Friend relationship 9
พลั้ง รัก เพื่อน
A episode ที่ 9
เพื่อนสำพันธุ์
โดย GINOICHI
เอวากระพริบตาถี่ๆ ชะงักกับประโยคที่พึ่งหลุดออกมาจากปากเขา ร่างเล็กดิ้นขลุกขลัก พยายาม ย้ายตัวเองกลับมานั่งที่
ณภัทร หัวเราะในรำคอ กับความพยายามที่ศูนย์ปล่าวของเธอ ลำแขนแกร่งออกแรงรัดแน่นขึ้น จนระยะห่างระหว่างเรา เหลือเพียงแค่คืบ
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารด ขณะที่คนตัวเล็กย่นคอหนี
“สะ…สิทธิ์อะไร ของคุณ”
เธอถามเสียงสั่น
“อันไหนดีล่ะ”
“อดีตคู่หมั้น?”
“หรือว่าที่สามี”
เอ่ยเสียงขรึมเอ่ยชิดใบหู
ดวงตากลมเบิกโพลง ตวัดมองหน้าคนใจร้าย เสียงขุ่นเขียว เอ่ยรอดใต้ไรฟันเบาๆ
“ไม่ใช่”
“แค่เพื่อน”
“เราเป็นแค่เพื่อน”
ณภัทร หน้าตึง หากแต่เจ้าตัว ยังเผยรอยยิ้มที่ทำเอาคนฟังเสียวหลังวาบ
“พอดี เป็นคน เอา…เพื่อน…เอา..ฝูง”
เสียงเข้มเอ่ยเน้นย้ำ ทีละคำ ดวงตาคมกริบสาดประกายกดดัน จนคนที่นั่งทับเขาอยู่ ตัวหดลง เหลือแค่คืบ
เอวา ก็ยังคงเป็นเอวา ไม่เคยกล้ากับเขา จริงๆสักที
“มาจูบ!”
เสียงดุเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ คนร่างเล็กเริ่มต่อต้าน ริมฝีปากอวบเม้มแน่น จนคนสั่ง จิ๊ ปากด้วยความหงุดหงิด
“เอวา อย่าดื้อ”
คนใจร้อน ร้องสั่งอีกรอบ พร้อมกับรั้งเอาคนตัวเล็กเข้ามาชิด มือหนากระตุกปรายผม จนใบหน้าหวานเชิดขึ้น ก่อนจะเอียงคอ โน้มลงบดจูบอีกครั้ง
เสียงคมฟันกระทบกันกึก! ดังวิ้งค์ อยู่ในหู
มือขาวเนียนขยุ้มเสื้อสูตคนตรงหน้าจนยับย่น หากแต่เจ้าตัว นอกจากจะไม่สนใจ ยังคว้าเอามือขาวนุ่ม ไปกอบกุมตรงกลางเป้า
เอวาผวาเฮือก กับความแข็งขืนที่เพิ่งได้สำผัส คนตัวเล็กรนราน ผลักไส เขาออกพัลวัน และนั่น สร้างความพอใจให้ณภัทรมากอยู่
‘เอวายังไม่เคย’
ร่างเล็ก ถูกโยนกับไปเข้าที่ โดยคนถือดี ยังทำราวกับว่าก่อนหน้าไม่เคยเกิดเรื่อง
ณภัทรยกหลังมือ ปาดลงที่มุมปากหยัก เช็ดเอารอยลิปสติก ที่เลอะเทอะออกเบาๆ
ดวงตาเรียวรีปรายมอง คนตัวเล็กกว่าทุกการกระทำ
เอวาหน้าขึ้นสี บ่นพึมพำในรำคอ
“คนบ้า”
“หน้าไม่อาย”
มุมปากหยักยกยิ้ม เพียงชั่วครู่ จึงปรับเป็นสีหน้าปกติ หันไปตั้งใจขับรถต่อ ทิ้ง
สถานการณ์ กระอักกระอ่วน ใว้ให้เธอคิด
เอวาพ่นลมหายใจออกเงียบๆ พรางลอบมองเสี้ยวหน้าคนใจร้าย
ครั้งนี้ ก็เหมือนทุกครั้ง ต่างเพียงแค่เขาเริ่มถึงเนื้อถึงตัวเธอ ทั้งที่ไม่เคยทำ
ทุกครั้งที่เธอพยามถอยห่าง เขาจะยิบยื่น น้้ำใจเล็กๆ น้อยๆมาให้
แล้วไอ้คนอ่อนไหว ที่รักเขาทั้งใจแบบเธอมันก็ไขว้เขว
จนลืมคิดไป ว่าณภัทร ไม่ได้ชอบเธอ เขาแค่ชอบ ที่เธอชอบเขา
พอวันนึง ของเล่น ที่เขามีใว้ มันอยากเปลี่ยนเจ้าของ เขาก็แค่ดีกับมันหน่อย ทำให้มันเชื่องลงทีละน้อย จนกลับไปเป็นของเขาอีก เขาไม่ได้สนใจ ว่ามันจะเจ็บมากไหม เขาแค่ไม่อยากเสียคนที่ให้ค่าเขายิ่งกว่าใครแค่นั่นเอง
ใจคนเรามันหน้ากลัวตรงนี้
‘เธอรู้ ว่าเขาหลอก’
‘แต่เธอก็ยอมให้หลอก’
‘ยอมเอาใจไปวางแทบเท้า ให้เขาบดขยี้มันซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยรอยยิ้ม’
‘นี่สินะ ที่เขาว่า รักคนอื่น มากกว่าตัวเอง’
ทั้งที่รู้ ว่าจะเจ็บ ก็ยังรักตัวเองไม่ได้
มันจะเป็นไปได้ยังไง ก็ใจดวงนี้มันแคบ มีแต่ณภัทร จนเต็มไปหมด
การเดินทางที่ยาวนาน จบลงที่ร้านอาหารหรู เอวาจำมันได้ดี ร้านโปรดเธอ..
และยิ่งมั่นใจด้วยว่า ณภัทร ไม่มีทางจำได้
และไม่มีทางใส่ใจ เรื่องปากท้องของเธอ
ร่างบางเดินตามเขาเข้าไปเงียบๆ พอเข้าถึงตัวร้าน ความสงสัยก็ถูกไขกระจ่าง
สมาชิก ของสองบ้าน สิงห์โชติ และ เดชดำรงค์กุล นั่งกันอยู่เรียบร้อย
จนเอวาเผลอคิด ว่าเหตุการณ์ มันเดจาวูแปลกๆ
มือขาวเนียนกระพุ่มไหว้เหล่าผู้ใหญ่ ก่อนจะทรุดกายลงนั่งตำแหน่งที่ว่างอยู่ ด้วยความจำใจ เพราะเก้าอี้ ที่เหลืออยู่ข้างๆ คงเป็นใครไม่ได้ นอกจากเขา…
“แอล ทานนี่สิ พาสต้า ที่เเอลชอบ”
อัญมณี แม่ของอดีต คู่หมั้น เอ่ยด้วยรอยยิ้มเอ็นดู หากแต่เพียงเธอในวันนี้ รับความหวังดีนั้นไม่ได้
แค่เห็นจานพาสต้าตรงหน้า ภาพเหตุการณ์เก่าๆ ก็ย้อนกลับเข้ามา จนเอวาแทบจะอาเจียน ลำแขนเล็กสั่นเกร็ง จนณภัทร จับสังเกตุได้ ชายหนุ่ม เลิกคิ้ว หลุบตาลงมองนิ่งๆ
นานหลายนาที ที่ตั้งโต้ะเงียบสนิท ทุกสายตา เบนจุดสนใจ มาที่เอวา จนเจ้าตัว ต้องเอ่ยชี้แจง
“แอลไม่ทานพาสต้ามาสองปีกว่าแล้วค่ะคุณป้า แอลเคยทานเข้าไปเยอะมาก แล้วอาเจียนออกมาจนหมด ตั้งแต่วันนั้น แค่แอลเห็น แอลก็หายใจไม่ออก อยากจะอาเจียนทุกรอบ”
เอวา เอ่ยเสียงนุ่มถึงสาเหตุ และยังอุส่าห์ใจดีไม่กล่าวโทษ คนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้น อย่างณภัทร เขาที่ฟังอยู่ หัวคิัวหน้าขมวดมุ่น เป็นปมใหญ่ เพราะแม้
เอวาจะเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่เหล่าคนฟัง สำพัสความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะเขา เพราะเหตุการณ์นั้น เขาอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ต้นจนจบ
อัญมณี คว้ามือคนที่เปรียบเหมือนลูกสาวมากุมแน่น เธอจำได้ดี ว่าเด็กคนที่ชอบกินพาสต้ามากกว่าอะไรทั้งนั้น ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่เธอมั่นใจ ว่ามันคงเป็นปมในใจ เด็กคนนี้หน้าดู
“ทานอย่างอื่นเอานะเเอล อย่างอื่นที่หนูชอบ ป้าก็สั่งใว้”
คนพูดกุลีกุจอ ตักมาให้หลายอย่าง คนฟังทำได้เพียงยิ้มบาง ๆชิมคำสองคำตามมารยาท จนสุดท้ายทั้งโต๊ะ ก็ถูกเธอชิมจนหมด ณภัทรยกแก้วไวส์จิบเงียบๆ ในหัวก็พาลคิด
‘ของที่เคยชอบมากๆ ยังเลิกกินมันได้’
‘แล้วหัวใจ มันเลิกรักได้ ง่ายแบบนั้นรึป่าว?’
กว่าการทานอาหารที่ดูกระอักกระอ่วนจะผ่านพ้นไป ก็ค่อนมาช่วงค่ำ คุณณกรณ์ มองหน้าคุณ อศิร ในเชิงว่ารู้กัน ก่อนที่อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ดำพูดที่หลุดออกมาจากปากผู้เป็นพ่อ จะทำลูกสาวแทบอยากจะคายอาหารที่กลืนเข้าไป ออกมาจนหมด
“งานหมั้น จะจัดขึ้นอีก1เดือนข้างหน้า”
เอวาหน้าเหวอ เสียงร้อนร้องท้วงรนราน
“พ่อคะ! พ่อ”
“ผมว่า ยกเลิกงานหมั้นไปเถอะครับ”
เป็นณภัทร ที่เอ่ยขึ้นมาเสียงขรึม สายตาคนทั้งโต้ะ ถูกเบนไปที่เขาเพียงจุดเดียว
เอวา ถอนหายใจ อย่างโล่งอก
ก่อนที่ไม่กี่นาทีก็มา ความโมโห จะพุ่งสูง จนทะลุปรอท
“เปลี่ยน เป็นงานแต่งแทน เพราะผมสองคน จะย้ายไปอยู่ ด้วยกัน ตั้งแต่วันนี้”
เหล่าผู้ใหญ่ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพียงชั่วครู่ เสียงหัวเราะดังก้องก็ระเบิดขึ้น
ไม่มีใคร หันมาสนใจเอวา ที่นั่งตัวสั่นเทิ้มเลยสักนิด