หนิงหลง “ ขอบใจท่านผู้คุมที่หวังดีกล่าวตักเตือนข้า งั้นข้าลา “ ผู้คุมได้ยินเช่นนั้นก็โมโหจนหน้าสั่นและได้ระบายอารมณ์ใส่นักโทษด้วยการเฆี่ยนตี
หนิงหลง “แล้วข้าจะเดินทางกลับยังไงกว่าที่ถึงเมืองหลวงคงเป็นลมก่อน “ ในขณะที่หนิงหลงกำลังจะหมดแรงในการเดินทาง จู่ ๆ ก็มีเสียงม้าขององค์รักมือขวาขององค์ชายได้มุ่งหน้ามาหาหนิงหลงอย่างรวดเร็ว
องค์รักษ์ “ วันนี้คือวันพ้นโทษของท่าน องค์ชายให้ข้ามารับท่านกลับเข้าวัง “
หนิงหลง “ต้องใช่แน่ ๆ ชายผู้นี่คือสามีเจ้าของร่างเดิม เอาเถิดอย่างไรเสียให้กลับถึงวังได้เสียก่อน ส่วนเรื่องที่ต้องรับมือต่อจากนี่ค่อยคิดหาวิธีทีหลัง (คิดในใจ ) “
หนิงหลงได้ยืนนิ่งเงียบอยู่สักพักเพื่อทบทวนให้รอบคอบก่อนที่จะขึ้นรถม้ากลับวังหลวง การกลับมาของหนิงหลงครั้งนี้ทำให้องค์รักษ์รู้สึกได้ถึงความเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็น บางครั้งแววตาของนางก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น จนองค์รักษ์เดาใจไม่ถูกเพราะนางไม่เหมือนเมื่อก่อน องค์รักษ์เลยคิดว่านางนั้นเหมือนไม่ใช่คนคนเดียวกันที่ตนนั้นเคยรู้จัก ในขณะนั้นหนิงหลงก็ตัดสินใจขึ้นไปในรถม้าทันที
หนิงหลง “ ออกเดินทางได้ “
น้ำเสียงนิ่งและแข็งแกร่งกำลังสั่งองค์รักษ์ให้ออกเดินทาง ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนนางจะไม่ชอบออกคำสั่ง
องค์รักษ์ “นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินพระชายา เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย “
ณ . วังหลวงราชวงศ์ถัง
เมื่อใกล้ถึง วังหลวงแล้วภาพในอดีตของ เจ้าของร่างเดิมก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ข้ามีนามว่าหนิงหลง เป็นบุตรสาวแห่งอานาจักรแห่งราชวงศ์จิน ซึ่งอยู่ห่างไกลจากราชวงศ์ถังเป็นอย่างมาก อยู่มาวันหนึ่งข้านั้นได้ออกจากเมืองหลวงเพื่อเดินทางไปพบกับการเดินทางเรียนรู้ที่แสนยาวไกล แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับข้า ในระหว่างการเดินทางนั้นข้าได้ถูกลอบสังหารจากผู้ร้าย ในตอนนั้นข้าไม่มีทางหนีแล้ว ข้าได้แต่ยืนบนขอบหน้าผาในเพลานั้นข้าตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำเช่นไรดี สุดท้ายแล้วข้าจึงตัดสินใจโดดลงไปข้างล่างโดยไม่รู้ชตากรรมของตัวเอง แต่ไม่หน้าเชื่อว่าข้านั้นยังมีชีวิตรอด เพราะได้ชายหนุ่มหน้าตาดีช่วยชีวิตข้าไว้ ถึงข้าจะรอดมาได้แต่ว่าข้านั้นกลายเป็นคนความจำเสื่อม เลยไม่รู้ว่าตัวเองนั้นเป็นใครจากไหน รู้แต่ว่าในเพลาที่ได้อยู่กับชายหนุ่มรูปงามผู้นี่ ทำให้ข้าเกิดความรักขึ้นมาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และชายหนุ่มผู้นั้นก็หมายมีใจให้ข้าเช่นกัน หลังจากนั้นมาชายที่ข้ารักได้แต่งตั้งให้ข้าเป็นชายาเอกเพียงคนเดียว
หนิงหลง “ที่แท้นางผู้นี่มีฐานะไม่ธรรมดาเลย “
องค์รักษ์ “พระชายาถึงหน้าจวนของท่านแล้วขอรับ “ รถม้าได้หยุดอยู่ที่หน้าจวนรกร้างเหมือนไม่เคยมีผู้ใดอาศัยอยู่
หนิงหลง “ข้าเคยอยู่ที่นี่รึ “
องค์รักษ์ “ ใช่ขอรับพระชายาลืมสิ้นแล้วรึ “ องค์รักษ์หัวคิวขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ
หนิงหลง “ ขอบใจที่มาส่งข้า เจ้ากลับไปได้แล้ว “
องค์รักษ์ “ ขอรับ พระชายา “
หนิงหลง “ จวนข้าไม่มีผู้ใดเข้ามาทำความสะอาดเลยรึ “ หนิงหลงได้เปิดประตูเข้าจวนเป็นครั้งแรก ทำให้ฝุ่นมากมายที่เกาะติดประตูกระจายฝุ่นออกมาทำให้ฝุ่นกระเด็นเข้าไปในจมูกจนต้องไอจามออกมาเป็นช่วง ๆ
หนิงหลง “ สงสัยข้าต้องเร่งทำความสะอาดเสียแล้ว “
18.00 จวนหนิงหลง
หลังจากที่ปัดกวาดเช็ดถูเสร็จแล้ว จากจวนที่รกร้างก็กลับมาสดใส่ดังเดิมมองดูแล้วไม่รกหูรกตา
หนิงหลง “ จวนหลังนี่ก็สวยมากเช่นกัน “ ในระหว่างที่หนิงหลงกำลังยืนเชยชมผลงานของตัวเองอยู่นั้น สามีนางก็ได้เดินเข้ามาพร้อมองค์รักษ์ สามี นางหนิงหลง มีนามว่าองค์ชาย อี้เฉิน
อี้เฉิน “ออกมาแล้วรึ “ หนิงหลงได้ยินเช่นนั้นจึงรีบหันหลังกลับมามองด้วยสายตาที่เย็นชา
อี้เฉิน “ ทำไมนางถึงไม่เข้ามาหาข้า “ อี้เฉินแปลกใจมากที่หนิงหลงไม่เดินเข้ามาหาตน
หนิงหลง “คำนับองค์ชาย “
อี้เฉิน “ ต่อไปนีเจ้าอย่าคิดว่าจะได้อยู่สุขสบายเลย “
หนิงหลง “ข้ารู้ แล้วข้าก็มีเรื่องต้องการจะบอกท่านเช่นกัน “
อี้เฉิน “ ผู้หญิงมักมากในชาย มีสิทธิอะไรมาต่อรองข้า “ หนิงหลงต้องเงียบปากทันทีเมื่อได้ยินคำพูดที่ดูถูก นางมองเข้าไปในดวงตาอี้เฉินที่ไร้ความสงสารพร้อมเอ่ยบอกกล่าวทันที
หนิงหลง “ ข้าต้องการหย่า “ อี้เฉินถึงกับมองด้วยสายตาที่รังเกียจทันที
อี้เฉิน “ พอมาถึงตอนนี่อยากจะขอหย่า เจ้าจำไม่ได้รึว่าไม่อยากหย่ากับข้า “ หนิงหลงขึ้นเสียงแข็งกราวกล่าวออกไปสั่น ๆ ก็ทำให้อี้เฉินพูดไม่ออกเลย
หนิงหลง “ ข้าไม่ได้รักท่านแล้ว “ เมื่อสิ้นสุดประโยคหนิงหลงก็เดินเข้าจวนโดยไม่พูดคำต่อไป
อี้เฉิน “ มรยาททรามยิ่งนัก “
องค์รักษ์ “ องค์ชายตั้งแต่พระชากลับมาคราวนี่พระชายาดูเปลี่ยนไปมากขอรับ “
อี้เฉิน “ หึ จะเปลี่ยนได้นานสักแค่ไหน “ ในขณะที่อี้เฉินกำลังยืนคุยกับองค์รักษ์ เสียงเรียกหาก็แววเข้ามา
เฟยจู “ ท่านพี่ข้าได้ข่าวว่าพระชายาออกจากคุกแล้ว ข้าเลยนำอาหารอร่อย ๆ มาฝากพระชายา ข้าอยากจะขอโทษพี่สาวที่ทำให้นางเกิดความเข้าใจผิดเรื่องในอดีต “