ตอนที่ 7 ท่านคือสามีข้า

1764 คำ
ตอนที่ 7 ท่านคือสามีข้า ท่านหมอมาถึงก็เร่งเข้ามาตรวจอาการ พร้อมกับดูร่องรอยการถูกทำร้าย เหลือบมองหญิงสาวเป็นระยะ มิเข้าใจว่า ชายผู้นี้ดวงตามืดบอดหรืออย่างไรกัน ถึงมีภรรยาอัปลักษณ์ล่มเมืองเยี่ยงนี้ พลันรู้สึกสงสารชายผู้นี้จับใจ ชายชราเส้นผมสีขาวโพลนถอนหายใจแผ่วเบา “อาการหนักหนายิ่งนัก สามีของเจ้าคงกระทบกระเทือนไม่น้อย ดูจากศีรษะ บาดแผลโดยรวมแล้ว ก็พ้นอันตราย แต่...” ชายชราคาดเดาอีกครั้ง “แต่อะไรหรือเจ้าคะท่านหมอ” จินเสียงจ้องท่านหมอตาไม่กะพริบ รอคอยคำตอบอย่างจิตใจจดจ่อ “เขาอาจจะหลงลืมความทรงจำไปบ้าง เพราะถูกกระทบกระเทือน หากโชคดีก็อาจจำความได้ ถ้าโชคร้าย ก็เป็นอย่างที่ข้าคิด” ชายชรายกมือขึ้นซับหน้าผาก เพราะรักษาผู้ป่วยมาตั้งมากมายจึงมั่นใจว่าชายผู้นอนหมดสติอยู่นี้ถูกทำร้ายมาอย่างแน่นอน สภาพร่างกายโดยรวมไม่ได้รับอันตรายถึงชีวิต บาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง ล้วนถูกของมีคมฟาดฟันมาแทบทั้งสิ้น เขาเหลือบมองชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง แล้วก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา คงเป็นเพราะว่าชายผู้โชคร้ายหลบหนีกระมัง จึงถูกทำโทษเช่นนี้ ช่างน่าสงสารเหลือเกิน “สามีข้าอาจโชคดีก็ได้” สิ้นถ้อยคำหวานของคุณหนู ทำให้แม่นมเหอแทบล้มพับ ก็เพราะเอ่ยว่าชายผู้นี้เป็นสามีอย่างเต็มปากเต็มคำ ภายภาคหน้าจะมีชายใดกล้ามาสู่ขอกันเล่า แม่นมเหอจึงเครียดจนทำให้รู้สึกวิงเวียนจวนเจียนจะป่วยไปอีกคน “จื่อถาน มอบรางวัลให้ท่านหมอ แล้วก็ส่งกลับด้วย ขอบคุณท่านหมอมากนะเจ้าคะที่มาดูอาการของสามีข้า” หากนางมิกล่าวอ้างเยี่ยงนี้ อาจถูกใส่ร้ายก็เป็นไปได้ ทางที่ดีก็ควรหาทางหนีทีไล่ให้ตนเองเสียก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันภายหลัง “ข้าจดเทียบยาเอาไว้ให้แล้ว อีกสามสี่วันบาดแผลก็น่าจะทุเลา แต่...แผลที่ใบหน้า อาจกลายเป็นแผลเป็น” ชายชราเอ่ยน้ำเสียงเศร้า เสียดายนักรูปหน้าหล่อเหลากลับต้องมีบาดแผล คงเป็นเพราะฮูหยินหึงหวงกระมัง จึงบันดาลโทสะกรีดหน้าสามีตนเองเช่นนี้ เป็นเขยแต่งเข้าจะบ้านจะเป็นใหญ่เหนือกว่าภรรยาได้อย่างไร “ขอบคุณท่านหมอมาก ๆ เจ้าค่ะ” จินเสียงกล่าวด้วยถ้อยคำหวาน ซ้ำยังระบายยิ้มอ่อน หารู้ไม่ว่าท่านหมอนั้นเอ่ยอันใดในใจบ้าง ซ้ำยังถูกเข้าใจผิดอีกต่างหาก คิดว่าชายผู้นี้นั้นเป็นเขยแต่งเข้า จึงได้ถูกภรรยาข่มเหงรังแก “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ชายชรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อชายอีกคนมิได้ยิ้มแย้ม กลับตีสีหน้าดุดันอยู่เยี่ยงนี้ เขาจึงรู้สึกหวาดกลัวว่าพูดอันใดไม่เข้าหู เกรงว่าชีวิตของเขาคงถูกอีกฝ่ายสังหารเป็นแน่ เมื่อท่านหมอเดินออกจากห้อง เหลือเพียงแม่นมเหอนั่งสูดดมยาในขวดหยกเล็ก ๆ หนึ่งขวด แก้วิงเวียนคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดี ยามนี้ได้โอกาสจึงถามเสียงสั่นไม่น้อย “คุณหนูเหตุใดจึงบอกเช่นนั้น ชายผู้นี้หาใช่สามีของคุณหนู” “เอาน่า ข้าแค่อยากช่วยเขา เรื่องอื่นไม่เป็นไรหรอก สตรีอัปลักษณ์เช่นข้า ผู้ใดจะสนใจกัน” จินเสียงมิได้ห่วงชื่อเสียงเสียหาย คิดเพียงแค่อยากช่วยชีวิตชายหนุ่มรูปงาม เห็นเขาบาดเจ็บร้องครวญครางก็ยิ่งน่าสงสารเข้าไปอีก หากตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แล้วจำอันใดไม่ได้ เขาก็ต้องอยู่ในเรือนนี้จนกว่าจะได้สติกลับมา หากปล่อยออกไปคงเกิดอันตรายแน่ ถ้าหากว่าเป็นโจรชั่วช้า นางก็หาได้หวาดกลัว เกรงว่าจะเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์ถูกทำร้ายจนต้องบาดเจ็บสาหัสเยี่ยงนี้ “แม่นมท่านออกไปเถิด ที่นี่ปล่อยให้ข้าดูแลเขาเอง” นางอยากสอบถามชายผู้นี้ด้วยตนเอง หากเขาฟื้นขึ้นมา อาจเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือตามหาญาติเขาก็เป็นไปได้ “แต่ว่าคุณหนู ชายหญิงอยู่ในห้องสองต่อสองไม่เหมาะนะเจ้าคะ” แม่นมเหอคลึงขมับ รู้สึกปวดใจนัก คุณหนูของนางดื้อดึงเพียงนี้ จะพูดเช่นไรให้เชื่อฟัง “แม่นม รูปร่างข้าผู้ใดอยากใกล้ชิดกัน หากเขาตื่นขึ้นมา ไม่แน่ว่าอาจหวาดกลัวข้าจนตัวสั่นก็เป็นไปได้” จินเสียงกล่าวตลกขบขัน ไม่อยากให้แม่นมผู้อายุมากของนางเคร่งเครียดไปมากกว่านี้ หากล้มป่วยขึ้นมาอีกคน คงไม่ดีนัก “เจ้าค่ะ ข้าออกไปก็ได้ หากคุณหนูเกิดเรื่อง รีบเรียกจื่อเยี่ยนะเจ้าคะ ข้าจะให้เขายืนอยู่หน้าห้อง” แม่นมเหอไม่ไว้ใจ ให้จื่อเยี่ยยืนเฝ้าจะเป็นประโยชน์เสียมากกว่า หากเกิดอันตรายขึ้นมา คุณหนูยังมีคนช่วยเหลือ แม่นมเหอ หลงลืมไปแล้ว คุณหนูของนางหาได้เรียบร้อยอ่อนหวานไม่ กลับแก่นแก้วซ้ำยังร่ำเรียนวรยุทธ์จากจื่อเยี่ยมาอีก แม้ไม่เก่งกาจนัก ก็พอช่วยเหลือตนเองได้ยามมีภัย คล้อยหลังจากแม่นมเหอแล้ว จินเสียงนั่งเหม่อมองชายหนุ่มรูปงาม นึกเสียดายโฉมหน้าของเขายิ่งนัก บาดแผลนี้เขาได้มาจากไหนกัน แล้วเป็นผู้ใดมาจากไหน เหตุใดจึงประสบเคราะถึงเพียงนี้ ไม่นานจื่อถานนำยาสมุนไพรที่เพิ่งเคี่ยวจนได้ที่ นำมามอบให้แก่คุณหนู “คุณหนูเจ้าคะ ยามาแล้วเจ้าค่ะ” “อืม ช่วยข้าพยุงเขานั่งที ข้าจะได้ป้อนยาเขา” หากไม่ป้อนยาแล้วจะหายได้อย่างไรกัน รอเขาฟื้นขึ้นมา เกรงว่าอาจการอาจจะหนักหนากว่านี้ก็เป็นไปได้ จื่อถานวางถ้วยยา แล้วค่อย ๆ ดึงแขนของผู้บาดเจ็บขึ้น ค่อนข้างทุลักทุเลไม่น้อย เพราะจื่อถานตัวเล็ก รูปร่างบอบบาง ซ้ำคุณหนูของนาง หากถอดชุดพลางร่างกายออกก็ไม่ต่างจากรูปร่างของสาวใช้ “เจ้าออกไปเถิด ข้าจะป้อนยาเขาเอง” หญิงสาวกำชับ หลังจากนางและสาวใช้ช่วยกันพยุงร่างกายของชายหนุ่มให้พิงขอบเตียงนอนสำเร็จ เล่นทำให้พวกนางแทบหมดเรี่ยวแรงก็ว่าได้ “แต่ว่าคุณหนูไม่เหมาะนะเจ้าคะ” จื่อถานร้อนใจนัก รีบเอ่ยขึ้นทันใด จ้องมองนายสาวหวังให้อีกฝ่ายยอมเชื่อฟังนางแต่โดยดี ทว่าจินเสียงยิ้มหวาน ส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ต้องห่วง” จื่อถานไร้ข้อโต้แย้ง เพราะพูดอย่างไรคุณหนูก็ดื้อดึงอยู่ดี ไร้ประโยชน์ไปแล้ว เช่นนั้นนางจึงเดินออกมาด้วยสีหน้าหม่นหมอง ส่วนคุณหนูรูปโฉมอัปลักษณ์นั้น กำลังจับช้อนตักน้ำสมุนไพรกลิ่นฉุน แล้วยกขึ้นมาเป่า ให้คลายร้อน จากนั้นจึงค่อย ๆ ป้อน ทว่า...เขามิยอมอ้าปากนี่สิ หญิงสาวจะทำอย่างไร หากยังเป็นเช่นนี้ อาการของเขาได้ทรุดหนักเป็นแน่ ในเมื่อในห้องมีแค่นางกับเขา เช่นนั้นแล้ว จินเสียงจึงเป่ายาสมุนไพรให้คลายร้อน แล้วยกขึ้นมาจรดริมฝีปากอมยาในถ้วยนั้นแล้วใช้ปากประกบลงไปยังริมฝีปากหนาหยักของชายหนุ่ม เขา...กลืนยาลงไปแล้ว จินเสียงป้อนยาจนหมดชาม แต่แล้ว เขาลืมตาขึ้นมา เมื่อนางป้อนยาครั้งสุดท้าย ชายหนุ่มตระหนกตกใจยิ่งนัก ยกมือขึ้นผลักหญิงสาวจนหงายหลังล้มลงมาไม่เป็นท่า “เจ้าทำอะไรข้า!” “ถามได้ก็ป้อนยาท่านนะสิ” จินเสียงเจ็บก้นไปหมด นึกก่นด่าชายผู้นี้ในใจ นางหรืออุตส่าห์หวังดี มิอยากให้นอนตายกลายเป็นศพไร้ญาติ แต่ดูเขาทำกับนางสิ “ข้า...ข้าอยู่ที่ไหน ข้า...เป็นใคร” ชายหนุ่มเจ็บปวดไปทั้งตัว เขาเบือนสายตามองไปยังรอบ ๆ ห้อง ซึ่งรู้สึกมิได้คุ้นตาสักนิด แต่ก็ต้องกลับตกใจขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อมองใบหน้าด่างดำของหญิงสาวรูปร่างอวบอ้วน “ท่านจำอะไรได้หรือไม่ ลองทบทวนดูหน่อยจะได้หรือไม่” จินเสียงเก็บถ้วยยาสมุนไพร ที่เมื่อครู่นี้มิทันได้ตั้งตัว มือตวัดไปถูกถ้วยหล่นพอดิบพอดี แล้วนางจึงเอ่ยถามเสียงนุ่ม แววตาดูมีความหวังยิ่งนัก “ข้าปวดหัว ข้าปวดหัวเหลือเกิน” ชายหนุ่มยกมือขึ้นคลึงขมับทั้งสองข้าง รู้สึกปวดร้าวไปทั้งสรรพางค์กาย ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ไหน มองบาดแผลก็ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดรุนแรงขึ้นอีก “เอาล่ะ ถ้าท่านนึกอะไรไม่ออก ก็นอนพักเสียก่อน ข้าจะดูแลท่านเอง” เป็นไปตามที่ท่านหมอคาดการณ์เอาไว้ไม่ผิด เขากระทบกระเทือนจนไม่อาจมีความทรงจำครั้งเก่าก่อนหลงเหลือ ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก “เจ้าเป็นใคร” ชายหนุ่มทำตามคำบอกกล่าว ทว่าก็ยังอดสงสัยไม่ได้ สตรีเบื้องหน้าของเขาเป็นผู้ใดกัน “อ้อ...ท่านจำข้าไม่ได้หรือ” จินเสียงแค่คิดหยอกเย้าอีกฝ่าย ชายหนุ่มส่ายหน้า ครุ่นคิดเป็นการใหญ่ คิดอย่างไรก็ไม่ออกเสียที “ข้าจำไม่ได้ ข้าคือใคร ชื่ออะไร” “ท่านคือ...” เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ขอให้นางฉกฉวยโอกาสใกล้ชิดกับหนุ่มรูปงามเสียหน่อยเถิด นางยิ้มเบิกบานขึ้นมาทันใด ก็เพราะชายผู้นี้รูปงามยิ่งนัก ถึงแม้ว่าเขาจะมีบาดแผลหลายแห่ง อาจเป็นเพราะสวรรค์เห็นใจหญิงอัปลักษณ์จึงบันดาลสามีมาให้นางแล้ว “ท่านคือสามีของข้า” ดังนั้นจินเสียงจึงแอบอ้างตนขึ้นว่า นางเป็นภรรยาของเขา ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เขาพลัดตกจากรถม้าแล้วจึงมีสภาพเช่นนี้ ชายผู้นี้ถึงขั้นตาโตอ้าปากค้าง เขาขยี้ดวงตาไปมา ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีภรรยา รูปร่างอวบอ้วน ซ้ำใบหน้าก็หาได้งดงามไม่ ให้ตายสิ! สวรรค์กลั่นแกล้งเขาเป็นแน่ ด้วยความไม่เชื่อสายตาว่าตนเองมีภรรยา แต่ทำไมกันจึงอัปลักษณ์ไม่น่ามองเช่นนี้เล่า ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามเสียงสั่นตะกุกตะกักว่า “ข้า...ข้าคือสามีของเจ้าจริง ๆ รึ!” “แน่นอนข้าคือภรรยาของท่าน ตกใจละสิ ข้ารูปงามเพริศพริ้งเยี่ยงนี้ ทำให้ท่านพี่ตกตะลึงขออภัยด้วยนะเจ้าคะ” ในที่สุดนางก็หาสามีได้แล้ว! ขอบคุณสวรรค์!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม