รักลวง 00

1767 Words
EPISODE 00 “นี่แก ฉันมีข่าวใหม่มาอัปเดตด้วยแหละ” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เธอเดินเข้ามาในห้องน้ำของตึกคณะของมหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร่างบางในชุดนักศึกษารัดรูปมองเงาสะท้อนเรือนร่างของตัวเองผ่านกระจกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมกับเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบของตัวเองไปพลางๆ “เรื่องอะไรหรอแก” หญิงสาวอีกคนที่เดินเข้ามาพร้อมกับเอ่ยถามด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็นพร้อมกับมือของเธอล้วงเอาแท่งลิปสติกสีแดงสดออกมาจากกระเป๋าคู่ใจของเธอแล้วนำมันมาทาทับที่ริมฝีปากของตัวเอง “ดูซิว่ามีใครอยู่แถวนี้ไหม” หญิงสาวคนแรกเอ่ยขึ้นแล้วกวาดสายตามองดูรอบๆ ว่าภายในห้องน้ำแห่งนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยนอกจากพวกเธอหรือเปล่า “ช่างเถอะน่า ในนี้มีแค่เราสองคน” แต่ยังไม่ทันที่เธอจะกวาดสายตามองดูรอบๆ ได้หมดหญิงสาวอีกคนก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน เธอเลยล้มเลิกความตั้งใจแรกไปแล้วหันมาสนใจประเด็นที่ตัวเองจะพูดต่อไปจากนี้แทน “ก็ยังเสียงเพลง ดาวคณะบริหารนะสิ” “ยัยนี่อีกแล้วเหรอ คราวนี้เป็นเรื่องอะไรอีกละ” “จะเรื่องอะไรซะอีกละ ก็เรื่องเดิมๆ เห็นเขาว่ากันว่าคราวนี้มันร่านไปนอนกับเสี่ยเลยนะ ไม่คิดเลยว่าเห็นนางเป็นแบบนั้น นางจะแรดได้มากถึงขนาดนี้” หญิงสาวคนแรกเอ่ยต่อแล้วเหยียดยิ้มออกมาด้วยความสนุกสนานที่ได้พูดเรื่องแบบนี้ออกมา ก่อนที่เธอจะรับเอาลิปสติกกับหญิงสาวอีกคนมาทาที่ริมฝีปากของตัวเองด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจกับความสวยของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก “ก็ดูเหมือนจะเป็นผู้ดีนะ แต่ไม่คิดเลยว่าจะทำตัวต่ำๆ แบบนั้น” “ก็อย่างว่าแหละ นางคงขาดความอบอุ่นถึงได้ทำตัวแบบนั้นเพื่อเรียกร้องความสนใจ” “พวกผู้ชายก็โง่เนอะ ไปชอบคนอย่างยัยนั่นได้ยังไง ร่านซะขนาดนั้น” ปึ้ง!! แต่ในระหว่างที่สองสาวยืนคุยกันด้วยความสนุกสนานอยู่นั้น ประตูห้องน้ำห้องหนึ่งก็ถูกเปิดออกด้วยแรงระดับหนึ่ง จึงทำให้บานประตูไปปะทะกับผนังห้องน้ำข้างๆ จนเกิดเสียงดังลั่น และมันก็ทำให้หญิงสาวสองคนที่คุยกับอยู่เมื่อกี้สะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ “มีคนอยู่หรือเนี้ย” “ทำบ้าอะไรของหล่อนยะ เปิดประตูออกมาเสียงดังขนาดนั้น ไม่เห็นหรือไงว่ามีคน....” หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังโวยวายขึ้นมาด้วยความไม่พอใจที่ตัวเองถูกขัดจังหวะเมื่อกี้เอ่ยขึ้นมาแต่เสียงของเธอก็ต้องถูกกลืนลงไปในลำคอเมื่อสายตาของเธอไปสบเข้ากับสายตาคมเฉียวของผู้ที่ทำให้เกิดเสียงดังเมื่อกี้เข้าพอดี “สะ เสียงเพลง” หญิงสาวทั้งสองจ้องไปยังผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ ก่อนที่ขาของพวกเธอจะก้าวถอยหลังอัตโนมัติเมื่อคนตรงหน้าค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำห้องนั้น ใบหน้าที่สวยไร้ที่ตินั่นกำลังเหยียดยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกสมเพช ร่างกายที่สมบูรณ์แบบของเธอที่เป็นที่อิจฉาของผู้หญิงทุกคนซึ่งเข้ากับผิวขาวอมชมพูที่ไม่ได้พึ่งยาหรือสารใดๆ มาเร่งให้ผิวของเธอดูสวยขึ้นแม้แต่น้อย เพราะทุกอย่างที่อยู่บนเรือนร่างของเธอมันติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิด มันจึงทำให้ทุกอย่างที่เป็นเธอดูน่าสนใจได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว “ใช่ ฉันเอง ตกใจอะไรกันเหรอ” ฉันถามออกไปอย่างไร้เดียงสาแต่สีหน้าและท่าทางของเธอตอนนี้ดูไม่น่าไว้วางใจเหมือนกับรอยยิ้มที่ฉายบนใบหน้าของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว “ธะ เธอมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” หญิงสาวคนหนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นกลัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่มันกลับทำให้หญิงสาวที่มาใหม่หลุดขำออกมาด้วยความสนุกสนานที่เห็นท่าทางแบบนั้นของพวกเธอ “ก็ตั้งแต่แรก ทำไมเหรอ กลัวอะไร เมื่อกี้ยังปากดีกันอยู่เลย” หญิงสาวเอ่ยแล้วก้าวเท้าเข้าไปหาหญิงสาวสองคนนั้นด้วยท่าทางสงบนิ่งก่อนที่เธอจะใช้มือเรียวสวยของเธอเอื้อมไปแตะใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งช้าๆ แล้วต่อมามือของเธอที่แตะอยู่ใบหน้าเมื่อกี้ก็เลื่อนขึ้นไปจับกลุ่มผมของผู้หญิงคนนั้นแล้วออกแรงกระชากจนผู้หญิงคนนั้นหวีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “กรี๊ด!! แกบ้าไปแล้วเหรอ ปล่อยผมฉันเดี๋ยวนี้นะ” “นี่ ปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะ ยัยบ้า” “หุบปาก” หญิงสาวหันไปตวาดใส่หญิงสาวอีกคนจนเธอคนนั้นรีบหุบปากของตัวเองไปทันที หญิงสาวเลยหันมาสนใจกับเจ้าของผมที่เธอกำอยู่ในมือแทนก่อนที่จะเหยียดยิ้มออกมาด้วยความร้ายกาจ มือข้างหนึ่งของเธอที่ยังว่างอยู่เอื้อมไปเปิดน้ำในอ่างล้างมือข้างๆ ช้าๆ แต่กลับทำให้บุคคลที่เธอกำลังใช้มือจับไว้อยู่นั้นรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที ซ่าๆ “นะ นี่แกจะทำอะไร” “หึ ทำไรดีละ ล้างปากเน่าๆ ของพวกแกดีไหม” พูดจบแค่นั้นหญิงสาวก็ดึงหัวของผู้หญิงคนนั้นกดลงในอ่างล้างมือที่เต็มไปด้วยน้ำทันทีโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะกรีดร้องด้วยความทรมานมากแค่ไหน เพราะผู้หญิงอย่างเธอไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย เสียงเพลง Talk เฮอะ ฉันอยากจะหัวเราะออกมาให้ดังลั่น น่าสมเพชสิ้นดี อะไรนะเหรอ ก็ตอนนี้ฉันถูกจับมานั่งในห้องวินัยนักศึกษาในข้อหาทะเลาะวิวาท ซึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ฉันถูกจับมาที่ห้องนี้ แต่ทุกครั้งที่ฉันมาอยู่ที่นี่ฉันมีเหตุผลเสมอ อ่อ ฉันชื่อเสียงเพลง เรียนบริหารปีสามในมหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เห็นชื่อของฉันเหมือนผู้หญิงเรียบร้อย แต่ขอบอกว่าคุณลืมคำว่าเรียบร้อยออกไปให้หมดเลยเพราะฉันคนนี้ไม่มีเศษเสี้ยวคำว่าเรียบร้อยอยู่ในสายเลือดแม้แต่นิดเดียวเลย และที่ฉันต้องมานั่งหงุดหงิดในห้องวินัยแบบนี้ก็เป็นเพราะว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อนฉันดันไปมีเรื่องกับยัยผู้หญิงปากมากสองคนเข้ายังไงละ ตอนแรกฉันก็มาเข้าห้องน้ำสบายๆ อยู่หรอกนะ แต่พอได้ยินหัวข้อสนทนาของพวกเธอที่เมื่อฉันอยู่ข้างในเท่านั้นแหละ ความอดทนของมันก็ขาดไปแบบไม่มีเหตุผลอะไร “ฮึก อาจารย์ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาดนะคะ หนูไม่ยอม ยัยนี่มันทำร้ายหนู” อ่อ เสียงนี่เป็นเสียงของคู่กรณีของฉันเอง ซึ่งพวกเธอมีกันสองคน สภาพไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ทนแทบดูไม่ได้เลยละ เพราะเครื่องสำอางที่พวกเธอบรรจงแต่งมาตอนนี้มันไหลเยิ้มออกมาจนน่าเกลียดแล้ว ไม่ต้องถามว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น ฝีมือฉันเองแหละ “ถ้าพวกเธอไม่ว่าร้ายฉัน ฉันคงไม่ทำเรื่องแบบนี้หรอก” ฉันเอ่ยขึ้นมาเสียเรียบพลางแคะเล็บของตัวเองไปด้วยท่าทางสบายใจ โดยไม่สนใจเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นที่ดูเฟคๆ ของยัยสองคนนั้นเลยแม้แต่น้อย “ฉะ ฉันไปว่าเธอตอนไหน อาจารย์อย่าไปเชื่อมันนะคะ พวกหนูเข้าห้องน้ำกันดีๆ ยัยนี่ไม่รู้โผล่มาจากไหนจู่ๆ ก็เข้ามาทำร้ายพวกหนู” สงสัยคงยังไม่เข็ดกันสินะถึงได้กล้าปากดีกันอยู่แบบนี้ อ่า ฉันไม่อยากใช้ไม้นี้เลย แต่ทำไงได้ละ ฉันไม่ค่อยมีเวลาว่างมาเสวนาเรื่องไร้สาระแบบนี้กับพวกเธอมากด้วยสิ “เฮ้อ ยอมรับว่าพูดเถอะ อย่าตอแหลแสดงละครน้ำเน่าต่อเลย” ฉันเอ่ยแล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดเล่นอย่างสบายอารมณ์ “แกพูดอะไรของแก” “ก็ยังเสียงเพลง ดาวคณะบริหารนะสิ” ฉันวางมือถือของตัวเองลงบนโต๊ะแต่ประโยคที่ดังออกจากโทรศัพท์ของฉันเมื่อกี้ทำให้คู่กรณีของฉันหน้าซีดไปทันที ส่วนอาจารย์ที่คุมพวกเราอยู่ก็ทำหน้าตางุนงงขึ้นมาให้เห็น สงสัยจะสงสัยกันว่าจริงๆ แล้วเรื่องมันเป็นยังไง แต่ฉันจะทำให้ทุกคนกระจ่างตอนนี้เองแหละ “ยัยนี่อีกแล้วเหรอ คราวนี้เป็นเรื่องอะไรอีกละ” “จะเรื่องอะไรซะอีกละ ก็เรื่องเดิมๆ เห็นเขาว่ากันว่าคราวนี้มันร่านไปนอนกับเสี่ยเลยนะ ไม่คิดเลยว่าเห็นนางเป็นแบบนั้น นางจะแรดได้มากถึงขนาดนี้” “ก็ดูเหมือนจะเป็นผู้ดีนะ แต่ไม่คิดเลยว่าจะทำตัวต่ำๆ แบบนั้น” “ก็อย่างว่าแหละ นางคงขาดความอบอุ่นถึงได้ทำตัวแบบนั้นเพื่อเรียกร้องความสนใจ” “พวกผู้ชายก็โง่เนอะ ไปชอบคนอย่างยัยนั่นได้ยังไง ร่านซะขนาดนั้น” หึ ถ้าคิดจะมีเรื่องกับใครก็ต้องวางแผนให้ดีๆ สิ ฉันไม่ได้โง่ถึงขั้นที่จะตบคนในที่สาธารณะแบบไม่มีเหตุผลหรอกนะ คนฉลาดเขาไม่ทำกันหรอกไอ้เรื่องแบบนั้นนะ “หนูไปได้แล้วใช่ไหมคะ” ฉันเอ่ยขึ้นแล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองเก็บไว้กระเป๋าไว้เหมือนเดิม เพราะเรื่องที่ฉันทำไปทั้งหมดถ้าอีกฝ่ายไม่เริ่มฉันคงไม่ทำหรอก แต่นี่..รนหาที่เองช่วยไม่ได้ “เชิญ” ฉันไหว้อาจารย์ฝ่ายวินัยครั้งหนึ่งแล้วลุกขึ้นเดินออกมาทันที แต่ก่อนที่ฉันจะเดินออกมาฉันก็หันไปมองคู่กรณีของตัวเองครั้งหนึ่งแล้วส่งยิ้มให้พวกเธอไปด้วยความเป็นมิตร ซะเมื่อไหร่ หึ อย่ามาให้ฉันเจออีกก็แล้วกัน มันคงไม่จบแค่นี้แน่ เชื่อสิ คนอย่างฉันยอมใครซะที่ไหนกันละ เพราะฉันคือ เสียงเพลง ยัยมารร้ายของคณะบริหารยังไงละ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD