หรือไม่ก็จับไปขังซะ จะได้ไม่ออกมาทำร้ายใครอีก”ป้าคนแรกพูดขึ้นอีก “นั่นสินะ ทำไมยังปล่อยให้ลอยหน้าลอยตาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้เนอะ”คุณป้าสองคนโต้ตอบกันไปมา ฉันหันมองป้าสองคนคุยกันจนเมื่อยคอหมดล่ะ ป้าแกก็พูดเกินไปนะฉันว่า ถึงจะโรคจิตแต่ก็เป็นคนเหมือนพวกเรา จะไปกักขังชีวิตพวกเขาทำไม? ใช่ว่าคนโรคจิตทุกคนจะเป็นคนไม่ดีสักหน่อย พวกเขาอาจจะเป็นคนดีกว่าที่เรารู้ก็ได้ ปิ๊ง!! 0[ ]0 ฉันอ้าปากหวอทันทีเมื่อสมองอันชาญฉลาดปิ๊งไอเดียสุดบรรเจิดขึ้นมาได้ .....โรคจิต.... .....โรค..จิต... ..อร้ายยยยยย....โรคจิตแหละ..โรคจิต... ....ผู้ชายโรคจิต...ฮือออออออ... ...ผู้ชายโรคจิต... ...พระเอกเรื่องใหม่ของฉัน... *จอร์โจเน(Giorgione) จิตรกรผู้มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในสมัยเรอเนสซองซ์ของอิตาลี ผู้วาดภาพจิตรกรรมรูปสตรีเปลือยรูปแรก
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม