CHAPTER 3/2

2105 คำ
เช้า 09:15 น. ความปวดเมื่อยตัวและอาการเวียนศีรษะโจมตีผมทันทีที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ผมหลับตาลงเมื่อแสงพระอาทิตย์ที่สาดเข้ามาแยงตาก่อนจะลืมขึ้นใหม่แล้วปรับการมองเห็น ผมมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างแปลกใจที่ห้องนี้ไม่ใช่ห้องของผม ซ้ำยังเป็นห้องที่ผมคุ้นเคยตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ห้องของคุณเชษฐ์… แล้วผมมาที่นี่ได้ยังไง? จำได้ว่าผมอยู่ที่บาร์แล้วจากนั้นภาพมันก็ตัดไปเลย “อึก…!” แค่จะลุกขึ้นนั่ง ผมก็รู้สึกวูบจนต้องล้มตัวนอนอีกครั้ง นี่หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าอาการแฮงค์ แถมหัวยังหนักอึ้งจนไม่อยากทำอะไรเลย “ตื่นแล้วหรือไง” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมของข้าวต้มที่ลอยเข้าจมูก ผมยันตัวขึ้นนั่งก่อนหรี่ตามองเขาที่อยู่ในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มสวมทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวสีเดียวกัน ผมที่เคยเซ็ตด้วยเจลตอนนี้เขาปล่อยมันให้ปรกหน้าเลยทำให้เขาดูเด็กลงแต่ริ้วรอยของวัยมันไม่หลอกกันหรอกนะครับ “กินข้าวต้มซะแล้วเดี๋ยวฉันกับนายต้องคุยกันหน่อย” เขาวางถาดข้าวต้มลงบนโต๊ะหัวเตียงแล้วเดินห่างออกไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงาน เขาถือแก้วกาแฟยกขึ้นจิบ สายตามองมาทางผม นี่เขาจะมองผมตอนกินข้าวด้วยหรือไง? ผมถอนหายใจก่อนจะดึงผ้าห่มออกแล้วขยับตัวมานั่งห้อยขาเตรียมกินข้าว ทว่าจังหวะที่เห็นขาเปลือยเปล่าไร้กางเกงของตัวเอง ตาผมก็แทบถลนออกจากเบ้า พอดึงชายเสื้อเชิ้ตขึ้น ไอร้อนทั้งหมดทั้งมวลก็วิ่งตู้มขึ้นมาที่หน้า ผมรีบดึงผ้าห่มมาปิดช่วงล่างก่อนตวัดสายตามองคนที่นั่งจิบกาแฟอยู่ “นี่มันอะไรครับ?! ทำไมผมถึงมีกางเกงในลูกไม้น่าอายแบบนี้บนตัวด้วย?!” ผมถามเขาเสียงฉุน อยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนอาการแฮงค์หายไปเลย “กินข้าวแล้วค่อยคุย” ทว่าน้ำเสียงดุ ๆ ของคุณเชษฐ์ทำผมหุบปาก ได้แต่บ่นและต่อว่าในใจก่อนจะลงมือทานข้าวต้มที่เขายกมา กินไปมองหน้าเขาไปด้วยความขุ่นเคือง ส่วนเขาน่ะเหรอครับ? เหอะ นั่งยิ้มได้น่าหมั่นไส้มาก! พอกินข้าวต้มหมดแล้วก็ตามด้วยน้ำเปล่าเย็น ๆ ชื่นใจ อาการแฮงค์ก็เริ่มดีขึ้นบ้างแต่คือผมไม่กล้าขยับตัวไปไหนเลย รู้สึกถึงความลูกไม้ที่ปิดภัทรน้อยอยู่ด้วย ขยับทีเสียดสีที มันก็…วูบวาบบ้างนะครับ ให้ตายเถอะ นี่ผมกลายเป็นคนเกิดอารมณ์ง่ายไปแล้วเหรอเนี่ย “เอาล่ะ ถึงคราวที่ฉันต้องดุเมียแสนดื้อสักที” คุณเชษฐ์วางแก้วกาแฟลงแล้วลุกเดินมาหาผม ผมถอยหนีแต่เพราะลูกไม้ตัวบางมันเสียดกับส่วนนั้นเลยต้องหยุดนิ่ง ผมเงยหน้ามองคุณเชษฐ์ที่ยืนค้ำหัวอยู่ก่อนผ้าห่มจะถูกดึงออกจนช่วงล่างปรากฏสู่สายตา เขาโน้มตัวลงมาอุ้มผมขึ้นแล้วพามาที่โต๊ะเครื่องแป้ง ผมขมวดคิ้วอยากแปลกใจที่บนโต๊ะเครื่องแป้งนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า “ค คุณจะทำอะไร?” ผมถามเขาเสียงสั่นหลังจากเขาวางผมลงซ้ำยังจับให้ผมหันหน้าเข้ากระจก สองขาถูกแยกออกจากกันจนกลายเป็นว่าผมนั่งอ้าขาหน้ากระจก ลมหายใจผมสะดุดยามสบตากับเงาที่สะท้อนมา แผ่นอกกว้างเป็นที่พักพิงแนบชิดกับแผ่นหลังผมจนรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจ ผมอายมากที่ตกอยู่ในสภาพนี้ มองดูตัวเองนั่งอ้าขาแล้วมันน่าอายแต่ลึก ๆ ในห้วงของความรู้สึกผมกลับ… ‘ตื่นเต้น’ “กัดไว้” ฝ่ามือหยาบจับชายเสื้อเชิ้ตดึงขึ้นมาให้ผมกัดไว้ ผมทำตามที่เขาบอกอย่างง่ายดายแล้วมองการกระทำต่าง ๆ ของเขาที่สะท้อนให้เห็นในกระจก คุณเชษฐ์ยิ้มมุมปากแล้วเกยคางกับไหล่ผม สองฝ่ามือหยาบลูบไล้ไปตามต้นขาทั้งสองข้างแล้วไล้มาที่หน้าท้อง ผมสะดุ้งพลางครางอืออึงในลำคอ หน้าท้องหดเกร็งกับสัมผัส ปลายเท้าจิกงอ ทำไมกันนะ ทั้งที่อยากต่อต้านแต่พอโดนเขาสัมผัสก็หลอมเหลวเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ อย่าบอกว่านี่คือตัวตนจริง ๆ ของผม? “นายรู้ไหมว่าฉันโกรธและโมโหแค่ไหนที่จู่ ๆ เมีย ก็หนีไปหลังทิ้งใบลาโดยที่ยังไม่มีใครเซ็นอนุมัติ” เขากระซิบข้างหูเสียงแผ่วเบาแต่กลับซาบซ่านพาผมสะท้านไปทั้งตัว ลิ้นสีสดแลบออกมาแตะลงที่หู ผมสะดุ้งเอียงศีรษะหลบแต่กลับไม่พ้นอยู่ดี ดี…มันดีมาก ๆ ดีจนผมแทบบ้าเลยล่ะ แถมตอนที่เขาเน้นคำว่า เมีย มันยังจักจี้ในใจแปลก ๆ ยังไงไม่รู้ ‘เพราะคุณส่งเยียร์ไปหาดา มันเป็นเพราะคุณ’ ผมอยากจะตอบเขาแบบนี้แต่เพราะปากไม่ว่างเลยทำได้แค่ขมวดคิ้ว ทิ้งศีรษะพิงไหล่กว้าง คุณเชษฐ์หัวเราะขณะเล็มเลียไปตามกกหูและลำคอ ทุกวินาทีที่ปลายลิ้นนั้นลากผ่าน เหมือนมีกระแสไฟวิ่งช็อตไปทั่วร่างจนเผลอขยับสะโพกเอง น่าอาย น่าอายมาก ๆ “ห้ามละสายตาจากกระจก” คำสั่งของเขาทำให้ผมผงกหัวกลับมาตั้งตรงพร้อมเปลือกตาที่ลืมขึ้น เราสบตากันผ่านกระจกอีกครั้งและรอบนี้ผมใจสั่นหนักเมื่อเห็นเรียวลิ้นสีแดงไล้เลียตามลำคอ ผมหอบหนักและอยากร้องขอเขาให้ปลดปล่อยผมจากตรงนี้ ผมอยากจะปลดปล่อยความต้องการออกมาเต็มทีแล้ว “จริงสิ มีคนปากมากบอกกับเมียฉันสินะว่าฉันส่งเยียร์ไปเปรู ส่งไปอยู่กับลูกสาวฉัน” เขายกยิ้มก่อนรอยยิ้มเย็นเยือกจะส่งผ่านมาให้ผมขนลุกไปทั่วกาย “ปากมากขนาดนี้… คงต้องไล่ออกและเหยียบให้จมดินเลยว่าไหม?” ผมส่ายหัวรัวก่อนเชิดหน้ากัดชายเสื้อแน่นเมื่อฝ่ามือหยาบตะปบลงบนส่วนอ่อนไหวแล้วเค้นคลึงถูมันอย่างหนักหน่วง ผมขยับสะโพกตอบรับสัมผัสแล้วมองเขาผ่านกระจกอย่างอ้อนวอน ผมไม่ไหวแล้ว ผมอยาก…อยากจะปลดปล่อยความต้องการทั้งหมดแล้ว “ฉันไม่ใช่คนใจดี อย่าอ้อนฉันเลยภัทร ฉันต้องลงโทษเด็กดื้ออย่างนายเสียก่อน” แม้จะขัดใจแต่ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากมองฝ่ามือที่ขยำส่วนอ่อนไหวจนมันเริ่มแข็งดันชั้นในลูกไม้ พอมันแข็งแล้วเขาก็ละมือลูบลงมาตรงทางเชื่อมของร่องก้น ผมครางอืออึงเสียงดังแล้วบิดตัวเร่า ๆ บิดไปบิดมากลายเป็นตอนนี้ผมกึงนั่งกึ่งนอนอ้าขาหน้ากระจกแต่ก็โดนคุณเชษฐ์ดึงตัวให้กลับไปนั่งเหมือนเดิม “อือ!” สะดุ้งวาบแล้วแอ่นตัวขึ้นสุดจนเห็นยอดอกที่ชูชันกลาย ๆ ในระยะสายตาแถมยังได้เห็นเรียวนิ้วยาวที่เขี่ยชั้นในให้หลบไปก่อนจะสอดดันเข้ามาในช่องทาง ผมเห็นปากทางที่ตอดนิ้วเขาถี่รัวแล้วเขินอายจนแทบบ้า ผมปล่อยชายเสื้อที่ชุ่มน้ำลายออกแล้วเอี้ยวหน้าหันไปหาเขา อ้าปากเล็กน้อยก่อนเรียวลิ้นของคนด้านหลังจะสอดเข้ามาในปาก เราเกี่ยวกระหวัดลิ้นนัวเนียกันราวกับห่างหายมานานทั้งที่ไม่เลย เสียงจูบเสียงแลกน้ำลายของเราเริ่มดัง น้ำลายเริ่มสอไหลออกตามมุมปาก ผมชอบการจูบที่แสนหยาบโลนนี้มาก มันเหมือนกับกว่าต่างคนต่างกระหายกันและกัน “อือ อึก” ขมวดคิ้วเล็กน้อยยามนิ้วข้างในกระทุ้งจนจุก พอสักพักมันก็เสียววูบวาบแถวท้องน้อยจนจะทนไม่ไหว คุณเชษฐ์ถอนจูบออกแล้วมองหน้าผมด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ ผิดกับผมที่รู้สึกว่าน้ำตามันรื้นขึ้นมาแล้วไหลลงตรงหางตา “นายร้องไห้ทำไม?” “ผมกลัว… กลัวตัวเอง ผมกลัวตัวเองเป็นคนแบบนี้” ผมมองหน้าเขาแล้วหลับตาเอียงศีรษะพิงไหล่กว้าง ตอนมีอะไรกับดาผมรู้สึกว่านั่นดีแล้ว มันดีมาก ๆ ผมให้ดา ดาให้ผม เรามีเซ็กซ์กันบ่อยแต่ก็ป้องกันการท้องก่อนพร้อม ผมว่าแค่นั้นมันก็พอแล้วนะแต่พอมาตอนนี้ ผมรู้เลยว่าที่ทำกับดามันไม่ได้ครึ่งของที่ทำกับคุณเชษฐ์ เขามักมอบอะไรใหม่ ๆ ให้ผมเสมอ “อยู่กับฉันไม่ต้องกลัว ปล่อยตัวปล่อยใจนายให้มากับฉันซะ” น้ำเสียงที่ฟังสบายของเขาช่วยให้ผมผ่อนคลายก่อนร้องเสียงแผ่วเมื่อเรียวนิ้วในตัวดึงออกไป ผมเหลือบสายตามองกระจกก่อนเม้มปากแน่น เห็นช่องทางของตัวเองขมิบถี่รัวเพราะความโล่งแล้ว... หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็คงนึกออกใช่ไหมครับว่านอกจากโต๊ะเครื่องแป้งจะเละแล้ว เตียงก็เละตามพร้อมกับร่างกายผมและเขาหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง ผมกอดเขา เขากอดผม และวันนี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งวันที่ความสัมพันธ์ของผมกับเขาดูจะถลำลึกมากขึ้น ตกดึก ผมสวมเสื้อคลุมสีขาวเดินลงมาข้างล่างแล้วเลี้ยวมาที่ครัว ผมหิวน้ำมาก คอแห้งไปหมดแล้วและยังเจ็บก้นมาก ๆ ด้วย ส่วนคนที่ทำผมเป็นแบบนี้เขากำลังนั่งทำงานอยู่ เราหยุดทำกันเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว ผมนอนพักแล้วเข้าไปอาบน้ำก่อนจะลงมาที่ครัวนี่ ผมรินน้ำใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ผมใช้คอและเสียงไปมากกับการ เอ่อ นั่นแหละ บนเตียงกับเขา แสบคอ คอแห้งหมดแล้ว แล้วก็ช่วงที่ทำกัน ผมได้รับข้อความจากดาแต่คุณเชษฐ์ไม่ให้ผมอ่าน ไม่ให้ตอบ ผมเลยกะว่าจะรอจังหวะที่อยู่คนเดียวก่อนจะได้อ่านและตอบกลับไป ครืด… “ทำงานเสร็จแล้วเหรอ…ครับ” ตัวผมชาวาบยามสบกับนัยน์ตาสีดำที่มองตรงมาที่ผม ใบหน้าเขาเหมือนกับคุณเชษฐ์ไม่มีผิด ตอนได้ยินเสียงลากเก้าอี้ ผมคิดว่าเป็นคุณเชษฐ์ที่ทำงานเสร็จแล้วลงมาหาผมที่ครัว แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่เลย เขาคือ ‘พี่ชณิน’ พี่ชายของภรรยาผม ผมคอแห้งหนักกว่าเดิม ริมฝีปากสั่น ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี พี่ชณินนั่งมองผมด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ก่อนริมฝีปากเขาจะคลี่ยิ้มและยิงคำถามมาหนึ่งคำถามแต่เป็นคำถามที่ทำให้ผมหน้าม้านและอยากจะหายออกไปจากบ้านหลังนี้ “ไม่เหมาทั้งตระกูลเลยล่ะครับน้องเขย?” “พี่…ชณิน” “เห็นแค่หน้าคิดว่าจะไม่ร้าย แต่ไม่คิดเลยนะครับว่าจะรวบหัวน้องสาวและรวบหางพ่อผม ทำไมไม่รวบตัวผมไปด้วยเลยล่ะ จะได้ครบทั้งตระกูล” ถึงแม้เขาจะแทนตัวว่าผม มีหางเสียงว่าครับ แต่ผมรู้สึกเจ็บกว่าคำหยาบคายด้วยซ้ำ พี่ชณินเขายิ้มที่ผมไม่ตอบก่อนเขาจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาหาผม ผมอยากหนีแต่ขาผมมันก้าวไม่ออก ฝ่ามือของพี่ชณินไล้ไปตามแก้มผมแผ่วเบาก่อนเชยคางผมขึ้นเพื่อให้สบตากัน เขาทำให้ผมรู้สึกว่าผมกำลังเจอกับคุณเชษฐ์สมัยหนุ่มอย่างไงอย่างนั้นเลย “รับชายชู้เพิ่มอีกสักคนสิครับน้องเขย ผมรออยู่” ริมฝีปากหนากดลงบนหน้าผากก่อนเขาจะเดินออกจากครัวไป ผมรีบตั้งสติแล้วก้มมองสภาพตัวเองในเสื้อคลุมอาบน้ำ นี่ผม… ผมดูเป็นอีตัวในสายตาเขาขนาดนั้นเลยเหรอครับ?
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม