อันอัน “ หือ เจ้า...? “
องค์รักษ์ “อย่า ๆ อย่าตีข้า “
อันอันวิ่งไล่ตีองค์รักษ์ไปจนถึงหน้าประตูห้องนอนคุณหนูเฟยหลงในขณะนั้นทั้งสองบังเอิญได้เห็นคุณหนูหนิงหลงนั่งหันหลังให้องค์ชายอี้เฉินทายาให้
อันอัน “ ออกมา “
เสียงเน้นย้ำที่ลากเสียงจนพ้นออกจากหน้าประตูด้วยฝ่ามือน้อย ๆ ที่กำลังอุดปากไว้อย่างแน่นหนา
องครักษ์ “ ปล่อย ๆ “
อันอัน “ เมื่อครู่เจ้าเกือบส่งเสียงให้นายเจ้าได้ยิน “
องค์รักษ์ “ ก็ข้าไม่เคยเห็นองค์ชายทำเช่นนี่ให้สตรีนางใด “
อันอัน “ งั้นครั้งนี่เจ้าก็จำไว้ว่าเคยเห็นแล้ว จะได้ไม่ตกใจอีก “
และหลังจากนั้นอี้เฉินก็เข้ามาเยี่ยมหนิงหลงทุกอาทิตย์ จนเฟยจูเริ่มอยู่ไม่นิ่ง
สามสัปดาห์ต่อมา
เช้าวันแรกของการเข้าท้องพระโรง วันนี่หนิงหลงแต่งตัวสวยงามเป็นพิเศษจากหน้าตาที่ตึงเครียดตอนนี่กลับมีสีหน้าที่สดใส
อันอัน “ วันนี่คุณหนูสวยมาก “
หนิงหลง “ จริงรึ “
อันอัน “ จริงเจ้าค่ะ ในใต้หล้านี่ไม่มีผู้ใดมาเทียบท่านได้ “
หนิงหลง “ เจ้าช่างปากหวาน “
เพลานี่ได้เวลาอกจากจวนเพื่อเดินทางไปยังท้องพระโรงแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าอี้เฉินจะส่งรถม้ามาให้นางเดินทางไปยังท้องพระโรง
หนิงหลง “ ร้อยวันพันปี ไม่เคยทำดีกับข้า “
อันอัน “ ไม่แน่ว่าองค์ชายอาจจะมีใจให้คุณหนูไปแล้ว
หนิงอัน “ ไม่มีทาง คนเช่นนั้นไม่ยอมอ่อนข้อให้หญิงใดได้ใจ โดยเฉพาะกับข้า
อี้เฉิน “ ขึ้นรถม้า หรือจะให้ข้าอุ้มขึ้นไป “
หนิงหลง “ ท่านพี่มาที่นี่ทำไม “
อี้เฉิน “ ข้ามารับชายาของข้า มันแปลกตรงไหนรึ “
หนิงหลง “อะไรกัน ข้าไม่ใช่ชายาของท่านอีกต่อไปแล้ว “
อี้เฉิน “ วันนั้นข้าให้เจ้าลงนามใบหย่าที่ไม่ใช้ใบหย่าจริง ๆ “
หนิงหลง “ อะไรนะ ท่านผิดคำพูดกับข้า “
อี้เฉิน “ ใช่ ข้าผิดคำพูด แต่ต่อจากนี่ไปข้าจะให้ความยุติธรรมแก่เจ้าจนกว่าเจ้าจะสืบหาความจริงว่าผู้ใดคือคนที่ว่างยาพิษ หรือว่าเจ้าไม่อยากรับโอกาสดีเช่นนี่ “
หนิงหลงมองหน้าบ่าวรับใช้ว่าจะเอายังไงดี นางนั้นมีความลังเลอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าคิดในทางที่ดีนางจะได้มีโอกาศแก้ตัวได้มากขึ้นและทำให้คำพูดของเฟยจูนั้นน่าเชื่อถือน้อยลง
หนิงหลง “ ตกลง “
ในระหว่างเดินทางผ่านหน้าจวนเฟยจู หนิงหลงบังเอิญเห็นนางกำลังก้าวขาขึ้นรถม้าตนจึงเหลือบสายตาเอียงมองอี้เฉินที่กำลังทำหน้านิ่งไม่ขยับทอดสายตามองไปทางอื่น
อี้เฉิน “ มองหน้า มีเรื่องอะไรจะพูดรึ “
หนิงหลง “ใช่ ข้ามองท่าน เหตุใดถึงไม่ลงไปรับหญิงที่เจ้ารักนักหนาละ “
อี้เฉิน “ ยังไงก็ได้เจอกันในท้องพระโรงอยู่ดี ไม่จำเป็นต้องไปรับก็ได้ “
หนิงหลง “เช่นนั้นรึ “ สายตาของหนิงหลงที่จ้องไปยังดวงตาที่ไร้ความรู้สึกและมองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาไร้ความสนใจ
หนิงหลง “ไม่น่าเชื่อว่าตอนนิ่ง ก็ดูเป็นคนดีอยู่บ้าง “
ท้องพระโรง
นางกำนัล “ นั้นองค์ชายอี้เฉินนั่งรถม้ามากับพระชายาหนิงหลง ไหนว่าเกียจนางนักหนาเหตุใดถึงนั่งรถม้ามากับนาง “
หุ่นอันเรียวบางกำลังหมุนลำตัวเพื่อหาที่ลงจากรถม้า แต่เมื่อหนิงหลงมองไปรอบ ๆ ก็มีสายตาที่ดูหมิ่นกำลังนินทาอยู่ในใจกันทุกคน
หนิงอัน “ หึ มีแต่บ่าวรับใช้ของเฟยจูทั้งนั้น “
อี้เฉิน “ เจ้ามัวยืนมองอะไรอยู่ รีบลงมาได้แล้ว “
ในขณะที่หนิงหลงกำลังจะหาทางลงนางได้สะดุดข้อเท้าตัวเอง ดีนะที่อี้เฉินโอบอุ้มรับนางไว้ทันการณ์ไม่เช่นนั้นคงหน้าเสียโฉมเป็นแน่
อี้เฉิน “ เหตุใดถึงเดินไม่ระวังเลย "
มือทั้งสองข้างโอบเอวได้ขยับบีบเนื้อหนังเบา ๆ ในขณะที่หนิงหลงยังไม่ทันรู้ตัว สายของอี้เฉินนั้นก็เริ่มรี่ลงเรื่อย ๆ มองทั้งปาก ดวงตา และแก้มกลม ๆ
หนิงหลง “ท่านหน้าข้ามีอะไรติดรึ “
อี้เฉินกระพริบตาถี่ ๆ แล้วรีบปล่อยมือที่โอบเอวนางทันที
อี้เฉิน “เปล่า รีบเข้าไปด้านในเถิด “ ในจังหวะนั้นคุณหนูเฟยจูได้เดินทางมาถึงท้องพระโรงนางเห็นภาพบาดตาบาดใจจึงได้แต่ข่มอารมณ์เอาไว้
เฟยจู “ ท่านพี่เปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่นางกลับมา “ เมื่อเป็นเช่นนั้น นางจึงเร่งฝีเท้าเดินตามให้ทันอี้เฉิน
เฟยจู “ท่านพี่ รอข้าด้วย “ เฟยจูแทรกกลางกะทันหัน นางรีบคว้าแขนอี้เฉินมาควงเพื่อเดินเข้าท้องพระโรงโดยแสร้งไม่เห็นหนิงหลงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
อี้เฉิน “ อย่าทำเช่นนี่ “ อี้เฉินจับแขนนางออกอย่างรวดเร็ว
เฟยจู “ เหตุใดถึงไม่ได้เพคะ “
อี้เฉิน “ ข้ากับพระชายายังไม่ได้หย่าขาดกันจริง ๆ หากผู้อื่นเห็นเข้าจะเข้าใจผิดว่าเจ้าเป็นนางสนมของข้า “
เฟยจู “ แล้วที่ผ่านมามันคืออะไร “
อี้เฉิน “ นี่เจ้าคิดว่าข้ารักใคร่เจ้าแบบชู้สาวเช่นนั้นรึ “
เฟยจู “ ถ้าไม่ใช่แล้วข้าเป็นอะไรในสายตาท่านพี่ “
อี้เฉิน “เจ้าก็คือน้องสาวที่ข้าไว้ใจที่สุด “ เฟยจูได้ยินเช่นนั้นถึงกับพูดอะไรไม่ออก