🪶 วันทำงานแรก - เกมเงียบของคนที่ทำเป็นไม่รู้สึก

1875 Words
ณ กลางคืนของผับ ไม่เคยเงียบจริง ไฟนีออนสะท้อนพื้นเงาวับ เสียงเบสต่ำสั่นอยู่ใต้ฝ่าเท้า แพรไหมยืนหลังบาร์ในชุดพนักงานชั่วคราว งานที่เธอไม่อยากมา แต่จำเป็นต้องมาเพราะเพื่อนสนิทโทรมาขอร้องติดธุระด่วนมากขอแค่คืนนี้ “แค่วันนี้นะ” แพรไหมพูดตอนรับแฟ้ม เสียงเหมือนย้ำกับเพื่อนแต่จริง ๆ ย้ำกับตัวเอง ผับนี้..ไม่ใช่ที่ของเธอและเจ้าของมันคือคนที่เธอควรหลีกให้ไกลที่สุด “ภูผา” ซีอีโอที่ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาเริ่มจากเงินและควรจบแค่ตรงนั้น “เอกสารโซนวีไอพี ใครเป็นคนดูแลครับ” เสียงเหมันต์ดังขึ้นไม่ไกล เรียบ สุภาพ แต่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง หัวหน้ากะหันมา “แพรไหมครับ” เธอเงยหน้าสบตาเขาเพียงเสี้ยววินาที พอให้รู้ว่าเขาเห็นและพอให้รู้ว่าเขาจำได้ “ฉันเองค่ะ” “ดีครับ” เหมันต์พยักหน้า ก่อนสายตาจะเลื่อนผ่านไปยังโต๊ะหนึ่งในโซนวีไอพี ที่ลูกค้าชายกำลังมองเธออย่างไม่ปิดบัง เหมือนลวนลามด้วยสายตา สายตาแบบที่ผู้ชายบางคนคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง ภูผาเดินผ่านมาเจอพอดี ภูผาเดินเข้าไปยืนข้างเธอใกล้พอจะบังสายตานั้นโดยไม่ต้องพูดอะไร “เอาเหล้าขึ้นไปเสิร์ฟผมในห้องหน่อย” เขาพูดเหมือนสั่งงานแต่แพรไหมรู้ดีนี่ไม่ใช่แค่การสั่งงานธรรมดาแน่ ๆ ห้องส่วนตัวชั้นบน เงียบ แสงไฟสลัวและคุ้นเกินไป แพรไหมวางถาดเครื่องดื่มลงยังไม่ทันได้ถอยออกมา ภูผาก็พูดขึ้น “คุณติดใจผมหรือไง” น้ำเสียงเรียบแต่สายตาคม “ถึงกลับมาทำงานที่นี่อีก เงินไม่พอใช่เหรอ” แพรไหมเงยหน้ามอง ยิ้มบาง ๆ “คุณคิดว่าฉันติดใจคุณเหรอคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ ไม่ขำ “ฉันมาแทนเพื่อนและฉันไม่ได้อยากมาเหยียบที่นี่เลยด้วยซ้ำ” ภูผาพยักหน้า เหมือนรับฟัง ก่อนพูดต่ออย่างไม่รีบ “งั้นก็ดี” “เพื่อนขอ..! หรือคุณชอบงานนี้กันแน่” “ชอบอ่อยผู้ชาย ชอบโดนลวนลามด้วยสายตาแบบเมื่อกี้?” แพรไหมนิ่งไปชั่ววินาที ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ “ฉันจะโดนมองยังไง จะตอบโต้หรือไม่ มันก็เรื่องของฉัน” เธอขยับเข้าใกล้อีกนิด เสียงนิ่ง แต่คม “หรือคุณหวงฉันกันแน่คะ” ภูผาหัวเราะในลำคอ “ใครห่วง?” “เรามีสถานะอะไรกันถึงต้องให้หึงห่วง” แพรไหมยิ้ม คราวนี้ยิ้มจริง “ก็ดีค่ะ” “ฉันจะได้ทำงานให้สมกับเงินที่พวกคุณจ้างมา” เธอหันหลังออกจากห้อง เดินลงไปด้านล่างเลือกนั่งใกล้ลูกค้าคนเดิม ปล่อยให้มือเขาแตะโดนแขนเธอโดยไม่หลบ เพียงไม่กี่นาทีบรรยากาศทั้งผับก็เปลี่ยน “พาเธอขึ้นไป” ภูผาสั่งลูกน้องเสียงต่ำ “หลังเลิกงาน” แต่แพรไหมไม่ไป เธอสะบัดมือเรียกแท็กซี่กลับหอทันที “คุณเหมันต์กับไปบอกเจ้านายของคุณนะคะ ว่าเขาไม่มีสิทธิมาสั่งฉันมาบังคับฉันเพราะฉันไม่ใช่คนของเขา” เหมันต์ได้แต่ยืนมอง “คุณภูผาครับ เธอบอกมาว่า คุณไม่มีสิทธิ์ไปสั่งเธอครับเพราะเธอไม่ใช่คนของคุณ” “โอเค ไม่เป็นไร นายไปพักผ่อนเถอะ เธอกล้ามากที่ปฏิเสธฉัน” “ครับคุณภูผา” เช้าวันถัดมา ☀️ ข้อความจากโรงพยาบาลเด้งขึ้น “กรุณามาชำระค่ารักษาพยาบาลที่ค้างชำระ” แพรไหมไม่รอช้า รีบอาบน้ำ แต่งตัวหยิบซองสีน้ำตาล - ซองเดียวกับที่ได้มาจากคืนนั้น ซองที่เธอบอกตัวเองว่า “แค่วันนี้” ณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลเอกชนหรู สะอาด เย็นเฉียบ และเงียบสงบ เงียบจนทำให้คนรู้สึกตัวเล็ก แพรไหมยืนหน้าช่องชำระเงินนับเงินทีละปึก มือสั่นเล็กน้อยแต่ไม่หยุด “ชำระทั้งหมดเลยใช่ไหมคะ” พยาบาลถาม “ค่ะ..ทั้งหมด” ตัวเลขบนจอมอนิเตอร์หายไปพร้อมคำว่า ชำระครบแล้ว เธอโล่ง แต่ไม่สบายใจ ในจังหวะเดียวกันนั้น ภูผาเดินผ่านโถงใหญ่ ประชุมเสร็จ กำลังจะขึ้นลิฟต์ส่วนตัวแต่แผ่นหลังบาง ๆ ตรงหน้าทำให้เขาหยุดโดยไม่รู้ตัว ซองเงินสีน้ำตาล ซองที่เขาจำได้ดี เขายืนมอง ไม่ได้เรียก ไม่ได้เข้าไปทักทาย จนเธอเดินเข้าห้องพักผู้ป่วย เลขที่ 5509 “ไปถามหน่อย” ภูผาสั่งลูกน้องคนสนิท เหมันต์ “ผู้หญิงเมื่อกี้มาทำอะไร” ไม่กี่นาทีต่อมาคำตอบก็กลับมา “มาจ่ายค่ารักษาให้แม่ครับ” “ป่วยเรื้อรังมานานมีกันแค่สองคน พ่อเธอเสียจากอุบัติเหตุที่ยังเป็นปมปริศนาอยู่ครับ” ภูผานิ่งไปหัวใจเต้นแรง แรงกว่าตอนที่คิดว่าเธอเห็นแก่เงิน เขาเข้าใจผิดมาตลอด “สั่งพยาบาลกับหมอ” ภูผาพูดช้า ๆ “ดูแลเคสนี้แบบ VVIP” “ห้ามใครเข้าเยี่ยมนอกจากเธอ” “รับทราบครับ” เย็นวันนั้น 🌞 แพรไหมเดินออกจากโรงพยาบาล แดดแรง ผู้คนพลุกพล่านและจากวินาทีนั้น คำว่า แค่วันนี้ ก็ไม่เคยพออีกต่อไป 👉 โปรไฟล์ที่ไม่มีใครควรถูกเปิด ค่ำวันนั้น 🌙 ณ ห้องทำงานชั้นบนของผับเงียบกว่าปกติ ไฟในเมืองด้านนอกยังสว่างแต่ในห้องกระจกใส มีเพียงแสงโคมบนโต๊ะกับผู้ชายที่นั่งนิ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างที่ไม่ควรถูกคิด ภูผานั่งหลังโต๊ะเอกสารวางเรียงเป็นระเบียบ แต่สายตาไม่ได้อยู่ที่ตัวหนังสือ อยู่ที่ “ชื่อ” แพรไหม ชื่อที่เขาคิดว่าตัวเองเข้าใจแล้ว แต่กลับไม่เข้าใจเลยสักนิด “เหมันต์” เขาเรียกเสียงเรียบ ไม่ดัง ลูกน้องคนสนิทก้าวเข้ามา ยืนในตำแหน่งที่รู้หน้าที่ดี “สืบให้หมด” ภูผาพูด “ทุกอย่างที่เป็นเธอ” เหมันต์ชะงักเพียงเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะแปลกใจแต่เพราะรู้ว่า คำว่า ทั้งหมด ของเจ้านาย ไม่เคยหมายถึงแค่พื้นผิวเผิน “ตั้งแต่ครอบครัว พ่อแม่” ภูผาเสริม “การเสียชีวิต การเงิน ประวัติรักษา เส้นทางชีวิตทั้งหมด” เขาเว้นจังหวะก่อนพูดต่อช้า ๆ “และอย่าให้เธอรู้” “รับทราบครับ” เหมันต์รับคำสั่ง สองวันถัดมา 🌻 แฟ้มบาง ๆ วางอยู่บนโต๊ะกระจก แฟ้มบางแต่เนื้อหาประวัติหนามาก หนักอื้อ เหมันต์ยืนรอ ไม่รีบพูดเพราะรู้ว่าเจ้านายต้องการอ่านเอง ภูผาเปิดแฟ้มหน้าแรกคือรูปถ่ายผู้หญิงผมยาว ยิ้มบาง แววตานิ่งกว่าคนวัยเดียวกัน แพรไหม อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง คณะบริหารธุรกิจ ทุนบางส่วน เกรดโดดเด่น เรียนแทบจะไม่ตก ทำทุกกิจกรรม “เธอทำงานพาร์ทไทม์มาตั้งแต่ปีหนึ่งครับ” เหมันต์รายงานเสียงต่ำ “ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ผับบราหรู เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยขาดช่วง” ภูผาเลื่อนสายตาไปหน้าถัดไป รายได้ รายจ่าย ยอดโอนเข้าโรงพยาบาลทุกเดือน “แม่ป่วยเรื้อรังมาเกือบห้าปี” เหมันต์พูดต่อ “โรคเดิมแต่ทรุดเป็นช่วง ๆ ค่าใช้จ่ายสูง เธอไม่เคยเบี้ยว ไม่เคยค้าง จนเมื่อเดือนก่อน” ปลายนิ้วภูผาหยุดตรงบรรทัดหนึ่ง พ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ คดีปิดเร็ว ไม่มีผู้ต้องสงสัย “ปมยังไม่ชัดครับ” เหมันต์เสริม “รถเสียหลักเองแต่มีบางอย่างไม่ปกติ” ภูผาไม่พูด แต่ในหัวกับรู้สึกคุ้นแปลก ๆ เหมือนมีอะไรบ้างอย่างที่คุ้นเคยได้ยินมากับเหตุการณ์นี้ เขาเลื่อนแฟ้มต่อ ไลฟ์สไตล์ แพรไหมไม่เที่ยว ไม่สังสรรค์ ไม่โพสต์ชีวิตหรูสถานที่ที่ไปซ้ำที่สุด - มหาวิทยาลัย ที่พัก โรงพยาบาล “เธอไม่ชอบให้ใครมารับ–มาส่ง” เหมันต์พูด “ชอบกลับเอง เดินทางด้วยตัวเอง เหมือนคนที่ไม่อยากเป็นภาระใคร” ประโยคนั้นไม่ควรทำให้ภูผารู้สึกอะไร แต่กลับทำ เขานึกถึงคืนในผับ การตอบโต้ สายตาที่ไม่ยอมแพ้ แต่ไม่เคยขอ “แล้วเรื่องคืนนั้น” ภูผาถามเสียงเรียบ เหมันต์รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร “เธอไม่ได้ติดต่อใครหลังกลับหอครับ” “ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปทำงานแทนเพื่อน” “ไม่มีใครรู้ว่าเธอได้เงินก้อนนั้นมา” ภูผาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอขำตัวเองมากกว่าอะไรทั้งหมด ผู้หญิงที่เขาคิดว่าใช้เงินนำทางชีวิตกลับเป็นคนที่ใช้ชีวิต เพื่อรักษาอีกชีวิตหนึ่งเอาไว้ “เธอไม่เคยคิดจะพึ่งคุณ” เหมันต์พูดประโยคสุดท้ายเหมือนตอกย้ำ ภูผาปิดแฟ้ม เงียบ เงียบจนเหมันต์ไม่แน่ใจว่าควรอยู่หรือควรออกไป “เธอรู้ไหมว่าโรงพยาบาลเป็นของผม” ภูผาถามเหมือนไม่ได้ถามลูกน้อง “ไม่ครับ” “ดี” คำเดียวแต่ชัดเจน คืนนั้น 🌙 แพรไหมนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องพักชั่วคราวที่ภูผาจัดไว้ให้ “เพื่อความปลอดภัย” เธอไม่สบายใจแต่ก็ไม่ปฏิเสธเพราะแม่ยังอยู่ที่ห้อง 5509 และเธอไม่อยากเสี่ยง โทรศัพท์วางคว่ำอยู่ข้างตัวเงียบผิดปกติ เธอไม่รู้เลยว่าในเมืองเดียวกันมีใครบางคนรู้จักเธอมากกว่าที่เธอรู้จักตัวเอง “ถ้ามีอะไรผิดปกติอีก รายงานผมทันที” ภูผาพูดกับเหมันต์ก่อนลุกขึ้นยืน “ครับ” เหมันต์ลังเลเล็กน้อยก่อนถามในสิ่งที่ไม่ค่อยถาม “แล้วคุณจะทำยังไงต่อครับ” ภูผาเดินไปยืนหน้ากระจกมองไฟเมืองยามค่ำคืน “ยังไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น” เขาตอบ เหมันต์ขมวดคิ้ว “แต่-?” “เกมส์ลักษณะแบบนี้” ภูผาพูดต่อ “คนที่เป็นคนขยับก่อน จะมักแพ้ก่อน” เขาหยุดก่อนพูดประโยคที่ทำให้เหมันต์เข้าใจทุกอย่าง “แต่ผมจะไม่ปล่อยให้ใครใช้ชีวิตเธอเป็นหมากมาเดินเกมส์ต่อลองกับผมอีก” โทรศัพท์บนโต๊ะภูผาสั่น เบอร์ภายในโรงพยาบาล “คุณภูผาคะ” เสียงพยาบาลสุภาพ “มีผู้ชายคนหนึ่งมาสอบถามอาการผู้ป่วยห้อง 5509 อีกแล้วค่ะ” ปลายนิ้วภูผาชะงัก “เขาบอกไหมว่าเป็นใคร” “ไม่ได้บอกบอกชื่อที่ชัดเจนค่ะ” “แต่เขารู้ประวัติการรักษาของคนไข้เกือบทั้งหมด” ภูผาหลับตาเพียงเสี้ยววินาที “ดูแลและกันไว้” เขาพูดน้ำเสียงนิ่งแต่เย็นเฉียบ หลังวางสาย เขาหยิบกุญแจรถยนต์ขับออกไปเองคนเดียวโดยทันที ในเวลาเดียวกันโทรศัพท์ของแพรไหมสั่น เบอร์ไม่รู้จัก เธอมองหน้าจอหัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะมีข้อความเด้งขึ้น คืนนี้ อย่าออกจากห้อง ยังไม่ทันได้ถามว่าใครอีกข้อความก็ตามมา ห้อง 5509 กำลังถูกพูดถึงและเป็นที่สนใจอย่างมาก แพรไหมกำโทรศัพท์แน่นลมหายใจติดขัด และเธอไม่รู้เลยว่าเกมที่เธอไม่ได้เลือกที่จะเล่นกำลังเข้าสู่ตาที่อันตรายที่สุด ขณะเดียวกัน รถสีดำของภูผาก็เคลื่อนตัวออกจากลานจอด ไฟเมืองถอยหลัง เร็วขึ้น เร็วขึ้น เหมือนหัวใจของใครบางคนที่ไม่อาจพูดคำว่า แค่วันนี้ ได้อีกต่อไป 👉 โปรดติดตามตอนต่อไป 🤭
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD