ฉิบหาย..นี่มันฉิบหายของแท้!
เมื่อตระหนักได้ว่าน้ำชาที่เพิ่งไหลลงคอท่านอ๋องไปเมื่อครู่คือยาปลุกกำหนัดขนานเอกที่ถูกผสมไว้ทั้งกา หลี่ม่านเยว่ก็หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อเย็นๆผุดพรายเต็มแผ่นหลัง สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดสั่งให้เธอหมุนตัวกลับ แล้ววิ่งพุ่งหลาวไปที่ประตูห้องทันที!
"ปังๆๆ!"
"เปิด! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! มีใครอยู่ข้างนอกไหม เปิดประตูให้ที!"
เธอออกแรงทั้งผลักทั้งดึงบานประตูไม้สุดแรงเกิด ทว่ามันกลับนิ่งสนิทราวกับถูกตอกตะปูปิดตายจากด้านนอก และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็แล่นปลาบเข้ามาในหัว..
ภาพของหลี่ม่านเยว่คนเดิมที่โยนก้อนตำลึงทองให้หลงจู๊ของโรงเตี๊ยม พร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจและคำสั่งเด็ดขาดว่า
‘ไม่ว่าคืนนี้จะได้ยินเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาจากห้องนี้ ก็ห้ามปลดกลอนประตูจนกว่าจะรุ่งสางเด็ดขาด!’
โอ๊ยยย! ยัยม่านเยว่ ยัยคนโง่! นี่มันขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ!
เธออยากจะเอาหัวโขกประตูให้รู้แล้วรู้รอด จ้างคนมาลงกลอนห้องขังตัวเองกับผู้ชายที่เกลียดขี้หน้าตัวเองเนี่ยนะ ยังสติดีอยู่รึเปล่า
ในขณะที่เธอกำลังสติแตกอยู่หน้าประตู ทางด้านซ่งเย่หลินที่เพิ่งดื่มชาดับกระหายไป กลับเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ร่างกายที่เคยเย็นชาเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้กลับมีกระแสความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปตามเส้นเลือด อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนลมหายใจเริ่มติดขัด
ชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์ที่ปั่นป่วน มือหนายกขึ้นปลดกระดุมคอเสื้อคลุมตัวนอกที่ปักลวดลายเมฆาอย่างประณีตออกเล็กน้อยเพื่อระบายความร้อน ผิวกายภายใต้ร่มผ้าเริ่มซับสีเลือดฝาด
เขาตวัดสายตาดุดันที่บัดนี้เริ่มฉ่ำเยิ้มและแดงก่ำ หันไปมองสตรีที่กำลังทึ้งผมตัวเองอยู่หน้าประตู
"หลี่ม่านเยว่.."
น้ำเสียงที่เคยตวาดกร้าว บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้
"เจ้า..ตกลงแล้วในน้ำชานั่น..เจ้าผสมยาอะไรลงไป!"
เสียงหอบหายใจของเขาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบในห้อง
ม่านเยว่หันขวับกลับมามองพระเอกของเรื่องด้วยความหวาดผวา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะอ้าปากแก้ตัว อาการประหลาดก็เริ่มจู่โจมร่างกายของเธอเช่นเดียวกัน!
ความร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุมแล่นปราดจากช่องท้องขึ้นมาถึงหน้าอก แข้งขาที่เคยมีแรงกระโดดแย่งจอกชาเมื่อครู่ จู่ๆก็อ่อนเปลี้ยลงเสียดื้อๆจนเธอทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หน้ามืดตาลาย หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกบ่า ความรู้สึกวาบหวามปั่นป่วนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิตกำลังตีตื้นขึ้นมาจนควบคุมสติแทบไม่อยู่
เมื่อเห็นสายตาคมกริบของซ่งเย่หลินที่จ้องมองมาอย่างคาดคั้น ราวกับราชสีห์ที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ บวกกับความทรมานจากฤทธิ์ยาที่กำลังแผดเผาจากภายใน ความอดทนของเธอก็ขาดผึง
"ฮือ.."
น้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะลงมาจากหางตา ก่อนที่หญิงสาวจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายภาพลักษณ์นางร้ายผู้หยิ่งยโส เธอส่ายหน้าไปมาอย่างเอาเป็นเอาตาย มือเล็กๆ ยกขึ้นปาดน้ำตา พร้อมกับสะอื้นฮัก
"ข้าเปล่านะ! ฮือ..ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ข้าไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้สักหน่อย ท่านเชื่อข้าเถอะนะ!"
เธอร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าสงสารปนน่าเอ็นดู ร่างกายบิดเร่าด้วยความทรมานจากฤทธิ์ยา ในหัวคิดเพียงว่า..จบแล้ว ชาตินี้ยังไม่ทันได้เป็นคนดีเลย ก็กำลังจะตกเป็นของพระเอกตามเนื้อเรื่องเดิมซะแล้วหรือนี่
เมื่อเขาเห็นน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาเป็นสายของเธอ ซ่งเย่หลินถึงกับชะงักค้างและเริ่มทำอะไรไม่ถูก
ชายหนุ่มไม่เคยเห็นหลี่ม่านเยว่ร้องไห้มาก่อนเลยในชีวิต สตรีผู้นี้ในความทรงจำของเขาไม่เคยมีหัวใจ ไม่เคยนึกสงสารใครอยู่แล้ว ใบหน้าที่งดงามของนางมักจะเชิดรั้นอย่างคนเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจตัวเอง และถือเอาอารมณ์ของตนเป็นใหญ่เสมอมา ทว่าพอเขาได้มาเห็นนางร้องไห้สะอึกสะอื้นพร้อมกับกล่าวคำขอโทษออกมา เขากลับรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาในทันที
และที่บ้าไปกว่านั้นคือ..ด้วยฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดที่กำลังสูบฉีดอยู่ในสายเลือด ทำให้ในวันนี้เขากลับมองว่าสตรีร้ายกาจผู้นี้ช่างงดงามยิ่งนัก ดวงตาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ปลายจมูกรั้นที่แดงระเรื่อ ช่างดูน่ารังแกจนเขาต้องรีบเบือนหน้าหนี
ซ่งเย่หลินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมกำลังภายใน แต่ฤทธิ์ยาชั้นเลิศกลับทำให้เรี่ยวแรงที่เคยมีหดหายไปจนหมดสิ้น พละกำลังในตอนนี้ไม่เพียงพอต่อการพังประตูไม้บานหนาออกไปได้เลย ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงพยุงร่างที่ร้อนรุ่มของตนเองไปนั่งลงบนเตียงนิ่งๆ
เขากัดฟันกรอด พยายามต่อสู้กับสัญชาตญาณดิบที่กำลังปะทุ ก่อนจะตัดสินใจดึงมีดสั้นที่พกติดตัวไว้ออกมา ซ่งเย่หลินจ่อคมมีดลงบนข้อมือของตัวเอง หวังจะกรีดเนื้อเพื่อระบายเลือดออกและใช้ความเจ็บปวดเรียกสติสัมปชัญญะกลับคืนมา
"อย่านะ!"
ทว่ายังไม่ทันที่ปลายมีดจะกดลึกลงไปบนผิวหนัง หลี่ม่านเยว่ที่เห็นเหตุการณ์ก็เบิกตากว้าง เธอรีบพุ่งตัวเข้ามาประชิด เอื้อมมือเล็กๆทั้งสองข้างไปกุมมือหนาของเขาที่ถือมีดเอาไว้แน่น โฉมงามส่ายหน้าเบาๆทั้งน้ำตา
"อย่าทำแบบนี้นะ..หากจะแทงตัวเองมิสู้ท่านแทงมีดมาที่มือของข้าดีกว่า"
เธอร้องบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"ร่างกายที่แสนล้ำค่าของท่าน จะมามีบาดแผลเพราะข้าไม่ได้นะ"
จะบ้าหรือไง! ขืนพระเอกมีแผลเป็นที่ข้อมือเพราะนางร้ายอย่างเธอประทับตราไว้ แฟนคลับอย่างเธอจะทำใจยอมรับได้ยังไงเล่า
เธอได้แต่คิดในใจอย่างร้อนรน
คำพูดและการกระทำนั้นทำเอาซ่งเย่หลินถึงกับนิ่งอึ้ง เขาหลุบตาลงมองหยาดน้ำตาแวววาวที่กำลังคลอหน่วยอยู่บนดวงตาหงส์คู่สวยของสตรีตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านชากับนางพลันกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ได้ยิ่งตีตื้นขึ้นมาอย่างรุนแรง
ชายหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นสะท้าน
"เวลานี้แล้ว..เจ้ายังจะมาคลั่งไคล้ข้าอีกงั้นเรอะ"
ม่านเยว่ส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว หยดน้ำตาร่วงเผาะกระทบหลังมือของเขา
"ก็จริงอยู่ที่ข้าคลั่งไคล้ท่าน..แต่ว่าตอนนี้ ข้าเป็นห่วงท่านมากกว่านี่"