Tulip 12
เมื่อเราเดินทางมาถึงสนามบินภูเก็ต ก็มีรถจากทางที่พักมารับโดยมีพี่คริสคอยช่วยเหลือและจัดการให้ แต่เรายังไม่ได้เข้าที่พักตอนนี้เพราะทุกคนต่างรู้สึกหิวเหมือนกันหมด นั่นจึงต้องไปหาข้าวร้านอร่อยกินกันก่อนซึ่งคนที่จัดการหาร้านไม่ใช่ใครหรอกค่ะไข่มุกนั่นแหละ เมื่อเลือกร้านเสร็จเราก็เริ่มออกเดินทางและครั้งนี้ไข่มุกเริ่มชวนฉันคุยมากขึ้นแต่ไม่ได้ถ่ายให้เห็นพี่ ๆ มากนัก ระหว่างเดินทางเราสองคนนั่งที่เบาะด้านหน้าและคุยกันไปเรื่อย ๆ ชวนคุยได้ทุกอย่างที่พบเห็น
ร้านอาหารร้านใหญ่ถูกเลือกให้เป็นที่ฝากท้องของเราในวันนี้ ระหว่างที่นั่งรถไปพี่ ๆ ก็คุยกันไปเรื่อยนั่นแหละ กระทั่งถึงร้านอาหารเราทุกคนก็ลงจากรถเดินเข้าไปแจ้งพนักงาน ก่อนจะเดินไปยังสวนด้านนอกร้านที่มองเห็นวิวสวน เมื่อจับจองที่นั่งได้ก็เริ่มสั่งอาหาร
“ข้างหน้ามีร้านกาแฟใช่ไหม?” ฉันถามเพื่อนเสียงเบาเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนพี่ ๆ ที่กำลังคุยกันอยู่
“อื้อ ทำไมเหรอ?”
“ต้องกาแฟอีกสักแก้ว” ฉันบอกเพื่อนพร้อมกับรอยยิ้มขำ ๆ
“เบรกจ๊ะ ถึงที่พักค่อยนอนพักก็ได้ วันนี้ยังไม่ได้ไปไหนนี่อย่าเพิ่งดื่มอีกแก้ว”
“จะไม่ไปใช่ไหม?” ถามน้ำกับเพื่อนทันที เพราะฉันรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองนั้นง่วงมากจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว เมื่อคืนตัดงานเพลินไปหน่อยรู้ตัวอีกทีก็หกโมงเช้าแล้ว เพื่อนนัดฉันตอนสิบโมงได้นอนแค่สองชั่วโมงก็ต้องตื่นขึ้นมาอาบน้ำเดินทางไปสนามบินนั่นแหละ
“คงจะไม่แล้วล่ะ มาวันแรกก็พัก เจอกันอีกทีตอนเย็นเลย”
“ได้ แบบนั้นก็ดี” ฉันพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับตารางนี้ ส่วนพี่โอเชี่ยนกับเพื่อนของเขาจะไปไหนก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้ว การพักผ่อนของฉันคือนอนอยู่ที่ห้องพักเท่านั้นแหละ
“ถ้าอย่างนั้นไปถึงเราก็ไปพักกันก่อน หรือจะแยกเที่ยวก่อนก็ได้นะ แล้วตอนเย็นจะพาไปร้านอร่อย” พี่คริสเอ่ยบอกมาแบบนั้น
“ดีเหมือนกัน กูง่วงว่ะ เมื่อคืนกว่าจะได้กลับคอนโด” พี่โอเชี่ยนเองก็เห็นด้วยที่เราจะไปพักกันก่อน
“แล้วมึงจองห้องไว้หรือยัง” พี่เลโอถามพี่คริส
“อ้าว มึงก็ถามแปลก กูเป็นเจ้าของ กูเตรียมไว้หมดแล้วเถอะ” พี่คริสรีบหันไปมองหน้าเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่พี่เลโอจะหัวเราะออกมาเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“กูลืมไปว่ามึงเป็นเจ้าของ”
แม้พี่ ๆ จะคุยกันอย่างสนุกสนานแต่คนที่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขานั่งลงข้าง ๆ ฉันนั้นก็ขยันตักกับข้าวมาใส่จานให้เหลือเกิน เพื่อนของเขาก็เหลือบสายตามามองเรื่อย ๆ ยังดีที่ไม่มีใครแซวหรือถามอะไร ส่วนเพื่อนฉันตอนนี้กำลังสนุกกับการกินและคุยกับกล้องอยู่เลยไม่ได้สังเกตฉันมากนัก ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีแล้วค่ะ
ใช้เวลาที่ร้านอาหารสักพักใหญ่เมื่อกินเสร็จก็เริ่มเดินทางกันต่อเพื่อไปยังโรงแรม
โรงแรมชื่อดังติดทะเลเป็นสถานที่พักของเราตลอดทริปนี้ ห้องพักที่แยกออกเป็นส่วนตัวมองเห็นวิวทะเล ทั้งยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบนี้ ราคาต่อคืนคงไม่ใช่ถูก ๆ แน่เลย แล้วพี่คริสน่ะเล่นใหญ่จองให้เราพักคนละห้องแม้กระทั่งฉันและไข่มุกยังต้องพักแยกเพราะพี่คริสจองไว้ให้แล้ว แต่ดีหน่อยที่ห้องพักเราติดกันหมดทุกคน ฉันโบกมือลาเพื่อนอย่างไข่มุกก่อนจะเดินเข้าห้องพัก เดินสำรวจทุกอย่างเสร็จก็ตั้งใจจะอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วนอนพักสักหน่อย
“หือ?” จังหวะที่กำลังจะเดินขึ้นเตียงนอนหลังจากอาบน้ำเสร็จก็มีเสียงเคาะประตูห้องพัก หรือจะเป็นไข่มุกแวะมาหา คิดแบบนั้นก็เดินออกไปเปิดประตูทันที ประตูบานใหญ่ถูกเปิดเข้าหาตัวเองช้า ๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวก็มีคนตัวสูงแทรกเข้ามาภายในห้องพักฉันเสียแล้ว
“คุณ! ออกไปเลยนะ” ฉันดุเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าใครที่เป็นคนแทรกตัวเข้ามาภายในห้องพักของฉัน
“คุณอะไร ทำไมพวกนั้นยังเรียกพี่” คนตรงหน้าเอ่ยถามอย่างไม่ชอบใจ มือก็ผลักประตูให้ปิดลงทั้งยังล็อกเสร็จสรรพ
“ช่างเรื่องนั้นก่อน คุณเข้ามาทำไม ออกไปเลยนะ นี่มันห้องพักส่วนตัวนะ!” ฉันไล่อย่างไม่เกรงใจ มือพยายามจะยื่นไปเปิดประตูแล้วตั้งใจจะดันหลังเขาให้ออกจากห้องพักตัวเอง แต่มันก็ทุลักทะเลไม่น้อยเมื่อคนนิสัยไม่ดีรั้งมือให้ฉันขยับออกห่างจากประตูก่อนจะอุ้มฉันพาดไหล่เดินกลับเข้าไปในส่วนที่เป็นเตียงนอนหลังใหญ่
“นี่!!” ฉันดิ้นเต็มแรงเพื่อที่จะได้หลุดพ้นจากคนตรงหน้า แต่มันก็ยากเหลือเกิน ทั้งเข่าและเท้ากระแทกเตะและถีบร่างอีกฝ่ายจนเกิดเสียงดังปึกปักแต่เขาก็ยังไม่คิดจะปล่อยฉันลง กระทั่งเดินเข้าไปจนถึงโซนห้องนอน เขาถึงได้วางฉันให้นอนลงบนเตียง แต่ฉันก็อาศัยความรวดเร็วพลิกร่างหวังจะลงจากเตียงนอนแต่ก็ไม่ทันเมื่อถูกคนนิสัยไม่ดีมือเร็วจับขาแล้วลากให้ฉันกลับไปอยู่จุดเดิม
“ปล่อย!”
“นอน”
“บอกให้ปล่อย!” ฉันย้ำอย่างไม่ชอบใจที่จู่ ๆ ก็ถูกบังคับแบบนี้ ต่างจากคนตรงหน้าที่ทำหน้าเหนื่อย ๆ แล้วทิ้งตัวนอนทับร่างฉันไว้แล้วนิ่งไป
“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ จะมาทำแบบนี้ไม่ได้เราไม่ได้รู้จักกัน”
“เอากันแล้ว รู้จักกันแล้ว”
“นี่!!”
“โอ๊ย! อย่าหยิกพี่” คนที่โดนฉันหยิกร้องเจ็บแต่ก็ยังไม่ยอมขยับออกห่าง นั่นยิ่งทำให้ฉันหยิกที่เอวเขาแรงขึ้นด้วยความโกรธและความรู้สึกโมโห หงุดหงิดที่สุดเลยล่ะฉันง่วงมากนะทำไมต้องมาแกล้งอะไรแบบนี้ด้วย
“เจ็บก็ปล่อยแล้วออกจากห้องฉัน”
“ไม่ นอนได้แล้วเหนื่อย” คนนิสัยไม่ดียังตีหน้ามึนยึดมือฉันไปจับไว้แน่น และไม่สนใจท่าทีของฉันที่ขัดขืนเขาอยู่นั่นเลย
“อย่ามาตีหน้ามึนแบบนี้นะ”
“ง่วง”
“คุณเขต!”
“...” อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแล้ว และตอนนี้ก็นิ่งไปแล้วเช่นเดียวกัน ส่วนฉันยังคงดิ้นหวังจะให้หลุดออกจากร่างหนัก ๆ นี่เสียทีแต่มันก็ยากแสนยากเมื่อเขาทิ้งตัวนอนทับและโถมน้ำหนักใส่ฉันแบบนั้น ดิ้นจนหมดแรงแล้วนอนหอบเหนื่อยอยู่คนเดียวจนหมดแรงไปแล้วเช่นเดียวกัน
“ไอ้คนบ้า!”
“...”
“ไอ้คนนิสัยไม่ดี”
“...”
“ไม่รู้จักกันสักหน่อย จะมาทำแบบนี้ไม่ได้นะ!”
“...”
นอนบ่นอย่างขัดใจอยู่สักพัก ความง่วงก็เริ่มครอบงำและหลับไปโดยที่ยังมีร่างยักษ์คร่อมร่างตัวเองไว้อยู่ คอยดูนะ ถ้าตื่นแล้วฉันจะตีให้หน้าแหกเลย ไอ้คนนิสัยไม่ดี!!