เรื่องคืนนั้น(1)

1415 คำ
กรี๊ดดดดด "คุณหมอเปรมคะ คนไข้ห้อง101อาละวาดอีกแล้วค่ะ" กรี๊ด~~~ อย่าเข้ามานะไอ้พวกเหี้ย...ออกไป กรี๊ดๆๆๆๆๆ กลางดึกภายในโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง คนไข้สาวอายุเธอเพิ่งจะยี่สิบเองเสียสติร้องกรี๊ดลั่นวอร์ดพยายามจะทำร้ายตัวเอง ในมือคนไข้สาวถือขวดแก้วปากฉลามกวัดแกว่งไปมาดูน่าหวาดเสียว "คุณคะใจเย็นๆ ก่อน" เหล่าพยาบาลสาวและบุรุษพยาบาลหนุ่มรายล้อมรอบตัวเพชรนภา นักศึกษาหน้าสวยที่ถูกหามมาทิ้งโดยชาวบ้านที่พบเจอเธอเข้าด้วยความบังเอิญ นอนหมดสภาพกลางป่าหญ้าที่รกรุงรังยากแก่ใครจะมาพบเห็น "น้องเพชร วางขวดนั้นซะพี่มาแล้ว" ฮื้อ....ไอ้ระยำ ไอ้พวกเหี้ย ทำไมไม่ฆ่ากูให้ตายไปเลยฮื้อๆๆๆ หญิงสาวทิ้งเข่านั่งลงกับพื้นด้วยสภาพจิตใจที่ห่อเหี่ยวไร้กำลังแรง เธออยากตายให้พ้นๆ ไปจากสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้เสียเหลือเกิน ย้อนไปยี่สิบปีก่อน "อีพ่ออีแม่ฟ่าวเมือเฮือนไปถะแหมะ ข่อยอายผู้อื่นเพิ่น" "เพชร...ปิดเทอมนี้เจ้ากะเมือเฮือนเด้อหล่า" "ข่อยฮู้แล้ว ฟ่าวเมือไปโลด ฟ่าวเลย" หญิงสาวหน้าใสวัยกำลังแตกเนื้อสาวดันหลังบุพการีวัยชราให้รีบหันหลังออกไปจากจุดนี้ เหตุเพราะปิดเทอมที่แล้วเธอไม่ได้กลับบ้านและไม่คิดว่าพ่อแม่จะมาหาถึงที่เรียนที่นี้ ไม่รู้ว่ามีใครเห็นใครรู้บ้างรึเปล่าว่าแท้จริงแล้ว เพชรนภาหนึ่งในดาวคณะสถาปัตยกรรมมีภูมิหลังเป็นลูกชาวนาจากจังหวัดที่แสนกันดารและฐานะทางบ้านที่แสนยากจน เธอไม่อายที่ไม่ได้เกิดมารวยแบบดาวคณะคนอื่นๆ แต่บอกตัวเองว่ายังไม่พร้อมที่จะให้ใครรับรู้ซะมากกว่า เรียนก็เหนื่อยทำงานก็หนักกว่าจะมีเงินพอซื้ออะไรแพงๆ ได้มีใช้เทียบหน้าเทียบตาคนอื่นได้ก็จะตายอยู่แล้ว แต่เธอก็ไม่ผิดนะที่อยากจะให้สังคมเพื่อนๆ ที่มหาลัยยอมรับและเธอก็ดิ้นรนหามันมาในทางที่ถูกไม่ได้ขายตัวเป็นบ้านเล็กเด็กเสี่ยแก่ๆ เลี้ยงดูแลกกับข้าวของราคาแพง เธอทำงานอย่างหนักและหลายที่เพื่อให้มีเงินซื้อกระเป๋า รองเท้าแบรนด์เนม แต่ก็ไม่หลงลืมจะจ่ายค่าเทอมค่าหอเพื่อแบ่งเบาภาระพ่อแม่ที่ต้องหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินดำนาแลกกับเงินส่งลูกเรียนมหาลัย 'พ่อแม่คึดฮอดเจ้าหลายเด้อเพชร' ประโยคนี้ดังก้องในหูซ้ำๆ จนนึกทีไรน้ำตาลูกสาวก็พลันไหลซึมออกจากตา เพชรนภาตั้งใจเรียนให้จบเพื่อจะได้นำใบปริญญาบัตรไปฝากพ่อแม่และจะเดินสายงานที่ตัวเองรัก จากนั้นบั้นปลายชีวิตท่านทั้งสองจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำนางกๆ แบบทุกวันนี้ "น้องเพชรเป็นอะไรรึเปล่าครับ" เสียงทุ้มนุ่มดังก้องแทรกเสียงของพ่อแม่เข้ามา เพชรนภาแอบปาดน้ำตาทิ้งก่อนจะแสร้งยิ้มสดใสรับคำทัก "เออ...คือว่าเพชร...." "พี่เห็นเราคุยกับคนแก่สองคนเมื่อกี้ ใครหรอ" ชายหนุ่มหน้าหล่อเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้จึงถามขึ้น "เออ...สองคนนั้นเขาเป็น..." "แต่งตัวมอซอซอมซ่อ...เขาไม่ได้มาขอเงินเพชรใช่ไหม จะว่าไปก็น่าสงสารเนาะไม่รู้มีลูกหลานรึเปล่า ทำไมถึงไม่รู้จักดูแลพ่อแม่ตัวเองบ้างเลยน่าา" "นั้นน่ะสิคะ" เพชรนภากำลังจะบอกรุ่นพี่รูปหล่อว่าที่เขาเห็นคือบุพการีตน แต่อีกใจก็คิดขึ้นมาว่าคนหล่อรวยแบบพี่แทนหรือคงจะไม่เข้าใจและคงมองเธอเปลี่ยนไปในทันที แน่นอนว่าเธอไม่พร้อมที่จะรับกับสายตาดูแคลนเวทนาสงสารพ่อแม่เธอจากคนอื่นแบบนั้น "เขามาตามหาลูกเขาอะค่ะพี่แทน เพชรก็ไม่รู้จักลูกเขาเลยช่วยอะไรไม่ได้เสียด้วย" "ลูกลุงป้านั่นชื่ออะไรเรียนคณะอะไร เพชรได้ถามรึเปล่าครับ" แทนไทถามอีกครั้งเพราะเขาสงสารและอาจจะช่วยเหลือได้ "ชื่ออะไรเพชรลืมก็ไปแล้วค่ะแต่ไม่ได้เรียนคณะเดียวกับพวกเรา เพชรเลยบอกให้ลุงกับป้าไปหาที่คณะเผื่อจะได้เจอ" "น้องเพชรเนี้ยเก่งแล้วยังใจดีอีก นางฟ้าของพี่ชัดๆ " แทนไทโอบแขนมาแตะไหล่เพชรนภาเบาๆ สายตามองสาวตรงหน้าแบบสื่อความหมายชัดเจน "พี่แทนก็...//ฮิ้วววว" เหล่าฝูงชนที่ล้อมอยู่โห่ร้องด้วยอาการหมั่นไส้ ไอ้แทนนี้ก็ขยันหยอดน้องมาทั้งเทอมจริงๆ สงสัยคู่นี้จะลงเอยกันเร็ววันแน่ๆ 'ป่ะ! ทุกคนมาคบแล้วนะออกรถได้' เย้!!! ทริปออกค่ายอาสาพัฒนาชุมชนโดยนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรม สองวันหนึ่งคืนที่กว่ายี่สิบชีวิตมาพัฒนาซ่อมแซมบูรณะวัดและโรงเรียนให้อยู่ในสภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม "กระผมผู้ใหญ่บ้านโนนหินหอก ขอกล่าวขอบคุณเหล่าคณะนักศึกษาที่มาพัฒนาชุมชนของเรา ขอให้ผู้เจริญทุกท่านนี้มีแต่ความสุขความสบาย ขอให้บุญกุศลที่พวกท่านทั้งหลายสละเวลา กำลัง และทรัพย์มาสร้างสิ่งดีๆ ให้กับพวกเราหมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้น ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพครับ" ขอบคุณค่ะ/ครับ วันสุดท้ายก่อนจะแยกย้ายบ้านใครบ้านมันผู้ใหญ่บ้านกล่าวให้พรกับเหล่านักศึกษาที่มาค่าย จากนั้นการเดินทางกลับกรุงเทพก็เริ่มขึ้น [Part.....เพชรนภา] "น้องเพชร" คะ? ระหว่างที่ฉันกำลังยกกระเป๋าขึ้นรถทัวร์คันเดิมกลับมหาลัย พี่แทนก็เรียก "กลับกับพี่ไมเดี๋ยวไปส่ง" แทนไทเสตาไปทางรถสปอร์ตสีแดงที่จอดรออยู่กลางลานดินลูกรัง ของแพงอยู่ตรงไหนก็คือของแพงจริงๆ นะกลางบ้านนอกบ้านนามันก็ยังดูดีมีมูลค่าเกินกว่าที่คนอย่างฉันสามารถจับต้องได้ "ไม่ไว้ใจพี่หรอ" "คือว่าเพชร...." "ดีแล้วแหละ เพชรไม่ควรไว้ใจพี่" "เปล่านะคะพี่แทนเพชรก็แค่..." ฉันกำลังสับสนระคนสงสัย พี่เขาจริงจังกับฉันแค่ไหนกันเชียวนะหรือจะหวังฟันเล่นๆ เท่านั้น "ถ้าอึดอัดพี่เข้าใจ ชื่อเสียงพี่มันไม่ดีอยู่แล้วนี่หน่า คนเลวก็เลวในสายตาทุกคนไปตลอดชีวิตแหละนะ กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมสนอง" "กะ...ก็ได้ค่ะ" ฉันอดรู้สึกผิดกับคำพูดตัดพ้อพวกนั้นไม่ได้ แต่หนึ่งเทอมที่พี่แทนตามจีบตามหยอดจนฉันเริ่มมีใจให้เขา แม้เขาจะขึ้นชื่อว่าเสือผู้หญิงแต่ฉันก็มั่นใจว่าคงเปลี่ยนไปแล้วเพราะฉัน เขาไม่เคยล่วงเกินยุ่มย่ามแบบที่สาวๆ คนอื่นเม้าท์กันเขาเป็นสุภาพบุรุษและให้เกียรติผู้หญิงจะตายไป ปั้ง!! "เชิญครับคุณผู้หญิง" กระเป๋าเดินทางของฉันถูกยกใส่กระโปรงหลังและเขาก็เปิดประตูฝั่งผู้โดยสารพร้อมผายมือเชื้อเชิญให้ขึ้นรถ ในขณะนั้นเองฉันรู้สึกตัวเหมือนเป็นเจ้าหญิงท่ามกลางสายตาบรรดานางขี้อิจฉา สาวๆ หลายคนหวังทริปนี้จะได้ใกล้ชิดกับพี่แทนและสานสัมพันธ์กับเขา แต่เขากลับแสดงออกให้พวกหล่อนรู้ว่าฉันนี้แหละคือตัวจริงที่เขาต้องต้องการสานสัมพันธ์ด้วย "ขอบคุณนะคะพี่แทน" ในความเขินอายก็ยังมีความผยองจองหองอวดดี ฉันใส่จริตว่าตนคือหญิงสาวผู้แสนดีเกรงใจชายหนุ่มตรงหน้าแต่รั้งหน้าเชิดคอสะบัดผมก่อนจะก้าวขาขึ้นนั่งกับเบาะหนังในรถราคาแพงลิบ หึ! แล้วเมื่อรถสปอร์ตคันนั่นขับทะยานออกจากหมู่บ้านชนบทที่แสนห่างไกลความเจริญ ฉันก็ตกอยู่ในนรกทั้งเป็นโดยที่ไม่ต้องตายก็รู้ว่ามันมีอยู่จริง ใบหน้าหล่อคมคายหลอกล่อให้แมลงตัวน้อยผู้แสนโง่เขลาบินเข้ามาติดกับดักหลุมพราง สิ่งที่ฉันต้องพานพบต่อจากนี้คือสิ่งอัปยศอดสู่จนขอตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียดีกว่า ที่ต้องมาทนกับสิ่งที่คนชั่วช้าสารเลวพวกนี้ยัดเยียดเข้ามาในร่างกายของฉัน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม