เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังเป็นจังหวะชัดเจนท่ามกลางความวุ่นวายของโถงคณะในวันเปิดเรียนวันแรก กึก กึก กึก นักศึกษาทั้งปีหนึ่งและรุ่นพี่กำลังเดินสวนกันไปมา เสียงพูดคุยดังทั่วบริเวณ แต่หลายคนกลับค่อย ๆ เงียบลงเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา
ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาถูกมองตามตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าตึกผมยาวสีเข้มพลิ้วเบา ๆ ตามแรงลม แว่นกันแดดถูกยกขึ้นไปไว้บนศีรษะ เผยใบหน้าสวยคมที่ดูโดดเด่นจนคนรอบข้างละสายตาไม่ได้ โมนานักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามหาลัยวันแรกเหมือนกัน เธอกวาดตามองรอบคณะเงียบ ๆ สีหน้าดูนิ่งและมั่นใจแม้จะเป็นสถานที่ใหม่ แต่กลับไม่มีท่าทีประหม่าเลยแม้แต่นิดเดียว
‘สวยมาก’
‘ปีหนึ่งเหรอ??’
‘เหมือนดาราเลย’
เสียงซุบซิบดังขึ้นเป็นระยะแต่โมนาไม่ได้สนใจ เธอแค่เดินตรงไปเรื่อย ๆ พร้อมถือโทรศัพท์เช็กตารางเรียนในมือ จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นกลุ่มคนที่กำลังเดินเข้ามาจากอีกฝั่งของโถง กลุ่มผู้ชายที่เด่นจนแทบทุกสายตาในคณะมองตามตรงกลางคือผู้ชายร่างสูงใบหน้าหล่อคมที่สีหน้านิ่งที่สุดในกลุ่มข้าง ๆ มีเด็กผู้หญิงหน้าตาคล้ายกันราวกับแกะกำลังพูดอะไรไม่หยุดส่วนเพื่อนอีกสามคนก็มีคาแรกเตอร์ชัดจนสะดุดตาไม่แพ้กัน
โมนาชะงักไปนิดหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะรู้จักแต่เพราะกลุ่มนั้นโดดเด่นเกินไปโดยเฉพาะผู้ชายคนนั้น จังหวะเดียวกันกับที่ไนท์ก็หันมาเห็นพอดีก่อนยิ้มมุมปากอย่างคนชอบแซว
“มึง ผู้หญิงคนนั้นมองกลุ่มเรา”
ธีมไม่ได้ตอบอะไรเขาเพียงปรายตามองไปตามที่เพื่อนพูดสั้น ๆ และนั่นทำให้สายตาของเขาสบเข้ากับโมนาเข้าเต็ม ๆ ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วินาทีแต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงอย่างแปลกประหลาด โมนาเป็นฝ่ายละสายตาก่อน แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ธาราที่สังเกตอยู่เงียบ ๆ กลับขยับเข้าใกล้พี่ชายทันที
“พี่ธีม”
“อะไร”
“ผู้หญิงคนนั้นมองพี่ด้วยละ”
“มองทั้งกลุ่ม”
“แต่ธาราว่ามองพี่”
“โอ๊ย!! เด็กคนนี้จับผิดเก่งชิบหาย” ไนท์หลุดหัวเราะทันที
“ก็จริงนี่คะ”
เรย์ยืนฟังเงียบ ๆ ก่อนหันไปมองโมนาอีกครั้ง ส่วนคีร์เพียงยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้า ๆ เหมือนกำลังมองอะไรสนุก ๆ อยู่ ขณะที่อีกฝั่งโมนาเดินผ่านกลุ่มนั้นไปแล้ว แต่กลับเผลอหันกลับมามองอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว และครั้งนี้ผู้ชายคนนั้นก็ยังยืนอยู่ตรงเดิมด้วยสีหน้านิ่งเฉยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยสักนิด
โมนาละสายตากลับมา ก่อนเดินต่อไปตามทางเดินยาวของตึกคณะ เสียงซุบซิบรอบตัวยังดังตามหลังไม่หยุด แต่เธอชินกับมันอยู่แล้วตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักมีคนมองแบบนี้เสมอ เพียงแต่ครั้งนี้ต่างออกไปนิดหน่อยเพราะแทนที่เธอจะเป็นฝ่ายถูกมองอยู่คนเดียวกลับมีคนอีกกลุ่มที่ดึงดูดสายตาได้พอ ๆ กันโดยเฉพาะผู้ชายคนนั้นนิ่งเกินไป เย็นชาเกินไปแล้วก็ดูเข้าถึงยากจนน่าสนใจ
“โมนา!!” เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เธอหันกลับไป ก่อนจะเห็นเพื่อนสนิทสองคนรีบเดินเข้ามาหาลิลลี่สาวผมสั้นลุคเปรี้ยวมั่นใจ กับแพรวที่หน้าตาหวานเรียบร้อยแต่ชอบเผือกเรื่องชาวบ้านพอ ๆ กัน ทั้งสามคนเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่ม.ปลายและดันสอบติดมหาลัยเดียวกันอีก
“โอ๊ย แกเดินเร็วมาก” ลิลลี่บ่นทันที
“ฉันมองหาตึกเรียน”
“หรือมองผู้ชาย??” แพรวถามพร้อมยิ้มล้อ
“คนไหน??” โมนาเลิกคิ้ว
“ก็กลุ่มนั้นไง” ลิลลี่ยกคางไปอีกฝั่งของโถงคณะทันทีตรงนั้น กลุ่มของธีมยังคงเป็นจุดสนใจของคนทั้งคณะเหมือนเดิม ไนท์กำลังพูดอะไรสักอย่างจนธาราหัวเราะเสียงดัง เรย์ยืนพิงเสาเงียบ ๆ ส่วนคีร์ก้มดูโทรศัพท์ในมือและธีมยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงกลางกลุ่มเหมือนเดิม
“โอ๊ย หล่อเกินไปปะ” ลิลลี่พูดเสียงเบา “โดยเฉพาะคนตรงกลางอะ” แพรวรีบพยักหน้า
“ฉันได้ยินรุ่นพี่พูดว่ากลุ่มนั้นดังมากนะเหมือนเป็นลูกเจ้าของธุรกิจกันหมด”
“แค่ดูก็รู้แล้ว” ลิลลี่ส่ายหน้า “รถแต่ละคันคือบ้านฉันซื้อคอนโดได้ห้องนึงอะ”
โมนาหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนเผลอมองกลับไปอีกครั้งถึงจะเพิ่งเห็นหน้ากันครั้งแรกแต่เธอยอมรับเลยว่า คนกลุ่มนั้นโดดเด่นเกินจะมองข้ามจริง ๆ โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้น นิ่ง เย็นชาแล้วก็มีบรรยากาศบางอย่างที่ทำให้คนอยากรู้จักเหมือนยิ่งเข้าถึงยากก็ยิ่งน่าสนใจจังหวะเดียวกัน
ธีมก็หันมาทางนี้พอดีสายตาสองคู่สบกันโดยไม่ตั้งใจโมนาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเป็นฝ่ายละสายตาก่อนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ลิลลี่ที่เห็นเต็ม ๆ ถึงกับรีบสะกิดแขนเพื่อนแรง ๆ
“แก!! เขามองแก”
“ก็เขาหันมาพอดี”
“ไม่!! พวกฉันว่ามองจริง” แพรวหัวเราะเบา ๆ
“หรือคุณโมนาจะมีคนที่สนใจแล้วคะ”
“เพ้อเจ้อ!!” ถึงจะตอบแบบนั้น แต่โมนากลับเผลอหันกลับไปมองอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวและก็พบว่า ผู้หญิงหน้าตาน่ารักที่ยืนข้างผู้ชายคนนั้นกำลังมองเธออยู่เหมือนกันและเท่าที่ได้ยินมาผู้หญิงคนนั้นคือน้องสาวฝาแฝด
ธาราหรี่ตามองเธอนิด ๆ ก่อนขยับไปเกาะแขนพี่ชายแน่นกว่าเดิมเหมือนประกาศความเป็นเจ้าของเงียบ ๆ ภาพนั้นทำให้โมนาหลุดยิ้มออกมาบาง ๆ
“ผู้หญิงคนนั้นน่ารักดีนะ”
“แต่ดูหวงมากนะ” ลิลลี่หัวเราะ “มาก ๆ เลยต่างหาก” แพรวเสริม โมนายังคงมองภาพตรงหน้าอยู่เงียบ ๆ ก่อนจะคิดขึ้นมาในใจว่าดูเหมือนชีวิตมหาลัยของเธอคงมีอะไรน่าสนใจกว่าที่คิดไว้เยอะเลยจริง ๆ
“นักศึกษาปีหนึ่งทุกคน รบกวนเข้าหอประชุมด้วยครับ!!” เสียงประกาศของรุ่นพี่ดังขึ้นทั่วโถงคณะ ทำให้บรรยากาศที่กำลังวุ่นวายยิ่งคึกคักกว่าเดิม นักศึกษาหลายคนเริ่มทยอยเดินไปตามป้ายบอกทาง
“ไป ๆ เดี๋ยวไม่มีที่นั่ง” ลิลลี่รีบดึงแขนโมนา
“รีบอะไรขนาดนั้น”
“เปิดเทอมวันแรกนะ ฉันต้องหามุมนั่งดี ๆ ไว้มองผู้ชาย”
“นี่มาเรียนหรือมาหาคู่” แพรวหัวเราะทันที
“ทั้งสองอย่างค่ะ”
โมนาส่ายหน้าเบา ๆ อย่างเอือม ๆ แต่ก็ยอมเดินตามเพื่อนเข้าไปในอาคารอีกฝั่งหนึ่ง กลุ่มของธีมก็เริ่มขยับเหมือนกัน
“พนันกันไหม เดี๋ยวในห้องประชุมคนต้องแย่งนั่งข้างพวกเรา” ไนท์พูดขำ ๆ
“มั่นหน้า” คีร์ตอบเรียบ
“แต่จริง” เรย์หลุดหัวเราะเบา ๆ ขณะที่ธาราเดินแกว่งกระเป๋าไปมาอย่างอารมณ์ดี
“ธาราอยากนั่งแถวกลาง”
“ทำไม”
“จะได้เห็นทุกคน”
“สรุปมาเรียนหรือมาดูคน”
“ทั้งสองอย่างค่ะ”
“โอ๊ย เหมือนกูเกินไปละ” ไนท์แทบหัวเราะลั่น ธีมถอนหายใจเบา ๆ แต่สุดท้ายก็ยังเดินช้าลงรอให้น้องสาวเดินนำไปก่อนเหมือนเดิม ภายในหอประชุมเต็มไปด้วยนักศึกษาใหม่จนแทบไม่มีที่ว่างเสียงพูดคุยดังทั่วห้องใหญ่ ทันทีที่กลุ่มของธีมเดินเข้ามา หลายคนก็หันมองทันทีแบบพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ดังชิบหาย” เรย์พึมพำออกมาเบา ๆ
“ชินเถอะเพื่อน” ไนท์ยิ้มกว้างก่อนเดินนำไปยังแถวกลาง อีกด้านหนึ่ง ลิลลี่ที่กำลังมองหาที่นั่งถึงกับรีบจับแขนโมนาแน่น
“แก”
“อะไร”
“กลุ่มนั้นเข้ามาแล้ว”
โมนามองตามสายตาเพื่อน ก่อนจะเห็นกลุ่มผู้ชายเด่นสะดุดตาเดินเข้ามาในห้องถึงจะอยู่ท่ามกลางคนเป็นร้อย แต่กลับมองเห็นพวกเขาได้ง่ายเกินไปโดยเฉพาะผู้ชายตัวสูงสีหน้านิ่งคนนั้น
“โอ๊ย!! หล่อเกินเบอร์” ลิลลี่พึมพำ
“คนตรงกลางคือเหมือนพระเอกเว็บตูน” แพรวพยักหน้าแรง ๆ
จังหวะเดียวกัน... ธาราที่เดินนำอยู่หันมาพอดีก่อนสายตาจะสบเข้ากับโมนาอีกครั้ง ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนหรี่ตามองเธอเหมือนกำลังจำหน้าแล้วกระซิบอะไรบางอย่างกับพี่ชายตัวเองธีมหันมองตามทันที สายตาคมนิ่งสบเข้ากับโมนาอีกครั้งตรง ๆ คราวนี้ใกล้กว่าเดิมมากใกล้จนโมนาสังเกตได้ชัดว่า ดวงตาของเขานิ่งมากจริง ๆ นิ่งจนอ่านอะไรไม่ออกเลยสักนิดแต่แทนที่จะหลบโมนากลับมองตอบตรง ๆ เหมือนเดิมจนไนท์ที่ยืนข้าง ๆ ธีมหลุดยิ้มมุมปากทันที
“กูว่าเขาไม่กลัวมึงว่ะ”
“ใคร??”
“ผู้หญิงคนนั้น”
ธีมไม่ได้ตอบอะไรแต่สายตากลับยังคงมองไปทางเดิมก่อนจะเดินผ่านไปนั่งแถวด้านหน้า ส่วนโมนาก็เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าตัวเองเผลอมองตามแผ่นหลังของผู้ชายคนนั้นนานเกินไปแล้วเหมือนกัน