กู้เหอซีเดินเข้ามาในเรือนด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง กล้าดีอย่างไรมาตบใบหน้าของนาง ใบหน้าของสตรีนั้นสำคัญพอๆ กับชีวิต หากเสียโฉมเพิ่มนางจะทำให้เขาเจ็บอย่างไม่รู้ลืม
“ไฉ่หง ทำไมข้าถึงต้องแต่งกับบุรุษที่ร้ายกาจผู้นี้” นางถามซ้ำเพื่อให้สาวใช้เล่ารายละเอียดให้มากขึ้นกว่าเดิม
สตรีน้อยมองซ้ายขวาก่อนที่จะมากระซิบข้างหูเจ้านายของตน
“นายท่านจ่ายเงินใต้เท้าว่าน เพื่อให้มีการสร้างถนนหรือสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับการขนส่งสินค้าของตระกูลกู้เจ้าค่ะ ตอนหลังใต้เท้าว่านไปติดหนี้อะไรมาข้าก็ไม่รู้ เลยยอมตกลงแต่งงานกับคุณหนู ได้ทั้งเงินจากนายท่าน หนี้ก็ไม่ต้องจ่ายเจ้าค่ะ”
“โอ้โห เลวได้โล่เลยนะเนี่ย คนหนึ่งติดสินบน คนหนึ่งรับสินบน แล้วเอาเงินหลวงมาสร้างนั่นนี่เอื้อผลประโยชน์ส่วนตน”
“คุณหนู อย่าเสียงดังสิเจ้าคะ เดี๋ยวจะเดือดร้อนกันหมด” ไฉ่หงเตือนเจ้านายตัวเอง
“ข้าคงกลับบ้านไม่ได้ อยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ ต้องรีบหย่าเร็วๆ ล่ะ” กู้เหอซีลุกขึ้นไปโต๊ะเขียนหนังสือ “ไม่ได้การ ข้าเขียนหนังสือหย่าเดี๋ยวนี้”
เสียงประตูห้องดังขึ้น บุรุษหน้าตาเย็นชาเดินเข้ามาภายในห้อง
“หย่างั้นหรือ เจ้ามีเหตุผลหรือไม่” ร่างใหญ่มาประชิดตัว มือของเขาบีบต้นแขนนางจนแน่น
กู้เหอซีพยายามสะบัดแต่ก็ไม่หลุด นางหันไปตวาดใส่ “ปล่อยนะ ข้าเจ็บ”
“เจ็บเล็กๆ น้อยๆ ไม่ถึงตายหรอก” เขาปล่อยแขนนาง ก่อนเอ่ยต่อ “เจ้าหย่ากับข้า มีเหตุผลพอหรือ”
กู้เหอซีหน้าแดงด้วยความโมโห นางขึ้นเสียงใส่หน้าชายหนุ่ม พูดรัวๆ โดยไม่จำเป็นต้องคิดตรึกตรอง “ข้าจะเขียนว่าสามีเช่นเจ้าไร้น้ำยา ท่าทางห่วยแตก นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ”
“จะ เจ้ามันสตรีน่าชัง น่าไม่อาย” เขาจับร่างบางยกขึ้นแล้วเหวี่ยงใส่เตียงอย่างรุนแรง
“ปากดีเช่นนี้ วันนี้ไม่ต้องกินข้าว” เขาหันไปสั่งให้สาวใช้ที่ถือถาดอาหารเดินตามหลังมาให้ยกกลับไปเก็บในครัวเช่นเดิม
“ไอ้เลวเอ้ย” กู้เหอซีด่าตามหลัง
ไม่ถึงหนึ่งถ้วยน้ำชา ก็มีสาวใช้มาตะโกนหน้าประตูเรือนของนาง
“นายท่านบอกว่า หากอยากกินข้าว ก็หากินเอง จะไสหัวไปไหนก็ไป”
กู้เหอซีได้ยิน มุมปากยกยิ้มพอใจ “ไล่ข้าไปไหนก็ไป ถูกใจเสียจริง”
ไฉ่หงรีบพูดด้วยความกังวล “คุณหนูไม่ได้นะเจ้าคะ สินเดิมก็อยู่กับใต้เท้าว่าน เงินติดตัวเราก็แทบไม่มี ออกไปข้างนอกจะทำอย่างไร”
เดิมกู้เหอซีถูกเลี้ยงเป็นคุณหนูที่อยู่แต่ในจวน ไม่ออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น นางเคยแอบออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนครั้งหนึ่ง ก็กลับพบโจรและถูกคมกระบี่จนใบหน้าเกิดรอยแผลเป็น หลังจากนั้นบิดาของนางก็ห้ามนางออกไปไหน ทั้งยังส่งมาแต่งงานกับว่านเฉินคุน เสียโฉมเช่นนี้คงไม่มีบุรุษใดมาสู่ขอแน่แท้
“ไฉ่หง ทำงานหาเลี้ยงตัวเองมันไม่ได้ยากหรอกนะ” นางกล่าวกับสตรีน้อย
“แต่คุณหนูเจ้าคะ ท่านก็รู้ว่างานสำหรับสตรีมีน้อยยิ่งนัก สตรีที่ออกนอกบ้านล้วนถูกมองว่าไม่ดี ทำให้ครอบครัวต้องอับอาย”
กู้เหอซียกมือขึ้นมาจับมือของไฉ่หง “ร้านค้าข้างนอกมีเถ้าแก่เนี้ยบ้างหรือไม่ ร้านอาหารมีเจ้าของเป็นผู้หญิงบ้างหรือไม่”
“ก็พอมีเจ้าค่ะ แต่ไม่เยอะ”
“แค่พอมี นี่ก็ดีแล้ว” นางครุ่นคิดชั่วครู่ “เราออกไปเดินตลาดกันเถอะ เผื่อข้าจะคิดอะไรออกบ้าง”
........
กู้เหอซีใส่ผ้าคาดปกปิดใบหน้า เดินตามหลังไฉ่หงไปยังตลาด สายตาสวยคมกวาดมองไปโดยรอบ นางเห็นร้านขายเครื่องประทินผิวอยู่ไม่น้อย
“มาทางนี้จ้าๆ ผงสมุนไพรพอกผิวใช้แล้วหน้าใส นวลเนียน ไร้สิวฝ้า” แม่ค้าผู้หนึ่งกวักมือเรียกอย่างตั้งใจ
กู้เหอซีเดินเข้าไปดูที่แผงของแม่ค้าผู้นั้น
‘ไม่คิดว่าสมัยนี้ก็มีพวกครีมบำรุง เครื่องสำอางขายแล้ว สงสัยคงต้องไปหาซื้อหนังสือสมุนไพรมาอ่านไว้ทำผงพอกหน้าขายบ้าง’ นางมองสินค้าแต่ละชิ้น ท่าทางราวกับสนใจอยากซื้อ
“แม่นางปกปิดใบหน้าเช่นนี้ ผิวพรรณมีปัญหาใช่หรือไม่ เจ้าซื้อผงสมุนไพรของข้าไปสิ ไม่ว่าจะร้อยพันปัญหาก็เอาอยู่ ผิวหน้าแม่นางจะเนียนใสราวกับไข่มุกเกลี้ยง”
“เท่าไหร่” กู้เหอซีเอ่ยถาม
“ชิ้นนี้สามตำลึง ชิ้นนี้ห้าตำลึง”
“อ่อ” นางทำเป็นล้วงแขนเสื้อ “ขอโทษทีนะแม่ค้า พอดีข้าลืมหยิบกระเป๋าเงินมา พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่นะ” นางรีบคว้าแขนของไฉ่หงเดินหลบออกมาจากร้านอย่างรวดเร็ว
“คุณหนู เราก็พอมีเงินนี่เจ้าคะ” ไฉ่หงถามด้วยความสงสัย
“เงินน้อยนิดตอนนี้ เก็บเอาไปกินข้าวกันดีกว่า” กู้เหอซีเปลี่ยนเป็นฝ่ายเดินนำหาร้านอาหาร
“ไปร้านนั้นกันเถอะ ก๋วยเตี๋ยวเพียงห้าอีแปะเอง”
ไฉ่หงรีบเข้าไปสั่ง “บะหมี่น้ำซุปเห็ดหอมสองชามนะ” จากนั้นไปนั่งที่โต๊ะแล้วโบกมือเรียกกู้เหอซี
กู้เหอซีนั่งลงรออาหาร สายตาก็มองบรรยากาศไปรอบๆ เห็นร้านขายเสื้อผ้าสตรี เครื่องสำอาง เครื่องประทินผิว เครื่องประดับของสตรี ร้านเหล่านี้ล้วนมีคนเดินเข้าออกตลอด
‘ธุรกิจความงามน่าสนใจดี จะทำอะไรดีนะ’ ในหัวของนางเริ่มงัดความทรงจำที่สามารถจะนำมาประยุกต์ใช้ได้
“ถ้าทำศัลยกรรมที่นี่ได้คงรวยเละ” นางบ่นพึมพำก่อนยกน้ำชาเข้าปาก
“อ๊ะ” ไฉ่หงร้องตกใจ ก่อนชี้มือไปทางภัตตาคารสุดหรู อาคารที่อยู่คนละฝั่งกับสายตาของกู้เหอซี ทำให้นางต้องหันหลังไปดู
เห็นร่างบุรุษชั่วร้ายที่คุ้นตาเดินเข้าไปในภัตตาคารนั้น ด้านหลังมีสตรีที่แต่งกายเหมือนคุณหนูบุตรสาวขุนนางหรือไม่ก็บุตรสาวคหบดีเดินตาม ส่วนบุรุษนั้นก็หันมามองนางเป็นระยะราวกับกลัวว่านางจะแข้งขาอ่อนร่วงลงไปกองลงบนพื้น
“เฮอะ” กู้เหอซีมอง ดีที่นางแต่เดิมไม่ใช่คนยุคสมัยนี้ ไม่เช่นนั้นอาจต้องร้องห่มร้องไห้ขึ้นขั้นฆ่าตัวตายอีกรอบ
“หาทั้งทีก็น่าจะสวยกว่านี้หน่อยสิ” นางกล่าวก่อนคว้าตะเกียบคีบเส้นบะหมี่ในชามที่มาวางบนโต๊ะพอดี
“คุณหนูไม่รู้สึกอะไรหรือเจ้าคะ” ไฉ่หงถามด้วยความสงสัย
“รู้สึกสิ รู้สึกว่า อย่าให้ถึงทีข้าไปกินอาหารที่ภัตตาคารนั่นบ้างละกัน จะสั่งจานเด็ดจานดังทุกอย่าง ฮึ่ม”
หลังจากนี้ต้องคิดวิธีหาเงินอย่างจริงจังเสียแล้ว เพื่อเลี้ยงปากท้องของตน
........
วันต่อมา กู้เหอซีออกจากจวนตั้งแต่เช้า นางให้ไฉ่หงเอาเครื่องประดับไปจำนำเพื่อเอาเงินมาใช้
“คุณหนูแน่ใจแล้วหรือเจ้าคะที่จะจำนำของเหล่านี้” ไฉ่หงหยิบของแต่ละอย่าง มองด้วยสายตาหวงแหน
“ไฉ่หง ของพวกนี้ถ้ามีเงินก็ไถ่คืนหรือไม่ก็ซื้อชิ้นใหม่ได้ แต่ถ้าไม่มีเงิน เราจะอดตายกันก่อน” กู้เหอซีพูดพร้อมกับหยิบห่อผ้าที่ใส่เครื่องประดับยื่นให้กับไฉ่หง
“เจ้าค่ะ”
“เงินที่ได้แบ่งส่วนหนึ่งไปซื้อข้าวสารอาหารแห้งนะ ส่วนข้าไปร้านขายตำราประเดี๋ยว” สั่งเสร็จกู้เหอซีก็เดินไปอย่างไว
........
ร้านหนังสือ
กู้เหอซีเดินสำรวจหนังสือแต่ละเล่มภายในร้าน เมื่อเห็นว่าชั้นหนึ่งไม่มีสิ่งที่นางต้องการจึงเดินขึ้นชั้นสองของร้าน
“นายท่าน เราจับคนพวกนั้นได้แล้วบางส่วน เหลืออีกไม่กี่สิบคนกับตัวหัวหน้าของพวกมัน” บุรุษรูปร่างสูงสวมชุดดำทั้งตัว ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากสีเงิน ยืนรายงานบุรุษอาภรณ์สีครามเข้มสวมหน้ากากสีนิลครึ่งใบหน้า
ยังไม่ทันที่บุรุษผู้นั้นจะเอ่ยปากตอบ พวกเขาก็ได้ยินเสียงเดินของกู้เหอซีใกล้เข้ามา
“นั่นใคร” บุรุษชุดดำเขวี้ยงมีดบินผ่านหน้าของกู้เหอซี ระยะของมีดนั้นห่างจากใบหน้าไม่ถึงนิ้ว
“อะไรกัน ตกใจหมดเลย” กู้เหอซีร้อง นางเอามือแตะแก้มของตนผ่านผ้าผืนบางที่คาดปกปิดไว้
“ถ้าข้ามีรอยแผลเป็นเพิ่ม ข้าจะเอาเรื่องพวกเจ้าจนถึงที่สุด” นางต่อว่าชายชุดดำอย่างไม่กลัวตาย
“นะ นายท่าน นั่นคุณหนูกู้” ชายชุดดำโน้มตัวกระซิบที่ข้างหูบุรุษที่สวมหน้ากากสีนิล
บุรุษได้ยินก็หันสายตาที่คมกริบมองไปยังกู้เหอซี กวาดตามองนางทั่วร่างแล้วก็เก็บสายตากลับเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น
“ออร่าน่ากลัวมาก” กู้เหอซีรู้สึกถึงความอึดอัดหายใจไม่ออกเมื่อถูกเขามองมายังตน
นางรีบเดินไปหาหนังสือที่ตัวเองต้องการอย่างรวดเร็ว “สองคนนี้ไม่น่าไว้ใจ ไปไกลๆ ดีกว่า”
กู้เหอซีเดินสำรวจหนังสือทั่วร้านจนได้หนังสือที่ตนเองสนใจ ทั้งตำราสมุนไพร ตำราการแพทย์และตำราทำอาหาร ต้องมีสักเล่มที่นำมาใช้หาเงินได้บ้าง
ขณะที่นางถือหนังสือลงไปด้านล่าง สายตาของบุรุษทั้งสองก็มองมาทางนางอีกครั้ง
“มองอะไร ไม่เคยเห็นคนสวยหรือไง” นางตะโกนใส่พวกเขาด้วยความหงุดหงิด
“ปากดีเสียจริง” บุรุษอาภรณ์สีครามเข้มยิ้มมุมปาก
กู้เหอซีมองเขาด้วยหางตา แค่ยิ้มมุมปากยังมีเสน่ห์ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าหากเปิดใบหน้าจะงดงามเพียงใด แต่นางก็เก็บความคิดกลับทันทีเมื่อเห็นสายตาของเขา
“ดุเป็นหมาเลย” นางบ่นเบาๆ ก่อนเดินลงด้านล่าง
“นางคือแม่นางกู้จริงๆ หรือ” บุรุษผู้สวมหน้ากากนิลถามลูกน้องชุดดำของตน “ไหนเจ้าบอกว่านางเป็นสตรีที่อ่อนโยนแต่ใจกล้า ส่วนแม่นางผู้นี้นั้นปากดี หยิ่งยโส”
“ใช่จริงๆ ขอรับ”
“หึ เห็นว่าเป็นนาง ข้าจึงไม่เอาความ” บุรุษผู้นั้นลุกขึ้นยืนก่อนหายตัวไปทางหน้าต่าง ส่วนชายชุดดำก็หายตัวตามเจ้านายของตนอย่างรวดเร็ว