ค่ำคืนหนึ่งในต่างประเทศ อากาศหนาวจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
ภูผานั่งอ่านทบทวนบทเรียนของวันภายในห้องพักเล็ก ๆ ของหอมหาวิทยาลัย
แสงไฟสลัวทำให้บรรยากาศเงียบสงบปนวังเวงเล็ก ๆ
เมื่อปิดหน้าหนังสือหน้าสุดท้าย เขาก็หยิบมือถือขึ้นมาเช็กข่าวรอบตัวตามนิสัยที่ทำเป็นประจำทุกคืน
ไม่กี่วินาทีต่อมา
หน้าฟีดก็ปรากฏภาพใหญ่เต็มจอ พร้อมหัวข้อที่เด่นสะดุดตา
“กระแสคู่จิ้น อันอัน–คริส แรงทะลุโซเชียล!”
ตามด้วยภาพคู่หลายชุด
ทั้งรูปที่คริสลงเองในโซเชียลส่วนตัว
และรูปที่นักข่าวถ่ายตอนคริสแวะไปทานอาหารที่ร้านเกี๊ยวของครอบครัวอันอัน
ภูผาชะงักนิ่ง สายตาจับจ้องภาพที่อันอันหัวเราะสดใส โดยมีคริสยืนข้าง ๆ มองเธอด้วยแววตาแน่วแน่จนแทบไม่ละไปทางอื่น
ทั้งสองดูใกล้กันจนไม่ต้องอาศัยมุมกล้องช่วย
หัวใจของเขาเหมือนถูกสะกิดแรง ๆ
ทำไมต้องลงรูปคู่กันบ่อยขนาดนี้…
ไปกินร้านอื่นก็ได้ ทำไมต้องไปร้านอันอัน…
จะใส่สร้อยเหมือนกันทำไม…
ความไม่พอใจผุดขึ้นในใจ แม้เขาจะไม่มีสิทธิ์จะรู้สึกเช่นนั้นก็ตาม
ภูผาถอนหายใจแรง
วางมือถือบนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันครบห้าวินาที
นิ้วมือก็เอื้อมกลับไปคว้ามันขึ้นมาอีกครั้ง
เขาไล่อ่านคอมเมนต์
“คู่นี้เคมีดีมาก ลงเรือแล้วค่ะ!”
“เห็นแบบนี้ต้องนอกจอแน่นอน!”
“อันอันคู่คริสคือเรื่องจริงแน่ กรี๊ดดด!”
ยิ่งอ่านก็ยิ่งเจ็บ เขากดปิดหน้าจอในทันที
ไม่อยากเห็นคอมเมนต์ไหนอีกต่อไป
เขารู้ดีว่านี่คือ “งาน”
รู้ว่ากระแสคู่จิ้นเป็นเรื่องปกติของวงการ
และรู้ยิ่งกว่านั้นว่า…เขาไม่มีสิทธิ์อะไรเลย
แต่หัวใจกลับปฏิเสธไม่ได้
ว่ามันเจ็บแปลบจริง ๆ
ภูผาเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำผ่านหน้าต่าง
แสงดาวของต่างแดนไม่เหมือนบ้านเกิด
แต่เขาก็ยังมองท้องฟ้าที่อันอันอาจจะกำลังมองอยู่ด้วยเช่นกัน
เธอสบายดีไหมนะ…
งานหนักหรือเปล่า…
กินข้าวตรงเวลาหรือเปล่า…
แล้ว…มีใครคอยดูแลเธออยู่หรือยัง…
คำถามสุดท้ายทำให้หัวใจเขาหล่นวูบ
จนต้องหลับตาแน่นแล้วพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“นายนี่มัน…งี่เง่าจริง ๆ ภูผา”
สุดท้าย มือของเขาก็เลื่อนไปเปิดเพลง “เธอผู้เปล่งประกาย”...เพลงที่เขาแต่งให้เธอโดยที่เธอไม่เคยรู้
เสียงร้องหวานของอันอันค่อย ๆ แผ่วงคลุมความเหน็บหนาวรอบตัว
ปลอบหัวใจที่สั่นไหวของเขาให้สงบลงทีละนิด
ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันแค่ไหน
อันอันยังคงเปล่งประกายในโลกของเขาเสมอ
แต่ในตอนนี้…
เขาไม่แน่ใจเลยจริง ๆ ว่า
ตัวเขายังคงอยู่ในโลกของเธอหรือไม่
...
ค่ำคืนของงานประกาศรางวัลประจำปีมาถึง บรรยากาศเต็มไปด้วยเหล่านักแสดงชื่อดังทั้งชายหญิงที่ต่างตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ทุกคนล้วนเฝ้ารอผลรางวัลที่อาจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของตนเอง เช่นเดียวกับอันอัน ที่ปีนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม เป็นปีที่สองติดต่อกัน หลังจากเมื่อปีก่อนเธอเคยถูกเสนอชื่อจากบทตำรวจหญิงที่น่าจดจำ
ปีนี้ผลงานละครของอันอันมีเพียงเรื่องเดียว คือ “ทนายสาวแกร่งดังเพชร” ซึ่งเธอรับบทเป็นทนายความผู้ยืนหยัดเพื่อผู้ด้อยโอกาสในสังคม ละครสะท้อนปัญหาของผู้หญิงไทย ตั้งแต่การถูกคุกคามทางเพศในที่ทำงาน การข่มขืน ความรุนแรงในครอบครัว ไปจนถึงการถูกทำร้ายโดยคู่สมรส รวมถึงคดีความอีกหลากหลายรูปแบบ เรียกได้ว่าเป็นละครน้ำดีที่ทั้งเข้มข้นและจรรโลงใจผู้ชมไปพร้อมกัน
เพื่อให้เข้าถึงบทบาทอย่างเต็มที่ อันอันใช้เวลาศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ความทุ่มเทครั้งนี้ไม่เพียงทำให้เธอถ่ายทอดบทได้อย่างสมจริง แต่ยังจุดประกายให้เธอเกิดความสนใจอยากช่วยเหลือสังคม ซึ่งเป็นแผนที่หญิงสาวเก็บไว้ในใจและรอจังหวะเหมาะสมในการเดินหน้า
ค่ำคืนนี้นอกจากอันอันจะต้องเดินพรมแดงคู่กับนักแสดงนำชายจากละครเรื่องเดียวกันแล้ว เธอยังมีอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญ นั่นคือการแสดงเพลงประกอบละคร “เธอผู้เปล่งประกาย” เพลงที่เธอเคยคว้ารางวัลเพลงประกอบละครยอดเยี่ยมเมื่อปีที่ผ่านมา งานปีนี้จึงเชิญเธอขึ้นเวทีเพื่อเปิดงานด้วยบทเพลงอันเป็นเอกลักษณ์นั้นอีกครั้ง
แม้จะผ่านเวทีการแสดงมานับไม่ถ้วน แต่อันอันกลับรู้สึกตื่นเต้นเกินบรรยาย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะต้องร้องเพลงต่อหน้าผู้เข้าร่วมงานกว่าห้าร้อยคน ทั้งนักแสดง ผู้จัด ผู้กำกับ และแขกผู้มีเกียรติอีกมากมาย หัวใจของเธอเต้นแรงตั้งแต่รถตู้เลี้ยวเข้าสู่ลานด้านหน้าหอประชุม
“วันนี้น้องอันสวยมาก มั่นใจแล้วลุยเลย ยิ้มสวย ๆ เยอะ ๆ นะ เจ๊จะนั่งให้กำลังใจอยู่หน้าจอ”
เจ๊หวานกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นก่อนจะส่งอันอันลงจากรถ ประตูรถตู้ค่อย ๆ เลื่อนเปิด เผยให้เห็นแสงแฟลชระยิบระยับจากสื่อมวลชนที่ยืนเรียงรายรออยู่หน้าพรมแดง อันอันสูดลมหายใจลึก รวบรวมสติและพยายามควบคุมความตื่นเต้นที่ยังไหลวนอยู่ในอก