สวรรค์กำลังเปิดทางให้เขา พระเจ้าน่าจะส่งสารที่เป็นข่าวดี เสน่ห์ในตัวเขายังไม่เสื่อม มันมีอำนาจและอยู่เหนือสตรีทุกคนที่เจฟเฟอร์สันหมายตา แต่เรื่องนี้ยังน่ายินดีน้อยกว่าการที่ดาวดึงส์เปิดเผยความรู้สึกของเธอให้เขารับรู้
“งั้นเรามาขยับความสัมพันธ์กันดีไหม ให้เป็นมากกว่าเจ้านายและลูกน้อง”
เจฟเฟอร์สันมองข้ามศีลธรรม ไม่จำเป็นต้องคิดมาก เขาไม่ใช่ตัวการสร้างความร้าวฉานแทรกกลางให้ดาวดึงส์กับสามีต้องแตกแยก ในเมื่อเธอเองก็เต็มใจที่จะสนุกแบบชั่วครั้งชั่วคราว พอสนองความต้องการให้กันและกันเสร็จ สัมพันธ์ลับ ๆ จะสิ้นสุดหรือคงอยู่ต่อไป เขาจะเป็นผู้กำหนดเอง
ดาวดึงส์ซ่อนรอยยิ้มสมใจไว้ เจฟเฟอร์สันคงล่อหลอกสาว ๆ ด้วยถ้อยคำหวานหู พอถึงคราวที่ต้องเจอกับตัวเอง ทำให้เขาต้องตกเป็นเหยื่อบ้าง
“คุณเจฟเฟอร์สัน” ดาวดึงส์จงใจยิ้มหวานให้เขา เอาชนิดที่ว่าให้ฟันเธอผุไปเลย
“สตาร์ เซย์เยสสักทีเถอะน่า” เจฟเฟอร์สันตาพร่าลาย อยากจูบดาวดึงส์มาก เพื่อชิมรสหวานล้ำจากปากสวยได้รูปสีพีชของเธอ
ความรำคาญทาบทับบนใบหน้าชวนมองของเจฟเฟอร์สัน หมดเวลาที่ดาวดึงส์จะรักษาภาพลักษณ์คุณป้าและเปิดเผยบุคลิกสาวกล้าสุดร้อนแรงออกมาเสียที
“ฉันว่าเราคุยกันคนละเรื่องแล้วค่ะ” ดาวดึงส์แทบจะรอเวลาชี้แจงให้เจฟเฟอร์สันเข้าใจไม่ไหวแล้ว
“ที่ฉันบอกว่าฉันชอบหนุ่มต่างชาติน่ะ ฉันหมายความว่าฉันชอบสตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันทีมลิเวอร์พูลต่างหากล่ะคะ บอกให้คุณรู้ก็ได้ค่ะว่าฉันเป็นแฟนหงส์”
ถ้อยคำบอกกล่าวนั้นไม่ต่างจากระเบิดลูกใหญ่ที่หล่นตูมใส่เจฟเฟอร์สัน อวัยวะทุกชิ้นแหลกสลายเป็นเศษเนื้อ กระดูกถูกบดขยี้ หัวใจถูกขย้ำ
เขาตีความพลาดไป แน่นอนว่าความรู้สึกเสียหน้า เจ็บใจและผิดหวังเล็กน้อย หัวเราะเยาะใส่เขา เมื่อได้รู้ว่าดาวดึงส์เป็นแฟนหงส์แดง ส่วนเขาเป็นสาวกปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
“งั้นก็เปลี่ยนมาคุยเรื่องเดียวกันก็ได้” เจฟเฟอร์สันต้องเอาคืนให้ความเจ็บใจหายไปสักเสี้ยวหนึ่ง
“ช่างบังเอิญเสียเหลือเกินที่ผมกับคุณ เชียร์คนละทีม”
“ก็ไม่ยากเกินเดาว่าคุณคงเป็นเด็กผี” ดาวดึงส์จงใจใช้เสียงให้เป็นแส้สะบัดตามลำตัวของเจฟเฟอร์สัน
“เร็ว ๆ นี้ ปีศาจแดงจะเด็ดปีกหงส์ให้หัก แล้วขย้ำกินให้หนำใจ”
เจฟเฟอร์สันไม่ได้สื่อความถึงการแข่งขันในนัดต่อไประหว่างสองทีมฟุตบอลชื่อดังในเมืองผู้ดี[1] แต่ประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของเขาให้ดาวดึงส์รู้ผ่านถ้อยคำที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ว่าเวลาที่เขาจะเขมือบเธอนั้นใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
ดาวดึงส์ฉลาดพอที่จะตีความได้ว่าเจฟเฟอร์สันส่งสัญญาณเตือน จงระวังตัวไว้ให้ดี เธอมีเวลาไม่มากนักที่จะวิ่งหนีปีศาจถือง่ามที่ตามล่าวิญญาณของเธอ
“เช้า ๆ แบบนี้ อากาศดี อย่าอารมณ์เสียเพราะเรื่องกีฬาที่เรามีความคิดเห็นสวนทางกันเลยนะคะ”
ดาวดึงส์ยิ้มสู้ คิดผิดมหันต์ที่นึกสนุกกึ่งสะใจ ทำให้นายจ้างเสียหน้า ความมั่นใจที่เจฟเฟอร์สันมี คงดิ่งลง จนติดลบไปแล้ว
“ใครว่าล่ะ ผมอารมณ์ดีกว่าทุกวันที่ผ่านมา” มีรอยยิ้มแต้มที่ปาก แต่แววตานิ่งสงบ
“โอเคค่ะ” ดาวดึงส์จะทำเหมือนเชื่อในสิ่งที่เขาบอก
“ฉันขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวเด็ก ๆ คงจะตื่นนอนกันแล้ว ยังไม่ได้ทำอาหารเช้าเลย”
พอดาวดึงส์พูดถึงเด็ก ๆ ทำให้เจฟเฟอร์สันยอมสงบศึก เขายื่นมือมาตรงหน้าเธอ
“งั้นส่งถาดมา ผมจะช่วยถือ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันถือเองดีกว่า” ดาวดึงส์ขยับเท้าเดินไปทางขวา เจฟเฟอร์สันก็ตามมาขวางไว้
“ผมแค่อยากช่วย” เขาดึงถาดแก้วในมือดาวดึงส์ แต่เธอก็ดึงกลับ
คนฉลาดเฉลียวอย่างเขาต้องป้องกันตัวเอง เผื่อระหว่างทางที่เดินกลับไปยังคฤหาสน์ หากเจอคนรถ คนสวนหรือสาวใช้ จะได้ไม่มีใครสงสัยว่าทำไม เจฟเฟอร์สันถึงตื่นแต่เช้า นั่นเป็นเพราะเขาคงจะวิ่งรอบ ๆ สวนและบังเอิญเจอดาวดึงส์ จึงช่วยเธอถือถาดกุหลาบและเดินมาด้วยกัน โดยจะไม่มีใครรู้ นอกจากเขาว่าแท้จริงแล้ว เขาตั้งใจไปหาเธอที่สวนปลูกไม้นานาพันธุ์
ถ้าบรรดาคนงานของเจฟเฟอร์สันจะคิดต่อยอดไปอีกว่าทำไมเขาต้องช่วยดาวดึงส์ถือถาดกุหลาบ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นนายจ้าง ไม่มีความจำเป็นเลยที่ต้องทำแบบนั้น เจฟเฟอร์สันก็คงจะห้ามความคิดใครไม่ได้ แต่ถ้าใครอยากรู้ลึกรู้จริง ก็ให้มาถามกับเขาตรง ๆ เจฟเฟอร์สันจะบอกเหตุผลและจ่ายเงินเดือนล่วงหน้าให้คนคนนั้นสามเดือน จากนั้น ก็เก็บของใช้ส่วนตัวออกไปจากห้องพักของคนงานได้เลย
“ก็ฉันบอกแล้วไงคะว่าไม่เป็นไร” ดาวดึงส์เริ่มมีอารมณ์ ชักโมโหเจฟเฟอร์สันขึ้นมา เธอออกแรงดึงถาดแก้ว แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย
ทั้งคู่ต่างยื้อยุดแย่งกันจะถือถาดแก้วให้ได้ ครั้งสุดท้ายที่เจฟเฟอร์สันดึงสิ่งที่ดาวดึงส์ถือไว้ด้วยแรงผู้ชายที่มากกว่า ทำให้เธอถลาไปตามแรงดึงนั้น
เจฟเฟอร์สันถอยหลังหนึ่งก้าว สองก้าว ยื่นมือข้างขวาคว้าเอวเธอไว้ ส่วนมือข้างที่เหลือจับถาดแก้วไว้แน่น แล้ววางมันลงบนโต๊ะไม้
แม้ดาวดึงส์จะมีน้ำหนักตัวสัมพันธ์กับส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร แต่เจฟเฟอร์สันก็ต้านไม่ไหว เพราะเขายืนได้ไม่มั่นคงนัก จึงล้มลง แรงโน้มถ่วงฉุดให้เขาและเธอล้มลงไปบนสนามหญ้า
ดาวดึงส์จะไม่ผวา เบิกตาโพลง ถ้าปากของเธอไม่ผนึกสนิทกับปากเจฟเฟอร์สัน เพราะความดื้อดึงของเขา ทำให้เกิดเรื่องจนได้
ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าเหตุการณ์จะลงเอยแบบนี้ แน่นอนว่ามันส่งผลดีต่อเจฟเฟอร์สัน ซึ่งดาวดึงส์ก็รับผลเสียไปเต็ม ๆ
เขาอยากจูบเธอใจจะขาด วินาทีนี้ ก็สมใจหมายแล้ว เจฟเฟอร์สันไม่ปล่อยให้โอกาสติดปีก แล้วโบยบินหนีเขาไป คาสโนวาคร่าเซ็กซ์ ผู้เจนจัดประสบการณ์สวาทก็เริ่มต้นแสดงศักยภาพในตัวทันที
ความเร่าร้อนแน่นลงไปในรสจูบแสนจะดุดันนั้น เจฟเฟอร์สันสะบัดปลายลิ้นเล็มเลียรอบปากของดาวดึงส์ที่ฉาบไว้ด้วยความหวานฉ่ำ นี่แค่เฉพาะภายนอกรอบปากเท่านั้น คงไม่ต้องเดาให้ปวดหัวและเชื่อมั่นได้เลยว่าภายในนั้นย่อมมีรสชาติไม่ต่างกัน
ดาวดึงส์ไร้สติไปชั่วขณะ อาการเหมือนคนช็อก ความรู้สึกเสียวแปลบกระจายไปทั่วทั้งตัว เธออยากจะทุบตีเขาที่ฉวยโอกาส แต่ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงหายไปไหน มืออ่อนปวกเปียก ปล่อยให้เจฟเฟอร์สันพลิกพลิ้วลิ้นหลอกล่อ จนสามารถบุกเข้าไปชิมความหวานภายในโพรงปากได้สำเร็จ
จุมพิตที่แสนจะดุดัน ก็แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานตามแรงอารมณ์
เจฟเฟอร์สันยกมือลูบเอวคอดและสะโพกกลมกลึง ได้จูบดาวดึงส์สมใจแล้ว ต่อไปก็ต้องถลกชายกระโปรงเธอขึ้น แล้วกระชากกางเกงชั้นในออกไป เพื่อดับไฟปรารถนาให้มอดลง
ถ้าดาวดึงส์ไม่มีลูกชาย เจฟเฟอร์สันก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าเธอเป็นสาวพรหมจรรย์ เพราะจูบระดับอนุบาลนี้เป็นเครื่องการันตี เธอตอบสนองเขาอย่างไม่ประสาตามความต้องการที่ถูกเขาบีบเค้นด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่เหนือกว่า
“อื้อ”
เสียงครางดังจากปากของดาวดึงส์ ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เจฟเฟอร์สันทำภารกิจที่สองให้สำเร็จ
“สตาร์”
จังหวะที่เขากำลังจะดึงชายกระโปรงเธอขึ้นนั้น ทั้งคู่ต่างแว่วได้ยินเสียงเรียกชื่อดาวดึงส์เป็นภาษาอังกฤษ เสียงนั้นราวกับจะควบคุมสถานการณ์ระหว่างเขาและเธอไว้ไม่ให้บานปลายมากไปกว่านี้
ดาวดึงส์กระชากสติที่กำลังจะลอยไปไกลไว้ได้ทัน
เจฟเฟอร์สันรู้สึกเสียดาย พระเจ้าเมตตาเขาเพียงแค่นี้ แต่ก่อนที่ดาวดึงส์จะลุกขึ้นอย่างรีบร้อนนั้น เขากอดเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ ราวกับจะใช้ทุกวินาทีที่ร่างกายของเขาและเธอได้สัมผัสกันอย่างแนบชิดให้คุ้มค่า
“เป็นไงบ้าง รสจูบของผม” เจฟเฟอร์สันดูมั่นใจมากว่าดาวดึงส์จะต้องชอบ แต่ก็ยังอยากถาม เพื่อให้ได้ยินจากปากเธอเอง
“ไม่เอาไหนที่สุด อย่างห่วย” ดาวดึงส์เน้นย้ำชัดเจนกับสองคำที่พูดออกไปตรงข้ามกับความรู้สึกในใจ
เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเสียงเรียกคุ้นหูของนิโคลดังใกล้เข้ามา นิโคลคงเห็นว่าเธอไม่กลับเข้าครัวเสียที จึงออกมาตาม
เสียหน้าและหน้าเสีย
เจฟเฟอร์สันรู้สึกแบบนี้จริง ๆ ผู้หญิงคนนี้อวดดี ดื้อดึง น่าจะจับเธอนอนคว่ำบนตัก แล้วฝากรอยนิ้วมือไว้บนก้นสวย ๆ ของเธอ ก่อนที่ดาวดึงส์จะวิ่งไปพร้อมกับถาดแก้ว เจฟเฟอร์สันก็ดีดตัวลุกขึ้นมายืนดักไว้
“แล้วผมจะทำให้คุณเปลี่ยนคำพูดให้ได้” เขาบอกด้วยสีหน้าหมายมาด
“ผัวเผลอ แล้วเจอกันนะ” เจฟเฟอร์สันโน้มตัวมากระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่สื่อให้รู้ว่าเขา
ดาวดึงส์อยากจะเอาถาดแก้วฟาดใส่ปากเขาให้เลือดไหล ฟันร่วงหมดทุกซี่ คราวนี้ คงไม่มีเทพบุตรสุดหล่อให้สาว ๆ กรี๊ดอีกแล้ว
สิ่งที่เจฟเฟอร์สันพูดมานั้น ทำให้ดาวดึงส์มีเกราะป้องกันภัยเสริมความแข็งแกร่งอีกชั้นหนึ่ง แม้เขาจะใช้กระสุนแห่งเสน่ห์ยิงทะลุเข้ามา แต่เธอจะไม่ได้รับอันตรายใด ๆ ดาวดึงส์คาดหวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้นไปตลอด
“ผัวของฉันดุมาก แล้วเขาก็หวงฉันมากด้วย ถ้าคุณยังทำรุ่มร่ามกับฉันอีก ฉันจะบอกให้เขามาอัดคุณให้น่วมเลย” เธอจงใจพูดเสริมสิ่งที่บิดเบือนไปจากความจริง ย้ำให้เขาเข้าใจแบบผิด ๆ นั่นละ มันจะส่งผลดีต่อเขาและเธอ เพื่อจะได้ไม่ก้าวล้ำเส้นความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้
เจฟเฟอร์สันยักไหล่อย่างไม่สนและไม่กลัว เขาก็อยากเจอสามีของดาวดึงส์เหมือนกัน อยากรู้นักว่าผู้ชายหน้าตาประมาณไหนที่ได้ตัวและหัวใจเธอไปครอง
จู่ ๆ เขาก็หงุดหงิดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ หนุ่มหล่อโพรไฟล์ดีอย่างเขาดันอยากใกล้ชิดคนมีเจ้าของ
เจฟเฟอร์สันอยากจะคว้าดาวดึงส์มาจูบให้หายหงุดหงิด ทันทีที่เห็นปากเธอบวมแดง เพราะเขาปล่อยพิษไว้และมันเริ่มออกฤทธิ์ แต่เจฟเฟอร์สันก็ข่มความต้องการไว้ แล้ววิ่งไปอย่างรวดเร็ว ไม่เห็นแม้แต่เงา
พอนิโคลเดินมาถึงในสวน เธอก็เข้าใจแล้วว่าเจฟเฟอร์สันไม่อยากเป็นจุดสนใจให้นิโคลสงสัยนั่นเอง
“เธอมาตัดกุหลาบนานเกินไปแล้ว ฉันเป็นห่วงแทบแย่ คิดไปว่าเธออาจสะดุดขาตัวเองล้มลง จนเท้าแพลง แล้วลุกขึ้นเดินไม่ได้ ก็เลยรีบตามมาดู” นิโคลเป่าปากอย่างโล่งอก เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานยังปกติดีทุกอย่าง
“ขอโทษนะจ๊ะที่ทำให้เธอต้องเป็นห่วง” ดาวดึงส์หน้าเจื่อนลง
“ฉันเดินดูต้นไม้ในสวนเพลินไปหน่อย”
นิโคลพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“งั้นก็รีบกลับไปกันเถอะ เธอต้องทำอาหารเช้าเตรียมไว้ให้คุณหนู และต้องไปดูแลคุณหนูหลังตื่นนอนอีก ขืนชักช้า เดี๋ยวจะไม่ทันนะ”
“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ ฉันจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามกำหนดเวลา” ดาวดึงส์รับคำแล้วเร่งฝีเท้าเดินกลับเข้าครัว
“สตาร์ ทำไม ปากเธอบวมและแดงแบบนั้นล่ะ”
เพราะความช่างสังเกตของนิโคล ทำให้ดาวดึงส์ต้องชะงักเท้า หยุดเดินแทบจะทันที
นิโคลเพ่งสายตามองปากของดาวดึงส์ เพื่อหาสาเหตุ
ดาวดึงส์ยกมือแตะปากเบา ๆ แม้อยากจะถูแรง ๆ ให้รอยจูบนั้นหายไป แต่เธอน่าจะทำได้ เมื่ออยู่ตามลำพัง ตอนนี้ ดาวดึงส์ไม่อยากถูกนิโคลซักฟอกจนขาวสะอาด
“ฉันคงดื่มน้ำน้อยเกินไป ระบบภายในมันก็เลยรวน ๆ แต่เธอไม่ต้องห่วงหรอกนะจ๊ะ ฉันไม่เป็นอะไรมาก เดี๋ยวดื่มน้ำสักลิตร ก็คงจะดีขึ้น”
ดาวดึงส์โป้ปดได้ดี ไม่มีพิรุธจนนิโคลไม่ติดใจอะไรอีก แล้วจึงเร่งฝีเท้าไปที่ห้องครัว
……
[1] เมืองผู้ดี คือสมญานามของประเทศอังกฤษ