EP.24 #ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

1188 คำ
W APARTMENT “ความจริง… เฮียไม่ต้องมาส่งฉันก็ได้นะคะ ฉันกลับเองก็ได้” ฉันเป็นฝ่ายทำลายความเงียบภายในรถขึ้นมา หลังจากปล่อยให้มันกลืนกินมาตลอดระยะเวลาครึ่งชั่วโมงระหว่างทางกลับอพาร์ทเม้นท์ของฉัน แอร์บัสเลี้ยวรถเข้าจอดใต้อาคารก่อนจะดับเครื่องยนต์ราวกับว่าเขาจะลงไปกับฉันด้วย “เฮียดับเครื่องทำไม ส่งฉันแค่หน้าตึกก็พอแล้ว ฉัน…” “ปกติเธอเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำหรือไงนะ” เขาพูดแทรกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดนิด ๆ ดวงตาเรียวรีหรี่มองก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป ร่างสูงเดินอ้อมมาฝั่งฉันแล้วเปิดประตูรถให้ พอเห็นฉันนั่งนิ่งไม่ยอมขยับเขาก็ทำท่าจะเข้ามาช้อนตัวฉัน ฉันรีบผลักเขาออกทันที “ฉะ ฉันเดินเองได้ค่ะ” ฉันก้มหน้างุด รู้สึกร้อนวูบวาบไปกับสายตาคม ๆ ที่จ้องมา พยายามก้าวเท้าลงมายืนบนพื้นด้วยความอดทนอย่างที่สุด ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เขาได้เห็น “ส่งฉันแค่นี้ก็พอค่ะ เดี๋ยวฉัน…” “เลิกปฏิเสธแล้วก็เลิกไล่เฮียสักทีได้ไหมหะ เดินแทบไม่ไหวยังจะอวดเก่งอีก” น้ำเสียงเขาหงุดหงิด สีหน้าก็ไม่แพ้กัน มือหนาประคองแขนฉันเบา ๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือเขาแล่นวาบไปทั่วบริเวณที่ถูกสัมผัส “ก็ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ นี่ แผลแค่นิดเดียวเองนะเฮีย” ฉันบ่นอุบ ฉันพูดจริง ๆ นะ ฉันยังเดินไหว แม้มันจะแปล๊บ ๆ ที่แผลนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรถึงขั้นต้องคอยประคองแบบนี้ แต่ดูเหมือนแอร์บัสจะไม่ได้สนใจในสิ่งที่ฉันพยายามจะสื่อสักนิด เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาประคองฉันมาจนถึงหน้าลิฟต์ ติ๊ง… ประตูลิฟต์เลื่อนลงมาถึงชั้นหนึ่งก่อนจะเปิดออก ปรากฏร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งเดินสวนออกมา ฉันชะงักพลางมองใบหน้าคุ้นเคยนิ่งงัน ขณะที่เขาคนนั้นมองฉันกลับเช่นกัน ดวงตาคมมีแวววูบไหวราวกับตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาเช่นเดิม “…” ผู้ชายคนนั้นเหลือบมองมือของแอร์บัสที่กำลังประคองแขนฉันก่อนจะละสายตาแล้วเดินเลี่ยงไปโดยไม่พูดอะไร ฉันที่เพิ่งตั้งสติได้รีบเดินตามไปคว้าแขนเสื้อเขาไว้ด้วยความรวดเร็วจนลืมความเจ็บปวดไปหมดสิ้น “เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป” ร่างสูงชะงักนิ่ง แต่ไม่ได้หันมามองฉันเลยสักนิด มีเพียงมือเย็น ๆ ที่ยกขึ้นมาปัดมือฉันออกแล้วทำท่าจะเดินหนี คราวนี้ฉันคว้าชายเสื้อด้านหลังเขาไว้ทั้งสองมือ “จะไปไหนอีก จะหนีพี่ไปไหนอีก… ซิลเลอร์” ใช่แล้วล่ะ… ผู้ชายที่ฉันกำลังรั้งอยู่ตอนนี้ เขาคือน้องชายเพียงคนเดียวของฉันเอง เป็นคนคนเดียวที่ฉันยอมเหนื่อย ยอมอดหลับอดนอนทำงานเพื่อเขา น้องชายที่แสนเย็นชาของฉัน “ปล่อย” คำสั้น ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากติดคล้ำ เป็นประโยคแรกที่เขาพูดกับฉันในรอบหลายเดือน และเป็นการพบหน้ากันครั้งแรกในรอบหลายเดือนเช่นกัน แม้เราจะอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันก็ตาม แต่ฉันกลับไม่เคยพบเขาเลย ทุกครั้งที่ฉันไปหาเขาที่คณะ เขาก็มักจะหนีหรือหลบหน้าตลอด หากทว่าความเย็นชาของซิลเลอร์กลับไม่มีผลอะไรกับฉันเลยสักนิด ฉันยังคงพยายามติดต่อเขา และยังคงส่งเงินเข้าบัญชีเขาทุกอาทิตย์ รวมถึงค่าเทอมด้วย “พี่ไม่ปล่อย พี่ไม่ยอมให้ซิลหนีพี่ไปอีกหรอกนะ” ฉันรู้ว่ามันบ้ามากกับการพยายามรั้งซิลเลอร์เอาไว้แบบนี้ เขามีนิสัยอันตรายและเย็นชา แต่ฉันรู้ว่าเขาไม่มีทางทำร้ายฉันเด็ดขาด “ซิล… ซิลกลับมาบ้านแล้วใช่ไหม ซิลจะกลับมาอยู่กับพี่แล้วใช่ไหม” “เพ้อเจ้อ” เขาหันกลับมามองฉันด้วยสายตาเย็นชา ใบหน้าที่คล้ายกับฉันช่างไร้ความรู้สึกเหลือเกิน “ฉันมาเอาของ แล้วจะไม่กลับมาที่นี่อีก” “ทะ ทำไม…” ฉันกำชายเสื้อเขาแน่น สายตาหลุบมองกระเป๋าเสื้อผ้าในมือซิลเลอร์ นี่เขาคิดจะไปจากที่นี่จริง ๆ น่ะเหรอ เขาคิดจะทิ้งฉันไปจริง ๆ เหรอ “ต่อไปนี้เธอก็เลิกวุ่นวายกับชีวิตฉันได้แล้ว ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก เงินก็ไม่ต้องส่งมา ฉันไม่ต้องการ” เขาปัดมือฉันออกจากการจับกุมชายเสื้อก่อนหยิบของบางอย่างในกระเป๋ามายัดใส่มือฉัน มันคือบัญชีธนาคารพร้อมกับบัตรกดเงิน ฉันเงยหน้าขึ้นมองน้องชายด้วยความรู้สึกเจ็บปวด “ฉันไม่ต้องการเงินของเธอ ต่อไปนี้ถือซะว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว” “…” ฉันได้แต่ยืนนิ่งอย่างพูดอะไรไม่ออก ร่างกายมันชาไปหมด ชาไปทั้งหัวใจ แม้แต่น้ำตายังชาจนไหลไม่ออกเลย ฉันไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์พี่น้องระหว่างเรามันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง มันเริ่มจากตอนไหน และเพราะอะไรซิลเลอร์ถึงเย็นชาและใจร้ายกับฉันนัก ทั้งที่เมื่อก่อนเขายังเป็นน้องชายที่น่ารักของฉันอยู่เลย มันเกิดอะไรขึ้นกับน้องชายเพียงคนเดียวของฉันกันนะ… “ดูแลตัวเองด้วย… ลิลลา” ไม่… ไม่นะ… ซิลเลอร์เดินจากฉันไปแล้ว เขากำลังจะทิ้งฉันไปอีกคน เหมือนกับพ่อและแม่ ทุกคนทิ้งฉันไปหมดแล้ว “ซิล… เดี๋ยวสิซิล! โอ๊ย…” ฉันพยายามจะวิ่งตามหลังน้องชายไป แต่เพราะความเจ็บปวดที่เท้าทำให้ร่างกายไม่อาจฝืนไหว ฉันทรุดลงบนพื้นถนนใต้อาคารอย่างหมดแรง น้ำตามากมายไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ฉันกำลังจะสูญเสียน้องไปอย่างนั้นเหรอ ซิลเลอร์กำลังจะทิ้งฉันไปอีกคนอย่างนั้นเหรอ เขาเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของฉันนะ ฉันไม่ยอมเสียเขาไปหรอก… ฉันไม่ยอมเด็ดขาด… หากทว่า… จังหวะที่ฉันกำลังนั่งร้องไห้อย่างคนไร้สติอยู่บนพื้นนั้น จู่ ๆ ก็มีแสงไฟสว่างจ้าส่องวาบเข้ามา ฉันหันมองตามทิศทางนั้นด้วยความตื่นตกใจ ดวงไฟจากหน้ารถยนต์คันหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามาหาฉัน วินาทีเหมือนโลกทั้งใบกำลังสลายไป… รถกำลังจะชนฉันงั้นสินะ… แต่ฉันไม่มีเรี่ยวแรงมากพอจะที่จะหลบแล้วล่ะ ทำได้แค่เพียงหลับตาและปล่อยให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้น ในเมื่อชีวิตฉันมันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว… ปรี๊ดดดดดดดด!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม