ตอนที่ 3
น้องสาวขี้วีน
"เสียดายชะมัด ถ้าตื่นให้เร็วกว่านั้นอย่างน้อยก็ต้องมีเบอร์บ้างละ" ความเสียดายฉายออกมาจากดวงตาทั้งสองอย่างเห็นได้ชัดกับความผิดหวังเล็ก ๆ นั่น
"เฮ้อ ถ้าเปลี่ยนเจ้าสาวได้ก็คงจะดี ผมคงยอมแลกทุกอย่างถ้าเป็นคุณ...พราวมุก"
ความคิดที่คงไม่ถูกใจเด็กพลอยใสนั่นนักถูกถ่ายทอดออกมาจากคนที่กำลังพาตัวเองดำดิ่งสู่ห้วงนิทรา เขาไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใด ถ้าเป็นไปได้มังกรก็อยากเปลี่ยนเจ้าสาวให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย
อีกฟากฝั่งหนึ่ง
"อือ ปวดจัง ทำไมมันปวดไปหมดทั้งตัวแบบนี้นะ"
เสียงโอดครวญดังแผ่วออกมาจากคนงามที่เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นจากความหลับใหลเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ มือเล็กยกขึ้นลูบไปมาตามใบหน้าสวยของตน เพื่อขับไล่ความง่วงงุนและปวดหนึบที่เล่นงานอย่างหนัก
ก็แน่สิ หมอนั่นเล่นเอวดุขนาดนั้นนี่หนา
"แล้วทำเป็นตกใจ เห็นใจ พอได้เอาละใส่ไม่ยั้งเลย อูย เล่นเอาสะโพกร้าวไปหมด"
พราวมุกพยายามยันกายตัวเองลุกขึ้นนั่งด้วยความลำบากมากพอดู อันที่จริงสาวเจ้าเองก็อยากจะนอนเกลือกกลิ้งมันบนเตียงนี่ทั้งวันด้วยซ้ำ หากแต่เพราะมีเรื่องต้องให้ไปทำ มันจึงเป็นแรงลากให้คนสวยผู้เพิ่งกลับมาถึงยังดินแดนบ้านเกิดไม่นานพาสังขารเข้าส่วนของห้องน้ำไปได้อยู่ดี
"ทำไมช้าขนาดนี้ละพี่พราว พลอยรอจนรากจะงอกแล้วนะ ถ้ามันลำบากนักก็ไม่ลงมาตอนหัวค่ำไปเลยล่ะ"
เสียงของคนเป็นน้องสาวที่ทักทายออกมานั้น ทำเอาสาวเจ้าที่เพิ่งเดินลงบันไดบ้านมา ถึงกับถอนหายใจแรงส่ายหน้าไปมากับความเจ้าอารมณ์ของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไม่ได้สักที ทั้งที่เธอเพิ่งจะกลับมาแท้ ๆ นึกว่าจะคิดถึงจนยอมลดความเอาแต่ใจลงบ้างแล้วเสียอีก
"พี่ยังปรับเวลานอนไม่ได้ เธอก็รู้"
"ชิ ไม่ใช่ว่าไปเที่ยวจนดึกดื่นหรอกหรือไง"
"นั่นมันเรื่องของพี่เถอะ ว่าแต่เราน่ะจะให้พี่พาไปไหน" คนสวยรีบเปลี่ยนประเด็นทันที ก่อนที่ตัวเธอจะใส่อารมณ์กับความขี้วีนของน้องสาวจนเผลอตีฝีปากให้พ่อกับแม่ต้องมาปวดหัวคอยห้ามทัพอีกทีหลัง
"ไปเข้าคอร์สเจ้าสาว นัดเขาไว้แล้ว"
"แต่ของแบบนั้นเราไม่ไปกับเจ้าบ่าวดีกว่าเรอะ" เหมือนคำของคนพี่จะไปจุดกระตุ้นไฟโทสะในใจของคนเป็นน้องได้อย่างไม่รู้ตัว เพราะจากที่เดิมทีหงุดหงิดอยู่แล้ว ยิ่งดูเหมือนว่าจะฉุนเฉียวกันไปใหญ่
"ก็ถ้าเขาอยากมาด้วย พลอยจะให้พี่พาไปด้วยทำไมล่ะคะ หรือว่าพี่กำลังเยาะเย้ยพลอย ที่เจ้าบ่าวไม่สนใจ"
"ไปกันใหญ่แล้วพลอย พี่ก็แค่ถามดูเฉยๆ เราจะมาใส่อารมณ์ทำไมเนี่ย"
"เรื่องแค่นี้ อย่าให้มันเสียชื่อคนที่อยู่ถึงเมืองนอกเมืองนาสิ คนเขาจะพูดเอาได้ว่าไปทำงานถึงเมืองนอกแต่เรื่องพื้นฐานกลับคิดไม่เป็น"
"มันจะมากเกินไปแล้วนะพลอยพูดอะไรให้มันดีๆ หน่อย"
เสียงของพราวมุกเริ่มเข้มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด กับความเป็นคนปากเสียไม่รู้กาลเทศะของผู้เป็นน้องสาวคลานตามกันมา หากแต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้ตัวของคนฟังสะทกสะท้านได้แต่อย่างไร ยังคงลอยหน้าลอยตาเหมือนเคย คล้ายกับว่าที่ตนทำนั้นไม่ใช่เรื่องผิดแปลกเลยสักนิด
จนผู้เป็นพี่สาวต้องระงับอารมณ์เอาไว้เองด้วยกลัวว่าเรื่องมันจะบานปลายกว่านี้ เพราะรู้ดีว่าคนเป็นน้องต้องหาเรื่องจนจากเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาได้ง่าย ๆ ถึงตอนนั้นก็เป็นตัวเธอนั่นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายถูกดุเพราะเป็นพี่แต่ไม่ยอมน้องแบบนี้ ถึงแม้มันอาจจะดูเป็นการลำเอียงสักหน่อยหากแต่เพราะตัดความรำคาญพราวมุกก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายยอมน้องตัวเองมาตลอด
ตัวพราวมุกและพลอยใสนั้น เป็นพี่น้องที่ห่างกันอยู่เพียงแค่สองปี รูปร่างหน้าตาของสองสาวเรียกได้ว่าสวยงามไปคนละแบบ ตัวพราวมุกออกเธอสวยเธอเลิศตามประสาสาวมั่น และ กึ่งๆ น่าค้นหา อยู่ไม่น้อย ในขณะที่พลอยใสมาในแนวของสาวหวานท่าทีใสๆ แถมยังบริหารเสน่ห์เก่งเป็นอันดับหนึ่งอีกต่างหาก
และนอกจากรูปลักษณ์นิสัยภายนอกของสองสาวที่ต่างกันคนละขั้วแล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่มีไม่เหมือนกันเลยก็คือนิสัยนั่นเอง พราวมุกเป็นคนที่ค่อนข้างดูหยิ่ง และกล้าได้กล้าเสียอยู่พอสมควร ในขณะที่ตัวของผู้เป็นน้องแม้ลึกๆ จะเป็นคนดีอยู่ไม่น้อย หากแต่ก็เป็นคนเอาแต่ใจ ทั้งยังชอบปากเสียพูดจาเย่อหยิ่งเกินตัว จนสร้างความไม่พอใจให้คนสนทนาด้วยได้ไม่น้อย ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวของพราวมุกเองจนอีกฝ่ายต้องหนีไปทำงานถึงเมืองนอกห่างไกลบ้านเรือนเพียงเพื่ออยากจะใช้ชีวิตอิสระแบบไม่ต้องคอยมาตามใจใคร
และตัวเธอก็พึ่งกลับมายังมาตุภูมิได้แทบไม่ถึงสัปดาห์ด้วยซ้ำ อันที่จริงตัวของพราวมุกเองก็มีแพลนอยากจะกลับบ้านมาในช่วงปลายปีเหมือนกัน หากแต่ทุกอย่างก็ต้องเลื่อนกลับมาให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เมื่อผู้เป็นแม่โทรไปแจ้งข่าวดีว่าน้องสาวคนเดียวของเธอนั้นกำลังจะแต่งงาน
ในขณะที่เธอยังทั้งโสด
แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าตัวพราวมุกจะอิจฉาน้องหรือว่าอย่างไร เพราะอย่างที่บอกน้องแม้จะนิสัยเสียไปบ้างแต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดีเอาเสียเลย ถึงจะแอบแปลกใจไปบ้างแต่เธอก็ยินดีที่น้องเป็นฝั่งฝ่า แม้จะแอบเฟลเล็กๆ ที่คนพี่แบบตนยังครองซิงมาได้ตั้งนานก็ตาม
"อย่างน้อยก็แค่ถึงเมื่อวานล่ะย่ะ"
คนสวยนึกในใจด้วยความรู้สึกคล้ายชนะ ก็ในเมื่อที่ผ่านมาเพราะรักและสนุกในการทำงานจนไม่มีเวลาไปหาผู้ชายเป็นของตัวเอง ครั้นจะปล่อยให้น้องสาวที่รักชิงมีสามีไปก่อนทั้งที่ตนแห้งเหี่ยวเหมือนเดิมก็กลัวเสียหน้าถ้าน้องมันรู้เข้า จัดการพาตัวเองไปเปิดโลกมันเสียเลย แถมยังเจอแจ็กพอตเป็นของดุของดีอีกเสียนี้
คุ้มเกินคุ้มแล้ว
"ว่าแต่ หมอนั่นจะว่าไงนะถ้าตื่นมาไม่เจอเราแบบนั้น"
"แต่ก็คงไม่เป็นอะไรหรอก ให้เงินไว้ตั้งหมื่นแถมยังได้ครั้งแรกเราอีก คงคุ้มอยู่มั้ง"
คนสวยถามตอบตัวเองในอยู่แบบนั้น แล้วพยายามสลัดใบหน้าของคนที่จำชื่อได้เพียงราง ๆ ออกไป ด้วยคิดว่าอย่างไรเสียตัวเธอกับผู้ชายคนนั้นก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วแน่นอน มันจะมีที่ไหนทฤษฎีโลกกลมที่จะเหวี่ยงคนคืนเดียวให้มาเจอกันอีกครั้ง ทุกอย่างมันก็มีแค่ในละครเท่านั้นล่ะ
เรื่องแบบนั้นมันไม่มีทางเป็นจริงหรอกน่า
ใช่ไหม ใช่แหละ โลกคงไม่กลมขนาดนั้นหรอก...มั้งนะ
***