บทที่(((2)))...ราตรีร่วมหอของสามเรา?...

2267 Words
...ผลัก! ... "แอ๊ก! " หลังจากผ่านด่านแรกประตูสู่ขุมนรกของท่านหญิงตัวน้อยก็มาถึงด่านต่อไปทันทีและเพราะเด็กน้อยมัวแต่คิดระวังกิริยาเลยไม่ทันตั้งตัวและสติเข้าที่ดีเฉียวปิงเซียวก็ถูกจางหลานเย่เจ้าสาวอีกคนกระแทกจนล้มลงไปลงไปนั่งจุกตัวงอแล้วพระชายารองก็แย่งที่ซึ่งสมควรเป็นของพระชายาเอกเอาไปครอบครองอย่างไม่ละอายใจสักนิด ...ไม่เป็นไรหลอกก็เพียงที่ตำแหน่งที่ยืนเท่านั้นเช่นไรพระชายาเอก เช่นนางก็มีอำนาจเหนือกว่าพี่สาวปากแดงผู้นี้ วันนี้นางจะต่อให้ก่อนหนึ่งก้าวก่อนก็ได้... เจ้าสาวตัวน้อยส่งยิ้มแฉ่งแสนจะจริงใจไปให้อีกฝ่าย เลยถูกขว้างสายตาอำมหิตคืนสนองมาหนึ่งสาย...พี่สาวช่างเป็นคนดีเสียจริง...เป็นคนดีอย่างยิ่ง...เสี่ยวปิงซาบซึ้งใจเหลือเกิน... กราบไหว้บรรพชนผ่านพ้น ก็กราบไหว้ฟ้าและดิน กราบไหว้ญาติผู้ใหญ่ ที่มีไทเฮาและองค์จักรพรรดินั่งเด่นเป็นสง่า จนไปถึงยกน้ำชาตลอดทุกขั้นตอนแทนที่เจ้าบ่าวจะช่วยเหลือเจ้าสาวผู้เป็นเด็กวัยเพียงหกหนาว กลับกลายเป็นองครักษ์หลวงหน้านิ่ง กับนางกำนัลสาวตัวน้อยเพียงเท่านั้น ส่วนเจ้าบ่าวนั้นหรือ? ...เขาก็สนใจแต่เพียงช่วยเหลือพระชายารอง จนแขกทั้งหลายแอบซุบซิบนินทา ไทเฮาที่แต่แรกก็รังเกียจจางหลานเย่อยู่แล้วบัดนี้พระนางจึงยิ่งมิพึงใจอย่างยิ่งที่พระโอรสองค์สุดท้อง กระทำคล้ายฉีกหน้าของพระนางด้วยการ ทอดทิ้งเจ้าสาวที่นางคัดเลือกและประทานให้ พอจบพิธียกน้ำชาเลยเสด็จกลับไปอย่างโกรธขึ้งทันที จวบจนถึงเวลาส่งตัวเข้าหอ เจ้าสาวตัวน้อยที่ติดตุ๊กตาผ้าสีกระดำกระด่างก็ร้องหาจะเอาให้ได้ยังดีที่เสี่ยวเตี๋ยนางรู้หน้าที่จึงพกติดกายเอาไว้เสมอ เมื่อได้ตุ๊กตาคู่ใจความง่วงที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันก็กลืนกินสติของเด็กน้อยทันที "อย่าเพิ่งนอนเพคะหวางเฟย ทรงต้องไปชำระร่างกายให้สะอาดรอพิธีเข้าหอก่อน" ถึงหนังตาหนักอึ้งจนแทบแบกต่อไปไม่ไหวทว่าคำเรียกขานถึงตำแหน่งที่ถูกโยนมาสวมที่ศีรษะ ก็ทำให้เด็กน้อยที่นับจากจำความได้นางก็ถูกคำว่าหน้าที่ผูกติดเป็นดังเงาร้ายหลอกหลอนมาตลาดก็จำทนฝืนไปทำตามที่แม่นมซางเหนียงจือต้องการไร้ข้อโต้แย้ง แต่อาบน้ำเสร็จผ่านไปถึงสองชั่วยามชินหวางเจ้าบ่าวผู้สมควรตายผู้นั้นก็ยังไม่โผล่มาแม้เพียงเงา เด็กน้อยสุดจะทานทนจึงหลับไป จนผ่านไปนานเพียงใดเด็กน้อยเช่นเฉียวปิงเซียวก็สุดจะรู้ได้สุดท้ายกายเล็กก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ต่อให้เด็กน้อยทั้งเหนื่อยทั้งเพลียอยากดื้อดึงอยากร้องไห้งอแงแต่เพียงเหลือบสายตาไปเจอไม้เรียวเล็กจิ๋วทว่าฤทธิ์ร้ายแสบสันในมือของแม่นมสาวเฉียวปิงเซียวก็เร่งเด้งกายลุกขึ้นมานั่งตาปรือเร็วไว "หวางเฟยเพคะ...หวางเฟย ตื่นก่อนเพคะ ได้เวลาต้องทำหน้าที่แล้ว" แต่ถึงร่างกายลุกขึ้นมานั่งทว่าดวงตายังหรี่ปรือส่วนสติย่อมจะยังคงไม่เต็มร้อย แต่คำสั่งของไทเฮาที่มีบัญชาต่อนางก่อนขึ้นเกี้ยวกลับดังสะท้อนก้องแม้จะยังคงอยู่ในห่วงกึ่งฝันกึ่งตื่นก็ตามทีเถิด 'เสี่ยวปิง จงจดจำให้ขึ้นใจในสามราตรีนี้เจ้าต้องไปนอนอยู่ตรงกลางระหว่างชินหวางกับพระชายารองอย่าได้ขาด' เช่นนี้แล้วต่อให้ง่วงนอนจนตาลืมไม่ขึ้นเฉียวปิงเซียวนางก็ลุกขึ้นแล้วออกเดินตามแรงจับจูงของแม่นมคนงามไปพร้อมกับตุ๊กตาเน่าหนึ่งตัวในอ้อมแขน ...หากนางทำหน้าที่ครบไทเฮากล่าวว่าอย่างไรนะ? ...อ้อ...ข้าจะได้ค่าขนมเป็นแผ่นทองห้าหมื่นตำลึง.... เพื่อห้าหมื่นตำลึงทองนางก็จะไว้หน้าไทเฮาสักครั้งไม่ดื้อไม่ซนไปนอนตรงกลางอย่างดีไม่ให้ขาดตกลงไปแม้เพียงหนึ่งเค่อ... แล้วเฉียวปิงเซียวก็ท่องไปตลอดทางว่าห้าหมื่นตำลึงทอง...ห้าหมื่นตำลึงทอง... "พวกเจ้าทำบ้าอันใดกัน" หากเฉียวปิงเซียวเกิดมายังไม่เคยพบพานยักษ์พ่นไฟได้ราตรีนี้เด็กน้อยก็ได้เห็นแล้ว เป็นผู้ใดที่แสนจะใจดีแสดงงิ้วให้นางดูชมกลางดึกนะหรือ...ก็ชินหวาง...พระสวามีเขี้ยวยาวของนางเช่นไรเล่า...ท่าทีเช่นนี้มันช่างคล้าย...ปีศาจกระทิง!...มิผิดแน่บัดนี้ชินหวางเขากลายร่างเป็นปีศาจกระทิงไปแล้ว เอ...แล้วตกลงนางคงเป็นองค์หญิงพัดเหล็กใช่หรือไม่? ...หากนางเป็นองค์หญิงพัดเหล็กเช่นนั้นพระชายารองก็คงจะเป็น...เมียน้อย!...คิก...คิก...คิก...งิ้วเรื่องนี้สนุกเกินไปแล้ว ...ว่าแต่สงสัยสวามีของนางผู้สวมบทบาทปีศาจกระทิงคงจะตื้นตันใจมากเป็นแน่ที่นางเสียสละมานอนร่วมเตียงเช่นนี้ น่าเอ็นดูเสียจริง...ชินหวางช่างน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง... เด็กน้อยคิดไปก็หัวเราะคึกคักเห็นเป็นสนุก ยิ่งพี่สาวปากแดงผู้นั้นด้วยแล้ว ดูท่าจะต้องเอ็นดูนางเพิ่มอีกเกินสิบส่วน ก็ดูสายตาพี่สาวเถิด คาดว่าหากนางเป็นเนื้อหมูคงถูกสายตาจางหลานเย่สับจนเละเวลากินคงไม่ต้องเสียเวลาเคี้ยวเพียงส่งเข้าปากย่อมกลืนลงท้องได้เลย ...พี่สาวต้องรักข้ามากแน่แท้... ได้เห็นเช่นนี้เด็กน้อยก็รู้แจ้งว่าต่อจากนี้ภายในกำแพงสูงใหญ่นางคงมีแต่คนรักและเอ็นดูเต็มไปหมด...ช่างน่าสนุก...น่าสนุกเกินไปแล้ว "หามิได้เพคะชินหวางทว่านี้คือบัญชาจากองค์ไทเฮา หากสามราตรีนี้ชินหวางไม่รับให้ชินหวางเฟยมานอนร่วมเตียงเช่นนี้ก็คงต้องส่งพระชายารองไปนอนเล่นยังตำหนักเย็นสักหลายหนาวแล้วเพคะ" แม่นมซางเหนียงจือคนงามนางกล่าวด้วยกิริยานอบน้อม ทว่าสีหน้านั้นตึงเครียดอย่างยิ่ง หานไท่หมิงกำหมัดแล้วคลายอยู่หลายสิบครั้งสุดท้ายก็รู้คิดก็เพียงสามราตรี หากพ้นไปได้เสด็จแม่คงไร้เหตุผลจะมาขัดขวางเขากับจางหลานเย่ไปได้ "ได้! " คำตอบเดียวที่คลี่คลายทุกสิ่ง คนของไทเฮาล่าถอย แม่นมซางเหนียงจือนางเองก็ออกไปเช่นกันบัดนี้ภายในห้องหอที่สมควรจะมีเพียงบ่าวสาวให้ได้เสพสุขกันอย่างหวานชื่น กลับดูชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเพราะมีมือที่สามมานั่งตาใสอยู่กลางเตียงพร้อมตุ๊กตาผ้าแสนเก่ามอมแมมหนึ่งตัว "เชิญพวกท่านตามสะดวกเสี่ยวปิงง่วงไม่ไหวแล้ว" เสียงเล็กบอกเสร็จนางก็ปีนขึ้นเตียงหลังโตแล้วกายน้อยก็ทิ้งดิ่งลงนอนแผ่หลาเต็มเตียงไม่สนใจสองหนุ่มสาวที่ยืนมองหน้ากันไปมาเลยสักนิด เมื่อเป็นเช่นนั้น จางหลานเย่จึงคิดว่านังเด็กมารน้อยคงหลับไปแล้วนางจึงคิดใช้เวลาเช่นนี้สานต่อที่เพิ่งค้างคาเอาไว้เมื่อครู่ก่อนหน้าให้จบ กายงดงามจึงขยับเข้าไปโอบกอดลูบไล้กายกำยำแล้วเบียดเข้าหาเชิญชวนอีกฝ่ายอย่างมากมาจริตมารยา สมกับที่นางถูกมารดาฝึกฝนมาอย่างดีก่อนออกเรือนถึงสามเดือน เช่นนี้บุรุษวัยฉกรรจ์ที่โลหิตกำลังเดือดพล่านเช่นหานไท่หมิงมีหรือจะไม่อ่อนไหวจึงดึงนางเข้ามากดจุมพิตเร่าร้อนเต็มอารมณ์ ...ซ่า... สองร่างที่กำลังนัวเนียจุมพิตกันจนอาภรณ์หลุดลุ่ยถึงกับผวาผละออกจากกันดังกับสุนัขที่กำลังกัดกันแล้วถูกน้ำสาดเข้าห้ามมิแตกต่าง เห็นแล้วเฉียวปิงเซียวนางก็ยิ้มแต้พออกพอใจอย่างยิ่ง "เจ้า! ...เจ้าทำบ้าอันใดกัน เอาน้ำชามาสาดข้าด้วยเหตุอันใด" จางหลานเย่นางแทบจะกรีดร้องแล้วพุ่งกายลงไปทุบตีนังมารน้อยตรงหน้าเสียให้สาแก่ใจยังดีที่เป็นชินหวางเป็นผู้ออกหน้าตวาดก้องออกไปเสียก่อนนางจึงได้สติว่าไม่สมควรแสดงกิริยาไม่ดีต่อหน้าสวามี "ก็...พวกท่านกัดกันเช่นสุนัข เสี่ยวปิงเกรงว่าพวกท่านจะบาดเจ็บเช่นไรเล่า...แต่ชินหวางไม่ต้องขอบใจเสี่ยวปิงหลอก ถึงเสี่ยวปิงจะเป็นเด็กแต่เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้เสี่ยวปิงไม่คิดมากเพคะ...ไม่คิดมาก ชินหวางอย่าได้เกรงใจไป" เส้นตรงลำคอของหานไท่หมิงปูดโปนจนคาดว่าอีกนิดเดียวคงระเบิดเสียเป็นแน่ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะข่มอารมณ์อยากบีบลำคอสั้นๆ ของเด็กน้อยที่ยืนอุ้มตุ๊กตาผ้าแล้วทำสีหน้าเห็นอกเห็นใจเขาอย่างยิ่งนั้นให้ตายคามือจากนั้นจึงจับโยนลงไปในกรงของเสื้อดำที่เขาเลี้ยงไว้จนแม้แต่กระดูกก็ไม่เหลือลงไปอย่างยากเย็นเหลือเกิน "หรือที่แท้พวกท่านไม่ได้กัดกันเพคะ? " เด็กน้อยเอียงคอมองทั้งสองนิ่งคล้ายกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก "อ้อ...เสี่ยวปิงเข้าใจแล้วเพคะ ต้องเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน ชินหวางกับพระชายารองไม่ได้กัดกันเช่นสุนัข...ขออภัยนะเพคะ...เสี่ยวปิงผิดแล้ว...ผิดไปแล้วจริงๆ " คนตัวเล็กโค้งกายลงต่ำศีรษะเล็กแทบโขกพื้นสีหน้าก็สำนึกผิดจากใจจริง ทว่าหานไท่หมิงถึงกับสะดุ้ง เด็กน้อยผู้นี้นางเพียงหกหนาว เหตุใดจึงเข้าใจเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ว่า... "ชินหวางกับพระชายารองต้องหิวข้าวเป็นแน่...ใช่พวกท่านคงกำลังหิวข้าว...เสี่ยวปิงก็เริ่มหิวอีกแล้ว เช่นนั้น มาเถิด...เราไปกินข้าวกัน" ...!!! ... เผชิญศึกมาทั้งแดนเหนือวนเวียนเคลื่อนไปจวบจนสุดแดนใต้ หานไท่หมิงเขาไม่เคยรู้สึกว่าตนเองจะอับจนปัญญายากจะต่อกรเช่นนี้มาก่อนสักครา...ทว่าเพียงตกแต่งพระชายาเอก ตัวน้อยเข้าตำหนักยังไม่ทันข้ามคืนไยเขาจึงรู้สึกอับจนหนทางจนอยากจะย้ายตำหนักหนียายเด็กปีศาจน้อยตรงหน้ายิ่งนัก! “มาสิเพคะชินหวางดูจะหิวจัดจนหน้าเขียวเช่นนี้ต้องรีบกินเดี๋ยวจะเป็นลมเอาได้นะเพคะ” คนไม่รู้ตัวว่าตนเองเข้าใกล้กรงเสือไปทุกทียังมีแก่ใจมาจับจูงคนตัวโตเท่ายักษ์ดึงไปที่โต๊ะซึ่งเต็มไปด้วยอาหารและขนมมงคลสำหรับบ่าวสาวในค่ำคืนเข้าหอ พอถึงโต๊ะคนตัวน้อยก็ไม่สนใจผู้ใหญ่ทั้งสองนางสนใจก็เพียงอาหารตรงหน้า แต่ถึงจะหิวมากแต่เฉียวปิงเซียวนางก็ไม่ใช่เด็กกินมูมมามนางกับเรียบร้อย พออิ่มก็ยังรักษามารยาทไม่ลุกขึ้นไปก่อนคนโต ต่อให้นางง่วงจนนั่งเอาศีรษะโขกกับขอบโต๊ะไปหลายรอบแต่เด็กน้อยก็อดทนเพียรนึกถึงแต่แผ่นทองค่าจ้างที่ตนจะได้เอาไว้ไม่หยุด …สุดท้ายค่ำคืนเข้าหอที่สูงค่ากว่าทองคำหมื่นตำลึงกลับต้องพ่ายให้แก่แผ่นทองห้าหมื่นตำลึงที่มากกว่าของไทเฮาลงไปจนได้… เงาร่างสูงใหญ่ที่ยืนมองจากมุมของหลังคาตำหนักปล่อยพิราบสื่อสารออกไปแจ้งข่าวถึงใครบางคนว่าวันนี้ดวงใจตัวน้อยของเขานางก็ปลอดภัยในตำหนักชินหวางแห่งนี้อีกหนึ่งวันแล้วอย่าได้ว้าวุ่นใจไปเลยขอให้นางเร่งจัดการงานในหน้าที่ของตนเองให้ดี เช่นเดียวกันกับตัวของเขาเอง “คนดี…ข้าจะปกป้องเจ้าตลอดไป…อดีตข้าผิดต่อเจ้านักเช่นนี้…ต่อไป ข้านั้นจะไม่ให้มีภัยร้ายใดมาทำร้ายเจ้าได้อีก…ต่อให้เป็น…ชินหวางหานไท่หมิงเองก็ตามข้าก็จะขัดขวางจนสุดกำลังหรือจำเป็นให้ต้องสังหารเขาเพื่อเจ้าข้าก็ยินดีไม่คิดมากเลย” ถึงสายลมในยามดึกจะหนาวจนปวดกระดูกแต่ก็มิอาจทำลายความตั้งใจอันแรงกล้าของบุรุษที่ตั้งใจมุ่งมั่นแล้วว่าตนเองจะตามปกป้องดูแลคนตัวน้อยให้นางปลอดภัย ต่อให้รู้แจ้งชาตินี้มิอาจเอื้อมคว้านางมาแนบเคียงข้างแต่แค่เพียงได้มองเห็นรอยยิ้มงามกับดวงตาสีทองผ่องอำไพนั้นเต็มไปด้วยความสุขเขาก็พึงใจแล้ว เพราะอดีตเขาทำร้ายนางมามากใจอำมหิตต่อนางไม่น้อยซึ่งในยามที่มีนางเคียงใกล้เขากลับไม่เคยรู้ค่าไม่เคยถนอมนางให้ดีวันนี้เขาได้โอกาสใหม่อีกครั้งจึงไม่ลังเลเลยที่จะหาโอกาสมาชิดใกล้เพื่อปกป้องนาง …ทั้งชีพนี้เขาก็จะยกให้เพื่อนางผู้เดียวเพราะอดีตชีพนางเองก็ยกให้บุรุษโง่งมเช่นเขาผู้เดียวเช่นกัน…แม่น้ำแข็งก้อนน้อยของข้า ต่อให้กลายเป็นปีศาจหรือต้องขายวิญญาณให้จอมมารท่านพี่ล้วนยอมพลีเพื่อเจ้าแล้ว...เฉียวปิงเซียว...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD