“จะเอายังไงดีคะพี่ไพร บริษัทของเราหุ้นตกแล้วนะพี่”
“เป็นเพราะข่าวฉาวของยัยไอคนเดียวเลยจริงๆ เป็นไงล่ะคุณหญิง! ลูกสาวที่คุณตามใจได้ทำเรื่องงามหน้าไม่พอมันยังทำให้บริษัทของครอบครัวพังพินาศอีก” ไพรวงษ์หันไปต่อว่าภรรยาอย่างเหลืออด
บริษัทที่สร้างมากับมือกำลังจะพังทลายลงเพราะลูกสาวคนเดียวของตัวเอง เรียนจบมาแทนที่จะมาช่วยบริหารงานที่บ้านแต่ไอรดากลับมัวแต่ไปใช้ชีวิตตามใจจนเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นมา
“ฉันขอโทษค่ะคุณพี่ ฉันผิดเองที่สอนลูกไม่ดี”
“เลิกโทษกันก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้เราควรหาวิธีแก้ปัญหากันก่อน”
“จะแก้ปัญหาอะไรได้ ภาพมันออกสื่อไปแล้ว” ไพรวงษ์คิดไม่ตก คิ้วขมวดหน้าแสดงสีหน้าคร่ำเครียดอย่างเห็นได้ชัด
ข่าวของไอรดาเริ่มบานปลายมากขึ้นเป็นวงกว้าง ผู้คนต่างโพสต์ด่ากันสนุกปากทำให้ภาพลักษณ์บริษัทในตอนนี้เริ่มแย่ลงเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำให้บริษัทและวงศ์ตระกูลถูกพูดถึงในทางที่ไม่ดี
อรดีเลื่อนดูข่าวในโทรศัพท์มือถือทางเพจต่างๆได้เอามาโพสต์กันเห็นคอมเมนต์ด่าเสียเทเสีย
“พวกเพจนี้มันบ้าจริงๆดูสิคะ มันด่ายัยไอแรงมากเลยค่ะพี่ไพร มันหาว่ายัยไอเคยไปแย่งแฟนของเพื่อนสนิทอีกด้วย”
“แล้วเราจะทำยังไงดีค่ะคุณพี่”
“นั่นน่ะสิ พี่คิดไม่ออกแล้วคุณหญิง”
อรดี ที่เห็นพี่ชายมีอาการเคร่งเครียดหนัก หนำซ้ำยังมีโรคประจำตัวอีกด้วย ถ้าหากกำเริบขึ้นมาคงถึงขั้นวิกฤตอย่างแน่นอน ด้วยความที่รักพี่ชาย พี่สะใภ้และก็หลานสาว เธอจึงครุ่นคิดหาวิธีจนกระทั่ง....
“อรคิดออกแล้วค่ะพี่ไพร ว่าเราจะแก้ปัญหานี้กันได้ยังไง”
“แกรีบบอกพี่มาเลย อรดี”
“เราต้องหาคนมาล้างคาวให้ยัยไอค่ะ”
“ข่าวยัยไอเป็นเมียน้อยดังซะขนาดนั้น จะมีผู้ชายที่ไหนมาแต่งงานด้วย”
“มีค่ะ”
“ใคร!? แล้วเราจะมั่นใจได้ยังไงว่ามันจะไม่มาปอกลอกเอาสมบัติของเราไป”
“พี่เชื่อใจอรได้เลยค่ะ รับรองได้ว่าผู้ชายที่อรหามาให้เป็นคนดีแน่นอน”
“ถ้าแกพูดมาขนาดนั้น ก็รีบจัดการซะ!”
หลังจากที่อรดีปรึกษาหารื้อกับทางครอบครัวเสร็จถึงแผนการหาคนมาล้างคาวให้กับหลานสาวตัวเอง อรดีจึงรีบนัดแนะกับทางเพื่อนรุ่นพี่ในกลุ่มมูลนิธิให้ออกมาเจอกันที่ร้านอาหารประจำของพวกเธอ
“ไงแม่อร นัดฉันออกมามีธุระอะไร” คุณนายพิศมัยเอ่ยถามเพื่อนรุ่นน้องด้วยความสงสัย
“ที่ดิฉันนัดคุณพี่มา ดิฉันต้องการให้คุณพี่จ่ายหนี้ของดิฉันที่ยืมไปทั้งหมดค่ะ”
“อะไรกันแม่อร พี่บอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าช่วงนี้พี่ไม่มี”
อรดีทราบดีอยู่แล้วว่าคุณนายพิศมัยไม่มีเงินมาคืนเธอหรอก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะสิ่งที่เธอต้องการคือจะเอาเรื่องหนี้สิบล้านบาทมาเป็นข้อเสนอให้กับทางคุณนายพิศมัยต่างหาก
“ถ้าคุณพี่ไม่มีเงินมาคืนดิฉัน งั้นดิฉันมีข้อเสนอมาให้คุณพี่ค่ะ”
“ข้อเสนออะไร?”
“ดิฉันต้องการให้ลูกชายของคุณพี่มาแต่งงานกับหลานสาวของดิฉันเพื่อแลกกับเงินสิบล้านบาท ถ้าคุณพี่ยอมเงินที่ติดถือว่าหายกันค่ะ”
“หลานสาว..!? แม่หนูไอรดาใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
คุณนายพิศมัยครุ่นคิดอยู่นานพอสมควร จนอรดีเกรงว่าคุณนายพิศมัยจะไม่ยอม จึงได้ยื่นข้อเสนอไปอีกเพราะเธอรู้ว่าผู้อยู่เบื้องหน้ากำลังต้องการเงินเพื่อไปใช้หนี้การพนัน
“ว่าไงคะ ถ้าคุณพี่ยอม คุณพี่จะได้เงินไปใช้ฟรีๆอีกสิบล้านบาท”
“น้องอรพูดจริงเหรอจ๊ะ”
“ค่ะ อรจะไปคุยกับพี่ไพรวงษ์ให้”
“งั้นพี่ตกลงจ๊ะ”
“ดีค่ะ อรจะได้หาวันนัดให้ทางลูกชายของคุณพี่ไปเจอกับพี่ไพรวงษ์”
พลบค่ำ
บีเอ็มสีดำเงาวับได้ขับเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าบ้านในช่วงเวลาหกโมงเย็น เจ้าของร่างสูงก้าวขาลงจากรถก่อนจะมุ่งตรงเข้าไปในบ้าน
เนื่องจากวันนี้เป็นวันดี ทางคุณนายพิศมัยได้จัดเตรียมเมนูโปรดให้กับทางลูกชายเอาไว้บนโต๊ะอาหาร พร้อมกับนั่งรอด้วยสีหน้าระรื่น
“กลับมาแล้วเหรอเวหา”
“ครับคุณแม่”
“วันนี้แม่ทำของโปรดลูกด้วยนะ เรามาทานข้าวกันก่อนเถอะจ๊ะ”
เวหา ค่อยๆทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นคนรับใช้ในบ้านก็รีบตักข้าวสวยร้อนๆที่หุงเสร็จใหม่ไว้บนจานขนาดกลาง
ทว่าเวหากำลังจะตักข้าวเข้าปากก็ต้องชะงักลงเมื่อผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นมาด้วยประโยคที่คนฟังหมดอารมณ์ที่จะทานข้าวต่อ
“ตอนนี้แกคบใครอยู่หรือเปล่าเวหา”
“คุณแม่ถามทำไมเหรอครับ”
“ถ้าแกไม่ได้คบใคร แม่จะให้แกแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่หามาให้น่ะ”
“อะไรกันครับ ผมบอกคุณแม่แล้วไงว่าผมอยากอยู่เป็นโสดก่อน”
“แต่แกอายุ32ปีแล้วนะเวหา แม่อยากอุ้มหลานแล้ว”
“ผมยังไม่พร้อมอยากมีครอบครัวครับ ตอนนี้ที่คลินิกกำลังยุ่งอยู่ ผมอยากโฟกัสงานของผมก่อน” ทันตแพทย์หนุ่มอย่างเวหาถึงกับวางช้อนลงไปด้วยความไม่พอใจ
คุณนายพิศมัยใช้ไม้ตายหมัดมือชกลูกชายด้วยประโยคบังคับ เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าถ้าพูดออกไปแบบนี้ ยังไงเวหาก็ต้องยอมตนอย่างแน่นอน
“ไม่รู้ล่ะ แม่นัดกับทางฝ่ายผู้หญิงเอาไว้แล้วยังไงแกก็ต้องไปดูตัว”
“คุณแม่ทำแบบนี้ได้ยังไงครับ”
“แกนั่งทานไปคนเดียวเลย แม่ขอตัวขึ้นไปพักผ่อนก่อน” คุณนายพิศมัยรีบชิ่งหนีก่อนที่เวหาจะโวยวาย
เฮ้อออ เวหาทำได้เพียงถอนหายใจออกมาลากยาว ให้ตายเถอะ! ทำงานมาเหนื่อยๆแทนที่จะได้นั่งทานข้าวอย่างอร่อย แต่เขากลับต้องมารับรู้เรื่องบ้าบอจนทำให้กับข้าวจานโปรดดูไม่หน้าทานอีกต่อไป
วันถัดมา
ร้านอาหาร แถวทองหล่อ
คุณนายพิศมัยรีบเดินจูงมือลูกชายที่มีใบหน้าเรียบนิ่งเข้าไปยังร้านอาหารที่ทางอรดีได้นัดกันเอาไว้ พอมาถึงโต๊ะก็พบกับท่านไพรวงษ์และอรดีนั่งอยู่ก่อนหน้าแล้ว
“สวัสดีค่ะท่าน”
“สวัสดีครับคุณนายพิศมัย”
“นี่ลูกชายของดิฉัน ชื่อเวหา”
ไพรวงษ์ละสายตาจากคุณนายพิศมัยเลื่อนมามองว่าที่ลูกเขยแล้วนั้น เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหล่าท่าทางสุขุมนุ่มลึกถึงกับยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ
“สวัสดีครับ”
เวหายกมือขึ้นมาไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ตามมารยาท ก่อนที่ทั้งสองจะถูกเชิญให้นั่งลงเพื่อคุยถึงธุระที่ได้นัดมา
“เอาล่ะ ถึงเวลาที่ต้องพูดเรื่องงานแต่งกันแล้ว” อรดีไม่อยากให้เสียเวลามากไปกว่านี้ เธอจึงเปิดประเด็นขึ้นมาเสียก่อน
“ว่ามาเลยจ๊ะ ลูกชายของฉันพร้อมรับฟังแล้ว” คุณนายพิศมัยเป็นฝ่ายเอ่อออตามอรดีอย่างเห็นดีเห็นงาม
“ฉันต้องการให้เวหาแต่งงานกับลูกสาวของฉันให้เร็วที่สุด”
“ได้เลยค่ะท่าน ดิฉันพร้อมหาฤกษ์หายามแล้วค่ะ”
“นายยินดีที่จะแต่งงานกับลูกสาวของฉันใช่ไหมเวหา” ไพรวงษ์หันมาถามว่าที่ลูกเขยที่เอาแต่ทำหน้านิ่งเงียบ
เวหาที่เห็นว่าคำถามของท่านไพรวงษ์เปิดให้ เขาจึงรีบปฏิเสธไปในทันที
“ผมไม่ยินดีครับ”
คำพูดของเวหาทำเอาคุณนายพิศมัยหน้าเสีย จนต้องรีบปรามลูกชายตัวดีด้วยน้ำเสียงดุดัน
“เวหา! หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ”
“อะไรกันคะคุณพี่ ไหนคุณพี่บอกว่าเวหายินดีที่จะแต่งงานกับหลานสาวดิฉันยังไงล่ะคะ”
“สรุปลูกชายของคุณนายพิศมัยไม่ได้อยากแต่งงานกับลูกสาวของผมเหรอครับ”
“ใช่ครับ ผมไม่อยากแต่งงาน”
“งั้นคุณพี่ก็จ่ายหนี้ที่ยืมดิฉันไปมาเลยค่ะ 10ล้านบาท”
“นี่มันอะไรกันครับ คุณแม่!”
เวหาหันไปถามผู้เป็นแม่ด้วยความสงสัย เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่ตัวเองจะไปเป็นหนี้คนอื่นตั้งเป็นสิบล้านบาท
“เป็นหนี้ที่แม่ยืมมาทำคลินิกให้แกไงเวหา”
“ไหนคุณแม่บอกเป็นเงินเก็บของคุณพ่อยังไงล่ะครับ”
“พ่อแกน่ะเหรอจะมีเงินเก็บ ตั้งแต่ตายไปก็มีแต่หนี้สินที่ทิ้งไว้ให้ฉัน”
“ไม่รู้ล่ะ ถ้าลูกชายคุณพี่ไม่แต่งงานกับหลานสาวของอร งั้นคุณพี่ก็ต้องจ่ายหนี้มาเลย ไม่งั้นอรจะฟ้อง”
เวหาได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายหนี้ให้แม่ เมื่อทุกอย่างบีบบังคับทำให้เวหาต้องจนมุม เขาจำใจต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นเพื่อแลกกับหนี้สินสินะ
เจ้าของใบหน้าคมคายเม้มริมฝีปากแน่น ชั่งใจอยู่ครู่นึงก่อนจะตอบออกมาอย่างหนักใจ
“ตกลงครับ ผมจะแต่งงานกับลูกสาวของท่าน”