สิริยากรก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์วินหน้าปากซอยที่เยื้องทางเข้าร้านเพื่อกลับคอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เธอพักเข้าไปในซอยประมาณแปดร้อยเมตรและพํกอยู่กับวรันดาซึ่งทำงานอยู่ฝ่ายบัญชีของโรงแรมทองจันทร์ ริเวอร์ไซด์ แบงคอก แม้เพื่อนของเธอจะชอบเที่ยวแต่ไม่เคยมีปัญหาเพราะเช่าอพาร์ทเมนท์ใกล้มหาลัยอยู่ด้วยกันมาสองปีก่อนจะย้ายมาพักที่คอนโดหรูของกรินเพราะใกล้ที่ทำงานพาร์ทไทม์ของเธอและวรันดาก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เมื่อซักผ้าและทำความสะอาดบ้านเสร็จหญิงสาวก็ทำสลัดผักผลไม้มานั่งกินแล้วโทรหาแม่
“ว่าไงลูก”
“คิดถึงแม่จ๋ามากค่ะ”
“งั้นก็กลับมาบ้านเราสิลูก”
“โธ่แม่จ๋า เอิร์นของทำงานสักปีหนึ่งก่อนนะคะกว่าร้านจะสร้างเสร็จก็น่าจะพอดีค่ะ” เสียงหวานตอบแม่อย่างออดอ้อนเธอตั้งใจจะหาประสบการ์เต็มที่ก่อนจะทำธุรกิจเล็กของตัวเอง
“งั้นก็ส่งแบบมาให้แม่สิ แม่จะได้ให้ช่างเขามาตีราคาจะได้สร้างเลยถ้าเสร็จแล้วลูกจะได้กลับบ้านเสียที” มาลาตีพูดกับลูกสาวอย่างอ่อนโยน สิริยากรได้ดั่งใจเธอทุกอย่างตั้งแต่ไปเรียนกรุงเทพไม่เคยปริปากพูดเรื่องพ่อและไม่เคยดิ้นรนไปหาพ่อทั้งที่อยู่ไม่ไกลและตั้งใจเรียนไม่สนใจผู้ชายแม้มีหนุ่มมาจีบก็ไม่สนใจทั้งที่เธอไม่ได้ห้ามมีแฟน
“แบบยังไม่เสร็จเลยค่ะ ถ้าเสร็จเมื่อไหร่เอิร์นจะเอาไปให้แม่นะคะ”
“จ้ะลูก แล้วนี่กินข้าวกินปลาหรือยังล่ะ”
“กินสลัดค่ะ นี่ไงแม่จ๋า” หญิงสาวหมุนกล้องโทรศัพท์ให้แม่เห็นสลัดของเธอที่แม่ฝากผักมาให้
“จะเอาผักอะไรอีกมั้ยลูก วันมะรืนน้าเติมจะไปส่งผักที่ร้าน” คนเป็นแม่ถามลูกสาวที่รักสุขภาพทำอาหารกินเองและเธอก็จะส่งผักสดไปให้ทุกครั้งที่น้องชายไปส่งผักที่ร้านอาหารกับโรงแรม
“แล้วแต่แม่ค่ะ เอิร์นกินได้หมดแหละ แล้วตากับยายละคะ”
“ไปช่วยงานบวชในหมู่บ้านนี่แหละลูก เอิร์น”
“จ๋าแม่”
“คือเอิร์นไม่อยากเจอพ่อเหรอลูก” มาลาตีถามลูกสาวอีกครั้งเธอไม่ได้ห้ามหากลูกจะไปหาพ่อแต่สิริยากรไม่ไปเอง
“ไม่ค่ะแม่ เราอยู่แบบนี้ก็ดีแล้วค่ะ ถ้าเขาอยากเจอเอิร์นเขาคงมาหานานแล้วค่ะ” หญิงสาวตอบแม่เธอไม่ได้สนใจเรื่องพ่อที่ผ่านมาเธอมีตายายน้าชายน้าสะใภ้และน้องๆทุกคนรักเธอแค่นี้ก็พอแล้ว แต่ก็เห็นข่าวของพ่อออกงานพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวบ่อยหากเขาอยากเจอเธอคงไม่ปล่อยเวลามาเนิ่นนานขนาดนี้และคงลืมไปแล้วว่ายังมีลูกสาวอีกคนอยู่บนโลกนี้
“โอเคลูก แม่ก็ถามดูเดี๋ยวจะหาว่าแม่ห้ามไม่ให้เจอพ่ออีก”
“เอิร์นโอเคค่ะ แม่จ๋ากินข้าวหรือยังคะ”
“ยังลูกพอดีแม่กลับมาจากสวนผักก็เลยมาอาบน้ำก่อน” มาลาตีตอบลูกสาวคนสวยแก้วตาดวงใจของเธอ
“งั้นแม่ไปกินข้าวก่อนเลยค่ะ พรุ่งนี้เอิร์นจะโทรหาแม่นะคะ รักแม่จ๋ามากค่ะ”
“แม่ก็รักลูกจ้ะ” สองแม่ลูกยิ้มให้กันแล้ววางสาย
สิริยากรวางสายจากแม่ก็กินสลัดจนหมดจานก่อนจะเอาจานไปล้างแล้วกลับมาดูซีรี่ย์อเมริกาแนวสอบสวนสืบสวนและไลน์คุยกับเพื่อนจนห้าทุ่มก็เข้านอนเหมือนทุกวันเพราะชีวิตของหญิงสาวมีแต่คอนโดกับที่ทำงานและมีบ้างไปเดินห้างเพื่อซื้อของใช้และดูหนังกับเพื่อนในวันหยุด ส่วนเรื่องเที่ยวคลับ ผับ บาร์ ลืมไปได้เลยหญิงสาวไม่ชอบเที่ยวกลางคืน
ที่โรงแรม ทองจันทร์ ริเวอร์ไซด์ แบงคอก
นับตั้งแต่ชายางกูรกลับมาจากอังกฤษจนถึงตอนนี้ก็1ปีแล้วชายหนุ่มก็มาช่วยงานพ่อที่บริษัทเริ่มตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายบริหารการตลาดท่ามกลางเสียงคัดค้านของรณรัตและเมทัสที่กลัวว่าพี่ชายจะยกบริษัทให้กาฝากของตระกูลบริหารแต่ขัดพ่อไม่ได้ที่สนับสนุนเพราะผลการเรียนและประสบการณ์ที่หลานชายทำงานควบคู่การเรียนทำให้นายบัณทูรมั่นใจว่าหลานชายจะพาบริษัทก้าวไปไกลในอนาคต ส่วนพิรัชย์จบปริญญาตรีเมื่อสองปีก่อนก็มาช่วยงานพ่อนั่งตำแหน่งรองประธานบริษัทแต่ทำงานไม่เป็น พอชยางกูรกลับมาก็ขอมาทำงานที่ บริษัทBT พร็อพเพอร์ตี้ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และได้ทำตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขายเพราะไม่มีประสบการณ์สร้างความไม่พอใจให้รณรัตกับภรรยาที่ลูกชายได้แหน่งต่ำกว่าชยางกรูแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะผลการเรียนจบก็ร่อแร่แต่ก็ต้องทำเพราะไม่อยากให้ชยางกูรมีความสำคัญในบริษัท ส่วนเมลิสาก็จบบริหารธุรกิจและได้ทำฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทซึ่งเธอก็ชอบเพราะได้ออกสื่อ และตอนนี้ชยางกูรก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยประธานฝ่ายบริหารโดยไม่มีใครคัดค้านเพราะฝีมือของเขา ส่วนพิรัชย์กับเมลิสาก็มีตำแหน่งลอยที่บริษัทของพออีกหนึ่งตำแหน่งและแน่นอนว่าเป็นตำแหน่งรองประธานบริษัท
วันนี้ชยางกูรนัดกับรุ่นพี่ที่ร้านอาหารทองจันทร์ เรสเทอรอง เพื่อคุยเรื่องรีโนเวทโรงแรมทองจันทร์ ริเวอร์ไซด์ อยุธยา และนัดดื่มกับเพื่อนๆซึ่งไม่ได้เจอกันเป็นเดือนทั้งที่อยู่กรุงเทพแต่งานของแต่ละคนต้องเดินทางไปทั่วประเทศและต่างประเทศซึ่งเขาเองก็สนใจธุรกิจที่ฮ่องกงกับมาเก๊าจึงเดินทางไปดูลู่ทางก่อนเพราะเพื่อนของพ่ออยากได้หุ้นส่วนลงทุนทำคาสิโน คลับหรูและเขาสนใจจึงปรึกษาพ่อแม่และจะใช้เงินส่วนตัวของเขาที่ทำงานมาและเล่นหุ้นกับเพื่อนแม้ไม่ได้เยอะมากมายแต่ยังมีเงินที่ปู่ให้เป็นของขวัญตอนเรียนจบอีกก้อนใหญ่ที่ทำให้พี่น้องของพ่ออิจฉาหาเรื่องว่าเขาทุกครั้งที่เจอกัน
“สวัสดีครับพี่กริน” ชยางกูรยกมือไหว้รุ่นพี่ที่สนิทกันกันมานานแม้จะแยกย้ายกันไปเรียนก็ติดต่อกันตลอดและวันนี้ขาดธานีที่ไปดูงานที่ประจวบ
“หวัดดีเสือได้ข่าวว่าไปติดใจลูกสาวเจ้าพ่อที่ฮ่องกงแล้วเป็นยังไงบ้างวะ” กรินรับไหว้รุ่นน้องและพูดหยอกเย้าขำๆ
“เรื่องงานทั้งนั้นครับพี่กริน แล้วนี่ยังไม่มีใครมาอีกเหรอครับ” ชายหนุ่มตอบรุ่นพี่แล้วยิ้ม
“สวยขนาดนั้นปล่อยหลุดมือได้ยังไงวะ”
“ใกล้ตัวเกินไปไม่อยากยุ่งยากตอนนี้ผมกำลังสนุกกับงานครับ” ขืนเขายุ่งได้มีเมียแน่และเขาไม่ได้ชอบไป่หลิงหรืออลิสลูกสาวของหลงเป่านักธุรกิจชื่อดังของฮ่องกงมาเก๊าที่มีธุรกิจมากมายในมือ
“ฉันจะคอยดูว่าแกจะรอดมั้ย หึหึๆ..ไอ้พวกนั้นยังไม่มาไปรอพวกนั้นที่ห้องอาหารดีกว่า” กรินพูดจบก็กอดคอรุ่นน้องไปรอเพื่อนโต้ะอาหารริมแม่น้ำวิวดีที่เขาจองไว้เพื่อคุยเรื่องงานและดื่มกับรุ่นน้อง
“วันนี้แฟนไม่มาด้วยเหรอพี่”
“ไปงานเลี้ยงกับครอบครัวน่ะ พอดีพี่นัดพวกแกไว้ก่อนจึงไม่ไปด้วย” กรินตอบรุ่นน้องเพราะจะคุยเรื่องงานจึงไม่ไปงานเลี้ยงกับแฟนสาว
“เมื่อไหร่จะแต่งครับพี่”
“กำลังคุยกันอยู่ ก็เหมือนพวกแกนั่นแหละที่อยากประสบความสำเร็จก่อนแล้วค่อยคิดถึงครอบครัวแล้วเอ้เขาก็คิดเหมือนพี่ก็เลยไม่มีปัญหารอให้พร้อมก่อนแล้วค่อยแต่ง” กรินตอบรุ่นน้องแล้วนั่งลงข้างกัน
“ผมก็คิดไว้อย่างนั้นเหมือนกันพี่”
“คิดอะไรว่ะไอ้เสือ” ชเยศเดินเข้ามาพอดีถามเพื่อน
“เรื่องแต่งงาน”
“ฮ้า มึงจะแต่งงานเหรอวะ ใคร อย่าบอกนะว่าคุณไป่หลิง”
“ไม่ใช่ แค่คุยเรื่องแต่งงานแต่ไม่มีใครแต่ง มึงนี่โวยวายไปได้” ชายหนุ่มว่าเพื่อนที่เล่นใหญ่ทำตกใจซะโอเวอร์
“แล้วไป กูนึกว่ามึงจะแต่งงานกับคุณไป่หลิง”
“พูดแบบนี้ผู้หญิงเขาจะเสียหายนะมึง”
“ไม่มีใครได้ยินหรอกน่าแล้วได้เรื่องมั้ยวะ”
“ก็ได้อยู่นะ ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะเอายังไงแต่ไม่อยากทำที่โน่นแล้วว่ะมันมีคู่แข่งเยอะเดี๋ยวไปทับเส้นเจ้าพ่อกูจะเหลือแต่ชื่อ ก็เลยคิดว่าจะเปิดผับที่เมืองไทยน่าจะดีกว่าตอนนี้กูหาทำเลอยู่คิดว่าจะทำแถวสีลมสนใจหุ้นมั้ยล่ะ” ชยางกูรถามเพื่อนตอนนี้เขากำลังติดต่อซื้อที่ดินของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ที่เจอกันในบ่อนของหลงเป่าและเขาก็ให้ยืมเงินไปสามล้านเพื่อแก้มือโดยไม่ได้มีสัญญาอะไรนอกจากสัญญาใจทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแต่ชายหนุ่มหวังผลมากกว่านั้น
“สนสิวะ ถ้าทำจริงกูหุ้นด้วย”
“พี่เอาด้วย”
“ได้เลยพี่ เดี๋ยวจะถามพวกนั้นอีกทีว่ามันจะเอาด้วยมั้ย”
“กูว่าพวกมันเอาแน่”
“เอาอะไรวะไอ้บ๊อบ สวัสดีครับพี่กริน” อานนยกมือไหว้รุ่นพี่พร้อมกับชาลีที่มาพร้อมกัน
“หวัดดีชาลี เรย์”
“แล้วมึงว่ากูจะเอาอะไรล่ะ”
“อย่างมึงก็ถนัดอย่างเดียวคือเอาหญิงไงวะ” ชาลีพูดแล้วนั่งลงข้างเพื่อน
“นั่นมันแน่อยู่แล้ว แต่ที่กูพูดคือไอ้เสือมันจะเป็ดผับคลับบาร์ที่นี่แล้วชวนลงหุ้นด้วยต่างหากล่ะ” ชเยศบอกเพื่อนว่ากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่
“ไหนว่ามึงจะไปทำที่ฮ่องกงหรือมาเก๊าไงวะ” ชาลีถามเพื่อนเพราะคราวก่อนคุยกันชยางกูรบอกว่าจะไปดูที่ฮ่องกงและมาเก๊าก่อนเพราะเพื่อนของพ่อชวนลงทุนด้วยกัน
“กูศึกษาดูแล้วว่ะ ที่โน่นมันมีมาเฟียเยอะแล้วกูเป็นคนต่างชาติเป็นแค่นักธุรกิจธรรมดากลัวไปทับเส้นขาใหญ่เพราะคุณหลงเป่าก็ใช่ย่อยมีศัตรูเยอะเหมือนกัน” ที่เขารู้เพราะวันนั้นไปดูโรงแรมที่จะเทคโอเวอร์ก็ถูกตามดีที่บอดี้การ์ดของหลงเป่าจัดการได้ทำให้เขาคิดใหม่และมาปรึกษาพ่อแม่และปู่ก็ไม่มีใครสนับสนุนและบอกให้เขาถอนตัว
“กูว่าทำบ้านเราก็ได้นี่ยังไงก็มีนักเที่ยวแล้วพวกเราก็จะได้ไม่ไปเที่ยวที่อื่นไงวะ” อานนคิดว่าดีเพราะพวกเขาก็ชอบเที่ยวจะได้ไม่ไปเที่ยวที่อื่น
“งั้นกูขอวางแผนก่อนนะแล้วค่อยคุยกันอีกที”
“ดีๆ งั้นกินข้าวก่อนนะกูหิว” อานนบอกเพื่อนเมื่อพนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ
“ใครอยากสั่งอะไรเพิ่มตามสบายนะ” กรินบอกรุ่นน้องทั้งสี่
จากนั้นก็กินข้าวไปคุยกันไปดื่มไปด้วยและชยางกูรก็คุยเรื่องงานกับกรินเรื่องรีโนเวทโรงแรมที่อยุธยาเพื่อเขาจะได้คุยกับสถาปนิกและทีมงานว่าลูกค้าต้องการแบบไหนเพื่อจะได้เอามาให้กรินดูก่อนและนัดกันไปดูสถานที่
“เดี๋ยวผมจะโทรนัดพี่กรินอีกทีนะครับว่าทีมงานจะเข้าไปดูโรงแรมวันไหน” ชยางกูรพูดกับรุ่นพี่หลังจากคุยเรื่องงานเสร็จแล้ว
“เอาที่แกสะดวกละกัน ช่วงนี้พี่ว่าง”
“พี่กรินไม่คิดจะขยายสาขาร้านอาหารเหรอครับ ผมมาทีไรลูกค้าแน่นตลอดเลย” อานนถามรุ่นพี่เพราะร้านอาหารทองจันทร์ เรสเทอรองต์ ลูกค้าแน่นตลอดและส่วนมาก็มาเป็นครอบครัวและกลุ่มเพื่อน มีล่องเรือดินเนอร์และปาร์ตี้เป็นที่นิยมของพวกคนดังไฮโซ ดารา เศรษฐี
“ตอนนี้พอแค่นี้ก่อนดูแลไม่ไหวว่ะ รอยัยเก๋กลับมาก่อนแล้วค่อยคิด” กรินตอบรุ่นน้องตอนนี้น้องสาวของเขาก็ใกล้กลับมาแล้ว
“ไม่ได้เจอน้องสาวพี่นานแล้วเหมือนกันนะครับตอนนี้โตเป็นสาวคงสวยขึ้น” อานนพูดยิ้มๆเขากลับมาน้องสาวของกรินก็ไปเรียนต่อ
“ถามเฉยๆใช่มั้ยไอ้เรย์” กรินเหล่มองรุ่นน้อง
“ถ้าไม่เฉยได้มั้ยพี่” อานนตอบรุ่นพี่แล้วยักคิ้วให้
“ไม่ได้ น้องกูยังเด็กอยู่” กรินห้ามรุ่นน้องก็ไอ้พวกนี้มันร้ายน่ะสิขนาดกลับมาแค่ปีเดียวยังชื่อดังกระฉ่อนไม่มีใครไม่รู้จักหนุ่มหล่อกลุ่มนี้
“จบปริญญาตรีแล้วไม่เด็กนะพี่ วัยกำลังน่ารักครับ” ชาลีพูดขำๆเมื่อรุ่นพี่หวงน้องสาว
“หยุดเลยพวกมึง นั่นน้องกูก็เหมือนน้องมึงช่วยกันดูแลห้ามจีบโว้ย” กรินชี้หน้าน้องๆเรียงตัว
“ผมก็รักเหมือนน้องครับพี่” ชยางกูรยกมือขึ้นเพราะมีเขาคนเดียวที่เจอกรนภาก่อนไปเรียนต่อเพราะแวะมาคุยกับรุ่นพี่พอดีถึงจะสวยน่ารักแต่ไม่ใช่สเปคของเขาแต่รู้ว่าเธอคุยสนุกขนาดเจอกันไม่นานยังคุยไฟแล่บ
“ดีมาก แล้วพวกมึงก็ท่องไว้ว่าน้องสาวเข้าใจมั้ย” กรินพูดกับน้องๆไม่ใช่ว่าทุกคนไม่ดีและรู้ว่าพวกนี้ไม่กล้ายุ่งกับน้องสาวหากรักใครชอบพอกันจริงเขาก็ไม่ว่าแต่ต้องปฏิบัติตามกฏของเขาให้ได้
“ครับพี่”
จากนั้นทุกคนก็ดื่มกินกันคุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮาจนร้านปิดถึงได้แยกย้ายกันกลับบ้านส่วนชยางกูรก็ไปพักที่เพนท์เฮ้าส์เพราะดึกแล้วไม่อยากขับรถกลับบ้าน ร่างสูงเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือยเปล่าเดินไปห้องน้ำเปิดน้ำใส่อ่างแล้วลงไปนอนแช่ก่อนจะกดรีโมทเปิดผ้าม่านออกให้มองเห็นวิวด้านนอก ตึกนี้มีสามสิบห้าชั้นเขาอยู่ชั้นสามสิบซึ่งชั้นนี้มีสองห้องและพ่อแม่ซื้อให้เขาเป็นของขวัญเรียนจบราคาก็หลายสิบล้านส่วนอีกห้องเขาไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะไม่เคยเจอ ชายหนุ่มครุ่นคิดเรื่องงานที่เขาอยากสร้างด้วยตัวเองหากวันหนึ่งเขาต้องคืนบริษัทให้ทายาทที่แท้จริงของปัญญาวนิชยาซึ่งเขาไม่รู้จะเป็นใครที่สามารถบริหารบริษัทได้ดีเหมือนปู่และพ่อของเขา ส่วนตัวเขาเองมาถึงจุดนี้ได้ก็ถือว่าสูงสุดแล้วจะช่วยงานของพ่อเต็มความสามารถ เมื่ออาบน้ำเสร็จก็เช็ดตัวแล้วหยิบบ็อกเซอร์มาใส่ล้มตัวนอนบนเตียง
เช้าวันนี้สิริยากรตื่นก่อนเพื่อนรักที่เมื่อคืนกลับดึกเพราะวันนี้เป็นหวันหยุดของเพื่อนแต่ไม่ใช่ของเธอจึงไม่สามารถตื่นสายได้เพราะเธอเข้ากะเช้าและเธอทำงานที่ร้านอาหารทองจันทร์ เรสเทอรองต์ เต็มเวลามาได้สิบเดือนแล้วตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกสองเดือนเธอก็จะลาออกเพื่อทำตามความฝันซึ่งตอนนี้ร้านขนมและเครื่องดื่มของเธอใกล้จะเสร็จแล้วทุกวันหยุดเธอจึงกลับบ้านเพื่อไปดูความคืบหน้าของร้านว่าไปถึงไหนแล้ว
“ทำอะไรกินอ่ะเอิร์น” วรันดาเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอนเล็กถามเพื่อนรักแล้วนั่งคอตกที่โซฟาเมื่อคืนเธอเมามากแต่ไม่ได้ไปต่อกับหนุ่มไฮโซคนดังทายาทบริษัทดังที่เจอในคลับจึงให้เขามาส่งที่คอนโด
“เอิร์นทำแซนด์วิชทูน่ากับข้าวต้มแบ่งให้แกแล้วนะรันถ้าหิวก็อุ่นเอานะ เอิร์นไปทำงานก่อนนะว่าแต่แกไหวป่ะเนี่ย” สิริยากรมองเพื่อนที่สะโหลสะเหลนอนแมะบนโซฟา
“ไหวสิ แกไม่ต้องห่วงหรอกไปทำงานได้แล้วแม่คนขยัน” วรันดาตอบเพื่อนแล้วไล่ไปทำงาน
“มีอะไรก็โทรหาเอิร์นนะ คืนนี้เอิร์นม่งานต่อกลับดึกนะ” หญิงสาวบอกเพื่อนแล้วคว้ากระเป๋าสะพายใบใหญ่เดินออกไปจากห้องพักเพื่อไปทำงานตามปกติของเธอและใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างเหมือนทุกวันหากจะเดินก็ได้แต่กว่าจะถึงก็เหงื่อแตกพอดี เมื่อถึงที่ทำงานก็สวัสดีทักทายพี่ๆทุกคนแล้วก็ทำงานของตัวเองซึ่งวันนี้มีงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของลูกค้าไฮโซคนดังที่จัดในเรือขนาดหนึ่งร้อยคนและเธอก็ถูกขอให้ไปช่วยจัดการเรื่องขนมหวานจัดเลี้ยงในงานและทำขนมเค้กตาที่ลูกค้าต้องการ
“ไหวมั้ยลูกสาว” เชฟหนุ่มสวยถามผู้ช่วยเชฟคนเก่ง กำลังนวดแป้งทำขนมเค้กส่วนเธอก็ทำขนมไทยที่ได้ปรับปรุงสูตรเป็นขนมคลีนสำหรับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ส่วนขนมของร้านก็ได้ทำไว้เมื่อวานนี้แล้ว
“ไหวสิคะเจ้” หญิงสาวตอบยิ้มเธอมีความสุขเมื่อได้ทำสิ่งที่ชอบและกรินคุยไว้ว่าหากเธอออกไปทำร้านเองก็อยากให้ทำขนมส่งให้โรงแรมเพราะลูกค้าชอบขนมของเธอแต่ถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นไรแต่เธอขอเวลาตั้งตัวก่อนถ้าไหวจะทำให้
“งั้นลุยเลยจ้ะสาวๆ” เชฟคนเก่งก็บอกลูกมืออีกสองคนจัดเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างสำหรับทำขนมซึ่งวุ่นวายไม่ต่างจากเชฟทำอาหารที่ยุ่งวุ่นวายทั้งเมนูของร้านและเมนูอาหารเย็นนี้แต่ไม่มีปัญหาเพราะพวกเขามืออาชีพจะแบ่งหน้าที่กันจัดการ
เวลา17.00น.
ที่ท่าเรือของร้านอาหารทองจันทร์ เรสเทอรองต์ ก็คลาคล่ำไปด้วยคนดัง ไฮโซ นักธุรกิจ เศรษฐีหน้าใหม่หน้าเก่าที่คุ้นหน้าเห็นตามสื่อบ่อยเพราะเป็นวันเกิดของสาวสังคมคนดังลูกสะใภ้ของมรว.ภูวเดชกับคุณหญิงสรัลพรที่ได้รับตราตั้งเมื่อห้าปีก่อน
“ยัยอิมตาแอมป์พาคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายไปนั่งบนเรือก่อนลูก” เปรมมาบอกลูกสาวลูกชายให้พาปู่ย่าตายายไปนั่งบนเรือส่วนเธอก็ต้อนรับแขกและเพื่อนที่เชิญมาร่วมงานวันเกิด
“ค่ะคุณแม่” สิรินทราตอบแม่แล้วประคองย่าเดินไปขึ้นเรือส่วนสิริภาพก็ประคองยายเดินตามพี่สาวและปู่กับตาเดินรั้งท้ายขึ้นไปนั่งบนเรือลำใหญ่สองชั้นซึ่งชั้นล่างเป็นที่จัดเตรียมอาหารส่วนชั้นบนสำหรับแขกมีเวทีสำหรับนักดนตรีขับร้องเพลงให้แขกฟังและวันนี้ก็มีนักร้องชายหญิงคนดังมาร้องเพลงให้แขกในงานฟังตามความต้องการของลูกค้า
“สวัสดีครับคุณยุทธ คุณนิ” สิริภพทักทายนักธุรกิจคนดังที่เคยทำธุรกิจร่วมกันและตอนนี้ก็มีบ้างประปราย
“สวัสดีครับคุณอิน คุณเปรมขอให้มีความสุขนะครับ” ยุทธเลิศทักทายสองสามีภรรยาที่รู้จักกันมานานแม้ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดไปมาหาสู่แต่มีความสัมพันธ์กันในเรื่องธุรกิจและเจอกันตามงานเลี้ยงแล้วยื่นซองสีขาวร่วมทำบุญกับเจ้าของงานวันเกิดตามที่บอกไว้ว่าไม่รับของขวัญแต่ขอเชิญทุกคนร่วมทำบุญกับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์
“ขอบคุณค่ะคุณยุทธ คุณนิ” เปรมมาขอบคุณสองสามีภรรยาที่มาร่วมงานวันเกิดของเธอพร้อมกับร่วมทำบุญ
“สวัสดีครับคุณอิน” ชยางกูรทักทายสิริภพปกติเขาไม่ออกงานกับพ่อแม่เพราะไม่ชอบ
“สวัสดีคุณเสือ ผมก็คิดว่าใครที่แท้ก็คนกันเองเชิญๆ” สิริภพเห็นหนุ่มรุ่นลูกแล้วทักทายราวกับสนิทสนมกัน
“อ้าวเสือก็มางานนี้ด้วยเหรอลูก” ชยานิหันหันไปดูก็เห็นลูกชายที่บอกว่านัดกับเพื่อนยืนอยู่ด้านหลังเธอกับสามี
“เปล่าครับคุณแม่ ผมนัดกับเพื่อนไว้ที่นี่ครับ” หนุ่มหล่อตอบแม่เขาไม่รู้ว่าท่านไปงานเลี้ยงวันเกิดไฮโซคนดัง
“งั้นไปเถอะลูก”
“ครับคุณแม่ ผมขอตัวนะครับ สวัสดีครับ” ชยางกูรยกมือไหว้สองสามีภรรยาแล้วเดินไปทางร้านอาหารตามที่นัดกับเพื่อนมาทานข้าวที่นี่
“เสียดายจังเลยค่ะ ที่ลูกชายคุณยุทธกับคุณนิไม่มาร่วมงานไม่งั้นฉันจะแนะนำลูกสาวให้รู้จักค่ะ” เปรมมาไม่รีรอที่จะเสนอตัวลูกสาวเพราะฐานะชาติตระกูลเหมาะสมกันทุกอย่างถึงแม้ชยางกูรจะเป็นแค่ลูกบุญธรรมแต่มีสิทธิ์ทุกอย่างในตระกูลปัญญาวนิชยา
“เอาไว้โอกาสหน้านะคะคุณเปรม แต่ลูกชายของฉันไม่ชอบออกงานสังคมค่ะ” ชยานิออกตัวให้ลูกชายที่ไม่ชอบออกงาน
“ได้ค่ะคุณนิ เชิญคุณยุทธกับคุณนิบนเรือค่ะฉันขอต้อนรับแขกก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกันค่ะ” เปรมมาเชิญแขกขึ้นบนเรือ
สองสามีภรรยายิ้มให้เจ้าของงานแล้วเดินขึ้นเรือก็เจอคนรู้จักจึงทักทายคุยกันเพราะวงการธุรกิจก็วนเวียนเจอกันตามงานต่างๆส่วนมากก็ผูกสัมพันธ์กันไว้เพื่อธุรกิจในวันหน้า
“คุณรู้จักลูกชายคุณยุทธกับคุณนิด้วยเหรอ” เปรมมาถามสามีที่รู้จังลูกชายของนักธุรกิจชื่อดังในสังคมกำลังพูดถึงกันถึงความสามารถที่เรียนจบระดับด็อกเตอร์และเป็นข่าวกับไฮโซสาวชาวฮ่องกง
“ก็รู้จักคราวก่อนที่ไปฮ่องกงน่ะ” สิริภพตอบภรรยาแต่ได้พูดถึงเรื่องที่เขายืมเงินชยางกูรสามล้านไปแก้มือในคาสิโนแต่ก็เสียไปอีกจนได้
“แล้วเขาคบกับไฮโซคนนั้นจริงมั้ย”
“ไม่จริงหรอก แต่ผู้หญิงน่ะชอบเขาส่วนคุณเสือนั้นเฉยๆแต่ก็ดีนะหากได้มาเป็นลูกเขย” สิริภพพูดกับภรรยาเพราะชยางกูรเพียบพร้อมเหมาะสมกับลูกสาวของเขา”
“ดีเลยค่ะ ฉันดูแล้วลูกชายคุณยุทธกับคุณนิเหมาะสมกับยัยอิมของเรามากค่ะ” เปรมมาเห็นด้วยกับสามีทั้งที่ลูกสาวยังเรียนไม่จบแต่หาคู่ให้แล้วก่อนจะหยุดคุยและต้อนรับแขกที่ทยอยมากันเรื่อยๆ
สิริยากรเตรียมของทุกอย่างลงเรือเสร็จเรียบร้อยก่อนที่เจ้าของงานจะมาแล้วเธอก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่เมื่อเสร็จแล้วก็รีบลงเรือเพื่อเตรียมตัวบริการแขกในงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา
“หนูเอิร์นรอพี่ด้วยค่ะ” ยาธิดาพนักงานสาวสวยอยู่ในชุดไทยเสื้อแขนกระบอกสีครีมผ้านุ่งสีน้ำตาลออกแดงยาวสี่ส่วนเกล้าผมขึ้นปักปิ่นเงินซึ่งเป็นชุดพนักงานเสิร์ฟของร้านอาหารทองจันทร์ เรสเทอรองต์ มาพร้อมกับรุ่นพี่อีกสามคนที่แต่งตัวเหมือนกันยกเว้นปรมะที่ใส่กางเกงสีน้ำตาลเสื้อราชปะแตนแขนสั้นสีครีม