​ Chapter 1 มิตรภาพของคนที่ไม่ชอบหน้า (1)

3234 คำ
​ Chapter 1 มิตรภาพของคนที่ไม่ชอบหน้า (1) มีคนเคยบอกว่า…ถ้าเราไม่ชอบหน้าใคร เราจะพยายามทำตัวอยู่ให้ห่างจากคนคนนั้น พยายามที่จะไม่เจอหน้า ไม่พูดคุย แต่คนที่เคยบอกคงจะลืมไปว่า โชคชะตามักจะเล่นตลกเสมอ และหนึ่งในมุกตลกของโชคชะตา นั้นคือการพาคนที่เราไม่ชอบหน้าให้เขามาวนเวียนในชีวิตเราอย่างไม่รู้ตัว… พาร์ทของนนท์ หลายวันถัดมา คลาสเรียนภาคบ่าย คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ “มึงเอามาด้วยไหมไอ้หมอก” “เอาอะไรวะ?” “อ้าว! ก็กางเกงกูไง กูพึ่งบอกมึงเมื่อคืนนี้เองนะว่าให้เอามาให้กูด้วย อย่าบอกนะว่ามึงลืม” ผมเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจพร้อมส่งสายตาร้ายๆ ให้ไอ้หมอก เพื่อนจอมเอ๋อของผม แง่มๆ นอกจะเอ๋อจนหาสิ่งใดเปรียบเทียบไม่ได้ อย่าบอกนะว่ามึงจะเพิ่มสกิลความขี้ลืมมาอีกอย่างด้วย ถ้าเป็นแบบนั้นกูจะลาออกจากการเป็นเพื่อนมึงแล้วงับหัวมึงเดี๋ยวนี้เลยไอ้หมอก “เออๆ เอามาๆ ทำหน้าอย่างกับจะกินหัวกูอย่างนั้นแหละ” ก็ถ้ามึงลืมนะ กูกินหัวมึงแน่ “แต่กูมีเรื่องจะสารภาพ” ไอ้หมอกว่าต่อ ทำสีหน้าเหมือนคนที่พึ่งไปทำอะไรผิดมา “อะไรวะ” ผมขมวดคิ้วถาม เพราะไอ้คนพูดมันทำหน้าจริงจังระดับสิบ ทำอย่างกับว่ามันแอบไปทำความผิดใหญ่หลวงมา แต่ถ้าลองนึกดูจริงๆ คนอย่างสายหมอกต่อให้เรื่องเล็กๆ อย่างเผลอเดินเหยียบมด หรือตบยุงตาย สำหรับมันก็คงจะดูเป็นเรื่องใหญ่ทั้งนั้นแหละ “กูคิดว่ากูทำกางเกงมึงขาด น่าจะเป็นตอนที่เอาลงไปปั่นในเครืองซักผ้า แต่ว่ากูเย็บให้มึงแล้วนะ น่าจะพอใช้ได้” “เชี่ยยย!” เชี่ยครับ เชี่ยมาก เชี่ยมากๆ ด้วย ตอนนี้หน้าผมชาจนไม่มีที่จะให้ชา วินาทีที่ไอ้หมอกมันหยิบกางเกงยีนส์ตัวโปรดของผมยื่นคืนให้ กางเกงยีนส์คู่ทุกข์คู่ยาก จีบสาวมากี่คนต่อกี่คนก็ใส่แต่กางเกงยีนส์ตัวนี้ กางเกงยีนส์ที่ตอนนี้ไอ้หมอกเอาไปปู้ยี้ปู้ยำจนไม่เหลือความเท่ห์อยู่แล้ว “นี่มึง…เย็บ…เหรอ” ชาครับ ไม่ได้ชาแค่หน้า แต่ชายันลิ้น ชาจนพูดไม่ออก “อืม กูเย็บให้แล้ว เก็บรอยอย่างดีเลย” มันยังมีหน้ามาพูด ไอ้หมอกกก! ไอ้เพื่อนเวร กางเกงกูไม่ได้ขาดโว้ย ไอ้รอยขาดตรงหัวเข่ามันเป็นแนว มึงเข้าใจไหมมันเป็นสไตล์ กางเกงเขาทำมาแบบนั้นอยู่แล้วมันไม่ได้ขาด มันเล่นเย็บเป็นกางเกงอนาถาเลย “กางเกงบอล แล้วกางเกงบอลกูล่ะ” ผมพยายามรวบรวมสติที่มีอยู่น้อยนิดถามมันออกไป ยอมรับว่าพอเห็นสภาพเกงเกงยีนส์แล้วผมเหมือนคนวิญญาณออกจากร่างไปชั่วขณะ ผู้ชายเรามีของใช้ไม่ค่อยมาก แต่ทุกๆ ชิ้นที่มีล้วนเป็นสิ่งสำคัญและมีคุณค่าทางใจ จำได้ว่าคืนที่ผมไปค้างที่ห้องไอ้หมอก นอกจากจะเอากางเกงยีนส์ตัวเท่ห์ไปทิ้งไว้กับพญามัจจุราชที่จะพรากมันไปจากผมแล้ว ยังมีกางเกงบอลตัวโปรดของรักของหวงอีกหนึ่งตัวด้วย “อยู่ในถุงนั้นแหละ” มันว่าจบ ผมรีบคุ้ยหากางเกงบอลในถุงออกมาสำรวจดูทันที ถ้ามันเย็บกางเกงบอลผมอีกตัว โลกนี้คงไม่มีว่าที่สัตวแพทย์หล่อๆ ที่ชื่อนนทการณ์อีกแล้ว เพราะผมจะฆ่าตัวตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย “เฮ้อ! โล่งใจไปที นึกว่ามึงจะเย็บลูกชายกูอีกตัวนึงซะอีก” “โชคดีที่ตัวนี้มันไม่ได้ขาดกูก็เลยไม่ได้เย็บให้มึง” ไอ้หมอกตอบหน้าซื่อ “อืม…โชคดีจริงๆ ด้วย” ผมกัดฟันยิ้มตอบไอ้หมอกไป กูยอมในความเป็นตัวมึงจริงๆ เลยว่ะเพื่อน ยอมในความสายหมอก ขอใช้คำนี้กับมันเลย เพราะความเอ๋อ ความบื้อ ความซื่อทั้งโลกมารวมกันที่ตัวมันหมด เรียกว่าความสายหมอกนี่แหละเข้าใจง่ายที่สุดแล้ว คนบ้าอะไร ไม่เข้าใจแฟชั่นยังไม่พอ มันยังมาเย็บกางเกงผมอีก ฮือๆ ลาก่อนเจ้ายีนส์ตัวเก่งของพ่อ “เย็นนี้กูจะไปเตะบอล มึงไปกับกูด้วยเลยไอ้ลีโอ” ผมส่งสายตาเชิงบังคับไปหาลีโอ เพื่อนอีกคนที่นั่งกลั้นหัวเราะอยู่ถัดไป กูรู้ว่ามึงจะขำเรื่องอะไร ไอ้สลัด! นอกจากไม่ให้กำลังใจแล้วยังจะซ้ำเติมกูอีก “เออ กูไปด้วยก็ได้” ลีโอตอบ “แต่กูไม่ไปด้วยนะไอ้นนท์ ตอนเย็นกูต้องไปหาถนน” “ได้สิครับเพื่อนหมอก กูว่าทางที่ดีเราไม่ควรจะอยู่ด้วยกันสักพัก” ผมสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะฝืนยิ้มแห้งๆ ตอบเพื่อนรักที่พึ่งจะพรากชีวิตกางเกงยีนส์ตัวเท่ห์จากผมไป เราควรห่างกันซักพักจริงๆ วะเพื่อน เพราะไม่อย่างนั้น…กูเผลอบีบคอมึงตายแน่! หลังเลิกเรียน สนามกีฬากลางของมหาวิทยาลัย เกือบทั้งหมดของผู้ชายคูลๆ อย่างผมเวลาที่เลือดลมสูบฉีดที่สุดคงจะเป็นตอนเลิกเรียนนี่แหละ อิสรภาพหลังเลิกเรียนช่างเป็นอะไรที่หอมหวาน ถึงแม้อาจารย์จะสั่งงานมาเป็นว่าเล่นก็ตาม แต่คนอย่างนนทการณ์ซะอย่าง ถ้าไม่ใช่หนึ่งวันก่อนถึงกำหนดส่งไม่มีซะหรอกที่จะมาทำการบงการบ้าน โน้น! ต้องดองเอาไว้ใกล้ๆ ถึงวันส่งค่อยปั่นทีเดียว พวกคุณไม่รู้อะไร เวลาที่เราปั่นงานจนไม่ได้นอน แถมยังต้องรีบมาปั่นต่อตอนเช้ามันเป็นอะไรที่ตื่นเต้นจริงๆ นะคุณ นี่คือเหตุผลว่าทำไมวันนี้ผมถึงเลือกมาเตะบอลมากกว่าทำการบ้าน เปล่าหรอก จริงๆ ผมขี้เกียจ “วันนี้เพื่อนมึงไม่มาเชียร์ด้วยเหรอวะ” “ก็นี่ไง ไอ้ลีโอเพื่อนกู” “เฮ้ย! ไม่ใช่คนนี้ดิ คนนี้กูรู้จักแล้ว อีกคนนึงอ่ะ คนที่น่ารักๆ” คนถามคือไอ้พีท ปีหนึ่งนิติศาสตร์ รู้จักกันตอนเตะบอลนี่แหละ ดูจากอาการของมันก็รู้แล้วว่ามันถามหาไอ้หมอก ก็มันเล่นชะเง้อหน้ามองหาแต่ไอ้หมอก ทำอย่างกับว่าผมกับไอ้ลีโอไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ “มันไม่มาหรอก โดนเด็กวิศวะจีบอยู่” ผมตอบดักคอด้วยความรำคาญ “เหรอวะ” ไอ้พีทหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด “มึงไหวเปล่าวะไอ้พีท ทำไมมึงทำหน้าเศร้าจังวะ” ลีโอถาม “เฮ้ย! เศร้าที่ไหนวะ กูไม่ได้เศร้า ก็แค่…เสียดาย กูเลยอดมีแฟนเป็นหมอหมาเลย” “จีบกูก็ได้นะ กูยังว่าง กูก็หมอหมาเหมือนกันหรือมึงจะจีบไอ้ลีโอก็ได้นะ” ผมกอดคอไอ้พีทพูดกับมันด้วยน้ำเสียงเสนอตัวสุดๆ ไอ้พีทมันก็รู้แหละว่าผมแกล้งมัน แต่มึงช่วยเก็บสีหน้าหน่อยได้ไหมวะไอ้พีท ตอนนี้สีหน้ามึงบอกกูชัดเจนมากว่ามึงโคตรรังเกียจกูเลย “ไม่เอาอ่ะ เอาพวกมึงสองคน กูยอมเป็นหมันดีกว่า” “ไอ้สัดพีท” “ฮ่าๆ กูล้อเล่น ไป! เข้าสนามเร็ว กูว่าคนอื่นๆ คงมารอกันแล้ว วันนี้ได้เพื่อนมาเล่นเพิ่มอีกสองคนนะมึง ไอ้ก๊าซเขาพามา ก็เพื่อนวิศวะของมันนั้นแหละ มึงพูดถึงเด็กวิศวะไม่ใช่ไง นี่ไงมาพอดีเลย ดีแล้วมีคนมาเพิ่ม แบ่งไปทีมมึงคนนึงน่ะจะได้ครบทีมกันสักที” “เออ หวังว่าจะไม่ใช่คนที่มาจีบเพื่อนกูนะ ไม่งั้นอาจจะมีคนอกหักหนักกว่าเดิม” “พอๆ เลิกกัดกูได้แล้วไอ้นนท์ รีบไปเปลี่ยนชุดเลยมึง” หึ! กูยังไม่ได้เอ่ยชื่อใครสักหน่อย ร้อนตัวนะมึงไอ้พีท แกล้งคนให้ทำสีหน้าไม่ถูกนี่มันสนุกจริงๆ “มึงว่าคนที่ไอ้พีทมันพูดถึงจะเป็นยังไงวะ” ลีโอถามขึ้น ขณะพวกผมกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ มีคนเคยบอกว่าให้เราจริงจังกับเรื่องเล่นๆ บังเอิญผมเป็นคนเชื่อคนง่ายซะด้วยสิ ก็เลยเตรียมชุดกีฬามาเต็มยศ กะไว้ว่าจะเล่นกันยันเที่ยงคืนไปเลย “หมายถึงไอ้เด็กวิศวะที่ไอ้ก๊าชจะพามาวันนี้น่ะเหรอ ไม่รู้ว่ะ ต้องเจอหน้าก่อนอ่ะ แต่สำหรับกูขอแค่คนครบก็พอแล้ว” ผมตอบ “เออ จะว่าไปก็จริงของมึง พอคนไม่ครบแล้วเหนื่อยชะมัดเลย คราวนี้คนครบแล้วจะได้เหนื่อยน้อยลงหน่อย ว่าแต่มึงเถอะไอ้นนท์ อารมณ์เย็นลงบ้าง ใครเล่นตุกติกมึงก็มองข้ามๆ ไปหน่อยสิวะ ใครมาเล่นด้วยมึงก็มีเรื่องกับเขาไปหมด” “กูรู้สึกเหมือนมึงกำลังด่ากูอ้อมๆ อยู่นะไอ้ลีโอ” “กูไม่ได้ด่า กูพูดเพราะสงสารไอ้ก๊าซมัน หาคนมากี่ทีๆ ก็โดนมึงไล่หนีไปหมด” “เออๆ กูจะใจเย็นลงแล้วกัน” ผมรับคำอย่างรำคาญ “เห็นกางเกงบอลมึงแล้วกูฮาเลยวะ ดีนะหมอกไม่เย็บไปอีกตัว” “เออ พูดแล้วกูเจ็บปวดใจ ลูกชายคนโตกูตายไปแล้ว ดีนะยังเหลือลูกชายคนเล็กอยู่ ถ้ามันเย็บกางเกงบอลกูด้วยกูขาดใจตายจริงๆ ด้วย” “เวอร์ไปแล้วมึง” “ไม่เวอร์ กูพูดจริง กางเกงยีนส์นั้นช่วยเพิ่มความมั่นใจเวลาจีบสาว ส่วนกางเกงบอลนี่ก็เพิ่มความมั่นใจเวลาทำประตู เดี๋ยววันนี้กูจะโชว์ให้มึงดูเองว่ามันช่วยกูได้มากแค่ไหน” “ครับบบ! พ่อนักเตะแข้งทอง อย่าพาทีมแพ้แล้วกันวันนี้กูขี้เกียจวิ่งรอบสนาม” “เดี๋ยวมึงคอยดู” ผมยักคิ้วให้ไอ้ลีโออย่างอารมณ์ดี นี่นนทการณ์ซะอย่างจะพาทีมแพ้ได้ไง ยังไงมึงก็ไม่ได้วิ่งรอบสนามแน่นอนไอ้ลีโอเพื่อนรัก “เปลี่ยนชุดนานจังวะพวกมึง” ไอ้พีทถาม หลังจากพวกผมกลับออกมาที่สนามแล้ว “โน้นเลย ไอ้ลีโอโน้นเลย เปลี่ยนชุดนานสัดๆ” “อ้าว! นี่คือเพื่อนผิดเหรอครับไอ้คุณนนท์ ผมเปลี่ยนเสร็จก่อนคุณไหม?” “ไม่ต้องไปโบ้ยคนอื่นเลยไอ้นนท์ ดูก็รู้ว่ามึงนั้นแหละตัวพาเพื่อนนาน แล้วนี่มึงจะเซตผมเพื่อ? มึงมาเตะบอลนะเพื่อน ไม่ต้องห่วงหล่อแล้ว ยังไงมึงก็เป็นเดือนคณะมึงแล้วหรือเปล่าวะ” “ไม่ได้หรอก ต้องรักษาภาพลักษณ์กันหน่อย ดูโน้นแฟนคลับกูมารอกูแล้ว” ว่าจบผมหันไปโบกมือทักทาย กลุ่มสาวๆ ที่มักจะมานั่งเชียร์ผมทุกครั้งที่ผมมาเตะบอลเสมอ ทุกๆ ครั้งที่พวกเธอมาก็ไม่พลาดที่จะมีขนมติดไม่ติดมือมาฝากด้วย และไอ้พวกที่ได้อานิสงส์ก็ไม่ใช่ใคร ก็เพื่อนๆ ผมนี่เอง เพราะแบบนี้สุดท้ายไอ้พีทก็ต้องเลิกบ่นผมไปเอง “เออๆ เด็กใหม่มาแล้วนะ นั่งอยู่ตรงสนามด้านนั้น เดี๋ยวกูพาไปรู้จักลูกทีมใหม่ของมึง” ไอ้พีทว่าต่อ พอเดินมาที่สนามผมมองแว็บเดียวก็รู้ทันทีว่าใครเป็นเด็กใหม่ ก็ไอ้สองคนนั้นแม่งเสือกเด๋อใส่ชุดนักศึกษาเต็มยศมาเตะบอล เหอะ! ในสนามหญ้าแบบนี้เนี่ยนะ ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมบอกลาชุดขาวๆ ของพวกมึงได้เลย แต่ไม่เป็นไรถือว่าเป็นเด็กใหม่ไม่รู้ก็ไม่ว่ากัน มองจากข้างหลังไอ้สองคนนี้ก็หน่วยก้านดีไม่ใช่เล่นนะ ตัวน่าจะสูงพอๆ กับผม หุ่นก็ไม่อ้อนแอ้น เป็นอันว่าใช้ได้ ดูท่าอัธยาศัยก็น่าจะดี ไอ้คนที่หันหลังให้ผมนี่น่าจะตัวคุยเก่งเลย ได้ยินแต่เสียงมันคนเดียว ส่วนไอ้หน้าหล่อที่หันหน้ามา ดูท่าจะเป็นคนเงียบๆ มองตั้งนานไม่เห็นมันจะพูดอะไร ว่าแต่ทำไมไอ้คนที่หันหลังอยู่มันดูคุ้นๆ ตาแปลกๆ “ภูมิ ไนท์ ขอแนะนำให้รู้จักเพื่อนอีกสองคน” ไอ้พีทร้องบอกไอ้เด็กใหม่สองคนนั้น เดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อนนะ ไอ้คนชื่อภูมินี่ไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้คนหลังนี่ ไอ้คนที่ชื่อไนท์ ผมมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีกับไอ้คนชื่อนี้เท่าไหร่ ไม่ผ่าน! แบบนี้ไม่ให้ผ่าน ต่อให้เตะบอลเก่งแค่ไหน แต่ถ้ามึงชื่อไนท์ยังไงก็ไม่ให้ผ่าน “มึง!...” เชี่ยยย โลกแม่งกลมยิ่งกว่าลูกอมโอเล่ ชีวิตไอ้นนท์แม่งซวยยิ่งกว่าพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก แบบนี้ไม่ใช่ราหูอมแล้วเรียกว่าราหูแดกเลยดีกว่า ว่าแล้วว่ามันดูคุ้นๆ ตา พอหันหน้ามาเท่านั้นแหละ แม่ง! ใช่เลย “ไอ้วิศวะปากหมา” “ไอ้เชี่ยนนท์ มึงไปเรียกเขาแบบนั้นได้ยังไงวะ” ไอ้พีทร้องห้ามเพราะตกใจที่ผมเรียกมันแบบนั้น แต่มึงเชื่อกูเถอะเพื่อนพีทถ้ามึงเจอแบบที่กูเจอวันนั้นมึงจะไม่ร้องห้ามกูเลย ผ่านมาหลายวันจนกูเกือบจะลืมหน้ามันอยู่แล้ว แม่ง! ยังจะโคจรมาพบกันอีก “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ถือ” ไอ้ไนท์ยิ้มตอบไอ้พีท “เฮ้ย! ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ มึงกูไปเลยเพื่อนกันทั้งนั้น เดี๋ยวแนะนำให้รู้จักเลยนะ นั้นไอ้บอมเกษตรฯ คนนั้นไอ้ตี๋นิเทศฯ นั้นไอ้ตั้มสังคมฯ…” แล้วไอ้พีทมันก็แนะนำคนอื่นๆ มาเรื่อยๆ จนมาถึงผม “ส่วนนี้ไอ้นนท์…” “นนทบุรี สัตว์…แพทย์” ไอ้ไนท์ชิงพูดแทรกขึ้นก่อนที่ไอ้พีทจะแนะนำจบ ซี๊ดดด! มันเจ็บจี๊ดเข้าไปถึงกระดองใจ มันเรียกผมว่านนทบุรีอีกแล้ว แต่นั้นยังไม่เท่ากับตรงที่มันเน้นเสียงคำว่า ‘สัตว์’ ชื่อคณะกูก็ไม่ได้ยาวมาก มึงไม่ต้องมาย่อชื่อคณะกูก็ได้ ไอ้เชี่ยไนท์ ดูก็รู้ว่ามันจงใจกวนตีนผม “กูพึ่งรู้ว่าชื่อมึงนี่มาจากคำว่านนทบุรีนี่เองเหรอวะ ก็ดีนะมึงไม่ไกลกรุงเทพมาก” ไอ้พีทตบบ่าพร้อมพูดทับถม พอๆ กับไอ้ตัวต้นเหตุที่กำลังหัวเราะคิกคักอยู่ตอนนี้ เอาเข้าไปพวกมึงเอาเข้าไป หมดกันภาพลักษ์ที่สะสมมา กลายเป็นตัวตลกในสายตาพวกแม่งทันที “มึงเจอคู่ปรับแล้ววะไอ้นนท์เพื่อนรัก” มึงอีกตัวไอ้ลีโอ ถ้ามึงไม่ช่วยก็เงียบปากไปเลย “เอาล่ะๆ มึงเลิกมองตาเขม่งได้แล้วไอ้นนท์ ช่วยอ่อนโยนกับลูกทีมใหม่ของมึงด้วย” “หมายความว่ายังไงไอ้พีท” “ก็หมายความว่าไนท์อยู่ทีมเดียวกับมึงไง ส่วนภูมิอยู่ทีมเดียวกับพวกกู พวกกูแบ่งกันแล้วตอนรอมึงเปลี่ยนชุด” “ได้ไงวะ แบบนี้ก็ไม่ยุติธรรมสิ มึงดูมันดิตัวบางขนาดนั้น จะมีแรงวิ่งไล่บอลหรือเปล่ายังไม่รู้” “ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้นะครับคุณหมอหมา บางทีผมอาจจะเล่นเก่งกว่าใครบางคนแถวนี้ก็ได้นะครับ” “มึงหมายถึงใคร” “ไม่รู้สิครับ ก็อาจจะหมายถึงใครบางคนแถวนี้ ว่าแต่อากาศแถวนี้อบอ้าวดีนะครับ เล่นเอาร้อนตัวดีเหมือนกัน” คำพูดสุดท้ายไอ้ไนท์มันเน้นเสียงลงต่ำ บวกกับสายตาที่มันส่งมาให้ ไม่ต้องใช้เซลล์สมองก็รู้ว่ามันว่าผมชัดๆ “มึงอย่าทำตัวงอแงสิวะไอ้นนท์ ปกติมึงก็ไม่สนใจอยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าใครจะอยู่ทีมเดียวกับมึง กูก็เห็นมึงก็คุมเกมส์คนเดียวอยู่ดี” ไอ้พีทพูดแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตรึงเครียด ตอนนี้ผมไม่ชอบขี้หน้าไอ้ไนท์มากกว่าเดิมหลายร้อยเท่า คนบ้าอะไรมายื่นยิ้มให้คนอื่นอยู่ได้ คิดว่ามึงน่ารักมากเลยหรือไง “เออๆ ก็ได้ๆ ขอให้แน่อย่างที่ปากพูดก็แล้วกัน แต่บอกตามตรงกูไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่ะ แค่ชุดก็ไม่ผ่านแล้ว มึงจะมาเตะบอลหรือมาทำอะไรวะ ใส่ชุดนักศึกษามาเต็มยศเชียว” “ไม่มีปัญหาหรอกครับ ของแบบนี้มันต้องใช้สมองกับฝีเท้าครับ เรื่องชุดคงไม่เกี่ยว” เนี่ยเห็นไหม มันกวนประสาทผมไม่เลิก ดูท่าผมกับมันคงจะเกิดมาเพื่อเกลียดขี้หน้ากันไปจนตายแน่ๆ “ไปๆ ลงสนามครับลงสนาม ใครแพ้เลี้ยงน้ำแล้วก็วิ่งรอบสนามตามจำนวนที่อีกฝ่ายทำประตูได้ตามเดิมนะเว้ย!” พอไอ้พีทร้องบอก ทุกคนก็เตรียมพร้อมลงสนาม ผมวิ่งเข้าสนามด้วยอารมณ์เซงๆ ไม่สิ ต้องบอกว่าโคตรเซงเลยดีกว่า แค่เห็นหน้าไอ้เชี่ยไนท์ก็หงุดหงิดพออยู่แล้ว ดันต้องมาอยู่ทีมเดียวกับมันอีก “เป็นอะไรวะไอ้นนท์ หน้ามุ่ยเป็นตูดลิงเชียว” ลีโอถามขณะกำลังวิ่งเข้าสนาม “มึงก็ดูมันดิ กูไม่ชอบขี้หน้าแม่งเลย” “คนนี้เหรอ คนชื่อไนท์ที่มึงเจอวันนั้น” “เออดิ ไอ้นี่แหละ กวนตีนแบบนี้มีคนเดียว เกลียดหน้าแม่งฉิบหาย” “กูว่าเขาก็ดูน่ารักดีออกนะ ไม่แน่นะ รู้จักกันไปนานๆ มึงอาจจะชอบก็ได้ ขนาดมึงบอกว่าไมชอบขี้หน้าเขา ไม่อยากเจอ สุดท้ายก็มาเจอกันจนได้ ไม่แน่นะมึงอาจจะ….” “มึงหยุดพูดเลยไอ้ลีโอ ถ้ามึงพูดต่อกูไม่เตะแม่งละบอลเนี่ย กูเตะมึงแทนแล้วกันไอ้ลีโอ” “อย่าทำผมเลยครับ คุณหมอนนทบุรี” คนกวนตีนต้องไม่มีที่ยืนในสังคม ต้องเตะให้มันลมลงไปนั่งกองกับพื้นแทน คิดได้แบบนั้นผมรีบวิ่งไล่เตะก้นไอ้ลีโอทันที กล้าที่จะมาล้อเลียนนนทการณ์ อย่าหวังว่าจะรอดชีวิตไปได้ ส่วนไอ้ตัวต้นเรื่องที่เรียกผมว่านนทบุรี ผมแอบชำเลืองมองย้อนกลับไปด้านหลังเห็นไอ้วิศวะปากหมากำลังวิ่งตามมา เผลอมองมันนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตา ทำเป็นยิ้มไปก่อนเถอะมึง ถ้ามึงเล่นห่วยกูไล่มึงอกจากทีมแน่ To be continued… #เกลียดให้ตายสุดท้ายก็รัก ___________________ พูดคุย/ติดต่อ Facebook page : 404 Not Found Novels Twitter : @404_novel ​ ​
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม