ฝึกรักฝึกสวาท 2

1722 คำ
กานดาถูกรวบตัวเข้าไปกอดจากคนด้านหลังที่เดินตามมา หญิงสาวดิ้นรนขัดขืนและพยายามหดคอหนีเมื่ออีกฝ่ายก้มหน้าลงซุกไซ้ที่ลำคอของเธอ “ฮื้อ...ปล่อยนะ อย่าทำแบบนี้นะครูใหญ่ ปล่อยสิ ถ้าไม่ปล่อยฉันจะร้องให้คนช่วยนะคะ” เธอว่าพลางแกะแขนเขาออกจากเอวแต่ไม่สำเร็จ “เย็นป่านนี้แล้วไม่มีใครได้ยินหรอก เธอก็รู้นี่” “อย่านะ ฮื้อๆๆ” กานดาร้องอู้อี้ด้วยความโมโหเมื่อถูกครูใหญ่จูบบดปากอย่างแรงจนเจ็บ หญิงสาวพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดกำลังทว่าแรงหญิงหรือจะสู้แรงชายได้ เพียงแค่เขากอดรัดไว้แน่นเธอก็แทบกระดิกตัวไม่ได้แล้ว สุดท้ายก็เหนื่อยอ่อนจนยอมปล่อยให้เขากอดจูบได้ตามใจ ณรงค์เดชครางอยู่ในลำคออย่างพอใจที่ครูสาวเริ่มจุมพิตตอบกลับมา ชายหนุ่มจูบหญิงสาวอย่างดูดดื่มระคนเร่าร้อน อ้อมแขนที่รัดแน่นเริ่มคลายออก จากนั้นฝ่ามือหนาก็ลูบไล้ไปตามร่างบางอย่างย่ามใจ ก่อนจะรูดซิปกระโปรงทรงเอสีดำยาวเทียมเข่าของเธอออก หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยกระดุมเสื้อด้านบน เพียงไม่กี่นาทีกานดาก็ถูกปลดเสื้อผ้าออกจนหมด เหลือเพียงชั้นในทั้งสองชิ้นอยู่บนกายเท่านั้น ความเย็นของแอร์ทำให้หญิงสาวรู้สึกตัว ทว่าก็ไม่อาจต้านทานความรัญจวนได้ไหวอีกแล้ว ดังนั้นเมื่อถูกผลักให้นอนลงบนโซฟานุ่ม เธอก็นอนตัวอ่อนระทวยไร้แรงขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น ณรงค์เดชแลบลิ้นเลียปากตัวเองยามจ้องมองเรือนร่างงาม ความกระสันอยากอัดแน่นอยู่ในกายจนทำเขาปวดร้าวไปหมด ครูใหญ่จึงรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว ซึ่งทันทีที่กางเกงในถูกถอดออกท่อนลำอวบใหญ่ที่พร้อมรบแล้วก็ชี้โด่อวดสายตาทันที กานดาจ้องมันเขม็งแล้วเผลอตัวแลบลิ้นเลียปากตัวเอง ร่องสาวที่ร้อนผ่าวเริ่มขมิบเป็นจังหวะ ขับน้ำหวานออกมาจนเปียกกางเกงในเนื้อบาง ณรงค์เดชมองปฏิกิริยาของหญิงสาวออกจึงหัวเราะเบาๆ แล้วทรุดตัวลงนั่งกลางหว่างขาของเธอ จากนั้นก็จัดการถอดชุดชั้นในของเธอทั้งสองชิ้นออกไป ครูใหญ่จ้องกลีบกุหลาบงามตาวาววับ พลางควักแก่นกายของตัวเองมาชักรูดไปด้วย จากนั้นก็จ่อมันเข้าที่ร่องสาวเตรียมดันเข้าสู่ความหฤหรรษ์ แต่แล้วคนนอนอ่อนระทวยอยู่กลับเอื้อมมือมาปิดทางเอาไว้ “อย่าค่ะ มันไม่ถูกต้อง” “อย่าฝืนตัวเองเลยครูดา ครูต้องการมันจะแย่อยู่แล้ว ถึงได้เปียกแฉะขนาดนี้” เขาปัดมือเธอออกไป “ไม่...อ๊า...” กานดาร้องคราง เนื้อตัวสั่นระริกเมื่อครูใหญ่สอดเสียบท่อนลำใส่ร่องสวาทของเธอในคราวเดียวจนหมด “อูยยยย ซี้ดดดด” ณรงค์เดชครางกระเส่าด้วยความเสียวซ่าน เมื่อถูกร่องสาวตอดรัดอย่างหนักหน่วงจนเขาต้องหยุดนิ่งทั้งที่ใจอยากกระแทกให้สะใจเหลือเกิน “อ๊า...ฮื้อ...” กานดาขยับสะโพกไปมาเมื่อถูกความซ่านเสียวเข้าเล่นงานอย่างหนัก เนื้อตัวเธอร้อนผ่าว ยอดอกแข็งเป็นไตล่อตาล่อใจจนหนุ่มใหญ่ต้องก้มหน้าลงไปแลบลิ้นเลียเล่น ทำเอาหญิงสาวครางลั่นห้องและแอ่นแผ่นหลังขึ้นเหมือนอยากป้อนนมให้เขากิน “ซี้ดดดด เสียวดีเหลือเกิน ทั้งแน่นทั้งตอดเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะที่รัก” ครูใหญ่พึมพำชิดยอดอกแล้วเริ่มขยับสะโพกส่ายวนไปมา ก่อนจะกระแทกใส่กายสาวเบาๆ จนเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์พิศวาสนำพา “อ๊าๆ” หญิงสาวร้องครวญครางเสียงแหบเสียงแห้ง ใบหน้างามบิดเบี้ยวด้วยความรัญจวน ครูสาวตวัดแขนขึ้นโอบลำคอครูใหญ่เอาไว้ แล้วยกสะโพกสวนรับแรงกระแทกจากเขาอย่างรู้จังหวะกันดี ทั้งสองโยกใส่กันอย่างเมามัน หยาดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามเนื้อตัวทั้งที่แอร์ในห้องก็เย็นฉ่ำ “โอ้ววววว/อ๊ายยยยย” ทั้งคู่เปล่งเสียงร้องออกมาพร้อมกันด้วยความสุขสม หลังจากพากันไปสู่จุดหมายปลายทางพิศวาสได้สำเร็จ ณรงค์เดชหอบหายใจแรง ก่อนซบกายลงนอนทาบทับร่างบางที่นอนหอบหายใจแรงไม่แพ้กัน ทั้งสองนอนกอดกันอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าอิ่มสุข จนเวลาผ่านไปหลายนาทีกานดาก็ผลักร่างสูงออกไป “ลุกเถอะค่ะ ฉันต้องกลับบ้านแล้ว” “คุณยังไม่หายโกรธผมอีกเหรอที่รัก” ครูใหญ่ยอมลุกห่างแต่ไม่ยอมปล่อยให้กลับ เขาดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้แนบอก แล้วก้มลงจุมพิตหน้าผากมนที่ชื้นเหงื่ออย่างง้องอน “ครูใหญ่เรียกผิดแล้วค่ะ ที่รักของครูใหญ่อยู่ที่บ้านต่างหาก” “โธ่...อย่าประชดประชันกันนักเลย คุณก็รู้ว่าผมรักคุณและต้องการอยู่กับคุณคนเดียวเท่านั้น” “รักแบบที่ต้องการเก็บไว้เป็นนางบำเรอใช่ไหมคะ คุณถึงได้ไม่ยอมหย่าจากเมียคุณเสียที” กานดาพูดเสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บช้ำ เธอผิดเองที่ปล่อยใจปล่อยตัวไปกับคนมีเจ้าของแล้ว ถึงได้ต้องมาน้ำตาตกทุกข์ทรมานใจอยู่แบบนี้ “มีเหตุผลหน่อยสิที่รัก ทำไมผมจะไม่อยากหย่าล่ะ ถ้าผมไม่อยากหย่ากับภรรยาผมจะมายุ่งกับคุณทำไมกัน แต่ที่ผมกับเขายังหย่าขาดจากกันตอนนี้ไม่ได้เพราะเรายังไม่ได้บอกลูกๆ แล้วก็ต้องคุยกันเรื่องแบ่งทรัพย์สินต่างๆ อีก ให้เวลาผมหน่อยเถอะนะที่รัก คุณก็รู้ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน” ณรงค์เดชออดอ้อนขอความเห็นใจ เขากอดและจูบไหล่เปลือยอย่างอ่อนโยน ซึ่งการกระทำของเขาทำให้กานดาใจอ่อนจนได้ อีกแล้ว...เธอแพ้ให้เขาอีกแล้ว เพราะความรักเพียงอย่างเดียวเท่านั้นจริงๆ ถึงทำให้เธอมาอยู่ในจุดนี้ได้ ใช่...เธอกับครูใหญ่เป็นชู้กันมาเกือบเดือนแล้ว หญิงสาวนึกถึงวันที่ตกหลุมรักผู้ชายใจดีแสนอบอุ่นคนนี้ วันนั้นเกิดอุบัติเหตุขึ้นหลังจากที่เธอเข้ามาเป็นครูฝึกสอนที่โรงเรียนนี้ได้แค่สองอาทิตย์ ด้วยความที่ไม่ระวังตัวจึงถูกเด็กนักเรียนที่วิ่งเล่นตามระเบียงหน้าห้องชนเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้เธอล้มตกบันไดจนข้อเท้าแพลง โชคดีที่อาคารเรียนไม่ได้ยกสูงมากนัก บันไดจึงมีเพียงแค่ไม่กี่ขั้นเท่านั้น ครูใหญ่เดินผ่านมาพอดีจึงอุ้มเธอไปทำแผลที่ห้องทำงานของเขา ความอ่อนโยนตอนที่เขาทำแผลให้ประทับใจเธอยิ่งนัก แต่ตอนนั้นเธอก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยเพราะรู้ว่าเขามีครอบครัวแล้ว จนกระทั่งมีหลายเหตุการณ์ทำให้เธอกับเขาได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เขาพาเธอไปส่งบ้าน พาไปทานข้าวบ้างและปรับทุกข์เรื่องในครอบครัวให้เธอฟัง จนเธอได้รู้ว่าเขามีปัญหากับภรรยาและคิดจะหย่าขาดกัน กานดายอมรับว่าขณะนั้นแอบมีหวังนิดๆ อยู่บ้าง ณรงค์เดชไม่ใช่ผู้ชายแย่อะไรตรงกันข้ามเขาออกจะเพอร์เฟกต์ด้วยซ้ำไป แม้จะอายุสี่สิบกว่าแล้วก็ตามทว่าเขากลับยังดูหนุ่มกว่าอายุจริงมากนัก รูปร่างก็กำยำสูงใหญ่ ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองลงพุงเหมือนคนมีอายุส่วนใหญ่ หน้าตารึก็จัดว่าดีคนหนึ่ง แต่ที่ทำให้ครูฝึกสอนผู้ห่างไกลบ้านเกิดอย่างเธอหลงรักได้คือนิสัยใจคอของเขา ความมีน้ำใจที่ชอบช่วยเหลือเผื่อแผ่คนอื่นเสมอ ความอ่อนโยนแสนอบอุ่นที่ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งยามใกล้ชิดกัน มันทำให้เธอตกหลุมรักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น และยอมตกเป็นของเขาในคืนฝนพรำที่บ้านเช่าหลังเล็กของเธอ ความรักบวกกับอารมณ์พาไปทำให้ความยับยั้งชั่งใจของเธอหมดลง ยิ่งได้สัมผัสเนื้อตัวและได้ลิ้มลองบทรักแสนหวานจากเขา อารมณ์เธอก็ยิ่งเตลิดจนไม่อาจกู้กลับมาได้อีก สุดท้ายเธอก็ต้องกลายเป็นชู้รักของเขาในที่สุด “ดาก็รักคุณค่ะ รักมาก รักจนหมดหัวใจถึงได้ยอมเป็นเมียน้อยคุณอยู่ทุกวันนี้” หลังจากหายโกรธแล้วหญิงสาวก็กลับมาพูดจาสนิทสนมด้วยเหมือนเดิม ซึ่งชายหนุ่มรับรู้ได้จึงยิ้มหวานให้แล้วเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากัน “ผมก็รักคุณมากเหมือนกันดา อดทนหน่อยนะ ขอเวลาให้ผมจัดการเรื่องครอบครัวให้เรียบร้อยก่อนแล้วเราจะแต่งงานกันทันที” “จริงๆ นะคะ” “จริงสิจ๊ะ ถ้าดาไม่เชื่อก็ลองจับดูสิ” แทนที่เขาจะจับมือเธอไปจับตรงตำแหน่งหัวใจของเขา แต่กลับจับมือเธอไปวางลงบนแก่นกายที่เริ่มแข็งขึ้นมาอีกแล้วของเขาแทนเสียอย่างนั้น “บ้า” เธอชักมือหนีแล้วทุบอกกว้างไปทีหนึ่ง เขาหัวเราะร่าแล้วจับใบหน้างามมาจูบปากหนักๆ เสียนานจนเธอต้องร้องประท้วง “พอแล้ว ดาหายใจไม่ออกแล้วค่ะ” “ดาจ๋า...ขออีกรอบนะคนดี” ขอแล้วก็ดันร่างบางลงนอนทันที “แต่มืดแล้วนะคะ” “แล้วไงล่ะ เมื่อก่อนเราอยู่กันดึกดื่นกว่านี้อีก” ณรงค์เดชไม่สนใจอะไรอีกนอกจากเรือนร่างหอมหวานของชู้รักสุดสวาท ชายหนุ่มลูบไล้และบีบขยำกายสาวเพื่อปลุกเร้าอารมณ์เธออีกครั้ง ซึ่งเพียงไม่กี่นาทีหญิงสาวก็พร้อมพรักสำหรับเขาแล้ว “อ๊า...ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งคุณก็ยังคับแน่นสำหรับผมเสมอเลย อูยยยยเสียวชะมัด” เขาครางลั่นห้องพร้อมกับโยกกายอยู่เหนือร่างบาง “โอ้ววววว ขอลึกกว่านี้ค่ะ” “ได้เลยที่รัก” จากนั้นศึกรักศึกสวาทระหว่างทั้งสองก็ดำเนินต่ออย่างร้อนแรงและเมามัน จนกระทั่งเสร็จสมอิ่มเอมกายและใจแล้วก็พากันกลับบ้านไป
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม