“เจ้าพามมัวไปเกเรอยู่ที่ไหนนะ”
เพลิงกัลป์ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิด เมื่อน้องชายตัวดีมารับไม่ตรงตามเวลา และเขาก็มีประชุมตอนสิบโมงเช้า ยังไม่รู้ว่าจะไปทันหรือเปล่า
บรื้นนน
เสียงท่อรถบิ๊กไบค์ดังสนั่น พร้อมกับพัสกรที่ขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่มาจอดตรงหน้าเขา
“พี่บอกกี่ทีแล้ว ว่าอย่าเอามอเตอร์ไซค์มารับพี่อีก รถบ้านเรามีตั้งหลายคัน ทำตัวเป็นเด็กแว้นไปได้”
เขาไม่ชอบที่พัสกรเอาแต่ขับมอเตอร์ไซค์เที่ยวเตร่กับกลุ่มเพื่อน ถึงแม้จะเข้าใจว่าเป็นชีวิตวัยรุ่นก็ตาม
“มอเตอร์ไซค์นี่แหละครับพี่เพลิง กรุงเทพรถติดจะตาย คล่องตัว รอดเร็วว่องไวส่งพี่ถึงบริษัททันเวลาประชุมแน่นอน”
“แล้วไปไหนมา ทำไมถึงมาช้า”
เพลิงกัลป์ถามด้วยความสงสัย
“ผมตื่นสายครับ พี่เพลิงรีบไม่ใช่เหรอ ไปกันเลยดีกว่า”
พัสกรเลี่ยงที่จะตอบคำถาม เมื่อเพลิงกัลป์เองก็เป็นคนเจ้าระเบียบไม่ต่างจากพ่อ
เขาขึ้นไปซ้อนท้ายรถบิ๊กไบค์คันสูงด้วยท่าทีประหม่า หากภูผาน้องชายคนกลางไม่ติดสอบ เขาคงไม่รบกวนพัสกร
รติรัตน์เดินดูห้องด้วยความตื่นตาตื่นใจ เธอคิดว่าครอบครัวของพัสกรต้องรวยมากๆ สังเกตได้จากเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งหรูหรา เธอวิ่งขึ้นไปบนชั้นสอง ดูวิวห้องนอนที่เป็นม่านกระจก
“โอ้มายก๊อด สวยมาก”
เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง ก่อนจะเอนกายลงนอนบนเตียงนุ่ม พลันสายตาเหลือบไปเห็นกรอบรูปถ่ายที่มีพัสกร กับพี่ชายสุดหล่อ และผู้ชายอีกคน
ด้วยความสงสัยเธอจึงลุกขึ้น แล้วเดินไปดูใกล้ๆ
“อย่าบอกนะ ว่านายมีพี่ชายหน้าตาดีอีกตั้งสองคน”
รติรัตน์มองหน้าเพลิงกัลป์แล้วอมยิ้ม ก่อนจะวิ่งลงไปหากระเป๋า แล้วค้นเอาปากกาหมึกสีชมพูออกมาวาดรูปหัวใจลงไปที่ใบหน้าของชายที่เธอแอบชอบ
“ฉันเชื่อว่าเราจะได้เจอกันอีก”
สาวน้อยวาดฝันไว้ในใจ รักแรกพบมีอยู่จริง และเขาก็คือคนนั้น
‘คุณเพลิงกัลป์’
เพลิงกัลป์รีบขึ้นลิฟต์มา เขาเฉียดเวลาที่เริ่มการประชุมไปแค่ห้านาที
“ขอโทษครับที่มาสาย”
เขาก้มศีรษะลง ก่อนจะมองหน้าประธานบริษัทอย่างกานรวี ภรรยาใหม่ของพ่อ เปรียบเสมือนว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงเขา
“ดิฉันเข้าใจค่ะ ว่าคุณเพลิงเพิ่งบินกลับมาถึง เชิญนั่งก่อนค่ะ เรากำลังจะเริ่มกันพอดี”
กานรวีเก็บความรู้สึกดีใจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเป็นปกติ หล่อนไม่ได้เจอเพลิงกัลป์มานานร่วมเดือน
ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนกับเขาจะจบลงไปนานแล้ว แต่ไม่เคยมีวันไหนเลยที่หล่อนลืมรักครั้งนั้นได้ ที่หล่อนต้องแต่งงานกับบิดาของเขา ก็เพราะความจำเป็น แต่หล่อนยังคงรักเพลิงกัลป์เหมือนเดิม
เพลิงกัลป์นั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งรองประทานบริษัท โดยไม่สนใจจะคุยกับกานรวีต่อ
ย้อนกลับไปเมื่อสิบห้าปีก่อน
เพลิงกัลป์กับกานรวีคบหากันตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยปีแรก จนเรียนจบปีสี่ ทั้งสองคนวางแผนในอนาคตว่าจะแต่งงานกัน หลังจากที่เพลิงกัลป์เรียนจบปริญญาโทจากอเมริกา แต่แล้วทุกอย่างก็พลิกผัน เมื่อเพลิงกัลป์ไปเรียนได้ไม่ถึงปี บิดาก็ประกาศข่าวใหญ่โตว่าจะแต่งงานใหม่ และผู้หญิงคนนั้นก็คือ กานรวี
พอประชุมเสร็จ และทุกคนก็ทยอยออกไปกันจนหมด กานรวีเลยมีโอกาสอยู่กับเพลิงกัลป์แต่สองคน
“เย็นนี้เพลิงจะกลับบ้านพร้อมฝนเลยไหมคะ”
หล่อนยังคงใช้สรรพนามเดิมเรียกชื่อเขา เหมือนตอนที่ยังเป็นแฟนกัน
“ขอบคุณครับ แต่ไม่เป็นไร ผมไม่รบกวนคุณจะดีกว่า”
ร่างสูงเดินหนี แต่ทว่าหญิงสาวก็ยังคงตามเขามา
“เพลิงคะ เดี๋ยวก่อนค่ะ”
“คุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ ท่านประธาน”
เขาตั้งใจใช้คำพูดห่างเหินกับเธอ มันคงจะดูไม่ดีเท่าไหร่ หากเขากับแม่เลี้ยงจะดูสนิทสนมกันจนเกินงาม
“เย็นนี้ดิฉันให้แม่บ้านทำอาหารโปรดต้อนรับคุณ แล้วเจอกันที่บ้านนะคะ”
กานรวีต้องฝืนยิ้ม ให้กับท่าทีที่แสนจะห่างเหิน สิบห้าปีที่ผ่านมา หล่อนอยากจะบอกเขาเหลือเกิน ว่ายังรักเขาเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไป
“ขอบคุณครับ”
เขาพูดแล้วก็หันหลังให้ ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัว
กานรวีกำมือแน่น แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หล่อนต้องอดทน แล้วสักวันหนึ่งหล่อนกับเพลิงกัลป์ จะต้องได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
ร่างใหญ่เอนกายลงบนโซฟา แล้วยกมือขึ้นนวดขมับด้วยความเหนื่อยล้า ชีวิตของเขามีแต่งานให้ทำในทุกๆวัน
Rrrr Rrrr Rrrr
เสียงเรียกเข้าดังรบกวน เขาจึงยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดรับสายน้องชายตัวแสบ
“ว่าไง”
‘คืนนี้ผมขอไปเที่ยวกับเพื่อนนะครับ’
เพลิงกัลป์ได้ยินแล้วก็ถอนหายใจ
“เพื่อนผู้หญิง หรือเพื่อนผู้ชาย”
‘ก็มีทั่งผู้หญิง แล้วก็ผู้ชายแหละครับ ถ้าพี่เพลิงไม่ไว้ใจ จะส่งพี่ภูมาคุมผมก็ได้นะ’
“พี่ให้นายภูตามไปแน่ ไม่ต้องห่วง อย่าเที่ยวดึกมากนักล่ะ”
เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ยิ่งเขาห้ามพัสกรก็ยิ่งไม่ฟัง สุดท้ายเลยต้องส่งถูผาไปดูแลแทน เนื่องจากอายุของเขานั้นห่างน้องชายอีกสองคนมาก เขาเลยดูเป็นคนแก่ในสายตาน้องๆไปเลย
‘รับทราบครับพี่เพลิง’
หลังจากที่วางสายจากเพลิงกัลป์ พัสกรก็ดีใจมาก ที่คืนนี้จะได้ไปเที่ยวสนุกกับเพื่อนใหม่อย่างรติรัตน์
“พี่เพลิงของนายดุไหม”
เธอถามด้วยความอยากรู้ เมื่อพัสกรดูกลัวพี่ชายคนโตมาก
“ไม่ดุหรอก แต่เจ้าระเบียบมากกว่า”
ถึงแม้เพลิงกัลป์จะเจ้าระเบียบแค่ไหน แต่เขาก็รักและเคารพพี่ชายมาก
“งั้นเหรอ อืม...”
คนฟังพยักหน้าทำเหมือนเข้าใจ แต่ยังไม่กล้าถามเซ้าซี้ เพราะกลัวว่าพัสกรจะรู้ทัน
“มาเลือกชุดกันดีกว่า เธอว่าคืนนี้ฉันจะใส่ชุดนี้ดีไหม”
พัสกรหยิบเสื้อกล้ามสีดำ กับกางเกงยีนส์เซอร์ๆมาให้รติรัตน์ช่วยดู
“ก็สวยดีนะ แต่ฉันว่าเอาชุดนี้ดีกว่า สายแซ่บต้องมาแล้ว”
เธอเห็นต่าง จึงเลือกเสื้อสายเดี่ยวสีดำ กับกางเกงแบบสกินนี่มาแทน
“ออกสาวไปย่ะ แบบฉันฉันมันต้องแมนๆหน่อย”
พัสกรส่ายหน้าไม่เห็นด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะเคยลองแต่งหญิงทั้งตัวมาแล้วก็ตาม
“โอเค งั้นเดี๋ยวฉันช่วยเลือกใหม่”
รติรัตน์ขำออกมา ก่อนจะกันไปหาตู้เสื้อผ้า
ทั้งสองคนช่วยกันเลือกชุดอยู่นานหลายชั่วโมง และกว่าจะได้อาบน้ำแต่งตัวก็ค่ำมืด