ฝึกรักฝึกสวาท 4

1419 คำ
ก๊อก...ก๊อก... “ครูใหญ่...” กานดาหน้าซีดเผือด หัวใจเต้นแรง ความสุขแสนหวานที่ได้รับเมื่อครู่นี้จางหายไปในพริบตา “ชู่วววว ล็อกประตูหรือเปล่า” ณรงค์เดชถาม สีหน้าไม่ได้แตกต่างไปจากชู้รักสาวเลยสักนิดเดียว แล้วยิ่งได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าจากเธอด้วยแล้ว ใจเขาก็แทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยทีเดียว ก๊อก...ก๊อก... “ครูใหญ่คะ” ช่อผกานั่นเองที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง ณรงค์เดชกับกานดารีบแยกออกจากกัน ทั้งคู่เร่งแต่งตัวให้เรียบร้อย ขณะสำรวจเสื้อผ้าและผมเผ้าของตัวเองกันนั้น ชายหนุ่มก็ตะโกนออกไปด้วยว่า “สักครู่นะครับครูผกา” แล้วหันมาถามครูสาวชู้รักตัวเองว่า “ผมแต่งตัวเรียบร้อยดีไหม” “ค่ะ แต่เดี๋ยวค่ะ หน้าครูเลอะลิปสติกนิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดลิปสติกตรงมุมปากให้เขา ก่อนจะหยิบกระจกในกระเป๋าขึ้นมาส่องหน้าตัวเองด้วย เธอเช็ดลิปสติกที่เปื้อนหน้าออกแล้วจัดการทาปากใหม่ให้เรียบร้อย ซึ่งทุกอย่างทำอย่างรวดเร็วเนื่องจากไม่อยากให้คนด้านนอกสงสัยมากนัก “เรียบร้อยหรือยังที่รัก เดี๋ยวผมจะไปนั่งที่เก้าอี้นะ ส่วนคุณก็เดินไปเปิดประตูแล้วไปสอนต่อได้เลย” “ค่ะ ทั้งสองแยกย้ายกันและทำท่าทีให้เป็นปกติที่สุด ทั้งที่ภายในใจนั้นหวาดหวั่นไม่น้อย กานดาเปิดประตูห้องออกแล้วส่งยิ้มให้ครูสาวรุ่นพี่ “เชิญค่ะพี่ผกา” “อ้าว ครูดายังอยู่เหรอ” ช่อผกาแสดงสีหน้าประหลาดใจที่อีกฝ่ายยังอยู่ในห้อง “ค่ะ พอดีครูใหญ่แนะนำเรื่องการสอนน่ะค่ะ” “อ๋อ...ครูใหญ่นี่เอ็นดูครูดาจังเลยเนอะ โชคดีแล้วล่ะ เผลอๆ ครูใหญ่อาจช่วยให้ครูดาบรรจุครูที่นี่ได้” “ค่ะ ดาก็หวังอย่างนั้น นี่ก็ใกล้ได้เวลาเข้าสอนแล้ว ดาขอตัวก่อนนะคะ” กานดาเอ่ยขอตัวแล้วเดินจากไป พอออกมาได้หญิงสาวก็ถอนใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะรีบเดินไปที่ห้องพักครูเพื่อจัดเตรียมการสอนที่จะถึงในอีกไม่กี่นาทีนี้ สองอาทิตย์ผ่านไป วันนี้เป็นวันหยุดกานดาจึงเลือกที่จะเข้ามาเที่ยวในตัวจังหวัดแทนที่จะอยู่บ้านเช่าเหมือนเช่นเคย เนื่องจากวันนี้ณรงค์เดชไม่มาหา เพราะเขาติดธุระกับครอบครัว หญิงสาวเดินดูของในห้างสรรพสินค้าไปเรื่อยๆ จนเมื่อถึงเวลาทานอาหารกลางวันเธอจึงขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสำหรับร้านอาหาร กานดาเดินดูร้านต่างๆ ก่อนจะหยุดชะงักที่หน้าร้านปิ้งย่างชื่อดังร้านหนึ่ง หญิงสาวยืนมองภาพครอบครัวหนึ่งผ่านกระจกใสที่นั่งทานอยู่ด้านในร้านด้วยสายตาเจ็บปวด ที่แท้ธุระของณรงค์เดชกับครอบครัวก็คือการมาเที่ยวกันนี่เอง ครูสาวยืนแอบมองภาพบาดตาบาดใจน้ำตาคลอ เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์แต่ก็อดเสียใจไม่ได้อยู่ดี ภาพหัวเราะของสามคนพ่อแม่ลูกดูมีความสุข จนไม่น่าเชื่อว่ากำลังจะหย่าขาดจากกันเลย เขาโกหกเธอใช่ไหม ความจริงเขาไม่ได้คิดจะหย่ากับภรรยาหรอก เขาแค่พูดเพื่อให้เธอตายใจและยอมมอบตัวมอบใจให้กับเขาต่างหาก กานดาร้องไห้ออกมา ก่อนจะรีบหลบเมื่อคนทั้งสามเดินออกมาจากร้าน หญิงสาวเดินตามไปห่างๆ จนรู้ว่าทั้งสามไปดูหนังด้วยกันต่อ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาณรงค์เดช เขาหยิบออกมาดูแต่กลับกดตัดสายเธอทิ้ง ครูสาวกำโทรศัพท์มือถือแน่นด้วยความโมโห ก่อนจะตัดใจหันหลังให้แล้วเดินลิ่วๆ จากไปทว่าความที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาเดินจึงทำให้เดินไปชนคนอื่นเข้า “อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ อ้าว...ครูดานั่นเอง” ครูนัดทักทายด้วยความดีใจ กานดารีบเช็ดน้ำตาลวกๆ แล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เพื่อนร่วมงาน “อ้าว...ครูนัดนั่นเอง มาเที่ยวเหรอคะ” “ครับ ผมมาดูหนัง” แวบหนึ่งหญิงสาวคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงเดินเข้าไปควงแขนครูหนุ่มเอาไว้ แล้วเอ่ยชักชวนว่า “พอดีเลย ดาอยากดูหนัง งั้นเราไปดูด้วยกันนะคะ” “เอ่อ...แต่ว่า...” ครูนัดอ้ำอึ้งเพราะได้นัดสาวเอาไว้แล้ว และปฏิเสธไม่ทันเพราะพอพูดจบครูสาวก็ดึงตัวเขาเดินลิ่วๆ ไปที่โรงหนังทันที “อุ๊ย...บังเอิญจังเลยนะคะ เจอครูใหญ่กับครอบครัวด้วย มาดูหนังกันเหรอคะ” กานดาเอ่ยทักด้วยหน้าตาแจ่มใส ณรงค์เดชสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เนื่องจากไม่คิดว่าจะได้เจอชู้รักที่นี่ “สวัสดีครับครูใหญ่ พาครอบครัวมาดูหนังกันเหรอครับ” ครูนัดเอ่ยทักทาย “ครับ” ณรงค์เดชตอบยิ้มๆ ทว่าสายตาไม่ได้ยิ้มตามไปด้วยเพราะรู้สึกไม่พอใจที่เห็นชู้รักกับครูในโรงเรียนมาเที่ยวด้วยกัน แถมยังควงแขนกันหน้าชื่นตาบานอีก ครูใหญ่ส่งคำถามทางสายตาให้กานดา แต่กลับถูกเธอเมินหน้าหนียิ่งทำให้เขาอารมณ์เสียมากขึ้นทว่าก็ต้องข่มใจเอาไว้ “คุณคะ ถึงเวลาแล้วค่ะ” ภรรยาของครูใหญ่เอ่ยเตือน “ผมขอตัวก่อนนะ” ณรงค์เดชบอกเสียงขุ่นนิดๆ “ครับ ดูหนังกันให้สนุกนะครับ” ครูนัดบอก กานดายืนมองครอบครัวครูใหญ่เดินเข้าโรงหนังไปอย่างช้ำใจ เมื่อลับร่างชู้รักแล้วหญิงสาวก็ดึงแขนออกจากแขนครูนัด แล้วเอ่ยกับเขาว่า “ดาเปลี่ยนใจแล้วค่ะ ดาขอตัวกลับก่อนนะคะ ขอโทษด้วย” “อ้าว...ครูดา อะไรวะ” ครูหนุ่มเกาหัวแกรกๆ ยืนมองครูสาวที่เดินจากไปอย่างไม่เข้าใจ แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกันที่เป็นแบบนี้ เขาจะได้ไม่เสียนัดสาวที่หมายตาเอาไว้ ตกกลางคืนขณะที่กานดาเตรียมจะเข้านอน ประตูบ้านก็ถูกเคาะหนักๆ อยู่หลายครั้ง ตอนแรกหญิงสาวกลัวแต่พอได้ยินเสียงร้องเรียกก็เปลี่ยนเป็นความโกรธเข้ามาแทน “มาทำไมคะครูใหญ่ บ้านของครูไม่ได้อยู่ที่นี่นะคะ” เธอเปิดประตูบ้านให้แล้วถามเสียงห้วน ใบหน้างามบูดบึ้ง ท่าทางบ่งบอกว่าไม่อยากต้อนรับเต็มที่ แต่ณรงค์เดชก็ไม่สนใจเพราะกำลังอารมณ์ไม่ดีเช่นกัน เขาเดินเข้าบ้านมาและไม่ลืมที่จะปิดประตูกดล็อกบ้านด้วย “ทำไมเมื่อบ่ายถึงไปดูหนังกับครูนัดได้” ชายหนุ่มยกมือขึ้นเท้าสะเอวถามอย่างเอาเรื่อง หลังจากเดินมาหยุดยืนที่กลางบ้านแล้ว บ้านเช่าหลังนี้ไม่ใหญ่นัก มีแค่ห้องโถงใหญ่ ห้องนอนหนึ่งห้อง ห้องน้ำด้านนอกและห้องครัวเล็กๆ เท่านั้น “ก็นัดกันสิคะ” เธอพูดปด เชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทายจึงยิ่งเพิ่มความโมโหหึงให้แก่ครูใหญ่มากขึ้น เขาจึงปรี่เข้ามาจับไหล่เธอไว้ทั้งสองข้าง บีบแน่นและเขย่าจนเธอหัวสั่นหัวคลอน “หมายความว่าเธอกับมันแอบคบชู้กันงั้นเหรอ” “อย่ามาพูดแบบนี้นะ” กานดาผลักอกกว้างเต็มแรงจนอีกฝ่ายก้าวถอยหลังไปสองก้าว “จะเรียกว่าชู้ได้ยังไงในเมื่อฉันกับคุณไม่ได้เป็นอะไรกัน” “กานดา!” ณรงค์เดชตะคอกใส่ “แล้วไอ้ที่เรานอนเอากันแทบทุกคืนนี่มันเรียกว่าอะไรฮะ” “นั่นสิ มันเรียกว่าอะไร ทั้งที่คุณก็มีเมียของคุณอยู่แล้ว แล้วฉันล่ะ ฉันเป็นอะไรสำหรับคุณ” เธอถามทั้งน้ำตา แววตาเต็มไปด้วยความเสียใจ ซึ่งมันทำให้ณรงค์เดชคลายความโกรธลงไปเกือบครึ่ง ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่แล้วเอ่ยว่า “กานดา...ผมรักคุณนะ สำหรับผมแล้วคุณคือเมียที่ผมคิดจะร่วมชีวิตด้วยต่อไปในอนาคต” “แล้วเมียคุณล่ะคะ วันนี้ฉันเห็นคุณกับเขาก็รักกันดีนี่ ฉันชักไม่แน่ใจในคำสัญญาของคุณแล้ว ฉันไม่รู้ว่าฉันถูกหลอกให้ความหวังอยู่หรือเปล่า” หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้น ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นอย่างคนสิ้นหวัง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม