“ผมก็ไม่ได้อยากมาที่นี่นักหรอกแค่มีธุระที่จะต้องมาเคลียกับคุณก็เท่านั้น”
“...”
เอิงเอยทำหน้างงกับคำพูดของชายหนุ่มเข้าไปใหญ่เพราะเธอเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เขาพูดใส่เธอมันคือเรื่องอะไรแล้วจะมาเคลียอะไรกับเธอ
“หยุดทำหน้าใสซื่อได้แล้วคงจะใช้มารยาแบบนี้สินะ...คุณพ่อผมถึงกับจะยกทุกอย่างให้คุณน่ะ”
อัคนีกัดฟันกรอดพร้อมเค้นเสียงพูดกับหญิงสาวในใจเขาเองคิดว่าเรื่องทั้งหมดที่พ่อของเขาบังคับเขานั้นต้องเกิดมาจากหญิงสาวเป็นแน่แต่เธอก็ยังกล้าที่จะทำหน้าใสซื่อไม่รู้ไม่เห็นได้แนบเนียนทำให้เขาโมโหยิ่งขึ้นไปอีก
“คะ..!!.พี่หมอหมายถึงอะไรคะเอยไม่เข้าใจ...พี่หมอคงจะเมามากไว้เราค่อยคุยกันทีหลังจะดีกว่าค่ะ..เอยขอตัวนะคะ”
เอิงเอยเองเริ่มไม่โอเคกับคำพูดของชายหนุ่มที่เอาแต่ดูถูกแถมยังดูเหมือนจ้องที่จะกัดเธออยู่ตลอดเวลาเธอเห็นว่าชายหนุ่มยังเมาอยู่ถ้าเขายังใช้อารมณ์คุยกับเธอวันนี้ยังไงก็คงไม่รู้เรื่องเธอจึงบอกกับเขาว่าค่อยคุยกันวันหลังพร้อมกับเตรียมที่จะเดินออกไปข้างนอกคิดว่าวันนี้เธอคงต้องไปอาศัยห้องของเพื่อนเธอนอนก่อนแล้วหละ
“คุณจะไปไหนผมยังพูดธุระไม่เสร็จ”
เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวที่เขาต้องการคุยด้วยกำลังที่จะเดินหนีเขาไปจึงรีบเดินมารั้งแขนของเธอเอาไว้ก่อนเพราะเขาเกลียดที่สุดคือคนที่ชอบเดินหนีปัญหา
“ก็บอกให้คุยวันหลังไงคะปล่อยเอยนะคะเอยเจ็บ”
หญิงสาวพยายามขัดขืนชายหนุ่มแต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้ตอนนี้เธอรู้สึกว่าแรงบีบของมือเขามันไม่ได้มีความอ่อนโยนกับเธอเลยสักนิดเธอเองอดนึกน้อยใจไม่ได้มีสักครั้งมั้ยที่เขาจะมองเห็นว่าเธอคือภรรยาของเขาและควรที่จะทะนุถนอมเธอบ้าง
“อย่าเดินหนีผมเพราะผมไม่ชอบ...ผมแค่จะมาบอกว่าอีกไม่นานผมจะมาอยู่ที่นี่กับคุณแล้วผมก็จะทำให้คุณท้องลูกของผมให้เร็วที่สุดตามแผนที่คุณปั่นหัวพ่อผมให้มาสั่งผมอีกทีไง..แล้วอย่าคิดนะว่าคุณจะได้อะไรจากบ้านผมอีกเพราะผมไม่ยอมแน่ๆที่ได้ไปมันก็น่าจะมากพอแล้วมั้ง..”
ชายหนุ่มแผดเสียงใส่หญิงสาวอีกรอบยิ่งเห็นหน้าเธอทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเขายิ่งโมโห
“เอยไม่เคยคิดแผนอะไรเลยนะคะ...แล้วเรื่องที่พี่หมอพูดมาเอยยืนยันเลยนะคะว่าเอยไม่รู้เรื่อง”
หญิงสาวยังยืนยันคำเดิมว่าเธอไม่รู้เรื่องเพราะมันเป็นเรื่องจริงเธอเองไม่เคยที่จะหวังอะไรจากชายหนุ่มและครอบครัวของเขาอยู่แล้ว
“คุณจะแกล้งพูดว่าอะไรก็ได้นี่...ในเมื่อพ่อผมสั่งมันมาแล้วยังไงผมก็จะต้องทำตามอยู่ดีไม่อย่างนั้นสมบัติที่ควรจะเป็นของผมทั้งหมดก็จะตกเป็นของคุณซึ่งเรื่องนี้ผมเองไม่ยอมแน่ๆ”
เมื่อชายหนุ่มพูดจบเขาเองก็ปล่อยหญิงสาวให้ล้มลงไปกองอยู่กับพื้นอย่างไม่สนใจใยดีพร้อมเดินออกไปหน้าตาเฉยไม่สนใจด้วยว่าหญิงสาวจะเจ็บหรือไม่เพราะตอนนี้ในใจของเขามีแต่ทิฐิที่ว่าหญิงสาวเข้ามาในครอบครัวของเขาก็เพื่อที่จะหวังทรัพย์สินเงินทองของที่บ้านของเขาก็เท่านั้น
“ฮึก....ฮืออ...อืออ...ฮือออๆๆๆๆ....คุณพ่อขาคุณแม่ขาทำไมเอยต้องมาเจอคนใจดำแบบนี้ด้วยคะ..ฮือๆๆๆๆ”
เมื่อชายหนุ่มเดินออกไปแล้วหญิงสาวก็ปล่อยโฮทันทีด้วยความอัดอั้นมานานเธอเองไม่รู้ว่าชีวิตของเธอต้องเจอแต่คนที่คอยแต่จะรังแกเธอและไม่ชอบเธอโดยที่เธอไม่เคยที่จะไปทำร้ายหรือคิดร้ายต่อใครเลยยิ่งคิดหญิงสาวยิ่งรู้สึกว่าโลกนี้มันช่างไม่ยุติธรรมกับเธอเสียเลย
หญิงสาวคิดว่ายังไงเธอเองก็ต้องหาคำตอบเรื่องนี้ให้ได้ว่าที่ชายหนุ่มมาโวยวายใส่เธอนั้นมันคืออะไรเพราะเธอเองก็ยังงงอยู่เหมือนกันเธอคิดว่าคงต้องหาคำตอบจากคุณลุงของเธอซึ่งเป็นพ่อของชายหนุ่มนั่นเองหญิงสาวร้องให้สักพักก็หลับไปด้วยความเพลียที่เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจเธอเองอยากให้เวลาที่เลวร้ายมันพ้นออกไปจากชีวิตเธอเสียที
เช้าวันต่อมา
“คุณพ่อคะเอยมีเรื่องอยากคุยด้วย”
เอิงเอยโทรหาแอนเดรียสตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อที่จะถามเรื่องคาใจที่ชายหนุ่มมาพูดกับเธอเมื่อคืนแต่เธอไม่ได้บอกเรื่องที่ทั้งเธอและเขาต้องทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้เพราะกลัวว่าแอนเดรียสจะไปตำหนิชายหนุ่มแล้วเขาจะพาลมาหาเรื่องเธออีก
“เรื่องนี้พ่อต้องขอโทษหนูเอยด้วยนะที่ไม่ได้คุยพร้อมกันกับตาอัคแต่ตาอัคไม่ได้ไปหาเรื่องอะไรหนูเอยใช่หรือเปล่า”
“ไม่เลยค่ะคุณพ่อคือที่เอยโทรมาถามเอยแค่จะบอกว่าตอนนี้เอยเองยังไม่พร้อมที่จะมีลูกค่ะขอเวลาเอยอีกสักพักนะคะเอยอยากทำงานก่อนค่ะ”
หญิงสาวจำต้องโกหกแอนเดรียสไปเรื่องที่เธอไม่ได้ทะเลาะอะไรกับลูกชายของเขาเพราะไม่อยากให้พ่อลูกคู่นี้มีปัญหากันเพราะเธอ
“ยังไงก็ตัดสินใจกันเร็วๆหน่อยนะเพราะพ่อก็อยากจะมีหลานแย่แล้ว”
“ค่ะคุณพ่อ”
หลังจากที่หญิงสาววางสายจากแอนเดรียสเธอเองรู้สึกว่าชีวิตหลังแต่งงานของเธอมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดซะแล้วเธอรู้สึกว่าเริ่มเหนื่อยกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้จริงๆ
หลังจากวันนั้น 1 อาทิตย์
เอิงเอยใช้ชีวิตอยู่ที่คอนโดของชายหนุ่มเหมือนเช่นเคยแต่ก็ไม่เห็นจะมีวี่แววว่าชายหนุ่มจะมาอยู่ที่นี่กับเธอตามที่เขาพูดในวันนั้นซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้หญิงสาวใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างสบายใจมาเป็นอาทิตย์หญิงสาวคิดว่าวันนั้นเขาคงจะแค่แกล้งขู่เธอเล่นๆเท่านั้นคนอย่างเขาไม่ชอบหน้าเธอขนาดนั้นคงจะไม่อยากมาอยู่กับเธอสักเท่าไร
Rrrrrrrr
17.00 น.
“ค่ะคุณแม่”
เอิงเอยทำกับข้าวอยู่ในครัวได้สักพักก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์เมื่อเห็นว่าเป็นเบอของใครโชว์ขึ้นมาเธอเองไม่ได้อยากจะรับเลยสักนิดแต่คิดไปคิดมาโดยนิสัยของแม่เลี้ยงเธอแล้วถ้าเธอยังดึงดันที่จะไม่รับอยู่แบบนั้นแม่เลี้ยงใจยักษ์ของเธอคงโทรจิกเธอไม่หยุดเป็นแน่
“เอยต้องช่วยแม่ด้วยนะลูกตอนนี้เจ้าหนี้มันจะเอาชีวิตแม่ถ้าแม่ไม่เอาเงินไปให้มันสามแสนภายในคืนนี้...ฮือๆๆๆ”
“อะไรนะคะ”
เมื่อเอิงเอยได้ยินที่แม่เลี้ยงเธอเอ่ยขึ้นมาเมื่อเธอกดรับสายเธอถึงกับใช้มือกุมขมับทันทีเธอรู้ได้โดยทันทีว่าน้ำเสียงที่แม่เลี้ยงของเธอพูดดีด้วยแบบนี้จะต้องมีเรื่องให้เธอช่วยแน่นอนซึ่งมันก็เป็นแบบที่เธอคิดจริงๆ