ศาลากลางของวังหลวงช่างใหญ่โตยิ่งนัก หากผู้ใดได้พบเห็นแล้วเหมือนโดนสะกดจิตให้มองอยู่อย่างนั้น
หนิงหลง " สวยมาก "
อี้เฉิน " ไม่เคยเห็นรึ "
หนิงหลง " ใช่
หนิงหลงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อิ่มเอมใจอย่างเห็นได้ชัด อี้เฉินเลยมองว่านางนั้นทำตัวแปลก ๆ
อี้เฉิน " ตั้งแต่วันแรกที่เจ้ามาอยู่ที่นี่ไม่เห็นเจ้าจะดีใจเช่นนี้ "
หนิง " แล้วอย่างไรเล่า ก็ข้าดีใจ "
ในขณะนี่หนิงหลงได้เดินทางถึงศาลากลางใหญ่แล้ว สะพานที่เดินข้ามไปยังแม่น้ำนั้นช่างกว้างใหญ่และแข็งแรงทนทานไม่คิดว่าจะสร้างศาลากลางใหญ่กลางหุบเขาเช่นนี้ ส่วนข้างล่างก็จะเป็นแม่น้ำที่ใสสะอาดรอบๆเต็มไปด้วยดอกไม้หลายสายพันธุ์มองไกลๆก็จะเห็นวิวสวย ๆ ถึงบางครั้งก็เหมือนดังเมืองสวรรค์บนดิน
หนิงหลง " ว้าว อลังการมากไม่คิดว่าในยุคอดีตก็สง่าไม่แพ้ยุคปัจจุบัน ! "
หลิงหลงเอาแต่สำรวจทุกอย่างในขณะที่เดินนำหน้าอี้เฉิน อี้เฉินจะเดินไปอีกทางแต่ถูกหนิงหลงดักทางไว้ จนไม่รู้จะเดินไปทางไหนดี เพราะนางตื่นเต้นที่ได้เห็นอะไรแปลกใหม่
อี้เฉิน " เจ้าโตแล้วนะจะมาวอกแวกเหมือนเด็กไม่ได้ "
หนิงหลงมองอี้เฉินด้วยความเบื่อหน่ายหมดอารมณ์ที่จะมองดูสิ่งสวยงามที่อยู่รอบ ๆ นางเลยตัดสินใจเดินมุ่งหน้าไปยังศาลาใหญ่ทันที
หนิงหลง " ชอบมาขัดจังหวะข้า หึ "
ทันใดนั้นอี้เฉินจึงสั่งให้หนิงหลงนั้นเดินช้า ๆ ห้ามเดินไปก่อนตน จากนั้นอี้เฉินจึงยื่นแขนให้หนิงหลงสอดแขนเข้ามาควงเดินไปพร้อมๆกัน
อี้เฉิน " อย่ารอช้ารีบๆ เถิด "
หมิงหลงคิ้วขมวดชนกันจนหน้าย่นจะไม่ให้หน้าย่นได้ยังไงล่ะจู่ๆก็ยื่นแขนออกมา นางจึงยืนลังเลเล็กน้อยในจังหวะนั้นเฟยจูได้เดินตามหลังอี้เฉินพอดี หนิงหลงจึงรีบควงแขน หวังให้นางจะได้เห็นเต็ม ๆ ตา
หนิงหลง " ไปกันเถอะสามี "
สีหน้าเยาะเย้ยโอ้อวดเป็นเจ้าข้าวเจ้าของให้นางร้ายอิจฉา
อี้เฉิน " นางบ้าไปแล้วรึ เมื่อครู่ยังหน้าบูดบึ้งเหตุใดถึงยิ้มร่าเหมือนคนเป็นบ้าเช่นนี้ ( คิดในใจ )
เฟยจูเห็นภาพบาดตาบาดใจจึงถอนหายใจกระทืบเท้าซ้ำไปซ้ำมาด้วยความริษยา
เฟยจู " นับวันนางยิ่งท้าทายข้า "
" คุณหนูอย่าเพิ่งใจร้อนยังมีเวลาอีกมากที่จะกำจัดน้ำออกไปให้พ้นทาง "
เฟยจู " เจ้าพูดถูก "
ในศาลาอันกว้างใหญ่สายตากำลังสอดส่องไปบริเวณรอบ ๆ ทำเช่นไรดีถึงจะได้นั่งใกล้ท่านพี่อี้เฉิน
เฟยจู " นางแพศยากล้ามาแย่งตำแหน่งของข้า "
ใจร้อนรุ่มเมื่อเห็นศัตรูหัวใจนั่งข้างชายคนที่รักจึงได้แต่เก็บอาการข่มความริษยาเอาไว้ มีแค่ที่นั่งตรงข้ามเท่านั้นที่ยังว่างอยู่เฟยจูจึงไปนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เต็มใจ
ฮองเฮา " วันนี่ข้าเตรียมหญิงเต้นรำมาแสดงที่นี่ พร้อมกับนักดีดพิณ "
ขุนนางทั้งหลายทำหน้าระรื่นสีหน้าสดชื่นเมื่อได้ยินว่าจะมีหญิงสาวสวยมาเต้นระบำให้ดู ในขณะนั้นหนิงหลงก็ได้สังเกตอาการอี้เฉินไปด้วย นางอยากรู้ว่าถ้ามีหญิงสวยมาเต้นระบำต่อหน้าอี้เฉินจะทำสีหน้าเช่นไร
หนิงหลง " ท่าทางท่านจะชอบมาก "
อี้เฉิน " เจ้าหมายถึงอะไร "
หนิงหลง " ก็หมายถึงจะมีสาวสวยมาเต้นระบำต่อหน้า ...เจ้าไม่ดีใจรึ "
อี้เฉิน " เจ้าคิดแต่เรื่องพวกนี้รึ "
หนิงหลง " หรือว่าท่านไม่ใช่คนเช่นนั้น"
ต่างคนต่างพูดข่มขู่กันไปมาไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น เถียงเงียบๆกันอยู่ 2 คนแล้วขุนนางทั้งหลายต่างมองว่าคู่รักหยอกล้อกันเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้คนที่ไม่ปกติคือเฟยจู นางม้วนปากเขาหากันทอดสายตาที่อิจฉามองมาที่ทั้งสองฝ่ามือที่วางอยู่บนโต๊ะกำลังกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดนูนขึ้นมาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆฝืนยิ้มเล็กน้อยให้ไม่เป็นที่สงสัย
เฟยจู " ฮองเฮา เพคะ อย่าถือสาพี่สาวข้าเลยเพคะ นางเป็นคนเสียงดังเล็กน้อยและไม่เกรงใจใครในคนหมู่มาก "
ฮองเฮา " ถ้าไม่ถือสาหรอกดีเสียอีก "
คำตอบของฮองเฮาทำให้เฟยจูเสียหน้าอย่างมากนางกะว่าจะทำให้ทุกคนมองหนิงหลง ด้วยความเข้าใจผิดแต่ความจริงกับพลิกผัน
ฮองเฮา " งั้นมาเริ่มดื่มฉลองกันเถิด "
หลังจากนั้นทุกคนตามสนทนากันอย่างสุขสำราญพร้อมอาหารเริสรสที่วางอยู่หน้าโต๊ะและสุราชั้นดีอันดับ หนึ่ง แห่ง ราชวงศ์ถัง
หนิงหลง " น้องไก่ ของโปรดของข้า "
มือน้อยๆหยิบน่องไก่คำโต ๆ มาป้อนเข้าปากกัดเป็นคำ ๆ อย่างเอร็ดอร่อย อี้เฉินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็มองอย่างประหลาดใจว่าทำไมถึงกินมูมมามเช่นนี้
อี้เฉิน " ชาติที่แล้วเจ้าไม่ได้กินน่องไก่รึ ถึงได้กินไม่ดูตาม้าตาเรือ ว่าผู้อื่นนั้นกินอย่างไร "
หนิงหลง " หรือว่าท่านจะให้ข้าตัดคำทีละคำเล็กน้อยแบบคุณหนูเฟยจูรึ กินชิ้นแค่นั้นมันจะไปอิ่มอะไร "
หนิงหลงไม่สนใจมีคำเตือนของอี้เฉิน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
หนิงหลง " ข้าอยากกินผลไม้ หยิบให้ข้าเถิด "
น่องไก่ในปากกำลังเคี้ยวป่องๆ ยังจะอยากกินผลไม้อีกอี้เฉินเลยต่อว่านางเบาๆเล็กน้อย
อี้เฉิน " ที่นี่ไม่ใช่ศาลเจ้า อยากได้อะไรก็หยิบเอาเอง อยู่ใกล้ๆเอง "
หนิงหลง " หึ ก็มันอยู่ฝั่งท่านหากข้าจะเอามือไปผ่านหน้าท่านไป ขุนนางคนอื่น ๆจะว่าข้าไม่มีมารยาทไม่สมกับเป็นชายาเอก "
อี้เฉิน " หึ ? "
อี้เฉินถอนหายใจเบาๆ แต่ก็หยิบผลไม้ให้นาง