จวนฮองเฮา
อันอัน “ องค์ชายคุณหนูหนิงหลงอาการแย่มาก ได้โปรดส่งหมอหลวงมาให้หม่อมฉันเถิด “
อี้เฉิน “ เจ้าไม่ลืมตาดูให้ดี ๆ ว่าหมอหลวงนั้นไม่วาง โดนโบยแค่นี่คงไม่ถึงกับตาย “
อันอัน “ องค์ชายเหตุใดทรงเอ่ยเช่นนี่ “ คำพูดของอี้เฉินทำใหอันอัน เอื้อมระอาจนไม่อยากจะเอ่ยขอเรื่องต่อไปแล้ว
อันอัน “ได้ ข้าจะทูลเข้าเฝ้าฮองเฮา “ ส่วนอองเฮาที่นอนอยู่ในจวนได้ยินเสียงเหมือนมีคนจะขอเข้าเฝ้า ฮองเฮาเลยลุกขึ้นออกจากเตียงทั้ง ๆ ที่กำลังจะนอนพักร่างกายหลังจากที่หมอหลวงดูอาการให้
ฮองเฮา “ เกิดอะไรขึ้น ผู้ใดอยากพบข้า “ ทันใดที่อี้เฉินได้ยินเสียงมารดากล่าวออกมา ตนก็รีบเดินไปประคองร่างกายที่อ่อนแอทันที
อี้เฉิน “ ท่านแม่ ร่างกายท่านยังอ่อนแอนัก “
ฮองเฮา “เมื่อครู่เจ้าขัดขวางผู้ใดไม่ให้เข้ามาพบข้า “
อันอัน “ คำนับฮองเฮา คุณหนูเฟยจูกล่าวหาว่าคุณหนูหนิงหลงทำโทษบ่าวไพร่ในจวนของนางทั้งหมด แล้วองค์ชายก็เชื่อจึงสั่งให้ทหารโบยคุณหนูหนิงหลง ยีสิบครั้ง แต่องค์ชายนั้นกลับเปลี่ยนใจให้คุณหนูเฟยจูเป็นผู้ลงมือเอง ตอนนี่คุณหนูหนิงหลงมีไข้ขึ้นสูงมาก หม่อมฉันมาที่นี่เพื่อมาตามหมอหลวง แต่ไม่คิดว่าองค์ชายจะใจดำเช่นนี่ ไม่ยอมให้หม่อมฉันนำหมอหลวงไป “
ฮองเฮา “ อี้เฉิน เจ้าพูดเช่นนั้นจริงรึ “
อี้เฉิน “ ข้ายอมรับ ว่าพูดเช่นนั้นจริง ๆ
ฮองเฮา “ นั้นไงหมอหลวงออกมาแล้ว เจ้ารีบเข้าไปบอกท่าน “
อันอัน “ขอบพระทัยฮองเฮา “
ฮองเฮา “ อี้เฉิน แม่มีเรื่องจะคุยกับเจ้า “
อี้เฉิน “ ขอรับ “ น้ำเสียงที่ราบเรียบของฮองเฮาทำให้บุตรชายนั้นเริ่มคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ก็แค่คิดยังไงก็มองหนิงหลงไม่ดีเช่นเคย
ฮองเฮา “ เจ้าคิดว่า คุณหนูเฟยจูที่เจ้ามองว่านางนั้นเป้นคนดี เจ้าคิดเช่นนั้นจริง ๆ รึ “ อี้เฉินถอนหายใจเพราะไม่อยากพูดถึงเรื่องเดิม ๆ
อี้เฉิน “ ท่านแม่ เหตุใดต้องเอ่ยถึงเรื่องนี่ ท่านแม่ก็เห็นอยู่ว่านางนั้นไม่มีพิษมีภัย มีแต่หนิงหลงที่หาทางกลั่นแกล้งนางตลอดเวลา “
ฮองเฮา “เจ้าดูมารยาสตรีไม่ออกรึ “
อี้เฉิน “ ท่านแม่ต้องการจะบอกอะไรข้ากันแน่ “
ฮองเฮา “ แม่คิดว่าหนิงหลงไม่ใช่คนที่วางยาพิษ “ อี้เฉินส่ายหน้าด้วยความไม่เชื่อ แลมองแม่ของตนนั้นไม่มีความยุธรรม
อี้เฉิน “ ท่านแม่ เหตุใดท่านถึงลำเอียงเช่นนี่ “ น้ำเสียงทุ้มใหญ่กำลังเอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัว
ฮองเฮา “ เจ้ากล้าขึ้นเสียงใส่ข้ารึ “ ฮองเฮาโยนแก้วน้ำใส่อี้เฉินจนแตกกระจัดกระจาย เพราะนางโมโหในความดื้อรั้นหัวแข็งไม่ยอมฟังอะไร
อี้เฉิน “ ท่านแม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจ “ จากที่สีหน้าตึงเครียดอี้เฉินอ่อนท่าทีลง แล้วขอให้มารดานั้นใจเย็น ๆ ก่อน
ฮองเฮา “ เจ้าถ้าไม่เห็นโลงศพคงไม่หลั่งน้ำตา...ข้าไม่สนแล้วว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ แต่จงจำไว้ให้ดี ข้าไม่มีวันรับนางเข้ามาเป็นชายาเอก.... ออกไปได้แล้ว “ ฮองเฮาโมโหจนตะคอกใส่อี้เฉินพร้อมชี้นิ้วสั่งให้ออกไปโดยเร็ว
จวนหนิงหลง 19.00
อันอัน “หมอหลวง คุณหนูอาการเป็นอย่างไรบ้าง “
หมอหลวง “ จากที่ข้าตรวจดูอาการนางร่างกายอ่อนแอยิ่งนัก ไม่รู้ว่าตอนที่ยังไม่พ้นโทษนางทำงานเกินเวลาหรือไม่ ถ้าไม่ นางอาจจะไม่ค่อยได้กินข้าว “
อันอัน “ ข้าว่าทั้งสองอย่าง อาจจะถูกคนในนั้นกลั่นแกล้ง “
หมอหลวง “ ถ้าเช่นนั้นต่อไปนี่ก็ให้นางกินอาหารให้ตรงเวลาและพักผ่อนให้มาก ๆ “ ในระหว่างนั้นอันอันก็เดินไปส่งหมอหลวงออกไปยังหน้าจวน แต่เมื่อนางกำลังจะปิดประตู นางเห็นเหมือนมีเงาคนวับหายไปกับตาเพียงชั่วครู่
อันอัน “ หรือว่าเป็นบ่าวรับใช้ของคุณหนูเฟยจู คงมาสืบข่าวให้คุณหนูเฟยจู “
หนิงหลง “ อันอัน ข้าหิวน้ำ “ น้ำเสียงที่แหบพร่ากำลังเอ่ยอย่างช้า ๆ ด้วยความอ่อนแรงจนหลับตาไม่สนิท
อันอัน “ คุณหนูน้ำมาแล้ว “
หนิงหลง “ ข้าอยากหลับตาแต่ข้ารู้สึกปวดเนื้อปวดตัวไปหมดเลย “ อันอันเห็นว่าหนิงอันนั้นเจ็บปวดทรมานมาก ๆ นางจึงได้แต่คอยให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา
เช้าวันใหม่ 06.00
หลังจากที่โดนฮองเฮาต่อว่าเมื่อวานนี่ อี้เฉินก็เริ่มคิดเรื่องที่ผ่านมาอีกครั้งและยอมเปิดใจสักครั้งเพื่อสืบเรื่องว่าผู้ใดนั้นวางยาพิษ แล้วไหนจะเรื่องที่พูดจาไม่มีใส่หนิงหลงอีก คิดไปคิดมาก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองนั้นทำเกินไป
อี้เฉิน “หรือว่าข้าจะเข้าใจผิดนางจริง ๆ “
องค์รักษ์ “ องค์ชายท่านจะออกเดินทางไปที่ใดรึ “
อี้เฉิน “ข้าจะไปจวนหนิงหลง เจ้าช่วยเตรียมยาให้ข้าด้วย “
องค์รักษ์ “ ผีเข้ารึ หรือข้าหูฟาดไป “ องค์รักษ์ถึงกับเอามือกุมขมับด้วยสับสน พลางตบหน้าตัวเองสองสามที แล้วบอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
จวนหนิงหลง
องค์รักษ์ “ องค์ชายท่านจะยืนอยู่ตรงนี่นานแค่ไหนรึ เหตุใดถึงไม่เข้าไป “
อี้เฉิน “ เหตุใดข้าต้องเข้าไปก่อน นางบ่าวรับใช้ต้องออกมารับข้าถึงจะถูก “
องค์รักษ์ “ องค์ชายไม่กล้าเข้าไปมากกว่า อะไรกันข้าสับสนไปหมด “ องครักษ์ได้แต่กลอกตามองบนในแต่ละเรื่องราวที่เกิดขึ้น
อี้เฉิน “ข้ารอไม่ไหวแล้ว “